เกี่ยวกับ NEZLINE
ภาพรวม
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | NEZLINE / เนสไลน์ |
| อุตสาหกรรม | อาหารและเครื่องดื่ม / ขนมขบเคี้ยว |
| ประเทศต้นกำเนิด | ไทย |
| เจ้าของ / บริษัทผู้ดำเนินการ | Chailai Intertrade Co., Ltd. (บริษัท ไฉไล อินเตอร์เทรด จำกัด) |
| ปีก่อตั้งบริษัท | 2019 (พ.ศ. 2562) |
| สำนักงานใหญ่ | Hat Yai, Songkhla, Thailand |
| รูปแบบธุรกิจ | นำเข้า จัดจำหน่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว |
| หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลัก | ขนมข้าวโอ๊ต, นูกัต, บิสกิต และขนมทางเลือกอื่นๆ |
| ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด | OAT CHOCO และ NOUGATTO |
| จำนวนสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ (SKU) | มากกว่า 70 รายการ |
| ยอดขายประมาณการปี 2025 | ประมาณ ฿300 ล้าน |
| เป้าหมายระยะยาว | ยอดขาย ฿1 พันล้านต่อปี |
| ตำแหน่งทางการตลาด | ขนมทางเลือกที่เข้าถึงง่ายและตามกระแส |
เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า Chailai Intertrade ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ด้วยทุนจดทะเบียน ฿1 ล้าน โดยเริ่มต้นจากการซื้อขายแท่งขนมข้าวโอ๊ตและธัญพืช ก่อนที่จะขยายตัวภายใต้เครื่องหมายการค้า NEZLINE 1
ช่วงเริ่มต้น (2019–2020)
เรื่องราวของ NEZLINE เริ่มต้นกับ Chailai Intertrade ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ตามข้อมูลจากบริษัทและสื่อธุรกิจหลายสำนัก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Faisal Je-uma (ไฟซอล เจ๊ะอุมา) มองเห็นโอกาสในตลาดสินค้านำเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมแท่งที่ทำจากข้าวโอ๊ตและธัญพืช
ในช่วงแรก ธุรกิจนี้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตอาหารที่มีโรงงานเป็นของตนเอง แต่ผู้ก่อตั้งเคยมีประสบการณ์ในการนำเข้าและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ไอทีและแกดเจ็ต มาก่อน ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 พวกเขาจึงมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการจากผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น จึงหันมาสนใจด้านอาหารและขนมขบเคี้ยว
เงินลงทุนเริ่มต้น reported ไว้เพียง ฿20,000 โดยเริ่มทำการขายผ่านช่องทางออนไลน์ การดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ช่วยให้บริษัทสามารถทดสอบผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เหมือนธุรกิจขนมทั่วไป 2
จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสู่เจ้าของแบรนด์
หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NEZLINE คือการเปลี่ยนผ่านจากการนำเข้าและขายต่อสินค้า ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ แบรนด์ของตนเอง
ต่อมาบริษัทได้ร่วมมือกับผู้ผลิตในต่างประเทศและผู้รับจ้างผลิต (OEM) โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น ทั้งในด้านส่วนผสม รสชาติ และเนื้อสัมผัส บริษัทเน้นย้ำเรื่องคุณภาพและการควบคุมมาตรฐานการผลิต แทนที่จะแข่งขันด้วยราคาต่ำเพียงอย่างเดียว
OAT CHOCO: จุดเปลี่ยนสำคัญ
ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ NEZLINE มากที่สุดคือ OAT CHOCO ซึ่งเป็นขนมแท่งอัดแน่นที่ทำจากข้าวโอ๊ต
OAT CHOCO กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของบริษัท ตามรายงานของ Brand Inside ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ NEZLINE ทำยอดขายได้ประมาณ ฿100 ล้านในปี 2023
ความสำคัญของ OAT CHOCO ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จของสินค้ารายการเดียว แต่ยังแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์โดยรวมของ NEZLINE ในการนำแนวคิดขนมง่ายๆ มาปรับให้:
- มีราคาที่จับต้องได้;
- บริโภคได้ง่าย;
- จัดจำหน่ายสะดวก;
- เหมาะสำหรับการซื้อแบบตัดสินใจทันที (Impulse purchase);
- มีภาพลักษณ์ที่เหมาะกับการทำตลาดบนโซเชียลมีเดีย
บริษัทได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญด้านการสร้างแบรนด์จากกรณีของ OAT CHOCO โดยในช่วงแรก NEZLINE มุ่งเน้นการทำตลาดแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า OAT CHOCO ให้เร็วพอ ทำให้คู่แข่งเริ่มเปิดตัวสินค้าที่คล้ายคลึงกัน ส่งผลให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องเครื่องหมายการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ในอนาคต
NOUGATTO
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญของ NEZLINE คือ NOUGATTO ซึ่งเป็นขนมลูกอมชนิดนูกัตในรูปแบบสมัยใหม่
แทนที่จะวางตำแหน่งนูกัตเป็นสินค้าพรีเมียมหรือของฝากเท่านั้น NEZLINE พยายามทำให้มันเป็นขนมที่รับประทานได้ทุกวันในราคาที่เข้าถึงได้ ผ่าน:
- ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลง;
- ราคาที่เหมาะสม;
- หลากหลายรสชาติ;
- แบ่งเป็นชิ้นเดี่ยวๆ;
- บรรจุภัณฑ์สีสันสดใสและทันสมัย;
- การตลาดที่ตอบโจทย์โซเชียลมีเดีย
ปัจจุบัน NEZLINE มีรสชาติ NOUGATTO ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี, บลูเบอร์รี, ช็อกโกแลต และชาเขียวมิลค์ทีรสกุหลาบ 3
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ NEZLINE นั่นคือการ นำผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้ว มาปรับแพ็กเกจและวางตำแหน่งใหม่เพื่อให้เหมาะกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน
รูปแบบธุรกิจ
ธุรกิจของ NEZLINE มีความแตกต่างจากผู้ผลิตขนมรายดั้งเดิมของไทยเล็กน้อย โดยมีกิจกรรมหลักดังนี้:
นำเข้า → คัดเลือกผลิตภัณฑ์ → OEM/พัฒนาผลิตภัณฑ์ → สร้างแบรนด์ → จัดจำหน่าย → การตลาด
บริษัท sourcing สินค้าจากต่างประเทศและทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิต ในขณะที่สร้างแบรนด์ของตนเองและควบคุมข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์รวมถึงตำแหน่งทางการตลาด เว็บไซต์องค์กรอธิบายว่า Chailai Intertrade เป็นผู้นำเข้า/ผู้จัดจำหน่ายที่ดำเนินงานหลายแบรนด์ รวมถึง NEZLINE 4
โมเดลนี้ช่วยให้บริษัทสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ค่อนข้างรวดเร็วโดยไม่ต้องลงทุนในโรงงานผลิตขนาดใหญ่
ช่องทางจัดจำหน่าย
การเติบโตในยุคแรกของ NEZLINE ขับเคลื่อนโดย อีคอมเมิร์ซ อย่างมาก แต่ต่อมาบริษัทได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบมีหน้าร้าน
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อร่วมมือกับ PENS Marketing & Distribution ซึ่งช่วยขยายการจัดจำหน่ายเข้าสู่ Modern Trade, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ, ยี่ปั้ว และร้านค้าปลีกอื่นๆ
ภายในปี 2026 มีการรายงานว่าผลิตภัณฑ์ NEZLINE วางจำหน่ายในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศประมาณ 22,000 แห่ง โดยยอดขายออฟไลน์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด
นี่ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจาก แบรนด์เฉพาะกลุ่มออนไลน์ → แบรนด์ขนมแมส แทนที่จะพึ่งพาแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือ Marketplace เพียงอย่างเดียว
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์
พอร์ตโฟลิโอของ NEZLINE ขยายตัวอย่างมากจากผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ตดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏชื่อสาธารณะ ได้แก่:
- OAT CHOCO — ขนมแท่งอัดแน่นจากข้าวโอ๊ต
- NOUGATTO — ขนมลูกอมชนิดนูกัตหลากหลายรสชาติ
- Biscuits — รวมถึงผลิตภัณฑ์บิสกิตสอดไส้
- ผลิตภัณฑ์นำเข้าและขนมทางเลือกอื่นๆ
บริษัทมีสินค้ามากกว่า 70 SKUs ภายในปี 2026 และยังคงใช้นโยบายการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ค่อนข้างเชิงรุก โดยมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ประมาณ 5–10 SKUs ต่อปี
กลยุทธ์แบรนด์
กลยุทธ์ของ NEZLINE สามารถสรุปได้จากแนวคิดหลักๆ ดังนี้
1. ราคาที่เข้าถึงได้
NEZLINE พยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ในระดับราคาต่างๆ กัน แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่แค่สินค้านำเข้าพรีเมียมเท่านั้น บริษัทเรียกแนวทางนี้ว่า “ขายทุกขนาด” (Sell every size) ซึ่งการใช้ขนาดบรรจุภัณฑ์และราคาที่แตกต่างกันช่วยให้ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ
2. แนวคิด “Snack สำหรับแบ่งปัน”
อีกแนวคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือ บรรจุภัณฑ์แบบหลายชิ้น แทนที่จะเป็นขนมชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว บางผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยชิ้นเล็กที่ห่อแยกกัน ทำให้:
- พกพาง่าย;
- รับประทานทีละน้อยได้;
- แบ่งปันกับเพื่อนได้;
- ควบคุมปริมาณการกินได้
วิธีนี้เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อยและโอกาสทางสังคม
3. ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์
NEZLINE นิยามตนเองว่าเป็น Trendsetter หรือผู้กำหนดแนวโน้ม มากกว่าจะเป็นเพียงผู้นำเข้าเท่านั้น เป้าหมายคือการค้นหาแนวคิดขนมที่น่าสนใจในระดับสากล ปรับปรุงให้เหมาะกับรสนิยมคนไทย และนำเสนอในราคาที่จับต้องได้ สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนในผลิตภัณฑ์อย่าง NOUGATTO ซึ่งแปลงโฉมอาหารแนวคิดเก่าให้เป็นขนมแมสสมัยใหม่
4. การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย
การเติบโตของบริษัทมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโซเชียลมีเดีย ผลิตภัณฑ์อย่าง OAT CHOCO และ NOUGATTO ได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มต่างๆ ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์นอกเหนือจากการโฆษณาแบบดั้งเดิม
คุณภาพและการรับรอง
พันธมิตรผู้ผลิตของ NEZLINE รายงานว่าดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพอาหารระหว่างประเทศ รวมถึง:
- HACCP
- HALAL
- ISO 9001
- ข้อกำหนดของ อย. (FDA Thailand)
บริษัทระบุว่าให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ รสชาติ และเนื้อสัมผัส มากกว่าการจัดการผลิตแบบ OEM ต้นทุนต่ำเพียงอย่างเดียว
ผู้นำองค์กร
รายงานข่าวระบุผู้บริหารหลักสามคนที่อยู่เบื้องหลัง NEZLINE/Chailai Intertrade:
- Faisal Je-uma (ไฟซอล เจ๊ะอุมา) — CEO
- Abdulmatin Hayeeyako (อับดุลมาติน หะยียะโกะ) — COO
- Methas Sanitmajaro (เมธัส สนิทมัจโร) — CMO
ทีมผู้นำทั้งสามได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้พัฒนา NEZLINE จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ บนโลกออนไลน์จนกลายเป็นธุรกิจขนมระดับประเทศ
การเติบโตทางการเงิน
เส้นทางการเติบโตของ NEZLINE ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจของบริษัท โดยลำดับเหตุการณ์โดยสังเขปคือ:
เงินลงทุนเริ่มต้น ฿20,000 → ธุรกิจขนมออนไลน์ → ความสำเร็จของ OAT CHOCO → การจัดจำหน่ายทั่วประเทศ → ยอดขายประจำปี ~฿300 ล้าน
มีรายงานว่า NEZLINE ทำยอดขายประมาณ ฿300 ล้านในปี 2025 ขณะที่บริษัทและสื่ออื่นๆ กล่าวถึงเป้าหมายระยะยาวในการบรรลุยอดขาย ฿1 พันล้านภายใน 4 ปี ทั้งนี้ควรเข้าใจว่าตัวเลขดังกล่าวเป็น เป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่รายได้ที่ทำได้แล้ว
ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
NEZLINE เป็นแบรนด์ไทย โดยมี Chailai Intertrade ตั้งฐานอยู่ที่ Hat Yai, Songkhla
ตำแหน่งนี้มีมิติเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจเนื่องจาก Hat Yai และภาคใต้ของไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งกับตลาดเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทเคยกล่าวถึงโอกาสเริ่มต้นบางส่วนจากการสังเกตการณ์สินค้านำเข้าที่หมุนเวียนอยู่ในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ค้าปลีกในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ การจัดจำหน่ายทั่วประเทศไทย เป็นหลัก
ความเคลื่อนไหวล่าสุด: ก้าวข้ามขอบเขตขนมบรรจุซอง
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในปี 2026 คือการที่ NEZLINE เริ่มนำผลิตภัณฑ์ไปใช้เป็นวัตถุดิบใน ความร่วมมือกับธุรกิจบริการอาหาร (Food-service collaborations)
ในเดือนกันยายน 2026 NEZLINE ได้ร่วมมือกับ FuFu Taiwanese Shabu เพื่อสร้างสรรค์เมนูของหวานโดยใช้ NOUGATTO รสชาเขียวมิลค์ทีรสกุหลาบ เกิดเป็นคอนเซปต์ไอศกรีมผสมนูกัตและถั่วตัด 5
สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของแบรนด์จาก:
“แบรนด์ขนมบรรจุซอง”
ไปสู่:
“แบรนด์ขนม/อาหารที่ผลิตภัณฑ์สามารถกลายเป็นวัตถุดิบ ประสบการณ์ และความร่วมมือใหม่ๆ ได้”
สรุป
สิ่งที่ทำให้ NEZLINE น่าสนใจอาจไม่ใช่ขนมชิ้นใดชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ของบริษัท
พวกเขาเริ่มต้นจากกิจการนำเข้าออนไลน์ขนาดเล็กที่มีเงินทุนเพียง ฿20,000 ค้นพบโอกาสทางการตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตนเอง ขยายเข้าสู่ Modern Trade เพิ่มจุดกระจายสินค้าเป็นหลายหมื่นแห่ง และมียอดขายประจำปีประมาณ ฿300 ล้าน
ในแง่นี้ NEZLINE เป็นตัวอย่างที่ดีของ SME ไทยยุคใหม่ที่ใช้เส้นทาง:
E-commerce → Product-Market Fit → Branding → OEM → Social Media → Distributor Network → Modern Trade
เพื่อขยายแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค
ณ ปี 2026 NEZLINE ระบุว่าต้องการเป็นหนึ่งในธุรกิจขนมใหญ่นำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยและคงบทบาท Trendsetter ต่อไปโดยไม่พึ่งพาฮีโร่โปรดักต์เพียงตัวเดียว ความทะเยอทะยานที่ประกาศไว้คือยอดขายประมาณ ฿1 พันล้านภายใน 4 ปี พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 5–10 SKUs ต่อปีอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของ NOUGATTOและความร่วมมือด้าน Food-service ในปี 2026 ยังแสดงว่าบริษัทกำลังทดลองวิธีการทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อาหารที่กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่การขายขนมบรรจุซอง
แหล่งอ้างอิง
- เนสไลน์’ แบรนด์ขนมนำเข้า เริ่มต้นด้วยเงิน 2 หมื่นบาท สู่ธุรกิจที่ทำยอดขาย 300 ล้านต่อปี
- จากลงทุนเริ่มต้น 2 หมื่น สู่ยอดขายทะลุร้อยล้าน! รู้จักแบรนด์ “เนสไลน์” ขนมนำเข้าของคนไทย
- จากทุน 20,000 สู่แบรนด์ขนมร้อยล้าน เบื้องหลังการสร้าง Nezline ที่ไม่ได้ขายแค่กระแสสุขภาพ
- เบื้องหลังขนมยอดฮิต “ข้าวโอ๊ตอัดแท่ง-นูกัตโตะ” เริ่มจากขายสินค้าไอที สู่แบรนด์ NEZLINE ตั้งเป้าโต 1,000 ล้าน ใน 4 ปี…
- เนสไลน์” คอลแลบส์ “FuFu Taiwanese Shabu” เปิดตัว “ไอติมถั่วตัดนูกัตโตะ” สร้างประสบการณ์เมนูของหวานสไตล์ใหม่ – Brand…





