เกี่ยวกับ Karmart
Karmart หรือชื่อทางการคือ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) (KARMART) เป็นผู้ประกอบการด้านสินค้าอุปโภคบริโภคและความงามในประเทศไทยที่มีชื่อเสียงจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สกินแคร์ ของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์เสริมความงาม และสินค้าที่เกี่ยวข้อง บริษัทดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบเจ้าของแบรนด์เองและเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแบรนด์นำเข้า โดยยึดถือแนวคิดหลัก “Unique Beauty Solution” มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และจดทะเบียนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้สัญลักษณ์ KAMART1
ข้อควรทราบ: ชื่อ “Karmart” อาจหมายถึง บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ในฐานะนิติบุคคลกลุ่มบริษัท หรือหมายถึง ตราสินค้าและเอกลักษณ์ร้านค้า Karmart ก็ได้ โดยบริษัทเป็นเจ้าของและบริหารจัดการหลายแบรนด์ เช่น Cathy Doll, Baby Bright, Browit, Reunrom เป็นต้น1
ข้อมูลสังเขป
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อทางการ | บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Karmarts Public Company Limited |
| สัญลักษณ์หุ้น | KAMART |
| อุตสาหกรรม | ความงาม เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว และสินค้าอุปโภคบริโภค |
| สำนักงานใหญ่ | Bangkok, Thailand |
| ก่อตั้ง | 11 พฤษภาคม 2525 |
| จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน | 18 มีนาคม 2537 |
| เข้าจดทะเบียนใน ตลท. | 31 ตุลาคม 2537 |
| ชื่อบริษัทเดิม | Central Audio Limited Company |
| แนวคิดปัจจุบัน | “Unique Beauty Solution” |
| วิสัยทัศน์ | มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการแบรนด์ความงามชั้นนำระดับโลกสำหรับทุกคน |
| แบรนด์หลัก | Cathy Doll, Baby Bright, Browit, Reunrom, Jejuvita, Skynlab, Lip It ฯลฯ |
| เว็บไซต์ | karmarts.co.th |
ข้อมูลวันสำคัญทางองค์กรและการจดทะเบียนอ้างอิงจากรายงานของบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย1
ประวัติความเป็นมา
Karmart มีประวัติการพัฒนาองค์กรที่โดดเด่น เนื่องจาก ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทเครื่องสำอางตั้งแต่แรก
พ.ศ. 2525 — จุดเริ่มต้นจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า
บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 ในชื่อ Central Audio Limited Company โดยดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และต่อมาได้มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อ Distar1
พ.ศ. 2537 — การเป็นบริษัทมหาชนและเข้าตลาดหลักทรัพย์
บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งในขณะนั้นยังคงมีสถานะเป็นธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก มิใช่บริษัทความงามอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน1
ทศวรรษ 2000 — การพลิกโฉมธุรกิจ
ภายหลังบริษัทได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงภาคยานยนต์ NGV ก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2552 เมื่อเริ่มเข้าสู่ธุรกิจเครื่องสำอาง สกินแคร์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
โดยเริ่มนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้ เครื่องหมายการค้า Karmarts ขณะที่ยังคงดำเนินธุรกิจเดิมควบคู่กันไป ธุรกิจเครื่องสำอางเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทระบุว่ายอดขายเครื่องสำอางในช่วงแรกเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 100 ต่อปี1
พ.ศ. 2554 — การเปลี่ยนชื่อเป็น Karmarts
ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการจาก บริษัท ดิสตาร์ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทปรับภาพลักษณ์จากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าเดิม มาเน้นหนักที่เครื่องสำอาง สกินแคร์ และสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเต็มตัว1
พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป — ความงามกลายเป็นธุรกิจหลัก
Karmarts ได้มุ่งเน้นการผลิต นำเข้า ทำการตลาด และจัดจำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น
พร้อมทั้งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายภายในประเทศและเริ่มเจาะตลาดส่งออกในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนาศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการผลิตด้วยตนเอง1
พ.ศ. 2558–2559 — การขยายตัวสู่ต่างประเทศ
Karmarts ขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้ง Karmarts Vietnam Company Limited โดยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 บริษัทได้เข้าลงทุนถือหุ้นร้อยละ 49 ในกิจการร่วมค้าในประเทศเวียดนาม1
นอกจากนี้ยังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ คุณภาพ และระยะเวลาการผลิต
พ.ศ. 2563 — การรับมือสถานการณ์โควิด-19
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 Karmarts ได้จัดหาเครื่องจักรสำหรับการผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อตอบสนองต่อภาวะขาดแคลนหน้ากากและสินค้าจำเป็นอื่น ๆ1
พ.ศ. 2564–2566 — การกระจายความเสี่ยงและพันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอองค์กรผ่านการลงทุนและจัดตั้งบริษัทย่อย ครอบคลุมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความงามและภาคส่วนอื่น ๆ
ในปี พ.ศ. 2566 Karmarts ได้จัดตั้งกิจการร่วมค้ากับ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อก่อตั้ง KMGI โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบรนด์และจัดจำหน่ายเครื่องสำอางและสกินแคร์ทั้งในและต่างประเทศ1
พ.ศ. 2567–2568 — ยุทธศาสตร์ความงามระดับสากล
Karmarts ระบุว่าปี พ.ศ. 2567 เป็นปีที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กร โดยเน้นย้ำเรื่องการขยายตลาดต่างประเทศ นวัตกรรม และแนวทาง ESG พร้อมทั้งแต่งตั้ง วงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ1
ในปี พ.ศ. 2568 Karmarts ขยายการลงทุนเพิ่มเติมด้วยการถือหุ้นร้อยละ 49 ใน Guangdong Kamellia International Company Limited ณ ประเทศจีน ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าด้านการผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง และยังเข้าถือหุ้นร้อยละ 30 ในบริษัท 4U2 โค จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอาง1
รูปแบบธุรกิจ
Karmart มีลักษณะเป็น แพลตฟอร์มธุรกิจความงามมากกว่าจะเป็นเพียงแบรนด์เครื่องสำอางเดียว
ขอบเขตการดำเนินธุรกิจประกอบด้วย:
- ความเป็นเจ้าของแบรนด์
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์
- การผลิตเครื่องสำอาง
- การบรรจุหีบห่อและประกอบผลิตภัณฑ์
- การนำเข้า
- การจัดจำหน่าย
- การตลาดและโฆษณา
- การขยายตลาดต่างประเทศ
- การค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ
- การลงทุนเชิงกลยุทธ์และกิจการร่วมค้า
บริษัทอธิบายถึงการดำเนินงานหลักว่าครอบคลุมการนำเข้า ผลิต บรรจุ และจัดจำหน่ายเครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับนานาชาติ1
รูปแบบดังกล่าวทำให้ Karmarts สามารถดำเนินธุรกิจในหลายระดับของห่วงโซ่อุปทานความงาม แทนที่จะเป็นเพียงการซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาขายต่อเท่านั้น
พอร์ตโฟลิโอแบรนด์
หนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของ Karmart คือ กลยุทธ์แบบหลายแบรนด์ (Multi-brand Strategy)
บริษัทระบุว่าปัจจุบันมี ผลิตภัณฑ์ความงามมากกว่า 3,000 รายการ และมีพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย12
แบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่:
Cathy Doll
Cathy Doll ถือเป็นแบรนด์ความงามที่สร้างการรับรู้ให้กับ Karmarts ได้มากที่สุดแบรนด์หนึ่ง
ครอบคลุมทั้งเครื่องสำอาง สกินแคร์ผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อุปกรณ์เสริมความงาม และน้ำหอมระงับกาย แบรนด์วางตำแหน่งภาพลักษณ์ด้านความงามที่สดใส ทันสมัย และสนุกสนาน
Karmarts ระบุว่า Cathy Doll ได้ขยายตลาดไปยัง มากกว่า 36 ประเทศ และอยู่ระหว่างโครงการรีแบรนดิ้ง โดยภาพลักษณ์ใหม่จะเริ่มปรากฏตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 25691
Baby Bright
Baby Bright เป็นอีกแบรนด์สำคัญของ Karmarts ที่มีความโดดเด่นด้านสกินแคร์และเครื่องสำอางในราคาที่เข้าถึงง่าย
Browit
Browit เน้นหนักไปที่ผลิตภัณฑ์เมกอัพ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตาและคิ้ว วางตำแหน่งเป็นแบรนด์ที่เน้นด้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะในพอร์ตโฟลิโอของ Karmarts
Reunrom
Reunrom เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์และเวลเนสที่มีเอกลักษณ์แบบไทย โดดเด่นในด้านผลิตภัณฑ์น้ำหอม อโรมาเธอราพี และของใช้ส่วนตัว
Jejuvita
Jejuvita มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเวลเนส โดยใช้แนวคิดความงามและสุขภาพที่ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากวัฒนธรรมความงามแบบเกาหลี1
แบรนด์อื่น ๆ
พอร์ตโฟลิโอออนไลน์ปัจจุบันของ Karmarts ยังรวมถึงแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Lip It, Skynlab, Boya, Beautilox, Intimi, Keumyon, 7 Clean, HAIR IT, Dr.NIKS, Jejuvita, ACCA และอื่น ๆ โดยรายละเอียดของพอร์ตโฟลิโออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนาหรือยกเลิกสายผลิตภัณฑ์ในแต่ละช่วงเวลา12
กลยุทธ์แบรนด์ของตนเอง
ส่วนสำคัญของกลยุทธ์การแข่งขันของบริษัทคือการพัฒนา House Brands แทนการพึ่งพาแบรนด์จากบุคคลที่สามทั้งหมด
Karmarts ระบุว่าเครื่องหมายการค้าของ House Brands ภายในประเทศเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ในขณะที่แนวคิดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดำเนินการโดยทีมงานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยใช้ข้อมูลวิจัยผู้บริโภคและเทรนด์ความงามสากลเพื่อพัฒนาสินค้าสำหรับตลาดเอเชีย1
แนวทางนี้ทำให้ Karmarts มีอำนาจควบคุมมากขึ้นใน aspects ต่าง ๆ ได้แก่:
- แนวคิดผลิตภัณฑ์
- บรรจุภัณฑ์
- ราคา
- การวางตำแหน่งแบรนด์
- การตลาด
- การจัดจำหน่าย
- การเปิดตัวผลิตภัณฑ์
- การขยายตลาดต่างประเทศ
กล่าวได้ว่า Karmart มีบทบาทใกล้เคียงกับ ศูนย์บ่มเพาะแบรนด์ + ผู้ผลิตความงาม + ผู้จัดจำหน่าย มากกว่าบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์เดียวทั่วไป
แบรนด์นำเข้าและจัดจำหน่าย
Karmarts ยังทำหน้าที่จัดจำหน่ายแบรนด์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโดยตรง
ตามข้อมูลที่ระบุใน FAQ ของบริษัท ธุรกิจของบริษัทรวมถึงการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์เสริมความงาม และอาหารเสริมจากหลายตลาดในเอเชีย อาทิ เกาหลี ฮ่องกง เวียดนาม ไต้หวัน และจีน1
สิ่งนี้ก่อให้เกิดโมเดลธุรกิจสองด้าน:
แบรนด์ของตนเอง → Karmarts พัฒนาและควบคุมแบรนด์
แบรนด์นำเข้า → Karmarts ทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้า/ผู้จัดจำหน่ายโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานการจัดจำหน่ายในไทย
การผสมผสานทั้งสองรูปแบบนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างของบริษัท
ช่องทางการจัดจำหน่าย
ในอดีต Karmarts ใช้ช่องทางการขายที่หลากหลายและไม่พึ่งพาผู้ค้าปลีกรายใดรายหนึ่งเพียงรายเดียว
กลยุทธ์ของบริษัทครอบคลุม:
- ร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade)
- ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ (Modern Trade)
- ร้านค้าปลีกเฉพาะทางด้านความงาม
- ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
- อีคอมเมิร์ซ
- ร้านค้าปลีกที่บริษัทดำเนินการหรือเกี่ยวข้อง
- ผู้จัดจำหน่ายต่างประเทศ
- ตลาดส่งออก
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับช่องทางดิจิทัลและความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจอื่น ๆ มากขึ้น โดยในการสื่อสารองค์กรระยะหลัง Karmarts ระบุว่าให้ความสำคัญกับการขยายการกระจายสินค้าและการเข้าถึงผู้บริโภค มากกว่าการเปิดตัวแบรนด์ใหม่จำนวนมากเพียงอย่างเดียว1
ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของบริษัทปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายหลายร้อยรายการครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอแบรนด์1
การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
แม้ Karmarts จะเป็น บริษัทไทย แต่เป้าหมายทางธุรกิจกว้างไกลกว่าตลาดภายในประเทศ
วิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้คือ:
“มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการแบรนด์ความงามชั้นนำระดับโลกสำหรับทุกคน”1
บริษัทขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้ผ่าน:
- การส่งออกไปยังตลาดเอเชีย
- ความร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ
- กิจการร่วมค้า
- ผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ
- การพัฒนาแบรนด์ระดับสากล
- การปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น
เวียดนามและจีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการขยายตลาดต่างประเทศของ Karmarts1
โดย Cathy Doll สามารถขยายตลาดไปได้แล้วมากกว่า 36 ประเทศ ตามข้อมูลที่ Karmarts ระบุ1
เอกลักษณ์องค์กร
ปรัชญาองค์กรของ Karmarts หมุนรอบแนวคิด “Unique Beauty Solution”
สาระสำคัญคือผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นบริษัทจึงควรนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิต กลุ่มประชากร และความกังวลด้านความงามที่หลากหลาย
วิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการแบรนด์ความงามชั้นนำของโลก ขณะที่พันธกิจเน้นย้ำเรื่อง:
- คุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
- มูลค่าที่ยั่งยืนสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ความรับผิดชอบต่อสังคม
- การขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น
- การปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง1
นี่คือเหตุผลที่ Karmarts สร้างพอร์ตโฟลิโอที่มีหลายแบรนด์ แทนที่จะพยายามรวมทุกอย่างไว้ภายใต้แบรนด์เดียว
โครงสร้างองค์กร
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัทแม่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นแกนหลักของธุรกิจ Karmarts โดยรวม
ณ ปี พ.ศ. 2569 บริษัทจดทะเบียนซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายใต้สัญลักษณ์ KAMART จัดอยู่ในกลุ่มบริการ/พาณิชย์ โดย SET จำแนกธุรกิจของบริษัทว่าประกอบกิจการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง สกินแคร์ เครื่องสุขภัณฑ์ และอาหารเสริม ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ1
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่:
เลขที่ 81–81/1 ซอยเพชรเกษม 54 แยก 3 ถนนเพชรเกษม แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 ประเทศไทย1
นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงงานและคลังสินค้าตั้งอยู่ในจังหวัด Rayong1
ความสำคัญของ Karmart
ความสำคัญของ Karmart ในอุตสาหกรรมความงามของไทยมาจากปัจจัยหลายประการ:
1. การพลิกโฉมธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
แง่มุมที่น่าสนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Karmart คือการเปลี่ยนผ่านจาก บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า มาเป็นบริษัทความงามและสินค้าอุปโภคบริโภค
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบปี โดยเครื่องสำอางกลายเป็นธุรกิจหลักนับตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา1
2. การสร้างแบรนด์ความงามไทยที่เป็นที่จดจำหลายแบรนด์
แทนที่จะพึ่งพาแบรนด์เรือธงเพียงแบรนด์เดียว Karmarts ได้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่ประกอบด้วย Cathy Doll, Baby Bright, Browit และอื่น ๆ
3. การบูรณาการการผลิตและการจัดจำหน่าย
Karmarts ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการตลาด แต่การดำเนินงานครอบคลุมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต บรรจุภัณฑ์ การนำเข้า และการจัดจำหน่าย1
4. การใช้ยุทธศาสตร์ตลาดเอเชีย
การจัดหาแหล่งสินค้า พันธมิตร และการขยายตลาดของบริษัทมุ่งเน้นตลาดเอเชียอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
5. การดำเนินงานในหลากหลายระดับราคา
พอร์ตโฟลิโอของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่เครื่องสำอางราคาประหยัดสำหรับตลาดมวลชน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ความงามและสกินแคร์เฉพาะทาง ทำให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคได้หลายกลุ่ม
ความแตกต่างระหว่าง Karmart กับ Cathy Doll
การแยกแยะความแตกต่างนี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจโครงสร้างบริษัท
Karmarts = บริษัท/กลุ่มธุรกิจ
Cathy Doll = หนึ่งในแบรนด์ความงามหลักของ Karmarts
ในทำนองเดียวกัน Baby Bright, Browit, Reunrom, Jejuvita, Lip It และชื่ออื่น ๆ ล้วนเป็นแบรนด์ในระบบนิเวศของ Karmarts มิใช่บริษัทย่อยที่มีสถานะเทียบเท่าบริษัทแม่1
โครงสร้างอย่างง่ายสามารถแสดงได้ดังนี้:
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
↳ Cathy Doll
↳ Baby Bright
↳ Browit
↳ Reunrom
↳ Jejuvita
↳ Lip It
↳ Skynlab
↳ Boya
↳ Beautilox
↳ แบรนด์ที่เป็นกรรมสิทธิ์อื่น ๆ
↳ แบรนด์นำเข้า/จัดจำหน่ายจากบุคคลที่สาม
↳ การลงทุนเชิงกลยุทธ์และกิจการร่วมค้า
สถานะปัจจุบัน
ณ ปี พ.ศ. 2569 Karmarts มีสถานะเป็น กลุ่มธุรกิจความงามและสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยที่มีแนวโน้มมุ่งสู่ความเป็นสากลมากขึ้น
กลยุทธ์ของบริษัทไม่ใช่เพียง “การขายเครื่องสำอางในไทย” อีกต่อไป แต่เป็นการพยายามสร้างพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ความงามที่สามารถขยายขนาดได้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใน จัดจำหน่ายผ่านหลายช่องทาง และขยายตลาดต่างประเทศผ่านการส่งออก พันธมิตร กิจการร่วมค้า และการลงทุน
กิจกรรมล่าสุดของบริษัท รวมถึงกิจการร่วมค้าในจีนและการลงทุนใน 4U2 สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นในการสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจความงามขนาดใหญ่1





