เกี่ยวกับ YAMAMORI
YAMAMORI (ヤマモリ) เป็นแบรนด์และผู้ผลิตอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในด้านซีอิ๊ว เครื่องปรุงรส ซอส น้ำซุป อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1889 ที่เมือง Kuwana จังหวัด Mie ประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตซีอิ๊วและมิโซะก่อนจะขยายกิจการจนกลายเป็นผู้ผลิตอาหารที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน 1
ในปัจจุบัน YAMAMORI มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นแฟ้นกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในไทย ซึ่งทำหน้าที่ผลิตซีอิ๊วและเครื่องปรุงรสญี่ปุ่นในประเทศไทย พร้อมทั้งผลิตอาหารไทยพร้อมรับประทานเพื่อส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของบริษัทคือการผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมของการทำอาหารญี่ปุ่นเข้ากับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมัยใหม่และการขยายฐานธุรกิจในระดับสากล 2
ข้อมูลองค์กร
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | ヤマモリ株式会社 |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Yamamori Co., Ltd. |
| แบรนด์ | YAMAMORI / ヤマモリ |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1889 |
| สถานที่ก่อตั้ง | Kuwana, Mie, Japan |
| จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล | 1951 |
| สำนักงานใหญ่ | Kuwana, Mie Prefecture, Japan |
| อุตสาหกรรม | การผลิตอาหาร |
| รากฐานทางธุรกิจ | ซีอิ๊วและการหมักดอง |
| ผลิตภัณฑ์หลัก | ซีอิ๊ว, สึยุ, ซอส, เครื่องปรุงรส, อาหารเรทอร์ท, เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ |
| ตลาดต่างประเทศหลัก | ไทย, อาเซียน และตลาดต่างประเทศอื่นๆ |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | Keisuke Sanbayashi (三林圭介) |
| ทุนจดทะเบียน | ¥435 ล้าน |
| จำนวนพนักงาน | ประมาณ 770 คน (รวมพนักงานพาร์ทไทม์ ตามข้อมูลโปรไฟล์องค์กรล่าสุด) |
| ยอดขายปีงบประมาณ 2026 | ¥29.19 พันล้าน |
บริษัทมีโรงงานผลิตอยู่ที่ Oyamada, Kuwana และ Matsusaka ในประเทศญี่ปุ่น โดยมีสำนักงานสาขาในประเทศและเครือข่ายดำเนินงานในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศไทยและเวียดนาม 2
หมายเหตุ: YAMAMORI มีสถานะเป็นหลักในฐานะผู้ผลิตและแบรนด์อาหาร มิใช่เครือข่ายร้านอาหาร สำหรับในประเทศไทย ชื่อของ YAMAMORI เป็นที่รู้จักในฐานะซอสญี่ปุ่น ซีอิ๊ว เครื่องปรุงรส และวัตถุดิบประกอบอาหาร
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นในปี 1889
YAMAMORI มีรากฐานย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1889 (ปีเมจิที่ 22) เมื่อเริ่มกิจการผลิตซีอิ๊วและมิโซะในเมือง Kuwana จังหวัด Mie ผลิตภัณฑ์ซีอิ๊วถือเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ 1
ปรัชญาการดำเนินงานระยะยาวของบริษัทสืบเนื่องมาจากวิถีการหมักบ่มแบบดั้งเดิม กล่าวคือ แทนที่จะมุ่งเน้นการผลิตอาหารให้รวดเร็วที่สุด YAMAMORI กลับให้ความสำคัญกับการใช้เวลาและความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
ทศวรรษ 1960: การขยายสายผลิตภัณฑ์
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 เมื่อ YAMAMORI พัฒนาและเปิดตัว Aji Tsuyu ซึ่งเป็นเครื่องปรุงรสอเนกประสงค์ที่ใช้เทคนิคการหมักบ่มของบริษัท การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้标志着การเปลี่ยนแปลงจากผู้ผลิตซีอิ๊วเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นบริษัทแปรรูปอาหารและเครื่องปรุงรสที่หลากหลายขึ้น 1
นวัตกรรมอาหารเรทอร์ทปี 1969
YAMAMORI นับเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมอาหารบรรจุถุงทนความร้อน (Retort pouch food) ของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1969 บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เรทอร์ทชนิดแรกคือ Kamameshi no Moto ซึ่งเป็นน้ำปรุงรสสำหรับข้าวอบหม้อดินแบบญี่ปุ่น บันทึกประวัติของบริษัทระบุว่านี่คือผลิตภัณฑ์ Kamameshi แบบเรทอร์ทตัวแรกของญี่ปุ่น 1 เทคโนโลยีดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์องค์กรควบคู่ไปกับซีอิ๊วและเครื่องปรุงรสในเวลาต่อมา
การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่มีความสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ YAMAMORI
ปี 1988
YAMAMORI จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Thai Nisshin Seifun เพื่อเริ่มสร้างฐานธุรกิจในประเทศไทย 1
ปี 1995
จัดตั้ง Yamamori Trading Co., Ltd. ในประเทศไทย เพื่อเริ่มดำเนินธุรกิจซีอิ๊ว โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ใช่เพียงการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น แต่เป็นการสร้างฐานการผลิตและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย เพื่อรองรับตลาดอาเซียนในอนาคต 1
ปี 1997
เริ่มวางจำหน่ายซีอิ๊วญี่ปุ่น (Shoyu) ในตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 1
ปี 2000
เกิดรูปแบบการค้าแบบสองทิศทางระหว่างญี่ปุ่นและไทย โดย YAMAMORI เริ่มนำแกงกะหรี่ไทยพร้อมรับประทานที่ผลิตในไทย ส่งออกไปจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น 1 กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงแนวคิดการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นไปยังไทย ขณะเดียวกันก็นำอาหารไทยแท้กลับสู่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น
เครือข่ายการผลิตในประเทศไทย
การดำเนินธุรกิจของ YAMAMORI ในประเทศไทยมีความซับซ้อนมากกว่าการนำเข้าซอสจากญี่ปุ่น โดยมีการจัดตั้งบริษัทและโรงงานเพื่อรองรับภารกิจที่แตกต่างกันดังนี้
Siam Yamamori
Siam Yamamori Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2004 โดยการลงทุนทั้งหมดจาก YAMAMORI ประเทศญี่ปุ่น โรงงานที่จังหวัดระยองทำหน้าที่ผลิต:
* อาหารบรรจุถุงทนความร้อน (Retort pouch foods)
* ซอสต่างๆ
* เครื่องปรุงรส
* อาหารไทย
* ผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่น
โรงงานแห่งนี้ใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี และระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐานเดียวกับ YAMAMORI ในญี่ปุ่น โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อผลิตอาหารไทยและส่งออกไปยังญี่ปุ่น รวมถึงกระจายสินค้าในตลาดไทยและประเทศใกล้เคียง 2 ความโดดเด่นของการดำเนินงานนี้คือการใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารไทยแท้สำหรับผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ไม่ใช่เพียงการผลิตอาหารญี่ปุ่นในต่างแดนเท่านั้น ผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่สำคัญได้แก่ แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ต้มยำกุ้ง และอาหารไทยพร้อมรับประทานอื่นๆ 2
YAMAMORI (Thailand)
Yamamori (Thailand) Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 และเริ่มดำเนินการผลิตในปี ค.ศ. 2015 บริษัทนี้มีโรงงานผลิตซีอิ๊วโดยเฉพาะที่จังหวัดระยอง กำลังการผลิตประมาณ 10 ล้านลิตรต่อปี สินค้าถูกกระจายผ่าน Yamamori Trading ทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 2
โรงงานแห่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นโรงงานผลิตซีอิ๊วในต่างประเทศแห่งแรกที่ได้รับรองมาตรฐานโรงงาน JAS ในปี ค.ศ. 2017 นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล (Halal) ของไทย และมาตรฐานโคเชอร์ (Kosher) อีกด้วย 2
กลุ่มผลิตภัณฑ์
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ YAMAMORI มีความหลากหลาย远超กว่าซีอิ๊วทั่วไป โดยในประเทศไทยสามารถจำแนกกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้: ซีอิ๊ว, ซอสปรุงรส, น้ำซุป, น้ำสลัด, อาหารเอเชีย, อาหารเรทอร์ท, บะหมี่, ผงปรุงรส และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ 1
ซีอิ๊ว
ซีอิ๊วยังคงเป็นหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลักที่สะท้อนมรดกทางธุรกิจกว่า 130 ปี ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้แก่:
* Japanese Soy Sauce
* Tokkyu Japanese Soy Sauce
* Tokusen Japanese Soy Sauce
* Light Color Japanese Soy Sauce
* Shiro Shoyu
* Amakuchi Soy Sauce
* Sushi & Sashimi Soy Sauce
* Yuzu Ponzu Shoyu
* Squeeze Tokusen Shoyu
* Less Sodium Japanese Soy Sauce 1
ซอสปรุงรส
บริษัทผลิตซอสสำหรับประกอบอาหารหลากหลายชนิด ทำให้ YAMAMORI มีบทบาทเป็นแบรนด์วัตถุดิบประกอบอาหารญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงบนโต๊ะอาหารเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย:
* Teriyaki sauce
* Yakiniku sauce
* Tonkatsu sauce
* Worcester sauce
* Okonomiyaki sauce
* Yakisoba sauce
* Ponzu sauce
* Yuzu ponzu
* Sesame sauce 1
น้ำซุปและเครื่องปรุงเส้น
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มน้ำซุปและเครื่องปรุงสำหรับเมนูเส้นและหม้อไฟ ได้แก่:
* Tsuyu
* Shirodashi
* Sukiyaki tare
* Nabe soup
* Tonkotsu nabe
* Kimchi nabe
* Soymilk nabe
* Soba/udon soup bases 1
อาหารเรทอร์ทและพร้อมรับประทาน
มรดกด้านอาหารเรทอร์ทของ YAMAMORI ครอบคลุมทั้งอาหารญี่ปุ่นและไทย ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์สำหรับร้านอาหารเช่น ซอสแกงกะหรี่ ซอสเดมิกลาส ซอสมาโผเต้าหู้ และซอสมาโผเผ็ดร้อน นอกจากนี้โรงงานในไทยยังผลิตอาหารไทยพร้อมรับประทานเพื่อส่งออกไปยังญี่ปุ่นอีกด้วย 12
บทบาทในการเชื่อมโยงอาหารไทยและญี่ปุ่น
YAMAMORI ได้สร้าง “สะพานเชื่อมวัฒนธรรมอาหาร” ระหว่างไทยและญี่ปุ่นในรูปแบบสองทิศทาง โมเดลธุรกิจพื้นฐานประกอบด้วย:
ญี่ปุ่น → ไทย: ส่งออกซีอิ๊ว เครื่องปรุงรส ซอส เทคโนโลยีอาหาร และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและควบคุมคุณภาพมายังประเทศไทย เพื่อใช้ในการผลิตและจัดจำหน่ายท้องถิ่น
ไทย → ญี่ปุ่น: ใช้ฐานการผลิตในไทยผลิตอาหารไทยแท้ เช่น แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น ต้มยำ และอาหารพร้อมรับประทานอื่นๆ ส่งกลับไปยังตลาดญี่ปุ่น 2
รูปแบบนี้ทำให้ YAMAMORI แตกต่างจากผู้ผลิตเครื่องปรุงรสญี่ปุ่นทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ญี่ปุ่นที่ขายอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ แต่ได้สร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งอาหารญี่ปุ่นในไทยและอาหารไทยในญี่ปุ่น
การวิจัยและพัฒนา
ในปี ค.ศ. 2017 YAMAMORI ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ YAMAMORI โดยเฉพาะ 1 การจัดตั้งศูนย์ R&D ในท้องถิ่นช่วยให้บริษัทสามารถปรับสูตรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละตลาดได้ดีขึ้น แทนที่จะต้องพึ่งพาการพัฒนาจากญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ธุรกิจของไทยจึงเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอาหารญี่ปุ่น วัตถุดิบท้องถิ่น และความเข้าใจในตลาดท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากการพัฒนาอาหารไทยในไทยเพื่อผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น
มาตรฐานคุณภาพและการรับรอง
YAMAMORI ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมาตรฐานการผลิตในประเทศไทย การดำเนินงานด้านซีอิ๊วในไทยได้รับการรับรองมาตรฐานดังนี้:
* มาตรฐานโรงงาน JAS
* มาตรฐานฮาลาล (Halal) ประเทศไทย
* มาตรฐานโคเชอร์ (Kosher)
* มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร FSSC 22000 และ GMP/HACCP 2
ในขณะที่ Siam Yamamori ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP, ISO 9001, ISO 14001, ISO 22000 และมาตรฐานฮาลาลของไทย 2 การรับรองเหล่านี้ยืนยันความสามารถของบริษัทในการรักษามาตรฐานการผลิตในระดับเดียวกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น แม้จะทำการผลิตในประเทศไทย
ปรัชญาแบรนด์
วลีสำคัญที่สะท้อนปรัชญาของ YAMAMORI คือ “Taking time preciously on each product” ซึ่งสืบทอดมาจากวัฒนธรรมการหมักบ่มที่ต้องการเวลาและความใส่ใจ แนวคิดหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสามประการ:
- Tradition: ประสบการณ์ด้านการผลิตซีอิ๊วและการหมักบ่มกว่าหนึ่งศตวรรษ
- Innovation: การพัฒนาอาหารเรทอร์ท เครื่องปรุงรสแปรรูป สูตรใหม่ๆ และการวิจัยพัฒนาอาหาร
- Internationalization: การใช้ไทยและตลาดเอเชียเป็นส่วนขยายของความเชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่น 1
สถานะปัจจุบันและรางวัล
แม้จะมีฐานธุรกิจในต่างประเทศที่แข็งแกร่ง YAMAMORI ยังคงเป็นผู้ผลิตอาหารญี่ปุ่นที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัด Mie ยอดขายในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ประมาณ ¥29.19 พันล้าน และมีเครือข่ายในไทยและเวียดนาม ในปี ค.ศ. 2025 บริษัทยังได้จัดตั้ง Yamamori Vietnam เพื่อขยายฐานในอาเซียนเพิ่มเติม 2
ในด้านรางวัล ผลิตภัณฑ์ของ YAMAMORI ได้รับรางวัล Monde Selection Gold Award ติดต่อกันหลายปี โดยในปี ค.ศ. 2024:
* Thai Curry Green ได้รับรางวัล Gold Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16
* Gin Gozen Soba Tsuyu ได้รับรางวัล Gold ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13
* Gin Gozen Somen Tsuyu ได้รับรางวัล Gold ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 2
ไทม์ไลน์สำคัญ
| ปี | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| 1889 | เริ่มต้นผลิตซีอิ๊วและมิโซะที่ Kuwana, Mie |
| 1967 | เปิดตัว Aji Tsuyu |
| 1969 | พัฒนาผลิตภัณฑ์ Kamameshi แบบเรทอร์ทตัวแรก |
| 1988 | จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศไทย |
| 1995 | ก่อตั้ง Yamamori Trading ในประเทศไทย |
| 1997 | วางจำหน่ายซีอิ๊วญี่ปุ่นในไทย |
| 2000 | เริ่มส่งออกแกงกะหรี่ไทยพร้อมรับประทานไปญี่ปุ่น |
| 2004 | ก่อตั้ง Siam Yamamori |
| 2013 | ก่อตั้ง YAMAMORI (Thailand) |
| 2015 | โรงงานซีอิ๊วในไทยเริ่มดำเนินการ |
| 2016 | Siam Yamamori ได้รับมาตรฐานฮาลาล |
| 2017 | ตั้งศูนย์ R&D ในไทย; โรงงานซีอิ๊วได้รับมาตรฐาน JAS |
| 2019/2021 | ได้รับการรับรอง Kosher สำหรับกิจการซีอิ๊วในไทย |
| 2022 | เริ่มจัดจำหน่ายเนื้อวากิวแช่แข็งในไทย |
| 2025 | ก่อตั้ง Yamamori Vietnam |
| 2026 | ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตอาหารระดับโลก |





