เกี่ยวกับ Vaseline
Vaseline เป็นหนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเจลลี่ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ปัจจุบันแบรนด์อยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของของ Unilever และมีการจัดจำหน่ายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ตลอดระยะเวลาประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี Vaseline ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมเจลลี่เพียงชนิดเดียว สู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้แก่ โลชั่น ลิปบาล์ม ครีมทาตัว ผลิตภัณฑ์บำรุงมือ และโซลูชันดูแลผิวอื่นๆ 1
ภาพรวม
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Vaseline |
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและของใช้ส่วนตัว |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1870 |
| ผู้ก่อตั้ง | Robert Augustus Chesebrough |
| สำนักงานใหญ่ (แหล่งกำเนิดแบรนด์) | Brooklyn, New York, United States |
| เจ้าของปัจจุบัน | Unilever |
| อุตสาหกรรม | สินค้าอุปโภคบริโภค / ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว |
| ผลิตภัณฑ์ | Petroleum Jelly, Body Lotions, Lip Care, Hand Creams, Body Creams, Moisturizers |
| การจัดจำหน่าย | กว่า 70 ประเทศทั่วโลก |
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นของ Vaseline ย้อนกลับไปในปี 1859 เมื่อ Robert Augustus Chesebrough นักเคมีชาวอเมริกัน ได้เดินทางไปยังบ่อน้ำมันในเมือง Titusville, Pennsylvania ที่นั่นเขาได้สังเกตเห็นว่าคนงานนิยมนำสารตกค้างลักษณะคล้ายขี้ผึ้งซึ่งเกาะอยู่บนอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำมัน มาใช้ทาเพื่อสมานแผลไฟไหม้และบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ
ด้วยความสนใจในศักยภาพของสารดังกล่าว Chesebrough จึงนำตัวอย่างกลับมายังห้องปฏิบัติการของเขาใน Brooklyn และใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาจนได้ปิโตรเลียมเจลลี่ที่บริสุทธิ์ ในปี 1865 เขาได้จดสิทธิบัตรกระบวนการทำให้บริสุทธิ์นี้ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของผลิตภัณฑ์ Vaseline ในเวลาต่อมา 1
ในปี 1870 ผลิตภัณฑ์นี้ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อแบรนด์ Vaseline และถือเป็นหนึ่งในสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการสร้างแบรนด์เป็นกลุ่มแรกๆ ของทวีปอเมริกาเหนือ Chesebrough ได้เดินทางไปทั่วสหรัฐอเมริกาด้วยตนเองเพื่อสาธิตสรรพคุณในการรักษาแผล ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็ว
รายงานระบุว่าภายในปี 1874 ยอดขาย Vaseline ในสหรัฐอเมริกานั้นสูงถึงประมาณ หนึ่งกระปุกต่อนาที 1
ที่มาของชื่อ
เชื่อว่าชื่อ “Vaseline” เกิดจากการผสมคำระหว่าง:
- “Wasser” (ภาษาเยอรมัน แปลว่า น้ำ)
- “Elaion” (ภาษากรีก แปลว่า น้ำมันมะกอก)
ชื่อนี้สะท้อนถึงคุณสมบัติที่เรียบลื่นและการปกป้องของผลิตภัณฑ์ เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า “Vaseline” ได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างมากจนในบางประเทศถูกใช้เป็นคำเรียกทั่วไปสำหรับปิโตรเลียมเจลลี่ แม้ว่าจะยังคงเป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในหลายภูมิภาคก็ตาม 2
การเติบโตของแบรนด์
เดิมทีแบรนด์เป็นที่รู้จักเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ Vaseline Petroleum Jelly แต่ต่อมาได้ค่อยๆ ขยายไปสู่พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ครบวงจร
ในปัจจุบัน Vaseline มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ได้แก่:
- Petroleum Jelly
- Intensive Care Body Lotions
- Lip Therapy
- Hand Creams
- Body Creams
- Moisturizing Serums
- ผลิตภัณฑ์ Clinical Care
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย (ในบางตลาด)
แบรนด์มุ่งเน้นเรื่องการฟื้นฟูสภาพผิวแห้ง การเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว และการมอบความชุ่มชื้นที่ยาวนาน 1
ผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์: Vaseline Petroleum Jelly
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นที่สุดของแบรนด์คือ Vaseline Original Healing Jelly ซึ่งมีส่วนประกอบหลักจาก ปิโตรเลียมเจลลี่บริสุทธิ์ 100%
กระบวนการทำให้บริสุทธิ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อกำจัดสิ่งเจือปน ส่งผลให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความละเอียดสูง ใช้สำหรับวัตถุประสงค์ดังนี้:
- กักเก็บความชุ่มชื้น
- ปกป้องบาดแผลเล็กน้อยและรอยถลอก
- ช่วยป้องกันผิวแตกแห้ง
- ลดแรงเสียดสี
- บรรเทาอาการปากแห้งแตก
- ปกป้องผิวบอบบางแพ้ง่าย
- สนับสนุนการฟื้นตัวของผิวที่แห้งและแตก
ผลิตภัณฑ์นี้จะทำหน้าที่สร้างเกราะป้องกันบนผิวหนังมากกว่าการเติมน้ำโดยตรง ซึ่งช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1
กรรมสิทธิ์และการถือครอง
แบรนด์ Vaseline ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย Chesebrough Manufacturing Company เป็นครั้งแรก
ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรดังนี้:
- Chesebrough Manufacturing ได้ควบรวมกิจการกับ Pond’s กลายเป็นบริษัท Chesebrough-Pond’s
- ในปี 1987 Unilever ได้เข้าซื้อกิจการ Chesebrough-Pond’s ทำให้ Vaseline เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับโลกของบริษัท 2
ปัจจุบัน Vaseline ถือเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเรือธงที่สำคัญของ Unilever
การดำเนินงานในระดับโลก
ผลิตภัณฑ์ Vaseline มีการจัดจำหน่ายครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ได้แก่:
- อเมริกาเหนือ
- ยุโรป
- เอเชีย
- แอฟริกา
- อเมริกาใต้
- ออสเตรเลีย
แบรนด์ได้มีการปรับแต่งสายผลิตภัณฑ์บางส่วนให้สอดคล้องกับความนิยมในแต่ละภูมิภาค ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาสสูตรหลักของปิโตรเลียมเจลลี่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
วิจัยและนวัตกรรม
ผลิตภัณฑ์ Vaseline ยุคใหม่ได้รับการพัฒนาโดยเน้นเรื่องสุขภาพผิวและความชุ่มชื้นเป็นหลัก แบรนด์ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าปิโตรเลียมเจลลี่ โดยนำส่วนผสมต่างๆ มาใช้ในสูตรผลิตภัณฑ์ เช่น:
- Hyaluronic acid
- Vitamin B3 (Niacinamide)
- Vitamin C
- Cocoa Butter
- Aloe Vera
- Oat Extract
- Ceramides (ในผลิตภัณฑ์ที่เลือกสรรแล้ว)
ส่วนผสมเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในโลชั่นและครีมเพื่อแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ความแห้งกร้าน สีผิวไม่สม่ำเสมอ และการเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว 1
พันธกิจ
ตามแถลงการณ์ของแบรนด์ พันธกิจของ Vaseline คือการช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย ตลอดจนสนับสนุนการศึกษาและการดูแลสุขภาพผิวในชุมชนที่ขาดแคลน
ประเภทผลิตภัณฑ์หลัก
- Healing Jelly – ปิโตรเลียมเจลลี่สูตรดั้งเดิมและสูตรพิเศษต่างๆ
- Intensive Care Lotions – มอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับใช้ประจำวัน ตอบโจทย์ความต้องการของผิวแต่ละประเภท
- Lip Therapy – ลิปบาล์มและผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปาก
- Clinical Care – มอยส์เจอร์ไรเซอร์ขั้นสูงสำหรับผิวแห้งมาก
- Body Creams
- Hand Creams
- Men’s Skincare (เฉพาะบางตลาด)
การรับรู้ของแบรนด์
Vaseline ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปิโตรเลียมเจลลี่ของแบรนด์เป็นสินค้าประจำครัวเรือนมาหลายชั่วอายุคน และแบรนด์ยังสามารถขยายชื่อเสียงผ่านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ด้านการปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวไว้ได้มั่นคง จนถึงปัจจุบัน Vaseline ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับโลกที่สำคัญของ Unilever 1





