เกี่ยวกับ JUNGSAEMMOOL
ภาพรวม
JUNGSAEMMOOL Beauty Co., Ltd. หรือที่รู้จักกันในชื่อ JUNGSAEMMOOL (정샘물) เป็นแบรนด์เครื่องสำอางและความงามระดับมืออาชีพจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยยึดถือปรัชญาและเทคนิคของ Jung Saem Mool ช่างแต่งหน้าชื่อดัง แบรนด์มีเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านเมคอัพสไตล์เกาหลีที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวสัมผัสที่โปร่งแสงและเปล่งประกาย รวมถึงการลงผิวหน้าที่มีความประณีต โดยมีแนวคิดหลักว่าเครื่องสำอางควรทำหน้าที่เสริมจุดเด่นที่มีอยู่เดิมของแต่ละบุคคล มากกว่าการวิ่งตามกระแสเพียงอย่างเดียว1
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | JUNGSAEMMOOL / JUNG SAEM MOOL |
| ชื่อภาษาเกาหลี | 정샘물 |
| อุตสาหกรรม | เครื่องสำอาง, ความงาม, เมคอัพระดับมืออาชีพ |
| ประเทศต้นกำเนิด | เกาหลีใต้ 🇰🇷 |
| ผู้ก่อตั้ง / ชื่อแบรนด์ | Jung Saem Mool |
| บริษัท | JUNGSAEMMOOL Beauty Co., Ltd. |
| จัดตั้งบริษัท | 11 พฤศจิกายน 2014 |
| เปิดตัวแบรนด์ | 2015 |
| สำนักงานใหญ่ | Gangnam-gu, Seoul, เกาหลีใต้ |
| อัตลักษณ์หลัก | เมคอัพระดับศิลปิน + ความงามตามธรรมชาติ |
| เป็นที่รู้จักจาก | คูชั่น/เบสเมคอัพ, ผิวเปล่งปลั่ง, เทคนิคการแต่งหน้าแบบธรรมชาติ |
| ปรัชญาสำคัญ | การเสริมสร้างความงามเฉพาะบุคคลแทนการปกปิด |
| ตลาดต่างประเทศ | เอเชีย, สหรัฐอเมริกา และตลาดอื่นๆ |
ตามข้อมูลประวัติองค์กร JUNGSAEMMOOL Beauty Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2014 ในขณะที่แบรนด์เครื่องสำอางสำหรับศิลปินได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 20152
ผู้ก่อตั้ง: Jung Saem Mool
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ JUNGSAEMMOOL แตกต่างจากแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีทั่วไป คือการเติบโตมาจากประสบการณ์และปรัชญาการทำงานของ Jung Saem Mool ซึ่งเป็นหนึ่งในช่างแต่งหน้าระดับแนวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีใต้
Jung Saem Mool เริ่มประกอบอาชีพช่างแต่งหน้าตั้งแต่ปี 1991 ในช่วงทศวรรษที่ 1990 และ 2000 เธอได้ร่วมงานกับดาราชื่อดังจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเทรนด์การแต่งหน้าที่มีอิทธิพลต่อวงการ โดยเฉพาะสไตล์ “ผิวใส” หรือลุคธรรมชาติที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของความงามแบบเกาหลีในยุคต่อมา1
ประวัติการทำงานของเธอครอบคลุมการแต่งหน้าให้กับคนดังมากมาย เช่น:
- Song Hye-kyo
- Kim Tae-hee
- Lee Hyori
- BoA
- Kim Hee-sun
- Jeon Ji-hyun
นอกจากนี้ ประวัติอย่างเป็นทางการของแบรนด์ยังระบุว่าเธอมีส่วนร่วมในงานแต่งหน้าให้กับศิลปิน K-pop และบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ KARA, miss A และ Kim Yuna1
ในปี 2005 เธอได้ก่อตั้ง JUNG SAEM MOOL Academy เพื่อขยายขอบเขตการทำงานจากการแต่งหน้ามืออาชีพไปสู่ด้านการศึกษาและการถ่ายทอดเทคนิค1 พื้นฐานดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของ JUNGSAEMMOOL เปรียบเสมือนการนำองค์ความรู้ระดับช่างแต่งหน้ามืออาชีพมาพัฒนาให้เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถใช้งานได้จริง
ปรัชญาแบรนด์
JUNGSAEMMOOL นิยามตนเองว่าเป็น แบรนด์เครื่องสำอางจากศิลปินมืออาชีพที่เน้นการดึงความงามตามธรรมชาติออกมา
แทนที่จะมองว่าเครื่องสำอางคือเครื่องมือในการเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง แบรนด์ให้ความสำคัญกับการค้นหาจุดแข็งที่มีอยู่เดิมของแต่ละคนและทำให้คุณสมบัตินั้นเด่นชัดขึ้น ปรัชญานี้ถูกสรุปผ่านแนวคิดการค้นหาความงามในแบบของตนเอง หรือที่แบรนด์เรียกว่า “Youtiful” ซึ่งเกิดจากการผสมคำระหว่าง “you” และ “beautiful”1
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของแบรนด์ ดังนี้:
เครื่องสำอางควรเปิดเผยความงาม มิใช่เพียงแค่ปกปิดข้อบกพร่อง
ปรัชญานี้อธิบายถึงเอกลักษณ์ทางภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี:
- ผิวยังคงดูเหมือนผิวจริง
- ความฉ่ำวาวที่ควบคุมได้อย่างพอเหมาะ
- ผลิตภัณฑ์รองพื้นที่บางเบาและสามารถลงทับได้หลายชั้น
- การใช้สีที่ผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดี
- มิติบนใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ
- สัดส่วนใบหน้ามีความสมดุล
- การแต่งหน้าที่ปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล แทนการยึดติดกับเทรนด์เดียว
กล่าวได้ว่า JUNGSAEMMOOL มีความใกล้เคียงกับ ระบบเทคนิคของช่างแต่งหน้ามืออาชีพ มากกว่าแบรนด์เครื่องสำอางที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสแฟชั่นทั่วไป
ระบบ KEY7
หนึ่งในเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของ JUNGSAEMMOOL คือระบบ KEY7
แบรนด์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของตนได้รับการออกแบบโดยอิงจากหลักการ 7 ข้อ ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การเป็นช่างแต่งหน้าของ Jung Saem Mool และเทคนิคทางศิลปะ12
1. Thick & Thin (หนาและบาง)
หลักการนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงสร้างและมิติบนใบหน้าโดยใช้ปริมาณและความหนาของเครื่องสำอางที่แตกต่างกัน เป้าหมายไม่ใช่การปกปิดให้มิดชิดที่สุด แต่เป็นการใช้ ความบางและหนาอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างใบหน้าให้สวยงาม
2. Warm & Cool (โทนอุ่นและโทนเย็น)
การใช้สีโทนอุ่นและโทนเย็นมีผลต่อการรับรู้เรื่องมิติของใบหน้าและความอ่อนเยาว์ ซึ่งสะท้อนถึงหลักการแต่งหน้าระดับมืออาชีพที่ว่า อุณหภูมิของสีสามารถทำให้ลักษณะทางกายภาพบนใบหน้าดูนูนหรือลึกได้
3. Wet & Dry (เปียกและแห้ง)
เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อสัมผัสที่ฉ่ำวาว/ชุ่มชื้น กับเนื้อแมตต์/แห้ง JUNGSAEMMOOL ใช้ความขัดแย้งนี้ทั้งในด้านสุนทรียศาสตร์และประโยชน์ใช้สอย เช่น การสร้างสมดุลระหว่างผิวที่เปล่งประกายกับบริเวณที่คุมความมันด้วยแป้งหรือเนื้อแมตต์
4. Lost & Found (ซ่อนและเน้น)
คือการเลือกกำหนดความชัดเจนหรือลดทอนรายละเอียดของบางจุดบนใบหน้า แทนการเขียนโครงร่างทุกอย่างให้ชัดเท่ากัน การเน้นบางจุดในขณะที่ปล่อยให้บางจุดดูจางหายไป จะช่วยให้ดวงตา ริมฝีปาก และโครงหน้าดูมีมิติและคมชัดยิ่งขึ้น
5. Focal Point (จุดโฟกัส)
ใบหน้าต้องการความสมดุลทางสายตา แทนการเน้นทุกส่วนพร้อมกัน การแต่งหน้าควรสร้าง จุดโฟกัส เพียงจุดเดียว เช่น ดวงตา ริมฝีปาก หรือแก้ม แล้วจัดสมดุลส่วนที่เหลือของใบหน้าให้สอดคล้องกัน
6. Simple & Complex (เรียบง่ายและซับซ้อน)
หลักการนี้เกี่ยวกับการตัดสินใจวางระดับความละเอียดในแต่ละพื้นที่ บริเวณหนึ่งอาจได้รับการแต่งหน้าที่ประณีต ในขณะที่อีกบริเวณยังคงความเรียบง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ลุคโดยรวมดูเยอะหรือรกจนเกินไป
7. Old & New (เก่าและใหม่)
JUNGSAEMMOOL ผสมผสานเทคนิคความงามที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเข้ากับเทรนด์ร่วมสมัย เป้าหมายไม่ใช่การปฏิเสธเทรนด์ แต่เป็นการตีความใหม่ให้เหมาะสมกับรูปลักษณ์และตัวตนของแต่ละบุคคล12
จุดแตกต่างของ JUNGSAEMMOOL
ตำแหน่งทางการตลาดของ JUNGSAEMMOOL สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นจุดตัดของสามสิ่ง:
วัฒนธรรมความงามเกาหลี + ศิลปะการแต่งหน้ามืออาชีพ + เครื่องสำอางสำหรับผู้บริโภค
ในขณะที่แบรนด์ K-beauty จำนวนมากเริ่มต้นด้วยส่วนผสมเฉพาะ แนวคิดสกินแคร์ เทรนด์ หรือภาพลักษณ์ที่มีความสดใส JUNGSAEMMOOL กลับเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า:
“ช่างแต่งหน้ามืออาชีพต้องทำอย่างไร เพื่อให้ใบหน้านี้ดูดีที่สุด?”
ความแตกต่างนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ แบรนด์จึงเน้นย้ำเรื่อง เทคนิค พอๆ กับตัวผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น คูชั่นไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะแค่รองพื้นที่อยู่ในตลับ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่าซึ่งประกอบด้วย:
- การเตรียมผิว
- ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้
- ตำแหน่งที่ลง
- การลงเป็นชั้นๆ
- เนื้อสัมผัส
- ความเปล่งประกาย
- สมดุลของใบหน้า
นี่คือเหตุผลที่อัตลักษณ์ของแบรนด์ผูกพันกับตัว Jung Saem Mool อย่างแยกไม่ออก
ประเภทผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ JUNGSAEMMOOL ได้ขยายออกไปไกลกว่าแนวคิดแบรนด์ศิลปินดั้งเดิม โดยร้านค้าอย่างเป็นทางการจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ไว้ดังนี้:
สกินแคร์
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมและบำรุงสภาพผิวก่อนลงเมคอัพ
เบสเมคอัพ
หนึ่งในหมวดหมู่ที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ ประกอบด้วย:
- คูชั่น
- รองพื้นเหลว
- แป้งฝุ่นอัดแข็ง
- คอนซีลเลอร์
- ไพรเมอร์
- ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิว
ปัจจุบัน แบรนด์ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อย่าง Masterclass Radiant Cushion, Masterclass Powder Foundation และ Skin Nuder Foundation3
เมคอัพดวงตา
ผลิตภัณฑ์สำหรับกำหนดรูปทรงและเน้นดวงตา โดยยังคงไว้ซึ่งความประณีตและเป็นธรรมชาติตามสไตล์ของแบรนด์
เมคอัพริมฝีปาก
ผลิตภัณฑ์ให้สีสันที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับปรัชญาการสร้างสมดุลใบหน้าโดยรวม
อุปกรณ์และเครื่องมือ
เนื่องจากแบรนด์มีรากฐานมาจากงานแต่งหน้ามืออาชีพ อุปกรณ์ต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการใช้งานของ JUNGSAEMMOOL
Salon.ZIP
คอนเซปต์ความงามที่เกี่ยวข้องภายในระบบนิเวศของ JUNGSAEMMOOL
นอกจากนี้ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการยังระบุสายผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ย่อยอื่นๆ ไว้ด้วย ได้แก่ BeginS by JUNGSAEMMOOL, Salon.ZIP และ KIDS1
ความสำคัญของเบสเมคอัพ
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสแบรนด์มาก่อน เบสเมคอัพคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจ JUNGSAEMMOOL
สุนทรียศาสตร์ของแบรนด์เชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับ:
ผิวใส + บางเบา + มีมิติ + เปล่งประกาย + ดูเป็นธรรมชาติ
ซึ่งแตกต่างจากเป้าหมายของการปกปิดสูงสุด ผลลัพธ์ในอุดมคติคือผิวหน้าที่ดูเรียบเนียนแต่ยังคงเห็นร่องรอยของผิวจริงอยู่บ้าง
ปรัชญานี้ปรากฏชัดเจนที่สุดในผลิตภัณฑ์คูชั่นและรองพื้น ตัวอย่างเช่น ร้านค้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทยระบุว่า Masterclass Radiant Cushion เป็นหนึ่งในสินค้าขายดี โดยเน้นย้ำถึงความเปล่งปลั่งที่ติดทนนานและองค์ความรู้ระดับช่างแต่งหน้ามืออาชีพ3
JUNGSAEMMOOL กับเทรนด์ “เมคอัพธรรมชาติ” แบบเกาหลี
JUNGSAEMMOOL มีความเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกับวิวัฒนาการของความนิยมในเกาหลีที่มุ่งเน้น เมคอัพที่ดูเป็นธรรมชาติ โปร่งใส และอ่อนเยาว์
คำว่าธรรมชาติในที่นี้ ไม่ได้ หมายถึงการ “ไม่แต่งหน้า” แต่หมายถึงการแต่งหน้าที่ผ่านการสร้างสรรค์มาอย่างพิถีพิถันจนผลลัพธ์สุดท้ายดู effortless
ความย้อนแย้งที่น่าสนใจคือ:
เมคอัพอาจมีความซับซ้อนทางเทคนิคสูงมาก แต่กลับดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง
นี่คือลักษณะเฉพาะของศิลปะการแต่งหน้ามืออาชีพ ลุคธรรมชาติอาจต้องใช้:
- การลงรองพื้นที่แม่นยำ
- การลงหลายชั้นแต่บางเบา
- การแก้ไขสีผิวอย่างระมัดระวัง
- การไฮไลท์อย่างมีกลยุทธ์
- การคุมความเงา
- การคอนทัวร์ที่แนบเนียน
- การเลือกจุดโฟกัสที่เหมาะสม
อาชีพของ Jung Saem Mool มีส่วนช่วยสร้างแนวทางนี้ให้กลายเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมความงามเกาหลี ประวัติอย่างเป็นทางการของเธอระบุว่าผลงานในช่วงทศวรรษที่ 1990 และ 2000 มีส่วนผลักดันให้เกิดเทรนด์เมคอัพที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาหลี1
พัฒนาการจากช่างแต่งหน้าสู่บริษัทเครื่องสำอาง
การพัฒนาของบริษัทสามารถแบ่งออกเป็นช่วงกว้างๆ ได้ดังนี้:
1991–2000s — ยุคช่างแต่งหน้า
Jung Saem Mool เริ่มต้นอาชีพและสร้างชื่อเสียงผ่านงานแต่งหน้าให้กับคนดังและงานระดับมืออาชีพ1
2005 — ด้านการศึกษา
เธอก่อตั้ง JUNG SAEM MOOL Academy เพื่อขยายปรัชญาการแต่งหน้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม1
2011 — MULE
Jung Saem Mool มีส่วนร่วมในการเปิดตัว MULE แบรนด์เครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องกับนักแสดง Tang Wei ซึ่งเป็นการขยายประสบการณ์ของเธอเข้าสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงาม1
2014 — จัดตั้งบริษัท
JUNGSAEMMOOL Beauty Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 20142
2015 — เปิดตัว JUNGSAEMMOOL
แบรนด์เครื่องสำอางสำหรับศิลปินเปิดตัวอย่างเป็นทางการ1
2017 — ขยายสาขาเรือธง
แบรนด์เปิดร้านแฟลกชิปแห่งแรกชื่อ JUNGSAEMMOOL PLOPS ในย่าน Garosu-gil กรุงโซล และได้รับรางวัล Best Brand Leadership Award จากเวที Korea Brand Awards1
2018–2020 — ขยายตลาดสากล
JUNGSAEMMOOL เริ่มขยายตัวผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซและร้านค้าปลีกในต่างประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น จีน ไทย และตลาดอื่นๆ12
2021–2024 — การเติบโตในเอเชีย
แบรนด์ขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมในจีน ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ และตลาดอื่นๆ ผ่านห้างสรรพสินค้า ร้านดิวตี้ฟรี และแพลตฟอร์มออนไลน์1
การขยายตลาดต่างประเทศ
JUNGSAEMMOOL ได้พัฒนาจากแบรนด์ศิลปินมืออาชีพในเกาหลี สู่แบรนด์ K-beauty ระดับนานาชาติ โดยการขยายตลาดที่มีการบันทึกไว้ประกอบด้วย:
ญี่ปุ่น
- LOFT
- PLAZA
- @cosme
- Amazon Japan
- Qoo10
- Rakuten
- ช่องทางค้าปลีกอื่นๆ
จีน
- Tmall
- JD/Jingdong
- Pinduoduo
- TikTok Global
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ไทย
- สิงคโปร์
- อินโดนีเซีย
สหรัฐอเมริกา
- การสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซในต่างประเทศ
ข้อมูลองค์กรระบุว่าบริษัทมีการส่งออกไปยังตลาดจีนและอาเซียน และได้ดำเนินการขยายตลาดไปยังสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และภูมิภาคอื่นๆ2
JUNGSAEMMOOL ในประเทศไทย
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่สำคัญของแบรนด์
JUNGSAEMMOOL ได้เปิดเว็บไซต์ทางการในประเทศไทยเมื่อปี 2020 ต่อเนื่องจากการขยายร้านค้าปลีกก่อนหน้า โดยประวัติการดำเนินงานระบุถึงการปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ รวมถึง Siam Center, Siam Paragon และช่องทางค้าปลีกอื่นๆ ตลอดจนกิจกรรมป๊อปอัพสโตร์ในเวลาต่อมา3
ข้อมูลร้านค้าสากลในปัจจุบันระบุสาขาในประเทศไทย ได้แก่:
- Siam Center
- Siam Paragon
- ICONSIAM
- Terminal 21 Asok
- Mega Bangna1
อัตลักษณ์และภาพลักษณ์แบรนด์
อัตลักษณ์ทางภาพลักษณ์ของ JUNGSAEMMOOL มีความเป็น มืออาชีพและประณีต มากกว่าความน่ารักหรือการเกาะกระแส
สุนทรียศาสตร์ของแบรนด์สรุปได้ว่า:
ช่างแต่งหน้ามืออาชีพเกาหลี × ความหรูหราแบบสุขุม × ความงามตามธรรมชาติ
แบรนด์หลีกเลี่ยงการวางตำแหน่งตัวเองไว้กับความแปลกใหม่หรือความวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่สร้างอัตลักษณ์บนพื้นฐานของ ความเชี่ยวชาญ
นี่คือเหตุผลที่ชื่อของผู้ก่อตั้งถูกใช้เป็นชื่อแบรนด์ “JUNGSAEMMOOL” ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นตามกระแสแฟชั่น แต่เป็นการสื่อสารถึงอำนาจและความน่าเชื่อถือของช่างแต่งหน้าผู้อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์
ความสัมพันธ์ระหว่าง JUNGSAEMMOOL กับ K-beauty
JUNGSAEMMOOL มีตำแหน่งที่น่าสนใจในวงการ K-beauty แม้จะเป็น K-beauty แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็น K-beauty ในแบบฉบับ stereotypical เสมอไป
ตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความแตกต่าง:
| ตำแหน่งทางการตลาด K-beauty ทั่วไป | ตำแหน่งทางการตลาด JUNGSAEMMOOL |
|---|---|
| เทรนด์ | เทคนิค |
| ส่วนผสม | ศิลปะการแต่งหน้า |
| น่ารัก/สดใส | ประณีต/มืออาชีพ |
| เน้นสกินแคร์เป็นหลัก | เน้นทักษะช่างแต่งหน้าเป็นหลัก |
| ความแปลกใหม่ของสินค้า | เทคนิค + สินค้า |
| “Glass skin” ในฐานะเทรนด์ | ผิวธรรมชาติในฐานะหลักการทางศิลปะ |
| ดึงดูดผู้บริโภควงกว้าง | ความเชี่ยวชาญระดับโปรที่ปรับให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ |
แม้จะไม่ใช่เส้นแบ่งที่ตายตัว เพราะ JUNGSAEMMOOL ก็มีส่วนร่วมในเทรนด์ K-beauty เช่นกัน แต่ตารางข้างต้นช่วยอธิบายได้ว่าทำไมแบรนด์จึงมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีจำนวนมาก
รางวัลและการยอมรับ
ผู้ก่อตั้งได้รับการยกย่องจากผลงานการเป็นช่างแต่งหน้า รวมถึงรางวัลจากสถาบันที่เกี่ยวข้องกับความงามในเกาหลี เช่น Asia Model Festival และ Fashionista Awards
ตัวแบรนด์เองได้รับรางวัล Best Brand Leadership Award จากเวที Korea Brand Awards ในปี 201712
การยอมรับเหล่านี้ช่วยตอกย้ำตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทในฐานะ แบรนด์ความงามระดับมืออาชีพที่นำโดยศิลปิน แทนที่จะเป็นเพียงบริษัทเครื่องสำอางในตลาดมวลชน
บริษัทและสำนักงานใหญ่
แบรนด์และคอนเซปต์ที่เกี่ยวข้อง
JUNGSAEMMOOL ได้ขยายไปสู่คอนเซปต์ที่เกี่ยวข้องหลายด้าน แทนการดำเนินงานในฐานะไลน์เมคอัพเพียงอย่างเดียว
เว็บไซต์ทางการในปัจจุบันระบุรายชื่อไว้ดังนี้:
- JUNGSAEMMOOL
- BeginS by JUNGSAEMMOOL
- Salon.ZIP
- KIDS1
การขยายตัวนี้ช่วยสร้างระบบนิเวศความงามที่กว้างขึ้นรอบๆ แบรนด์ศิลปินดั้งเดิม
สิ่งที่ JUNGSAEMMOOL เป็นตัวแทน
ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น JUNGSAEMMOOL เป็นตัวแทนของแนวทางความงามแบบเกาหลีเฉพาะทาง:
ความเชี่ยวชาญควรกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
เมคอัพที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องดูเหมือน “แต่งหน้าเยอะ” แต่เทคนิคควรมีความประณีตเพียงพอที่จะทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายดูเป็นธรรมชาติ
นั่นอธิบายได้ว่าทำไมแนวคิดเช่น หนา/บาง, อุ่น/เย็น, เปียก/แห้ง, จุดโฟกัส และ เรียบง่าย/ซับซ้อน จึงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แท้จริงแล้วคือ เครื่องมือสำหรับการควบคุมการรับรู้ทางสายตา
ความสำคัญของแบรนด์
JUNGSAEMMOOL มีความสำคัญในวงการ K-beauty ด้วยเหตุผลหลายประการ:
① ก่อตั้งโดยศิลปิน
แบรนด์มีต้นกำเนิดโดยตรงจากอาชีพของช่างแต่งหน้ามืออาชีพ มิใช่การสร้างขึ้นมาในฐานะฉลากเครื่องสำอางเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว
② ช่วยทำให้เทคนิคแต่งหน้ามืออาชีพเข้าถึงได้ง่าย
แบรนด์แปลงเทคนิคที่ปกติสงวนไว้สำหรับช่างแต่งหน้า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคใช้งานได้ง่าย
③ เชื่อมโยงกับเมคอัพธรรมชาติแบบเกาหลีอย่างแน่นแฟ้น
อาชีพของ Jung Saem Mool เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนาและเผยแพร่วิถีความงามแบบเกาหลีที่ดูเป็นธรรมชาติ1
④ มีปรัชญาทางเทคนิคที่จับต้องได้
ระบบ KEY7 มอบกรอบแนวคิดที่ชัดเจนในการอธิบายแนวทางการแต่งหน้าของแบรนด์
⑤ การขยายตัวในระดับสากล
จากต้นกำเนิดในเกาหลี แบรนด์ได้สร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายและร้านค้าปลีกทั่วทั้งเอเชียและตลาดต่างประเทศอื่นๆ12





