เกี่ยวกับ Dilmah
ภาพรวม
Dilmah เป็นแบรนด์ชาจากประเทศศรีลังกา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1985 โดย Merrill J. Fernando บริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในชาซีลอน (Ceylon tea) ซึ่งเป็นชื่อเรียกดั้งเดิมของชาที่ผลิตในศรีลังกา Dilmah ได้รับความสนใจอย่างมากจากการเน้นกระบวนการผลิต แปรรูป บรรจุ และสร้างแบรนด์ภายในประเทศต้นกำเนิด แทนที่จะส่งออกใบชาเป็นสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อนำไปผสมและบรรจุในต่างประเทศ 1
ชื่อ “Dilmah” มาจากการนำชื่อลูกชายทั้งสองคนของ Fernando คือ Dilhan และ Malik มารวมกัน แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอชาซีลอนแท้ๆ จากแหล่งเดียว (single-origin) ส่งตรงจากศรีลังกาไปยังผู้บริโภคทั่วโลก ในขณะที่คงมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ภายในประเทศผู้ผลิตให้ได้มากที่สุด 1
Dilmah นิยามตนเองว่าเป็นธุรกิจครอบครัวด้านชาที่เติบโตจากผู้ผลิตรายย่อยในศรีลังกาสู่แบรนด์ระดับนานาชาติ ตามข้อมูลของบริษัท ผลิตภัณฑ์ของบริษัทวางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศ 2
ช่วงชีวิตแรกเริ่มของ Merrill J. Fernando
ประวัติศาสตร์ของ Dilmah มีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับ Merrill J. Fernando ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเกิดในปี ค.ศ. 1930 ที่เมืองเนกอมโบ (Negombo) ประเทศศรีลังกา Fernando เข้าสู่ธุรกิจชานับตั้งแต่ยุคที่ศรีลังกายังเป็นที่รู้จักในระดับสากลในชื่อ “ซีลอน”
ในช่วงทศวรรษ 1950 เขาเดินทางไปยังกรุงลอนดอนเพื่อฝึกฝนทักษะการชิมชา (tea taster) และได้สั่งสมประสบการณ์อย่างกว้างขวางในวงการการค้าชาระหว่างประเทศ ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา สังเกตเห็นว่าชาจากศรีลังกา มักถูกปฏิบัติในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก แม้จะปลูกและผลิตในศรีลังกา แต่ส่วนใหญ่มักถูกส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อการผสม การสร้างแบรนด์ และการบรรจุหีบห่อ
Fernando จึงตัดสินใจสร้างธุรกิจชาที่จะมีอำนาจควบคุมผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป
การก่อตั้ง Dilmah
ก่อนหน้าที่จะสร้างแบรนด์ Dilmah Fernando ได้จัดตั้งธุรกิจต่างๆ ภายในอุตสาหกรรมชามาก่อนแล้ว วิสัยทัศน์ของเขาสำเร็จลุล่วงในปี ค.ศ. 1985 เมื่อมีการเปิดตัว Dilmah ในฐานะบริษัทชาซีลอนที่มีแบรนด์ของตนเอง 1
แนวคิดนี้ถือว่าค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับอุตสาหกรรมชาระดับนานาชาติในขณะนั้น กล่าวคือ ชาจะถูกปลูก ผลิตตามแบบดั้งเดิม บรรจุ และสร้างแบรนด์ในศรีลังกา แทนที่จะถูกส่งออกเป็นใบชาจำนวนมหาศาลให้บริษัทข้ามชาติไปดำเนินการผสมและบรรจุต่อ
Dilmah อธิบายแนวทางนี้ว่าเป็นการบุกเบิกชาจากแหล่งเดียว (pioneering single-origin tea) ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเน้นย้ำถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาซีลอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านแนวปฏิบัติในการนำเสนอชาที่ไม่ผ่านการผสม (unblended teas) ซึ่งบรรจุ ณ แหล่งผลิต 3
การขยายตัวสู่ตลาดโลก
Dilmah เริ่มมีการปรากฏตัวในตลาดต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญในออสเตรเลีย โดยแบรนด์นี้ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดดังกล่าวในช่วงทศวรรษ 1980 จากนั้นจึงขยายต่อไปยังตลาดอื่นๆ รวมถึงนิวซีแลนด์ ยุโรป อเมริกาเหนือ และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
การเติบโตของบริษัทพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ผลิตชาจากศรีลังกาสามารถพัฒนาและทำการตลาดแบรนด์สำหรับผู้บริโภคในระดับนานาชาติได้ด้วยตนเอง แทนที่จะพึ่งพาการขายใบชาให้แบรนด์ต่างชาติรายใหญ่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบัน Dilmah ระบุว่าชาของบริษัทได้รับความนิยมในกว่า 100 ประเทศ 2
ความหมายของชื่อ “Dilmah”
ชื่อแบรนด์ Dilmah เป็นการผสมผสานระหว่างชื่อของบุตรชายทั้งสองคนของ Merrill J. Fernando ได้แก่:
- Dilhan Fernando
- Malik Fernando
บุตรชายทั้งสองต่อมาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารและพัฒนาธุรกิจของครอบครัว โดย Dilhan Fernando ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Dilmah Ceylon Tea Company PLC ในปัจจุบัน ส่วน Malik Fernando มีบทบาทเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านการพักผ่อนหย่อนใจและการบริการของครอบครัว 1
โครงสร้างธุรกิจและองค์กร
นิติบุคคลหลักที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์นี้คือ Dilmah Ceylon Tea Company PLC ซึ่งเป็นบริษัทชาสัญชาติศรีลังกา บริษัทนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม MJF Group ซึ่งมีความสัมพันธ์กับตระกูล Fernando
เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแยกความแตกต่างระหว่างแบรนด์ Dilmah ตัวบริษัทชา และกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของครอบครัว แม้ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะจดจำ Dilmah ในฐานะแบรนด์ชาเป็นหลัก แต่การดำเนินงานของบริษัทครอบคลุมไปถึงด้านเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โครงการสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
Dilmah Ceylon Tea Company PLC จัดทำรายงานประจำปีแบบบูรณาการซึ่งครอบคลุมผลการดำเนินงานทางการเงิน สิ่งแวดล้อม และสังคม รายงานฉบับล่าสุดครอบคลุมปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2026 และระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการสร้างมูลค่า 40 ปีของบริษัท
ผลิตภัณฑ์
ธุรกิจหลักของ Dilmah คือชา โดยเฉพาะชาซีลอนจากศรีลังกา พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่และรูปแบบ:
- ชาดำ
- ชาเขียว
- ชาขาว
- สมุนไพรและเครื่องดื่มสมุนไพร (Herbal and infusion products)
- ชาแต่งกลิ่น
- ชาพิเศษและชาพรีเมียม
- ถุงชา
- ใบชา Loose-leaf
- ชุดของขวัญและคอลเลกชันพิเศษ
- ชาเย็นและเครื่องดื่ม berbasisชาอื่นๆ
จุดเด่นพื้นฐานของบริษัทอยู่ที่การเน้นย้ำเรื่องแหล่งที่มาและความสดใหม่ของชา Dilmah ส่งเสริมชาที่ถูกเก็บเกี่ยว แปรรูป และบรรจุ ณ แหล่งผลิตในศรีลังกา 3
ชาซีลอนและแนวคิด “Single Origin”
องค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ Dilmah คือความเชื่อมโยงกับชาซีลอน คำว่า “Ceylon” เป็นชื่อในอดีตของประเทศศรีลังกา และยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมชาระดับนานาชาติเพื่อระบุชาจากศรีลังกา
ต่างจากชาโภคภัณฑ์ที่อาจเป็นการผสมผสานใบชาจากหลายประเทศหรือหลายภูมิภาค Dilmah เน้นย้ำถึงลักษณะเฉพาะตัวของชาศรีลังกา บริษัทอธิบายว่าชาของตนมีความสดใหม่จากไร่และไม่ผ่านการผสม โดยกระบวนการผลิตและบรรจุทั้งหมดเกิดขึ้นในศรีลังกา 4
แนวคิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการวางตำแหน่งแบรนด์: ผู้บริโภคจะได้ทราบแน่ชัดว่าชานั้นมาจากประเทศที่เป็นแหล่งผลิตโดยเฉพาะ ไม่ใช่สูตรผสมทั่วไปที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน
ปรัชญาการผลิต
ปรัชญาการผลิตของ Dilmah ผสมผสานวิธีการทำชาแบบดั้งเดิมกับการควบคุมคุณภาพสมัยใหม่ บริษัทเน้นย้ำห่วงโซ่การดูแลรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง:
แหล่งที่มา → การเก็บเกี่ยว → การแปรรูป → การชิม → การบรรจุ → ผู้บริโภค
แทนที่จะมองชาเป็นเพียงสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ Dilmah นำเสนอมันในฐานะผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่รสชาติได้รับอิทธิพลจากสายพันธุ์ ระดับความสูง สภาพอากาศ ดิน ปริมาณน้ำฝน ภูมิศาสตร์ ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว และกระบวนการผลิต
บริษัทยังระบุอีกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านชาของบริษัททำการชิมชาหลายพันชนิดในแต่ละ week เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินคุณภาพที่เข้มงวด
ปรัชญาแบรนด์
คุณสมบัติเด่นประการหนึ่งของ Dilmah คือปรัชญาที่ Merrill J. Fernando วางไว้:
“Business is a matter of human service.”
(ธุรกิจคือเรื่องของงานบริการมนุษย์)
สำหรับ Fernando ความสำเร็จทางการค้ามีเป้าหมายเพื่อรับใช้สังคม ปรัชญานี้ยังคงเป็นแกนกลางของอัตลักษณ์บริษัท 1
ปัจจุบัน Dilmah สื่อสารจุดประสงค์ผ่านแนวคิดหลัก 4 ประการที่เชื่อมโยงกัน:
- คุณภาพ (Quality) — รักษามาตรฐานคุณภาพและความแท้จริงของชาซีลอน
- ความซื่อสัตย์ (Integrity) — ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตั้งแต่ไร่ชาจนถึงมือผู้บริโภค
- ผู้คน (People) — สนับสนุนพนักงาน เกษตรกร และชุมชน
- ธรรมชาติ (Nature) — ปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชา
นอกจากนี้ บริษัทยังสรุปข้อเสนอของแบรนด์ด้วยวลี “Taste, Goodness and Purpose” (รสชาติ คุณค่า และจุดมุ่งหมาย)
ความรับผิดชอบต่อสังคม
Dilmah ไม่ได้มองว่าความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นโครงการแยกส่วน แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจโดยสมบูรณ์
Merrill J. Fernando ได้ก่อตั้งมูลนิธิ MJF Charitable Foundation ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมด้านสังคมและมนุษยธรรมทั้งในศรีลังกาและพื้นที่อื่น ๆ มูลนิธิทำงานในหลายด้าน ได้แก่:
- การศึกษา
- การพัฒนาชุมชน
- การช่วยเหลือผู้พิการ
- การส่งเสริมผู้ประกอบการ
- โภชนาการ
- สาธารณสุข
- การเสริมพลังสตรีและเยาวชน
- การช่วยเหลือชุมชนด้อยโอกาส
Dilmah ระบุว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากธุรกิจชา ถูกนำไปสนับสนุนโครงการเหล่านี้ 1
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของปรัชญา Dilmah บริษัทได้จัดตั้ง Dilmah Conservation เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และโครงการอนุรักษ์
กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทครอบคลุมประเด็น:
- ความหลากหลายทางชีวภาพ
- สัตว์ป่า
- ระบบนิเวศป่าไม้
- การฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย
- การให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
- การเกษตรที่ยั่งยืน
- โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Dilmah อธิบายว่าความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งพื้นฐานสำหรับธุรกิจ เนื่องจากกระบวนการผลิตชาต้องพึ่งพาระบบนิเวศที่แข็งแรงโดยตรง 1
ความยั่งยืน
Dilmah ได้ผนวกเรื่องความยั่งยืนเข้าไปในรายงานและกลยุทธ์องค์กร แนวทางความยั่งยืนในปัจจุบันรวมถึงความพยายามในการลดคาร์บอน ลดพลาสติก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และพัฒนาสังคม บริษัทระบุว่ามีพันธะสัญญาต่อเป้าหมายเชิงวิทยาศาสตร์ (science-based targets) ในการลดรอยเท้าคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ตัวอย่างเช่น รายงานความยั่งยืนปี 2023–24 ของบริษัทชี้ให้เห็นถึงการลดลงของบรรจุภัณฑ์พลาสติกและงานอนุรักษ์ในพื้นที่ Central Highlands ของศรีลังกา
รายงานประจำปีแบบบูรณาการฉบับล่าสุดของ Dilmah สำหรับปี 2025/26 ยังคงนำเสนอผลการดำเนินงานทางการเงินและไม่ใช่การเงินร่วมกัน สะท้อนถึงแนวทางของบริษัทในการบูรณาการปัจจัยทางพาณิชย์ สิ่งแวดล้อม และสังคม
การเป็นเจ้าของโดยครอบครัวและผู้นำ
Dilmah ยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูล Fernando การนำองค์กรเปลี่ยนผ่านจาก Merrill J. Fernando ผู้ก่อตั้ง ไปสู่รุ่นที่สอง โดยเฉพาะบุตรชายสองคนคือ Dilhan Fernando และ Malik Fernando รวมถึงรุ่นที่สามที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการของครอบครัว
การเป็นเจ้าของโดยครอบครัวเป็นองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์องค์กร Dilmah ไม่ได้นำเสนอตัวเองเป็นเพียงบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่เน้นย้ำตัวตนในฐานะธุรกิจชาของครอบครัวที่มีความผูกพันระยะยาวกับการผลิตชาในศรีลังกา
การมีอยู่ทั่วโลก
Dilmah พัฒนาจากธุรกิจชาท้องถิ่นในศรีลังกาสู่แบรนด์ชาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ตามข้อมูลของบริษัท ผลิตภัณฑ์มีจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศ การมีอยู่ระดับโลกครอบคลุมช่องทางค้าปลีก โรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง ตลอดจนประสบการณ์ด้านชาพิเศษและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 2
ในระดับสากล แบรนด์นี้มักถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดของชาซีลอนเกรดพรีเมียมที่ผลิตในศรีลังกา
การท่องเที่ยวเชิงชาและบริการต้อนรับ
กิจกรรมของตระกูล Dilmah ขยายขอบเขตเกินกว่าแค่ชาบรรจุกล่อง ตัวอย่างหนึ่งคือ Tea Trails แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงชาที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคปลูกชาตอนกลางของศรีลังกา ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสไร่ชาประวัติศาสตร์ ภูมิทัศน์สวนยาง และวัฒนธรรมassociated with Ceylon tea
สิ่งนี้สะท้อนกลยุทธ์ที่ใหญ่กว่าในการนำเสนอชาไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางการเกษตร วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของศรีลังกา
การตลาดและอัตลักษณ์แบรนด์
การตลาดของ Dilmah traditionally มุ่งเน้นไปที่ 3 ธีมหลัก:
- แหล่งกำเนิดจากซีลอน
- ความเชี่ยวชาญด้านชา
- จริยธรรมและจุดมุ่งหมายทางสังคม
ตัวผู้ก่อตั้งเองกลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ แทนที่จะนำเสนอ Dilmah เป็นแบรนด์องค์กรไร้ตัวตน บริษัทได้เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับ Merrill J. Fernando และความมุ่งมั่นส่วนตัวของเขาที่มีต่อชาเสมอมา
สโลแกน “Do try it” กลายเป็นคำที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างใกล้ชิดระหว่างการขยายตัวสู่ตลาดออสเตรเลีย
อัตลักษณ์ที่นำโดยผู้ก่อตั้งนี้ช่วยให้ Dilmah แตกต่างจากบริษัทชาระดับนานาชาติที่แบรนด์มักตัดขาดจากผู้ผลิตเฉพาะเจาะจงและภูมิภาคปลูกชาเบื้องหลังผลิตภัณฑ์
ความแตกต่าง
ความแตกต่างของ Dilmah สามารถสรุปได้ดังนี้:
| ด้าน | แนวทางของ Dilmah |
|---|---|
| แหล่งกำเนิด | ศรีลังกา / ซีลอน |
| ก่อตั้งเมื่อ | 1985 |
| ผู้ก่อตั้ง | Merrill J. Fernando |
| ชื่อ | Dilhan + Malik |
| ผลิตภัณฑ์หลัก | ชาซีลอน |
| ปรัชญาการผลิต | ผลิตและบรรจุ ณ แหล่งกำเนิด |
| สไตล์ชา | เน้นหนักที่ชาจากแหล่งเดียวและไม่ผสม |
| ความเป็นเจ้าของ | ครอบครัว |
| ปรัชญาหลัก | ธุรกิจคืองานบริการมนุษย์ |
| แขนงสังคม | มูลนิธิ MJF Charitable Foundation |
| แขนงสิ่งแวดล้อม | Dilmah Conservation |
| ขอบเขตสากล | กว่า 100 ประเทศ |
| เสาหลักของแบรนด์ | Taste, Goodness and Purpose |
| ค่านิยมองค์กร | Quality, Integrity, People and Nature |
1930
Merrill J. Fernando เกิดที่เมือง Negombo ประเทศศรีลังกา
ทศวรรษ 1950
Fernando เข้ารับการฝึกอบรมในวงการการค้าชาระหว่างประเทศและกลายเป็นนักชิมชาอาชีพในลอนดอน
ทศวรรษ 1960–1980
Fernando พัฒนาธุรกิจชาของตนเองและทำงานเพื่อเพิ่มสัดส่วนความเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วมของชาวศรีลังกาในวงการการค้าชา
1985
เปิดตัว Dilmah โดยใช้ชื่อตามบุตรชายของ Fernando คือ Dilhan และ Malik 1
ปลายทศวรรษ 1980
Dilmah ขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลีย และเริ่มวางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์ชาสำหรับผู้บริโภคมากกว่าจะเป็นเพียงผู้ส่งออกใบชาจำนวนมาก
ทศวรรษ 1990–2000
บริษัทขยายไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมและพัฒนาโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
2007
จัดตั้ง Dilmah Conservation ขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท
ทศวรรษ 2010
Dilmah พัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่กว้างขึ้นของชาพิเศษ ประสบการณ์ด้านชา และโครงการความยั่งยืน พร้อมกับการขยายตัวสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
ทศวรรษ 2020
ธุรกิจดำเนินต่อภายใต้การบริหารของตระกูล Fernando รุ่นที่สองและสาม โดยเน้นหนักขึ้นในเรื่องความยั่งยืน การรับมือกับสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบทางสังคมแบบบูรณาการ 1
2025–2026
รายงานประจำปีแบบบูรณาการฉบับล่าสุดของ Dilmah บันทึกครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ Dilmah ครอบคลุมปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 รายงานระบุรายได้มากกว่า LKR 22.14 พันล้าน และกำไรก่อนภาษีประมาณ LKR 2.45 พันล้านสำหรับปีดังกล่าว
ผู้ก่อตั้ง: Merrill J. Fernando
Merrill Joseph Fernando เป็นบุคคลศูนย์กลางในเรื่องราวของ Dilmah ความสำคัญของเขายิ่งใหญ่กว่าแค่การก่อตั้งแบรนด์ชา โมเดลธุรกิจของเขาท้าทายโครงสร้างดั้งเดิมของอุตสาหกรรมชาระหว่างประเทศ โดยพยายามดันให้ผู้ผลิตชาศรีลังกาขยับขึ้นไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้น—from เพียงแค่ปลูกและส่งออกชา ไปสู่การผลิต สร้างแบรนด์ และขายผลิตภัณฑ์ชาสำเร็จรูปในตลาดโลก
ปรัชญาของเขาเชื่อว่ากิจกรรมทางการค้าควรสร้างประโยชน์เกินกว่าแค่ผู้ถือหุ้น โดยขยายไปถึงพนักงาน ชุมชน เกษตรกร และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
ปรัชญานี้ยังคงกำหนดอัตลักษณ์องค์กรของ Dilmah ต่อไปหลังจากที่เขาเสียชีวิต โดยมีบุตรชายและหลานชายสืบทอดธุรกิจครอบครัว 1
Dilmah ในปัจจุบัน
ณ ปี 2026 Dilmah สามารถเข้าใจได้ดีที่สุดในฐานะธุรกิจชาศรีลังกาที่เป็นเจ้าของโดยครอบครัวและมีการบูรณาการแนวดิ่ง (vertically integrated) และเป็นแบรนด์ผู้บริโภคระดับนานาชาติ มากกว่าจะเป็นเพียงฉลากชาบรรจุกล่อง
ข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัทผสมผสานระหว่างแหล่งกำเนิดศรีลังกา ความเชี่ยวชาญด้านชา การเป็นเจ้าของโดยครอบครัว ตำแหน่งทางการตลาดแบบ Single-origin ความรับผิดชอบต่อสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
บริษัทยังคงผูกพันอย่างแข็งแกร่งกับมรดกชาซีลอนของศรีลังกาในขณะที่ดำเนินงานในระดับสากล กลยุทธ์องค์กรปัจจุบันยังคงเน้นย้ำคุณภาพ ความแท้จริง ความยั่งยืน และหลักการที่ว่าความสำเร็จทางการค้าควรมีส่วนร่วมต่อทั้งผู้คนและธรรมชาติ





