เกี่ยวกับ Lush
Lush เป็นแบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลจากสหราชอาณาจักร ที่มีชื่อเสียงในด้านผลิตภัณฑ์ทำมือที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น ร้านค้าสีสันสดใส ผลิตภัณฑ์แบบ “Naked” หรือไร้บรรจุภัณฑ์ รวมถึงปรัชญาทางจริยธรรมและการรณรงค์ในประเด็นสังคมอย่างชัดเจน บริษัทกำหนดจุดยืนของตนเองในฐานะ บริษัทเครื่องสำอางเพื่อการรณรงค์ (Campaigning Cosmetics Company) ซึ่งกิจกรรมทางธุรกิจเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับประเด็นด้านสวัสดิภาพสัตว์ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีจริยธรรม และสิทธิมนุษยชน 1
ภาพรวม
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Lush |
| อุตสาหกรรม | เครื่องสำอาง ความงาม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล |
| ประเทศต้นกำเนิด | สหราชอาณาจักร |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1995 |
| สถานที่ก่อตั้ง | Poole, Dorset, England |
| ผู้ก่อตั้ง | Mark Constantine, Mo Constantine, Rowena Bird, Helen Ambrosen, Liz Bennett, Paul Greeves |
| สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ | Bath bombs, สบู่, แชมพูบาร์, ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ, สกินแคร์, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย และน้ำหอม |
| ปรัชญาธุรกิจ | ผลิตภัณฑ์ทำมือ, การจัดซื้ออย่างมีจริยธรรม, ต่อต้านการทดลองในสัตว์, การลดบรรจุภัณฑ์ และการรณรงค์ |
| ฐานผลิตภัณฑ์ | มังสวิรัติ; Lush ระบุว่าประมาณ 95% ของผลิตภัณฑ์เป็นวีแกน |
| การดำเนินงานทั่วโลก | มากกว่า 950 สาขา ในกว่า 50 ประเทศ ตามข้อมูลเว็บไซต์ Lush ประเทศไทยปัจจุบัน |
| พันธกิจแบรนด์ | “Leave the world Lusher than we found it” |
จำนวนสาขาทั่วโลกอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามการเปิดหรือปิดสาขา ดังนั้นตัวเลขปัจจุบันของ Lush จึงควรพิจารณาเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง มิใช่สถิติถาวรของบริษัท 2
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นก่อนเป็น Lush
เรื่องราวของ Lush เริ่มต้นขึ้นก่อนที่แบรนด์จะถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ ผู้ก่อตั้งหลายคนมีประสบการณ์ในวงการผมและความงาม และมีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมีรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร
ต่อมา ผู้ก่อตั้งได้จัดตั้งบริษัท Constantine & Weir และตามมาด้วยบริษัทขายเครื่องสำอางทางไปรษณีย์ชื่อ Cosmetics To Go ในปี 1987 โดย Cosmetics To Go ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หลายชนิดซึ่งกลายเป็นต้นแบบสำคัญของนวัตกรรม Lush ในเวลาต่อมา ได้แก่ Bath bombs, แชมพูบาร์ และแท่งนวดตัว 3
แม้จะมีผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ แต่ Cosmetics To Go ก็ประสบปัญหาในการดำเนินงาน ผู้ก่อตั้งจึงนำประสบการณ์ที่ได้รับมาใช้ในการจัดตั้งบริษัทใหม่
การก่อตั้ง Lush
Lush ก่อตั้งขึ้นในปี 1995 ที่เมือง Poole ทางชายฝั่งตอนใต้ของอังกฤษ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 6 คน ได้แก่:
- Mark Constantine
- Mo Constantine
- Rowena Bird
- Helen Ambrosen
- Liz Bennett
- Paul Greeves
บริษัทใหม่นี้ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ การผลิตด้วยมือ ความเชี่ยวชาญด้านน้ำหอมและเครื่องสำอาง เข้ากับปรัชญาทางจริยธรรมที่เข้มแข็ง 4
แทนที่จะเดินตามรอยโมเดลเครื่องสำอางทั่วไปที่เน้นผลิตภัณฑ์มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์มากมาย และการโฆษณาแบบดั้งเดิม Lush กลับสร้างแนวทางเฉพาะตัวที่มุ่งเน้น วัตถุดิบสดใหม่ การผลิตด้วยมือ รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ และการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้า
ความหมายของชื่อ “Lush”
คำว่า “Lush” ในภาษาอังกฤษสื่อถึงความ อุดมสมบูรณ์ เข้มข้น หรูหรา และเขียวขจี เมื่อใช้เป็นชื่อแบรนด์ คำนี้จึงสอดคล้องกับการเน้นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของ perusahaan ทั้งกลิ่นหอมเข้มข้น สีสันสดใส เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย และความเพลิดเพลินในการอาบน้ำและดูแลผิว
แบรนด์จึงนำเสนอภาพลักษณ์ที่สนุกสนานและแตกต่างจากบ้านเครื่องสำอางหรูแบบดั้งเดิม โดยอัตลักษณ์ทั้งทางภาพและวาจามักเน้นย้ำถึง:
- สีสันที่ฉูดฉาด
- ชื่อผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่
- ภาษาที่สนุกสนานหรือท้าทาย
- กลิ่นหอมเข้มข้น
- ฉลากสไตล์ลายมือเขียน
- วัตถุดิบที่มองเห็นได้ชัด
- ผลิตภัณฑ์แบบ Naked/ไร้บรรจุภัณฑ์
- ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นกันเองอย่างไม่ตั้งใจ
ปรัชญาผลิตภัณฑ์
หนึ่งในลักษณะเด่นที่สุดของ Lush คือการ เป็นผู้คิดค้นหรือทำให้รูปแบบผลิตภัณฑ์บางอย่างได้รับความนิยมจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์
Lush ระบุว่าผลิตภัณฑ์อย่าง Bath bombs, แชมพูบาร์แบบก้อน, Shower jellies, Toothy Tabs, เฟรชเฟซมาสก์ และโลชั่น ล้วนเป็นนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์บุกเบิกในประวัติศาสตร์ของบริษัท 5
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลัก
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
- Bath bombs
- Bubble bars
- น้ำมันอาบน้ำ
- เกลืออาบน้ำและผลิตภัณฑ์อาบน้ำอื่นๆ
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย
- บอดี้โลชั่น
- บอดี้บัตเตอร์
- แท่งนวดตัว
- สครับขัดผิว
- โรลออนระงับกลิ่นกาย
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
- แชมพูบาร์
- แชมพูเหลว
- ครีมนวดผม
- ทรีตเมนต์บำรุงผม
- ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม
สกินแคร์
- คลีนเซอร์ล้างหน้า
- โทนเนอร์
- มอยส์เจอร์ไรเซอร์
- มาสก์หน้า
- เซรั่มและทรีตเมนต์
ผลิตภัณฑ์อาบน้ำฝักบัว
- เจลอาบน้ำ
- Shower jellies
- Shower bombs
- สบู่
- สครับ
น้ำหอม
- น้ำหอม
- สเปรย์ฉีดตัว
- น้ำหอมแบบก้อน
- คอลเลกชันที่เน้นกลิ่นหอม
ผลิตภัณฑ์ช่องปาก
- ยาสีฟัน/ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฟัน
- เม็ดอมบ้วนปากและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ Lush จึงกว้างขวางกว่าแค่ “ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ” โดยครอบคลุมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลส่วนใหญ่ 6
The Bath Bomb
Bath bomb ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Lush มากที่สุด
โดยทั่วไป Bath bomb คือส่วนผสมที่ถูกอัดแน่นและเกิดปฏิกิริยาเมื่อสัมผัสน้ำ ก่อให้เกิดฟองฟู่ กลิ่นหอม สีสัน และเอฟเฟกต์ทางประสาทสัมผัสอื่นๆ
แม้ Lush จะไม่ได้เป็นผู้คิดค้นแนวคิดทางเคมีพื้นฐานของผลิตภัณฑ์อาบน้ำแบบฟู่ แต่บริษัทได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้ เปลี่ยน Bath bomb ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ไลฟ์สไตล์และการค้าปลีกที่สำคัญ โดย Lush ระบุว่าเป็นผู้บุกเบิก Fizzing Bath Bombs 7
ผลิตภัณฑ์นี้มีความสำคัญต่อ Lush เป็นพิเศษเพราะรวบรวมคุณลักษณะหลายประการของแบรนด์ไว้ด้วยกัน:
ความตื่นตาตื่นใจทางสายตา + กลิ่นหอม + การดูแลตัวเอง + ความแปลกใหม่ + ความเหมาะสมในการเป็นของขวัญ
สิ่งนี้ช่วยเปลี่ยนผลิตภัณฑ์อาบน้ำธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มอบประสบการณ์
“Fresh Handmade Cosmetics”
หนึ่งในคำอธิบายที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Lush คือ “Fresh Handmade Cosmetics”
แนวคิดนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความแตกต่างจากเครื่องสำอางในตลาดมวลชน โดยเน้นย้ำถึง:
- การผลิตล็อตเล็กหรือทำมือ
- วัตถุดิบสดใหม่
- วัตถุดิบที่มองเห็นได้
- การลดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น
- วันที่ผลิตที่ระบุบนผลิตภัณฑ์
- อายุการใช้งานที่ค่อนข้างสั้นสำหรับบางผลิตภัณฑ์
ปรัชญาของ Lush คือเครื่องสำอางสามารถปรุงสูตรจากวัตถุดิบสดใหม่ได้ แทนที่จะออกแบบให้มีอายุการเก็บรักษายาวนานเป็นหลัก นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์แบบ Self-preserving ที่ปรุงสูตรให้คงความสดใหม่และมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเติมสารกันเสียสังเคราะห์ในบางกรณี 8
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้หมายความว่าส่วนผสมทุกตัวของ Lush มาจากธรรมชาติทั้งหมด Lush อธิบายอย่างชัดเจนว่าสูตรของตนเป็นการผสมผสานระหว่าง วัตถุดิบธรรมชาติและสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัย 9
วัตถุดิบ
Lush มีความเกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหลากหลายชนิด เช่น:
- น้ำมันหอมระเหย
- ผักและผลไม้สด
- สารสกัดจากพืช
- สมุนไพร
- เนยพืช
- น้ำมันพืช
- ดินเหนียว
- เกลือ
- น้ำหอมจากธรรมชาติ
- ส่วนผสมสังเคราะห์ที่คัดสรรเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสูตร
บริษัทระบุว่าทีมจัดซื้อพยายามสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ปลูก ฟาร์ม และผู้ผลิตเท่าที่จะเป็นไปได้ แทนที่จะพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานสินค้าโภคภัณฑ์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว กลยุทธ์การจัดซื้อเชิงจริยธรรมในปัจจุบันยังครอบคลุมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล การจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ และการลดหรือเลิกใช้วัสดุที่มีปัญหาบางชนิด 10
สิ่งสำคัญคือ Lush ไม่ได้ ทำการตลาดว่าเป็นแบรนด์ที่ใช้แต่วัตถุดิบธรรมชาติเท่านั้น ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัทแยกแยะความแตกต่างระหว่าง “วัตถุดิบธรรมชาติ” และ “สารสังเคราะห์ที่ปลอดภัย” ไว้ชัดเจน 11
นโยบายการทดสอบในสัตว์
สวัสดิภาพสัตว์เป็นหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญที่สุดของอัตลักษณ์ Lush
Lush ระบุว่าบริษัท:
- ไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์
- หลีกเลี่ยงซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบในสัตว์ตามนโยบายการจัดซื้อ
- สนับสนุนวิธีการทดสอบที่ไม่ใช้สัตว์
- ดำเนินการหรือให้ทุนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์
บริษัทระบุว่านโยบายต่อต้านการทดสอบในสัตว์มีมาตั้งแต่ มิถุนายน 1993 ซึ่งก่อนหน้าที่ Lush จะก่อตั้งขึ้นในปี 1995 เสียอีก 12
นอกจากนี้ Lush ยังร่วมมือกับ XCellR8 ห้องปฏิบัติการที่เชี่ยวชาญด้านการทดสอบโดยไม่ใช้สัตว์ และระบุว่าทีมพิษวิทยาได้รวบรวมข้อมูลความปลอดภัยของวัตถุดิบมากกว่า 500 ชนิดแล้ว 13
นี่ไม่ใช่เพียงธีมทางการตลาดสำหรับ Lush แต่การทดสอบในสัตว์เป็นประเด็นที่บริษัทรณรงค์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
จุดยืนมังสวิรัติและวีแกน
Lush ระบุว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนเป็น มังสวิรัติ 100% ในขณะที่ประมาณ 95% ของผลิตภัณฑ์เป็นวีแกน 14
ข้อแตกต่างนี้มีความสำคัญ:
- ผลิตภัณฑ์ มังสวิรัติ อาจมีส่วนผสมที่ได้จากสัตว์บางชนิด
- ผลิตภัณฑ์ วีแกน ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์เลย
สัดส่วนวีแกนของ Lush อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการปรับสูตรหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
ปรัชญามังสวิรัติของบริษัทเชื่อมโยงกับจุดยืนที่กว้างขึ้นว่า เครื่องสำอางที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไขมันสัตว์หรือการทดสอบในสัตว์ 15
บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ “Naked”
อีกคุณสมบัติที่กำหนดตัวตนของ Lush คือเครื่องสำอางแบบ “Naked”
“Naked” หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายโดย ไม่มีบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม
ตัวอย่างเช่น:
- แชมพูบาร์แบบก้อน
- ครีมนวดผมแบบก้อน
- ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
- แท่งนวดตัว
- สบู่บางชนิด
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายแบบก้อน
แนวคิดนี้มีวัตถุประสงค์สองประการ:
- ลดขยะบรรจุภัณฑ์
- เปลี่ยนรูปแบบทางกายภาพของเครื่องสำอาง
ตัวอย่างเช่น แชมพูบาร์แบบก้อนสามารถทำหน้าที่เหมือนแชมพูเหลวได้โดยไม่ต้องใช้ขวดพลาสติกแบบดั้งเดิม
Lush มองว่าเครื่องสำอางไร้บรรจุภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม และยังใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลสำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องมีภาชนะบรรจุ 16
ประสบการณ์หน้าร้าน
ร้านค้าของ Lush ถูกออกแบบมาให้แตกต่างจากร้านขายยาหรือเคาน์เตอร์ความงามในห้างสรรพสินค้าทั่วไปอย่างตั้งใจ
ลักษณะทั่วไปประกอบด้วย:
กลิ่นหอมเข้มข้น
กลิ่นของผลิตภัณฑ์มักลอยออกมาแตะจมูกก่อนจะก้าวเข้าร้าน
การจัดแสดงแบบเปิด
ผลิตภัณฑ์จำนวนมากถูกวางโชว์โดยไม่มีบรรจุภัณฑ์ปิดสนิท
การสาธิต
พนักงานมักจะสาธิตผลิตภัณฑ์อย่าง Bath bombs, คลีนเซอร์ และสบู่ ให้ดูบ่อยครั้ง
การทดลองใช้จริง
ลูกค้าสามารถดมกลิ่นและสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง
การจัดแสดงผลงานด้วยสีสัน
ผลิตภัณฑ์มักถูกจัดเรียงตามสี รูปทรง และหมวดหมู่
ปฏิสัมพันธ์กับพนักงานสูง
โดยทั่วไป พนักงานมีหน้าที่อธิบายส่วนผสม วิธีการใช้ และกลิ่นหอม มากกว่าเพียงแค่คิดเงิน
ผลลัพธ์ที่ได้คือสภาพแวดล้อมการขายปลีกที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง พื้นที่สาธิตผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส
อัตลักษณ์ทางภาพของ Lush
Lush มีภาษาภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แทนที่จะใช้สุนทรียศาสตร์แบบหรูหราเรียบง่ายเหมือนแบรนด์สกินแคร์พรีเมียมหลายแห่ง Lush มักเลือกใช้:
- ฉลากขาวดำ
- สีสันสดใสของผลิตภัณฑ์
- สุนทรียศาสตร์แบบวาดมือหรือทำมือ
- ตัวอักษรที่สนุกสนาน
- ชื่อผลิตภัณฑ์ที่แปลกประหลาด
- รูปทรงที่ไม่ธรรมดา
- วัตถุดิบที่มองเห็นได้
- เอฟเฟกต์สีสันในน้ำอาบ
สิ่งนี้มอบบุคลิกให้กับ Lush ที่มีความเป็น ช่างฝีมือ ขบถ สนุกสนาน และนักกิจกรรม ไปพร้อมๆ กัน
ความขัดแย้งนี้มีความสำคัญต่อแบรนด์: ผลิตภัณฑ์อาจดูทำมือและไม่เป็นทางการ ในขณะที่บริษัทเบื้องหลังดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางระดับนานาชาติ
น้ำหอมในฐานะหัวใจสำคัญของแบรนด์
น้ำหอมเป็นหนึ่งในจุดแข็งทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของ Lush
ผลิตภัณฑ์ Lush จำนวนมากจงใจใส่กลิ่นหอมเข้มข้น และบริษัทได้พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่หลากหลาย ขยายเกินเลยไปจากผลิตภัณฑ์อาบน้ำและดูแลผิว ไปจนถึงน้ำหอมและสเปรย์ฉีดตัว
Lush ระบุว่าบริษัทสร้างสรรค์น้ำหอมภายในองค์กร และใช้น้ำมันหอมระเหยรวมถึงวัตถุดิบน้ำหอมอื่นๆ ที่คัดสรรโดยทีมงานของตนเอง
น้ำหอมบางกลิ่นยังปรากฏอยู่ในหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ สิ่งนี้สร้างสิ่งที่อาจเรียกว่า จักรวาลน้ำหอมของ Lush ซึ่งลูกค้าสามารถสัมผัสกลิ่นเฉพาะผ่านผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว น้ำหอม หรือรูปแบบอื่นๆ
การจัดซื้ออย่างมีจริยธรรม
จุดยืนด้านจริยธรรมของ Lush ขยายเกินเลยไปจากการทดสอบในสัตว์
บริษัทระบุว่าปรัชญาการจัดซื้อเน้นที่:
- การจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ
- ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์
- การจัดซื้อโดยตรงเมื่อเป็นไปได้
- การสนับสนุนชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตวัตถุดิบ
- ข้อพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม
- วัสดุรีไซเคิล
- การลดวัสดุที่มีปัญหา
ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการจัดซื้อปัจจุบันของ Lush กล่าวถึงความสัมพันธ์กับผู้ปลูกและผู้ผลิต ตลอดจนโครงการที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบจากชุมชนป่าไม้และห่วงโซ่อุปทานที่คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ 17
แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่กว้างขึ้นของ Lush เรื่อง “People Care, Earth Care & Fair Share”
ปรัชญาด้านสิ่งแวดล้อม
กลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมของ Lush เห็นได้ชัดเจนที่สุดในนโยบายบรรจุภัณฑ์ แต่ก็ขยายออกไปไกลกว่านั้น
หัวข้อหลักประกอบด้วย:
การลดบรรจุภัณฑ์
บริษัทพยายามกำจัดบรรจุภัณฑ์ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้
บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล
ในกรณีที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ Lush ใช้วัสดุรีไซเคิลในงานหลากหลายประเภท 18
การจัดซื้อวัตถุดิบ
Lush พยายามทำความเข้าใจที่มาของวัตถุดิบและผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ
ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์แบบก้อนอย่างแชมพูบาร์สามารถช่วยลดความจำเป็นในการขนส่งน้ำและบรรจุภัณฑ์เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เหลวแบบดั้งเดิมบางชนิด
เป้าหมายโดยรวมสรุปได้ในพันธกิจของบริษัท:
“Leave the world Lusher than we found it.” 19
Lush ในฐานะบริษัทรณรงค์
นี่คือหนึ่งในคุณลักษณะที่แยก Lush ออกจากบริษัทเครื่องสำอางทั่วไปได้ชัดเจนที่สุด
Lush นิยามตนเองว่าเป็น บริษัทรณรงค์ และในอดีตได้ใช้ร้านค้า ผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ และการสื่อสารเพื่อสนับสนุนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ:
- สิทธิสัตว์
- การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
- สิทธิมนุษยชน
- ความเท่าเทียม
- ความยุติธรรมทางสังคม
บริษัทไม่ได้มองว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นเรื่องแยกจากธุรกิจ แต่กลับบูรณาการการรณรงค์เข้ากับอัตลักษณ์ของแบรนด์ 20
ตัวอย่างเช่น Lush ได้สร้างผลิตภัณฑ์และแคมเปญเพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมและสิทธิ LGBTQ+ ในประเทศไทย โครงการ “Our Giving” ได้รวมผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนความเท่าเทียมและสิทธิของคนข้ามเพศ รวมถึงแคมเปญในปี 2025 ที่มอบรายได้ 50% จากยอดขายผลิตภัณฑ์เฉพาะรายการ (ไม่รวมภาษี) ให้กับสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย 21
กลยุทธ์การตลาด
การตลาดของ Lush มีความแปลกใหม่เพราะในอดีตบริษัทพึ่งพาการโฆษณามวลชนแบบดั้งเดิมน้อยกว่าแบรนด์ความงามขนาดใหญ่หลายแห่ง
แต่กลับเน้นที่:
ประสบการณ์ผลิตภัณฑ์
ตัวผลิตภัณฑ์เองถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจ
การบอกต่อ
กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ Bath bombs และผลิตภัณฑ์แปลกใหม่กระตุ้นให้ลูกค้าพูดถึง
ละครในร้านค้า (Retail Theater)
ร้านค้าทำหน้าที่เป็นสภาพแวดล้อมการตลาดเชิงประสบการณ์
บรรจุภัณฑ์และฉลาก
การนำเสนอผลิตภัณฑ์สื่อสารบุคลิกของแบรนด์
การรณรงค์
แคมเปญด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมสร้างการพูดคุยในที่สาธารณะ
รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน
ผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาลและความร่วมมือพิเศษกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำและความเร่งด่วน
ชุมชนดิจิทัล
แบรนด์ยังใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อสื่อสารเรื่องราวผลิตภัณฑ์และแคมเปญ
สิ่งนี้สร้างโมเดลธุรกิจที่ ผลิตภัณฑ์ ร้านค้า และอุดมการณ์ กลายเป็นการโฆษณาในตัวมันเอง
โมเดลธุรกิจ
Lush ดำเนินงานผ่านการผสมผสานระหว่าง:
- ร้านค้าปลีกจริง
- อีคอมเมิร์ซ
- ความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า
- นวัตกรรมผลิตภัณฑ์
- คอลเลกชันตามฤดูกาล
- น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
- ของขวัญ
- การดำเนินงานและความร่วมมือระหว่างประเทศที่คัดเลือกแล้ว
เครือข่ายการค้าปลีกของบริษัทเป็นระดับสากล โดย Lush รายงานว่ามีมากกว่า 950 สาขาในกว่า 50 ประเทศบนเว็บไซต์ประเทศไทยปัจจุบัน 22
ดังนั้น บริษัทจึงเป็นผู้ค้าปลีกระดับโลก แต่ยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์และปรัชญาการผลิตแบบธุรกิจเครื่องสำอางทำมือขนาดเล็กไว้
ความตึงเครียดดังกล่าว—규모ระดับโลก เทียบกับ เอกลักษณ์แบบทำมือ—คือหนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดของอัตลักษณ์ทางธุรกิจของ Lush
Lush ในประเทศไทย
Lush เข้าสู่ตลาดไทยในเดือน ธันวาคม 2016 โดยการเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ จากนั้นบริษัทได้ขยายไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ พร้อมทั้งจัดตั้งช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
Lush ประเทศไทยยังได้ริเริ่มโครงการท้องถิ่น รวมถึง การผลิต Fresh Face Mask ในประเทศ และแคมเปญที่เชื่อมโยงกับประเด็นสังคมในสังคมไทย
ประเทศไทยมีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับ Lush เนื่องจากวัฒนธรรมความงาม สุขภาพ ห้างสรรพสินค้า และน้ำหอมที่แข็งแกร่งของประเทศ เอื้ออำนวยต่อสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการค้าปลีกเครื่องสำอางเชิงประสบการณ์
อะไรที่ทำให้ Lush แตกต่าง?
ความแตกต่างของ Lush สามารถสรุปได้จากคุณลักษณะที่เชื่อมโยงกันหลายประการ:
| มิติ | แนวทางของ Lush |
|---|---|
| ผลิตภัณฑ์ | แปลกใหม่ เน้นประสาทสัมผัส และกลิ่นหอมเข้มข้น |
| การผลิต | ทำมือ/เน้นความสดใหม่ |
| บรรจุภัณฑ์ | เน้นผลิตภัณฑ์ไร้บรรจุภัณฑ์อย่างมาก |
| การทดสอบในสัตว์ | จุดยืนต่อต้านการทดสอบในสัตว์ที่เข้มแข็ง |
| วัตถุดิบ | วัตถุดิบธรรมชาติผสมผสานกับสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัย |
| จริยธรรม | การจัดซื้ออย่างมีจริยธรรมและแคมเปญด้านสังคม/สิ่งแวดล้อม |
| การค้าปลีก | เน้นประสบการณ์สูง |
| บุคลิกแบรนด์ | สนุกสนาน ขบถ นักกิจกรรม |
| การตลาด | ผลิตภัณฑ์ ชุมชน และแคมเปญ แทนที่จะเป็นการโฆษณาแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว |
| ประสบการณ์ลูกค้า | ดม สัมผัส สาธิต และการเล่าเรื่อง |
| นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ | เน้นรูปแบบที่ไม่ธรรมดาอย่างมาก |
บุคลิกของแบรนด์ Lush
หากเปรียบ Lush เป็นบุคคล บุคลิกน่าจะเป็น:
สนุกสนาน — ไม่จริงจังกับวัฒนธรรมความงามแบบดั้งเดิมมากเกินไป
เน้นประสาทสัมผัส — กลิ่นหอม สี เนื้อสัมผัส และพิธีกรรมการอาบน้ำคือหัวใจสำคัญ
ขบถ — ท้าทายแนวปฏิบัติเครื่องสำอางแบบเดิมๆ
มีจริยธรรม — สวัสดิภาพสัตว์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความยุติธรรมทางสังคมคือแก่นของอัตลักษณ์
สร้างสรรค์ — การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร
ไม่เหมือนใคร — จงใจหลีกเลี่ยงรูปลักษณ์แบบบริษัทความงามหรูทั่วไป
นักกิจกรรม — เต็มใจเชื่อมโยงแบรนด์กับประเด็นสังคมและการเมืองอย่างเปิดเผย
การผสมผสานนี้นับเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Lush
Lush เทียบกับแบรนด์ความงามทั่วไป
บริษัทความงามแบบดั้งเดิมอาจเน้นขาย ประสิทธิภาพ เกียรติยศ เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ หรือความหรูหรา เป็นหลัก
Lush ขายข้อเสนอที่กว้างกว่า:
ผลิตภัณฑ์ + ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส + อัตลักษณ์ทางจริยธรรม + การรณรงค์ + ประสบการณ์หน้าร้าน
ดังนั้น ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องซื้อ Bath bomb ของ Lush เพียงเพราะต้องการใส่อ่างอาบน้ำเท่านั้น
แต่พวกเขาอาจกำลังซื้อ:
- กลิ่นหอมเฉพาะ
- ประสบการณ์ทางอารมณ์
- พิธีกรรมสีสันสดใส
- ของขวัญ
- ทางเลือกที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม
- การแสดงออกถึงอัตลักษณ์ส่วนตัว
- การมีส่วนร่วมในปรัชญาจริยธรรมของแบรนด์
นี่คือเหตุผลที่ Lush สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นทั้ง บริษัทเครื่องสำอางและแบรนด์ไลฟ์สไตล์
ข้อวิจารณ์และข้อจำกัด
จุดยืนด้านจริยธรรมของ Lush ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะพ้นจากข้อวิจารณ์
ความตึงเครียดบางประการรอบแบรนด์ประกอบด้วย:
“ธรรมชาติ” เทียบกับ ส่วนผสมสังเคราะห์
Lush ใช้ทั้งวัตถุดิบธรรมชาติและส่วนผสมสังเคราะห์ ดังนั้นจึงไม่ควรจัดประเภทว่าเป็นบริษัทเครื่องสำอางธรรมชาติ 100% 23
ความยั่งยืนเป็นเรื่องซับซ้อน
ผลิตภัณฑ์ไร้บรรจุภัณฑ์สามารถลดขยะได้ แต่ความยั่งยืนยังขึ้นอยู่กับแหล่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง และพฤติกรรมผู้บริโภค
กลิ่นหอมเข้มข้น
การใช้กลิ่นหอมอย่างหนักเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับลูกค้าจำนวนมาก แต่อาจไม่เหมาะสมหรือน่ารำคาญสำหรับผู้ที่ชอบเครื่องสำอางไร้กลิ่น
ข้อกล่าวอ้างด้านจริยธรรมต้องได้รับการตรวจสอบ
เช่นเดียวกับบริษัทใดๆ ที่กล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมหรือจริยธรรม นโยบายของ Lush ต้องได้รับการประเมินจากการจัดซื้อ การผลิต และแนวปฏิบัติในห่วงโซ่อุปทานจริง ไม่ใช่แค่ข้อความทางการตลาด
การรณรงค์อาจแบ่งแยกผู้บริโภค
ความเต็มใจของ Lush ในการแสดงจุดยืนสาธารณะต่อประเด็นสังคมและการเมือง สร้างความภักดีอย่างรุนแรงในลูกค้าบางกลุ่ม ขณะที่อาจทำให้คนอื่นรู้สึกห่างเหิน
ความตึงเครียดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจ Lush ในฐานะแบรนด์ แทนที่จะยอมรับเพียงการเล่าเรื่องทางการตลาด
สรุปแบรนด์ Lush ในประโยคเดียว
Lush คือแบรนด์เครื่องสำอางทำมือจากอังกฤษที่ผสมผสานนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เชิงประสาทสัมผัสเข้ากับการจัดซื้ออย่างมีจริยธรรม หลักการต่อต้านการทดสอบในสัตว์ การลดบรรจุภัณฑ์ และการรณรงค์แบบนักกิจกรรม เปลี่ยนการค้าปลีกเครื่องสำอางให้เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และค่านิยม
ความสำคัญทางวัฒนธรรมของ Lush
ความสำคัญของ Lush ขยายเกินเลยไปจากผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น
บริษัทช่วยพิสูจน์ว่าแบรนด์เครื่องสำอางสามารถสร้างธุรกิจระดับนานาชาติขนาดใหญ่จากแนวคิดที่เคยถือว่าไม่ธรรมดาในวงการความงามกระแสหลัก เช่น:
- เครื่องสำอางไร้บรรจุภัณฑ์
- แชมพูแบบก้อน
- ร้านค้าที่เน้นประสบการณ์สูง
- การผลิตผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใส
- นโยบายต่อต้านการทดสอบในสัตว์ที่เข้มแข็ง
- การจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรม
- อัตลักษณ์องค์กรแบบนักกิจกรรม
- เครื่องสำอางในฐานะประสบการณ์ มิใช่เพียงผลิตภัณฑ์ใช้งาน
ความสำเร็จของบริษัทช่วยให้แนวคิดเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์มากขึ้นในอุตสาหกรรมความงามวงกว้าง
ในแง่นั้น Lush ไม่ได้แค่ขายสบู่ แชมพู และ Bath bomb แต่กำลังขายปรัชญาเฉพาะเกี่ยวกับสิ่งที่เครื่องสำอางควรเป็น: สดใหม่ ทำมือ น่าเพลิดเพลิน ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ไม่ทารุณสัตว์ และมี Engagement กับสังคม
References
- About Us – We Believe | LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- Our policy on animal testing | LUSH
- Lush Audited Accounts: Year ending June 2023 – We are Lush
- 프레쉬 핸드메이드 코스메틱 러쉬
- LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- How We Test Our Skincare Ingredients | LUSH
- Our People Care, Earth Care & Fair Share Buying Goals | LUSH
- LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- Our policy on animal testing | LUSH
- LUSH Thailand
- เกี่ยวกับเรา – เราเชื่อ | LUSH Thailand
- Lush is Switching Up Social – We are Lush
- Black Lives Matter – We Are Lush — UAE English
- LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- LUSH Thailand
- How LUSH tests its skincare ingredients | LUSH
- LUSH Thailand
- Our Values – We Are Lush — UAE English





