เกี่ยวกับ Her Hyness
ข้อมูลทั่วไป
Her Hyness (เฮอ ไฮเนส) เป็นแบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางประเภท “Clean Beauty” สัญชาติไทย ดำเนินงานโดยบริษัท Maison Royal Co., Ltd. มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แบรนด์วางตำแหน่งตัวเองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิก โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของส่วนผสม สุขภาพเกราะป้องกันผิว และแนวคิด “Sustainable Beauty” ซึ่งหมายถึงการมีผิวที่สวยงามควบคู่ไปกับสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว 1
ปัจจุบัน Her Hyness เป็นที่รู้จักอย่างมากจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด มาส์กชีทสีดำ เซรั่ม แผ่นบำรุงผิว (Treatment Pads) และขยายไปยังกลุ่มเครื่องสำอาง ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการระบุว่าเป็นแบรนด์ Clean Beauty ที่ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิก ซึ่งจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทั้งกลุ่มสกินแคร์ การปกป้องผิวจากแสงแดด ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า และลิปสติก 2
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | Her Hyness |
| ชื่อภาษาไทย | เฮอ ไฮเนส |
| อุตสาหกรรม | ความงาม, สกินแคร์, เครื่องสำอาง |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย |
| ก่อตั้งเมื่อ | ประมาณปี 2015–2016 (บริษัทมักใช้ปี 2016 เป็นปีที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ) |
| บริษัทผู้ดำเนินการ | Maison Royal Co., Ltd. |
| สำนักงานใหญ่ | กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย |
| ผู้ก่อตั้ง / CEO | กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ |
| ผู้ก่อตั้งร่วม | Jeff Lertthanapaiboon; Piyapap Lertthanapaiboon |
| จุดยืนหลัก | Clean Beauty ที่พิสูจน์ผลทางคลินิก |
| หมวดหมู่สินค้าหลัก | ครีมกันแดด, มาส์ก, เซรั่ม, แผ่นบำรุงผิว, มอยส์เจอไรเซอร์, เครื่องสำอาง |
| ตลาดหลัก | ประเทศไทย และช่องทางอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ |
| เว็บไซต์ทางการ | herhynessbeauty.com |
จุดเริ่มต้น: ปี 2015–2016
Her Hyness เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของ กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องผิวแพ้ง่ายอย่างรุนแรงและประสบความยากลำบากในการหาผลิตภัณฑ์ที่ผิวของเธอสามารถทนได้ ก่อนที่จะก้าวสู่เส้นทางธุรกิจ เธอมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมความงามระดับนานาชาติ รวมถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ L’Oréal และ Estée Lauder ในสิงคโปร์ ไทย และจีน ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยสามารถพัฒนาได้ตามมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรมความงาม 3
แนวคิดเบื้องต้นคือการสร้างสกินแคร์ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ทำลายสุขภาพของผิวที่บอบบางหรือระคายเคืองง่าย ธุรกิจเริ่มต้นประมาณปี 2015–2016 โดยปี 2016 มักถูกใช้เป็นปีที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ 1
ชื่อเดิม: “Her Highness”
ในช่วงแรกแบรนด์ใช้ชื่อว่า “Her Highness” โดยมี Royal Jelly (นมผึ้ง) เป็นหนึ่งในส่วนผสมเด่นที่สื่อถึงตำแหน่งทางการตลาดแบบพรีเมียม ต่อมาบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น HER HYNESS ซึ่งกระบวนการรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นราวปี 2020 3
ปรัชญาและความเชื่อของแบรนด์
ข้อเสนอหลักของ Her Hyness สรุปได้ว่า “ผิวสวยต้องเป็นผิวที่มีสุขภาพดี” แทนที่จะมองสกินแคร์เพียงเพื่อทำให้ผิวขาวสว่างหรือดูอ่อนเยาว์เท่านั้น แบรนด์เน้นย้ำเรื่องสุขภาพผิวระยะยาว ซึ่งเรียกว่า Sustainable Beauty หรือความงามที่ยั่งยืน โดยมุ่งเสริมสร้างพื้นฐานของผิวให้แข็งแรงเพื่อให้ผิวฟื้นฟูและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 2
ปรัชญานี้แบ่งออกเป็น 3 เสาหลัก:
- Clean Beauty: หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่แบรนด์พิจารณาว่าไม่จำเป็น รุนแรง หรืออาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
- Clinical Evidence: วางตำแหน่งเป็น “Clinically Proven Clean Beauty” โดยเน้นการทดสอบและประสิทธิภาพที่วัดผลได้ ไม่ใช่แค่ติดป้ายว่า “ธรรมชาติ” หรือ “คลีน”
- Skin-Barrier Health: มุ่งเน้นการสร้างผิวที่แข็งแรงและสุขภาพดีด้วยตนเอง แทนการรักษาปัญหาผิวอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดการระคายเคือง
สิ่งสำคัญคือ Her Hyness ไม่ใช่แค่ “แบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติ” แต่เป็นการผสมผสานระหว่างภาษาของ Clean Beauty กับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและส่วนผสมแอคทีฟ
ความหมายของ “Clean Beauty” สำหรับ Her Hyness
Her Hyness ระบุว่าผลิตภัณฑ์ออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของส่วนผสมและการหลีกเลี่ยงสารที่อาจเป็นอันตรายหรือระคายเคือง ปัจจุบันแบรนด์อ้างว่าผลิตภัณฑ์ปราศจากส่วนผสมที่เป็นอันตรายมากกว่า 2,100 ชนิด 1 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรเข้าใจในฐานะ “คำกล่าวอ้างด้านการตลาด” มากกว่าที่จะหมายความว่าหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกยอมรับว่าส่วนผสม 2,100 ชนิดนั้นเป็นอันตรายทั้งหมด เนื่องจาก “Clean Beauty” ไม่มีนิยามมาตรฐานเดียวในระดับโลก แต่ละบริษัทจึงกำหนดรายการส่วนผสมที่ต้องหลีกเลี่ยงแตกต่างกัน
ในอดีต Vogue Thailand เคยรายงานถึงจุดยืน Clean Beauty ช่วงแรกของแบรนด์ที่เน้นหลีกเลี่ยงส่วนผสมกว่า 1,500 ชนิด และมีการทดสอบทางผิวหนัง 4
กลุ่มผลิตภัณฑ์
Her Hyness ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปไกลกว่าคอนเซปต์สกินแคร์ดั้งเดิม:
ครีมกันแดด (Sunscreen)
ถือเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ในปัจจุบัน รายการสินค้ารวมถึง:
- Hya+ Water Sunscreen SPF 50+ PA++++
- UV Adapt Hya Water Sunscreen SPF 50+ PA++++
- Hexapeptide Anti-Aging Super Dry Touch Sunscreen SPF 50+ PA++++
- Spotless Blush Screen (กันแดดผสมเมกอัป)
แบรนด์เน้นเนื้อสัมผัสที่เบาบางและเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดครีมกันแดดที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย 2
มาส์กชีทสีดำ (Black Sheet Masks)
Instant Black Mask เป็นผลิตภัณฑ์ “Cult Product” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์มากที่สุด สื่อธุรกิจไทยมักยกย่องมาส์กดำ alongside ครีมกันแดดและเซรั่ม ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโต 3 รุ่นปัจจุบัน ได้แก่ Instant Glow, Instant Bright, Instant Youth Aox Platinum, Instant Calm Anti-Acne และ Advanced Glow Instant Lift Coco Mask นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เช่นการใช้ถ่าน Premium Binchotan 2
แผ่นบำรุงผิว (Treatment Pads)
เป็นเทรนด์ใหม่ในกลุ่มสกินแคร์รูปแบบแผ่นชุบพร้อมใช้ เช่น Instant Pore Refine Black Pad, Instant Barrier Defense Platinum Pad และ Instant Fresh Espresso Pad ซึ่งสะท้อนทิศทางไปสู่ความสะดวกสบายและเน้นการรักษาเฉพาะจุด 2
เซรั่ม (Serums)
พอร์ตโฟลิโอเซรั่มมีความหลากหลายครอบคลุมปัญหาผิวต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการขยับจาก “สกินแคร์อ่อนโยน” ไปสู่ “Active Skincare” ที่ซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:
- Royal Peptide Anti-Wrinkle Whitening Serum
- Bio-Peptide Advanced Youth + Glow Serum
- Bio-Retinal Melatonin Advanced Repair Serum
- Nano Melasma Pro Serum
- Prebio Complete Anti-Acne Serum
- Hydra Glow Advanced Skin Booster Serum
- Power Glow Pore Refine Serum
เครื่องสำอาง (Makeup)
ล่าสุด Her Hyness ขยายเข้าสู่กลุ่ม “Skin-focused Makeup” เพื่อเป็นแบรนด์ความงามครบวงจร ประกอบด้วย Spotless Blush Screen, Poreless Matte Longwear Foundation, Lip Blur และ Phyto-Retinol Plump & Glow Lip Tint 2
การเติบโตแบบ Product-Led
ในช่วงแรก Her Hyness ไม่พึ่งพาโฆษณาขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม แต่เน้นกลยุทธ์ “Product-Led” คือเริ่มจากตัวผลิตภัณฑ์ -> ประสบการณ์ผู้บริโภค -> การบอกต่อ (Word of Mouth) -> หลักฐานทางสังคม (Social Proof) -> การกระจายสินค้า -> แบรนด์ 5 วิธีนี้ช่วยให้แบรนด์ challenger จากไทยสามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้
ช่องทางการจัดจำหน่าย
แบรนด์ใช้โมเดล Omnichannel ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ได้แก่ Watsons, EVEANDBOY, Central, LazMall และร้านค้าปลีกออนไลน์อื่นๆ รวมถึงมีร้านออนไลน์สำหรับตลาดต่างประเทศ 1 การมีสินค้าจำนวนมากบนชั้นวางของ Watsons สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในตลาด Modern Trade ของไทย 6
ผลประกอบการทางธุรกิจ
Her Hyness มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว รายงานจาก Brand Buffet ระบุว่ายอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทในปี 2020 และเกิน 1 พันล้านบาทในปี 2021 3 ขณะที่ Forbes Thailand และ Brand Inside รายงานว่ารายได้ทะลุหลัก 1 พันล้านบาทในปี 2024 7 แม้ตัวเลขทั้งสองช่วงเวลาจะอ้างอิงแหล่งข้อมูลต่างกัน แต่สรุปได้ว่า Her Hyness ได้เปลี่ยนจากธุรกิจสตาร์ทอัพขนาดเล็กกลายเป็นแบรนด์ความงามระดับพันล้าน
ผู้ก่อตั้ง: กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์
กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ (หรือที่สื่อไทยเรียกสั้นๆ ว่า “แอล”) เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ด้วยประสบการณ์จาก L’Oréal และ Estée Lauder ในหลายประเทศ ทำให้เธอมีวิสัยทัศน์ว่า “สกินแคร์ไทยสามารถพัฒนาให้ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมความงามระดับโลก” ซึ่งยังคงเป็นแกนหลักของอัตลักษณ์แบรนด์จนถึงปัจจุบัน 3
ความยั่งยืนและสวัสดิภาพสัตว์
Her Hyness ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์ไม่ทดลองในสัตว์ (Cruelty-free), ไม่ทำลายแนวปะการัง และกล่องบรรจุภัณฑ์ใช้หมึกพิมพ์จากถั่วเหลือง (Soy-based ink) ซึ่งสอดคล้องกับนิยาม “Clean Beauty” ที่กว้างกว่าแค่ส่วนผสม 2
อัตลักษณ์แบรนด์และ T-Beauty
Her Hyness วางตำแหน่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง Clinical Skincare, Premium Beauty และ Thai Clean Beauty ไม่ใช่แบรนด์สมุนไพรไทยดั้งเดิม และไม่ใช่ยาจากห้องแล็บจ๋าๆ แต่เป็น “Premium, modern Thai skincare with clinical credibility”
แบรนด์มักถูกกล่าวถึงในฐานะส่วนหนึ่งของกระแส T-Beauty (Thailand Beauty) ซึ่งเทียบเคียงกับ K-Beauty หรือ J-Beauty โดยนำเสนอจุดแข็งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญระดับสากล ผสมผสานกับอินไซต์ผู้บริโภคไทย สูตรที่เหมาะกับภูมิอากาศร้อนชื้น และการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย 1
การตลาดผ่านคนดัง
แม้ช่วงแรกจะใช้การบอกต่อเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน Her Hyness เริ่มใช้พรีเซนเตอร์และแคมเปญร่วมกับบุคคลในวงการบันเทิงไทย เช่น Pond Naravit รวมถึงกิจกรรมการตลาดในปี 2026 ที่เน้นเรื่อง Marshmallow Sunscreen ซึ่งแสดงถึงการวิวัฒนาการจากการสื่อสารแบบ Product-led ไปสู่ Lifestyle และ Celebrity-led มากขึ้น 2
รางวัลและการยอมรับ
การแข่งขันและจุดเด่น
Her Hyness แข่งขันในตลาด Red Ocean โดยพยายามวางตัวระหว่างกลุ่มคู่แข่ง:
- International Skincare: แข่งด้วย R&D และงบโฆษณา
- Thai Skincare: แข่งด้วยราคาและความเร็ว
- K/J Beauty: แข่งด้วยนวัตกรรมและแพ็กเกจจิ้ง
- Clinical Brands: แข่งด้วยความน่าเชื่อถือทางการแพทย์
จุดเด่นที่ทำให้ Her Hyness แตกต่างคือการแก้ปัญหาผิวแพ้ง่ายจริง, การรวมคำว่า “Clean” เข้ากับ “Clinical”, การมี Hero Products ชัดเจน (มาส์กดำ/กันแดด), และความเข้าใจในสภาพอากาศของไทย 7
บทสรุป
Her Hyness เป็นตัวอย่างของการเติบโตของแบรนด์ไทยที่มุ่งเน้นคุณภาพสินค้าและความ sophistication ของแบรนด์ แทนการแข่งขันด้านราคาต่ำเพียงอย่างเดียว จากจุดเริ่มต้นที่แก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย พัฒนาสู่ปรัชญา Sustainable Beauty จนกลายเป็นบริษัทความงามรายใหญ่ที่มีเป้าหมายขยายสู่ตลาดสากล โดยนำเสนอมุมมองใหม่ที่ผสมผสาน Clean Beauty, ประสิทธิภาพทางคลินิก, แบรนด์ดิ้งระดับพรีเมียม และอินไซต์ท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 7
แหล่งอ้างอิง
- Her Hyness
- HER HYNESS ONLINE STORE
- ถอดบทเรียน “HER HYNESS” สกินแคร์ไทยยอดขาย 1,000 ล้านใน 8 ปี กับแนวทางขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย “วิชาทำเกิน” – Brand Buffet
- รีวิว Her Hyness แบรนด์ Clean Beauty กับเทรนด์ใหม่ แอมพูลเข้มข้น ฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย กู้หน้าหมองคล้ำ
- แบรนด์ไทยรุ่นใหม่ ปั้นธุรกิจอย่างไรให้ปังในตลาด Red Ocean เรียนรู้ผ่าน “Her Hyness – Karun – Yuedpao
- ชอปออนไลน์ Her Hyness ของแท้ 100%
- เจาะเส้นทาง HER HYNESS สกินแคร์สัญชาติไทย 8 ปีรายได้ทะยาน 1,000 ล้าน





