T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ The Saem

The Saem (더샘; เขียนในรูปแบบ THE SAEM) เป็นแบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 ในฐานะบริษัทในเครือของ Hankook Cosmetics แบรนด์นี้วางตำแหน่งตนเองไว้ ณ จุดตัดระหว่าง วัตถุดิบจากธรรมชาติ วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเกาหลี ฟังก์ชันการบำรุงผิว และศิลปะการแต่งหน้า ชื่อและอัตลักษณ์ของแบรนด์สื่อถึงแนวคิดเรื่อง น้ำพุ หรือ ต้นกำเนิด ซึ่งสะท้อนถึงการแสวงหาความงามอย่างไม่สิ้นสุด และการรวบรวมองค์ความรู้ด้านความงามจากทั่วโลก 1

เว็บไซต์ทางการของ THE SAEM

ภาพรวมแบรนด์

หมวดหมู่ ข้อมูล
ชื่อแบรนด์ THE SAEM / The Saem
ชื่อภาษาเกาหลี 더샘
ปีที่ก่อตั้ง 2010
ประเทศ เกาหลีใต้
บริษัทแม่ Hankook Cosmetics
อุตสาหกรรม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
หมวดหมู่หลัก สกินแคร์ เมคอัพ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว กันแดด บอดี้แคร์ น้ำหอม และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย
สินค้าที่มีชื่อเสียง คอนซีลเลอร์ เบสเมคอัพ และไลน์สกินแคร์
คอนเซปต์แบรนด์ ธรรมชาติ + วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง + โซลูชันที่ใช้งานได้จริง
สโลแกนประจำแบรนด์ “Nature Prescribes, THE SAEM Creates”
เป้าหมายระดับโลก ความงามแบบเกาหลีที่ผสานวัตถุดิบและองค์ความรู้ด้านความงามจากทั่วทุกมุมโลก

The Saem ระบุว่าบริษัทแม่อย่าง Hankook Cosmetics ได้นำประสบการณ์การวิจัยและความเชี่ยวชาญที่ยาวนานกว่า หกทศวรรษ มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ โดยกรอบแนวคิดของแบรนด์ในปัจจุบันจัดอยู่ภายใต้สามคอนเซปต์ทางเทคโนโลยี ได้แก่ Nature RX, Cover RX และ Color RX 2

ประวัติความเป็นมา

2010 — การก่อตั้ง

The Saem เปิดตัวในปี 2010 โดยเริ่มต้นในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางเชิงนิเวศระดับโลกในเครือ Hankook Cosmetics บริษัท The Saem International Co., Ltd. ได้รับการจัดตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ตามด้วยการเปิดตัวแบรนด์ในเดือนกรกฎาคม และการเปิดร้านค้าแห่งแรกในย่าน Myeongdong กรุง Seoul เมื่อเดือนสิงหาคม 3

ในช่วงแรก แบรนด์เน้นย้ำแนวคิดเรื่องการค้นพบเคล็ดลับความงามจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก แล้วนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีเครื่องสำอางของเกาหลี

2011–2012 — การขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศ

The Saem เริ่มขยายกิจการออกนอกประเทศเกาหลี โดย ฮ่องกง เป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศกลุ่มแรกๆ ในปี 2012 แบรนด์ได้เปิดร้านค้าแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดตัวห้างสรรพสินค้าออนไลน์ 4

หนึ่งในพัฒนาการสำคัญด้านสกินแคร์ในช่วงต้นคือไลน์ Urban Eco Harakeke ซึ่งมีพื้นฐานมาจากพืชฮาราเกเกะ (Harakeke) จากนิวซีแลนด์ ที่ชุมชนชาวเมารีใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยสร้างอัตลักษณ์ “Global Eco” ให้กับ The Saem 5

2013–2015 — การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์

แบรนด์ได้ทำการปรับปรุงคอนเซปต์และอัตลักษณ์ใหม่ในปี 2013 ในช่วงเวลานี้ ได้มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น:

  • Healing Tea Garden Green Tea Cleansing Water
  • Urban Eco Harakeke skincare
  • Cover Perfection Tip Concealer
  • Eco Soul Kiss Button Lips

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Cover Perfection Tip Concealer ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์ 6

2016–2018 — การเติบโตในระดับโลก

The Saem เปิดร้านค้าแห่งแรกใน ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาในปี 2016 พร้อมกับการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ ในปี 2017 แบรนด์ได้เข้าสู่ช่องทางจำหน่าย CVS/Pharmacy ในสหรัฐอเมริกา และขยายไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงเมียนมา มองโกเลีย และคีร์กีซสถาน 7

ในปี 2018 The Saem ได้เปิดร้านค้าแห่งแรกใน ฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Derma Plan ซึ่งเป็นไลน์สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย และขยายฐานลูกค้าผ่านร้าน Sally Beauty ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

2019–2021 — เมคอัพระดับมืออาชีพและสกินแคร์เฉพาะทาง

แบรนด์ได้เปิดตัวไลน์เมคอัพระดับมืออาชีพชื่อ Studio ในปี 2019 พร้อมกับ Derma Plan Green ที่มุ่งเน้นผิวมัน ผิวแพ้ง่าย และมีปัญหาผิว นอกจากนี้ บริษัทยังรายงานว่าผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง 8

ในช่วงปี 2020–2021 The Saem ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐานวีแกน และได้เปิดตัวหรือปรับปรุงไลน์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่:

  • Urban Eco Harakeke
  • True Fit
  • Studio Slim Fit
  • Healing Tea Garden
  • ผลิตภัณฑ์ตระกูล Cover Perfection

ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทยังได้รับรางวัลด้านการออกแบบและรางวัลในวงการความงามอีกมากมาย 9

2022–2024 — การทำให้ทันสมัยและการรีเฟรชแบรนด์

ในปี 2022 The Saem ได้ขยายตลาดเพิ่มเติมไปยังไต้หวัน ฮ่องกง ยุโรป รัสเซีย ตุรกี ไทย เวียดนาม และชิลี แบรนด์ได้แนะนำ Urban Eco Golden Berry C ซึ่งใช้โกลเดนเบอร์รี่ที่เชื่อมโยงกับเทือกเขาแอนดีสของเปรู และเปิดตัวไลน์ True Mushroom LX 10

ในปี 2024 แบรนด์ได้มีการรีนิวครั้งใหญ่ มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Olive Young รวมถึงการจัดป๊อปอัพสโตร์ I’M THE SAEM ในย่าน Seongsu ของกรุง Seoul ผลิตภัณฑ์ Cover Perfection Triple Pot Concealer ของบริษัทยังได้รับรางวัลหลายสาขาในปี 2024

ความหมายของชื่อ “THE SAEM”

เว็บไซต์ทางการภาษาญี่ปุ่นของแบรนด์อธิบายว่า SAEM แปลว่า “น้ำพุ” ซึ่งเป็นตัวแทนของต้นกำเนิดแห่งการแสวงหาความงามอย่างไม่รู้จบ แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับความตั้งใจของแบรนด์ในการรวบรวมภูมิปัญญาความงามจากทั่วโลกและส่งมอบผ่านผลิตภัณฑ์ของตน 11

อัตลักษณ์ทางภาพของแบรนด์ผสมผสานรูปแบบออร์แกนิกที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติเข้ากับ เครื่องหมายอัศเจรีย์ ซึ่งสื่อถึงคำตอบหรือทางออกสำหรับปัญหาผิว กล่าวคือ การสร้างแบรนด์ของ The Saem เป็นการผสมผสานระหว่าง:

ธรรมชาติ → องค์ความรู้ด้านความงาม → สูตรทางวิทยาศาสตร์ → โซลูชันที่ใช้งานได้จริง

12

ปรัชญาของแบรนด์

ปรัชญาปัจจุบันของ The Saem สามารถสรุปได้ด้วยสโลแกน:

“Nature Prescribes, THE SAEM Creates.”

แบรนด์ระบุว่าจุดเริ่มต้นคือการเคารพในวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนำมารวมกับการวิจัยด้านผิวหนังที่สั่งสมมาโดย Hankook Cosmetics 13

แทนที่จะนำเสนอ “ความงามจากธรรมชาติ” ในแง่ของการใช้ส่วนผสมจากพืชเพียงอย่างเดียว The Saem อธิบายแนวทางของตนว่าเป็นการผสมผสาน ธรรมชาติเข้ากับวิทยาศาสตร์

ปรัชญาของแบรนด์ประกอบด้วยสามองค์ประกอบหลัก:

วัตถุดิบจากธรรมชาติ

The Saem วิจัยวัตถุดิบที่มีต้นกำเนิดจากระบบนิเวศที่แตกต่างกันทั่วโลก และคัดเลือกวัสดุจากธรรมชาติมาใส่ในผลิตภัณฑ์

วิทยาศาสตร์ด้านผิวหนัง

บริษัทเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างวัตถุดิบธรรมชาติกับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานกว่า 60 ปีของ Hankook Cosmetics 14

โซลูชันที่ตรงจุด

แทนที่จะผลิตสกินแคร์แบบกว้างๆ แบรนด์เน้นผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น ความแห้งกร้าน ความมัน ความไวต่อการกระตุ้น ผิวหมองคล้ำ รอยแดง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ 15

สามคอนเซปต์ “RX”

วิธีที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจ The Saem ในยุคปัจจุบันคือผ่านสามคอนเซปต์เฉพาะของแบรนด์

Nature RX

Nature RX เป็นตัวแทนของปรัชญาสกินแคร์ของ The Saem

เป็นการผสมผสานวัตถุดิบธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างดีเข้ากับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มุ่งแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะจุด 16

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดที่สุดกับมรดก “Global Eco” ของแบรนด์

Cover RX

Cover RX คือคอนเซปต์และเทคโนโลยีเมคอัพที่เน้นเรื่องการปกปิดผิว

ปรัชญานี้ไม่ใช่แค่การทาเมคอัพหนาๆ เพื่อปกปิดใบหน้า แต่เป็นการสร้างผิวหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ ประณีต และเหมาะกับแต่ละบุคคล 17

คอนเซปต์นี้มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ตระกูล Cover Perfection ที่มีชื่อเสียงของ The Saem

Color RX

Color RX เป็นตัวแทนแนวทางของแบรนด์ในด้านเครื่องสำอางสีสัน

The Saem เน้นการพัฒนา สีสัน เนื้อสัมผัส และลักษณะการใช้งาน อย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแต่งหน้าได้อย่างละเอียดและเป็นมืออาชีพ 18

วัตถุดิบเอกลักษณ์

หนึ่งใน aspek ที่โดดเด่นที่สุดของอัตลักษณ์ The Saem คือการใช้วัตถุดิบจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

Harakeke — นิวซีแลนด์

Harakeke (Phormium tenax) เป็นพืชพื้นเมืองของนิวซีแลนด์และมีประวัติการใช้งานมายาวนานโดยชุมชนชาวเมารี

The Saem ทำให้พืชชนิดนี้เป็นหนึ่งในวัตถุดิบเอกลักษณ์แรกๆ ของแบรนด์ และเปิดตัวไลน์ Urban Eco Harakeke ในปี 2012 โดยบริษัทเน้นคุณสมบัติด้านการให้ความชุ่มชื้นของพืชชนิดนี้เป็นพิเศษ

Waratah — ออสเตรเลีย

Waratah เป็นพืชพื้นเมืองของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพื้นฐานของไลน์ Urban Eco Waratah ที่เปิดตัวในปี 2016

การวิจัยของ The Saem มุ่งเน้นไปที่สารประกอบที่เกี่ยวข้องกับพืชชนิดนี้ รวมถึงกรดอะมิโนและน้ำตาลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว

Golden Berry — เปรู

วัตถุดิบเอกลักษณ์สำคัญลำดับที่สามคือ โกลเดนเบอร์รี่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่สูงของเทือกเขาแอนดีสในเปรู

The Saem พัฒนาไลน์ Urban Eco Golden Berry C ขึ้นในปี 2022 โดยชูจุดเด่นเรื่องวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเอ โพลีฟีนอล และสารออกฤทธิ์อื่นๆ

วัตถุดิบเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวคิดหลักของแบรนด์: การค้นหาทรัพยากรธรรมชาติจากทั่วโลกและแปลงสภาพให้เป็นสูตรสกินแคร์แบบเกาหลี

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลัก

The Saem ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สกินแคร์เท่านั้น แต่พอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ครอบคลุมด้านความงามหลายด้าน

สกินแคร์

พอร์ตโฟลิโอสกินแคร์ประกอบด้วย:

  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว
  • โทนเนอร์
  • เอสเซนส์
  • เซรั่ม
  • อิมัลชัน
  • ครีม
  • มาส์ก
  • สกินแคร์เฉพาะทาง

ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ ได้แก่ Urban Eco, Derma Plan, Healing Tea Garden, True Mushroom LX และกลุ่มผลิตภัณฑ์บำบัดผิวอื่นๆ

เมคอัพ

เมคอัพอาจถือเป็นหมวดหมู่ที่ทำให้ The Saem เป็นที่รู้จักมากที่สุดในระดับสากล

ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย:

  • คอนซีลเลอร์
  • รองพื้น
  • คูชั่น
  • บีบีครีม
  • ไพรม์เมอร์
  • แป้ง
  • บลัชออน
  • อายแชโดว์
  • ผลิตภัณฑ์เขียนคิ้ว
  • มาสคาร่า
  • ผลิตภัณฑ์ทาปาก

บอดี้แคร์และน้ำหอม

แบรนด์ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย ดูแลมือ และน้ำหอม รวมถึงกลุ่มน้ำหอม Urban Breeze ที่เปิดตัวผ่าน Olive Young ในปี 2024

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย

The Saem ยังได้ขยายเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย โดยสินค้ากลุ่มนี้ได้เข้าสู่ร้านค้าออนไลน์ของ Olive Young ในปี 2024

ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด: Cover Perfection Tip Concealer

เมื่อกล่าวถึง The Saem ในเวทีสากล หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ผูกพันกับแบรนด์มากที่สุดคือ Cover Perfection Tip Concealer

ผลิตภัณฑ์นี้เปิดตัวในปี 2012

ความสำคัญของผลิตภัณฑ์นี้ต่อการเติบโตของ The Saem มีมหาศาล บริษัทรายงานว่าสินค้านี้กลายเป็นสินค้าขายดีและทะลุยอดขายหลักไมล์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2020 บันทึกประวัติศาสตร์ของบริษัทในเกาหลีระบุว่ามียอดขายเกิน 30 ล้านชิ้น

ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ The Saem สร้างฐานะในฐานะ แบรนด์เมคอัพ/ผิวหน้า K-beauty ที่แข็งแกร่ง แทนที่จะเป็นเพียงแบรนด์สกินแคร์เกาหลีทั่วไป

ต่อมา ตระกูล Cover Perfection ได้ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น:

  • Tip Concealer
  • Concealer Pencil
  • Concealer Cushion
  • Triple Pot Concealer

ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่าง Cover Perfection Triple Pot Concealer มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในช่วงปี 2023–2024 โดยได้รับรางวัลจากสื่อและองค์กรต่างๆ รวมถึง Allure K-Beauty Awards, Glowpick และ Olive Young

จุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมและวีแกน

จิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ The Saem ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง

จุดยืนดั้งเดิมของแบรนด์ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น “Global Eco” โดยเน้นการค้นพบวัตถุดิบและองค์ความรู้ด้านความงามจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน

ในระยะหลัง แบรนด์ได้นำการรับรองอย่างเป็นทางการมาใช้กับบางส่วนของพอร์ตโฟลิโอ

ตัวอย่างการรับรอง ได้แก่:

  • V-Label vegan certification
  • EVE Vegan certification
  • Korean Vegan Certification
  • Reef-Friendly certification สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดดที่เลือก

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า การรับรองเหล่านี้ใช้กับ ผลิตภัณฑ์หรือไลน์สินค้าเฉพาะรายการ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ The Saem ทุกชิ้นจะเป็นวีแกนหรือปลอดภัยต่อปะการัง ตัวอย่างเช่น บริษัทรายงานว่าในปี 2024 มีสินค้าจำนวน 22 SKU รวมถึง Healing Tea Garden Green Tea Cleansing Water ที่ได้รับการรับรองวีแกนจากเกาหลี

การดำเนินงานในระดับสากล

แม้ The Saem จะมีต้นกำเนิดจากเกาหลี แต่การขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศเป็นหัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจตั้งแต่ช่วงแรกๆ

การขยายตัวที่มีการบันทึกไว้ครอบคลุมตลาดต่างๆ ดังนี้:

เอเชีย

  • ญี่ปุ่น
  • จีน
  • ฮ่องกง
  • ไทย
  • เวียดนาม
  • มาเลเซีย
  • อินโดนีเซีย
  • ฟิลิปปินส์
  • กัมพูชา
  • มองโกเลีย
  • เมียนมา
  • คาซัคสถาน
  • คีร์กีซสถาน

ยุโรป

  • สเปน
  • โปแลนด์
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • อิตาลี
  • ฮังการี
  • โรมาเนีย
  • ตุรกี

อเมริกา

  • สหรัฐอเมริกา
  • แคนาดา
  • เม็กซิโก
  • ชิลี
  • เอลซัลวาดอร์

ตะวันออกกลาง

  • ซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการผ่านผู้ค้าปลีกระดับนานาชาติ ช่องทางออนไลน์ และร้านค้าต่างๆ แทนที่จะพึ่งพาเพียงร้านค้าเดี่ยวของ The Saem เท่านั้น

The Saem ในประเทศไทย

ประเทศไทยมีความสำคัญเป็นพิเศษในประวัติศาสตร์สากลของ The Saem เนื่องจากบริษัทได้บันทึกการเปิด ร้านค้าแห่งแรกในประเทศไทยไว้ในปี 2012 4 ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของแบรนด์ในช่วงแรกเริ่ม

ความนิยมของแบรนด์ในตลาดไทยเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้า:

  • เมคอัพปรับสีผิวราคาที่เข้าถึงได้
  • คอนซีลเลอร์
  • คูชั่น
  • ผลิตภัณฑ์ทาปาก
  • สกินแคร์เนื้อเบา
  • ผลิตภัณฑ์กันแดด
  • เทรนด์ความงามแบบเอเชีย

รางวัลและการยอมรับ

The Saem สะสมการยอมรับทั้งในด้านสกินแคร์และเมคอัพ

ตัวอย่างรางวัลสำคัญที่มีการบันทึกไว้โดยบริษัท ได้แก่:

  • IF Design Awards
  • Red Dot Design Awards
  • Korea Prestige Brand Awards
  • Glowpick Beauty Awards
  • Allure K-Beauty Awards
  • Olive Young Awards
  • Cosmo Beauty Awards
  • @cosme awards
  • Worldstar Packaging Award

ผลิตภัณฑ์คอนซีลเลอร์ประสบความสำเร็จเป็นพิเศษ โดย Cover Perfection Tip Concealer ได้รับการยอมรับซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอันดับความงามของเกาหลีและญี่ปุ่น ในขณะที่ Triple Pot Concealer รุ่นใหม่กว่าก็ได้รับรางวัลหลายสาขาในช่วงปี 2023–2024

ภาพลักษณ์และการวางตำแหน่งแบรนด์

The Saem ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในวงการ K-beauty

แบรนด์ ไม่ใช่แบรนด์ลักชัวรี่ล้วนๆ และไม่ได้วางตำแหน่งเป็นบริษัท “Clean Beauty” แบบมินิมอลเพียงอย่างเดียว

แต่อัตลักษณ์ของแบรนด์อยู่ที่จุดกึ่งกลางของ:

K-beauty ที่เข้าถึงง่าย + สกินแคร์ที่มีฟังก์ชัน + เมคอัพระดับมืออาชีพ + วัตถุดิบธรรมชาติจากทั่วโลก

ในอดีต แบรนด์มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ ใช้งานได้จริงและเข้าถึงได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็ยังคงผนวกเทคโนโลยีเครื่องสำอางเกาหลีและเทรนด์ความงามร่วมสมัยไว้ด้วย

ความสำเร็จของคอนซีลเลอร์เป็นตัวอย่างที่ดี: แทนที่จะพึ่งพาการสร้างภาพลักษณ์หรูหราเป็นหลัก The Saem สร้างการรับรู้จำนวนมากจากผลิตภัณฑ์เมคอัพที่มีฟังก์ชันชัดเจนและจับต้องได้

วิวัฒนาการของแบรนด์

The Saem ได้ก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญหลายระยะ:

2010–2012
🌱 คอนเซปต์ Global Eco
→ วัตถุดิบธรรมชาติและความรู้ด้านความงามจากนานาชาติ

2013–2015
💄 การสร้างอัตลักษณ์ + ขยายไลน์เมคอัพ
→ ผลิตภัณฑ์ Cover Perfection และ Eco Soul

2016–2018
🌎 การขยายตัวระดับโลก
→ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และตลาดอื่นๆ

2019–2021
🧪 ความงามเชิงฟังก์ชัน/มืออาชีพ
→ Studio, Derma Plan, True Fit และโครงการวีแกน

2022–2023
🌿 สกินแคร์ยุคใหม่ + การจัดจำหน่ายทั่วโลก
→ Golden Berry, True Mushroom LX และการขยายช่องทางระหว่างประเทศ

2024 เป็นต้นไป
การรีนิวแบรนด์
→ อัตลักษณ์ทางภาพใหม่ หมวดผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายผ่าน Olive Young และการเน้นย้ำอีกครั้งถึง Nature RX, Cover RX และ Color RX

อะไรที่ทำให้ The Saem แตกต่าง?

1. ผสานธรรมชาติเข้ากับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเกาหลี

The Saem ไม่ได้นำเสนอวัตถุดิบธรรมชาติแบบโดดๆ เรื่องราวแบรนด์ในปัจจุบันเชื่อมโยงวัสดุธรรมชาติเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาอันยาวนานของ Hankook Cosmetics อย่างชัดเจน

2. มีรากฐานด้านเมคอัพปรับสีผิวที่แข็งแกร่ง

แบรนด์ K-beauty จำนวนมากเป็นที่รู้จักจากสกินแคร์เป็นหลัก แต่ The Saem มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้าน คอนซีลเลอร์และเบสเมคอัพ

3. มีคอนเซปต์วัตถุดิบระดับสากลอย่างแท้จริง

Harakeke จากนิวซีแลนด์ Waratah จากออสเตรเลีย และ Golden Berry จากเปรู แสดงให้เห็นว่าคอนเซปต์ “Global Eco” มีอิทธิพลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จริงอย่างไร

4. แก้ไขปัญหาความงามที่ใช้งานได้จริง

ปรัชญาแบรนด์ปัจจุบันเน้นโซลูชันที่ตรงจุดมากกว่าความงามในเชิงนามธรรม โดยยึดหลักการ “ระบุปัญหา → คิดค้นสูตรแก้ไข → ทำให้เข้าถึงได้ง่าย”

The Saem ในปัจจุบัน

ณ ปี 2026 The Saem ถือเป็นแบรนด์ความงามเกาหลีที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งได้วิวัฒนาการจากอัตลักษณ์ Global Eco ดั้งเดิม ไปสู่บริษัทเครื่องสำอางที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยผสมผสาน:

วัตถุดิบธรรมชาติ + เทคโนโลยีเครื่องสำอางเกาหลี + สกินแคร์เชิงฟังก์ชัน + เมคอัพปรับสีผิว + เครื่องสำอางสีสัน

อัตลักษณ์ยุคใหม่ของแบรนด์สรุปได้ด้วยวลี “Nature Prescribes, THE SAEM Creates,” โดยมี Nature RX, Cover RX และ Color RX ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิดสำหรับพอร์ตโฟลิโอสกินแคร์และเมคอัพ

ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสังเกต: The Saem เริ่มต้นด้วยเรื่องราว “ธรรมชาติ/ระบบนิเวศระดับโลก” ที่เข้มข้น กลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงจากเมคอัพประสิทธิภาพสูงราคาเข้าถึงได้อย่างคอนซีลเลอร์ และปัจจุบันกำลังพยายามรวมสกินแคร์ เมคอัพ ผลิตภัณฑ์ผู้ชาย น้ำหอม และอื่นๆ ไว้ภายใต้ตัวตนแบรนด์ที่สดใหม่

สรุปสั้นๆ

THE SAEM คือแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีที่ก่อตั้งในปี 2010 ภายใต้ Hankook Cosmetics มีชื่อเสียงจากการผสมผสานวัตถุดิบธรรมชาติจากทั่วโลกเข้ากับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเกาหลี โดยมีคอนซีลเลอร์ตระกูล Cover Perfection และพอร์ตโฟลิโอสกินแคร์/เมคอัพที่หลากหลาย ทำให้แบรนด์เป็นหนึ่งในชื่อที่จดจำได้ง่ายในวงการ K-beauty ที่เข้าถึงง่าย

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง