T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Diesel

Diesel เป็นแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากประเทศอิตาลีที่มีชื่อเสียงในระดับโลกจากผลิตภัณฑ์เดนิม โฆษณาที่กระตุ้นความคิด และแนวทางที่แตกต่างจากกระแสหลักในวงการแฟชั่นร่วมสมัย ก่อตั้งขึ้นโดย Renzo Rosso ในปี 1978 ที่เมือง Molvena แคว้น Veneto ประเทศอิตาลี โดยเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ที่เน้นความเชี่ยวชาญด้านเดนิมก่อนจะเติบโตเป็นแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมระดับนานาชาติที่มีสินค้าครอบคลุมทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ น้ำหอม นาฬิกา อัญมณี และของใช้ในบ้าน ปัจจุบัน Diesel อยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัทแฟชั่นอิตาลี OTB (Only The Brave) 1

ภาพรวม

หัวข้อ รายละเอียด
แบรนด์ Diesel
ปีที่ก่อตั้ง 1978
ผู้ก่อตั้ง Renzo Rosso
ถิ่นกำเนิด Molvena, Veneto, Italy
อุตสาหกรรม แฟชั่น / สินค้าหรู / ไลฟ์สไตล์
ความเชี่ยวชาญ เดนิมและแฟชั่นร่วมสมัย
บริษัทแม่ OTB Group
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ปัจจุบัน Glenn Martens
คำขวัญ “For Successful Living”
ตำแหน่งทางการตลาด แฟชั่นพรีเมียม / ทางเลือกใหม่ของสินค้าหรู
จุดเด่น เดนิม สไตล์ดิบเท่ โฆษณาที่ท้าทายกรอบคิด และการออกแบบเชิงทดลอง

ในปัจจุบัน Diesel นิยามตนเองว่าเป็น “บริษัทไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่มีความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งได้พัฒนาจากความเชี่ยวชาญด้านเดนิมสู่การเป็นแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมที่ทำหน้าที่เป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดสินค้าหรูหราแบบดั้งเดิม 2

ประวัติศาสตร์

การก่อตั้ง: ปี 1978

Diesel ก่อตั้งขึ้นในปี 1978 โดย Renzo Rosso ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างแบรนด์เดนิมในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ชื่อ Diesel ได้รับการคัดเลือกมาอย่างจงใจในช่วงวิกฤตน้ำมันโลกในทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชื้อเพลิงดีเซลถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก

Rosso ชื่นชอบนัยยะของการเป็น “ทางเลือกใหม่” และต้องการให้ Diesel เป็นทางเลือกแทนบริษัทเสื้อผ้าลำลองชั้นนำที่ครองตลาดอยู่ในขณะนั้น นอกจากนี้เขายังต้องการชื่อที่ออกเสียงได้ง่ายในทุกภาษาทั่วโลก สะท้อนถึงความทะเยอทะยานที่ต้องการให้แบรนด์มีความเป็นสากลตั้งแต่แรกเริ่ม 3

ปรัชญาของแบรนด์ได้รับการสรุปผ่านสโลแกนอันโด่งดังว่า:

“For Successful Living”

แทนที่จะนำเสนอตัวเองในฐานะผู้ผลิตยีนส์ทั่วไป Diesel มุ่งมั่นที่จะขายทัศนคติและวิถีชีวิตที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นปัจเจกบุคคล การทดลอง อารมณ์ขัน และเสรีภาพในการแสดงออก 4

ทศวรรษ 1980: การสร้างรากฐานแบรนด์

ในช่วงทศวรรษ 1980 Diesel ได้ขยายขอบเขตธุรกิจไปไกลกว่าแค่ผลิตภัณฑ์เดนิมเริ่มต้น

  • 1979: บริษัทเปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าบุรุษแบบครบวงจรเป็นครั้งแรก
  • 1981: Diesel เริ่มส่งออกสินค้านอกประเทศอิตาลี
  • 1984: เปิดตัวไลน์สินค้าสำหรับเด็กโดยใช้ชื่อว่า Dieselito
  • 1985: Renzo Rosso เข้าถือครองสิทธิ์การบริหารจัดการ Diesel อย่างสมบูรณ์
  • 1989: เปิดตัวไลน์สินค้าสำหรับสตรี 4

การเข้าถือครองสิทธิ์การบริหารอย่างเต็มรูปแบบในปี 1985 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ Rosso ได้รวบรวมทีมสร้างสรรค์ระดับนานาชาติและเริ่มพลิกโฉม Diesel จากบริษัทเดนิมในอิตาลีให้กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลก 5

ทศวรรษ 1990: การขยายตัวระดับโลกและกลยุทธ์โฆษณา

ทศวรรษ 1990 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อการสร้างอัตลักษณ์ระดับนานาชาติของ Diesel

นอกเหนือจากการแข่งขันด้านการออกแบบเสื้อผ้า Diesel ยังสร้างชื่อเสียงจากการ โฆษณาและการสื่อสาร แคมเปญของแบรนด์มักเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน การเสียดสี ความยั่วยุทางความคิด ความตระหนักทางสังคม หรือความเหนือจริงที่ตั้งใจสร้างขึ้น

บริษัทเปิดร้านค้าแฟลกชิปสโตร์ในเมืองหลวงแห่งแฟชั่นชั้นนำ ได้แก่ New York, Rome และ London ในปี 1996 และยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในวงการแฟชั่นด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์ Diesel.com ในปี 1995

การโฆษณาของ Diesel มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของแบรนด์เทียบเท่ากับตัวผลิตภัณฑ์ยีนส์ แบรนด์มักใช้พื้นที่โฆษณาเพื่อท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมและล้อเลียนแนวคิดเดิมๆ เกี่ยวกับแฟชั่น สถานะ การเมือง เพศสภาพ และวัฒนธรรมบริโภคนิยม

ทศวรรษ 2000: จากยีนส์สู่ไลฟ์สไตล์

ในช่วงทศวรรษ 2000 Diesel ได้เปลี่ยนแปลงสถานะจากแบรนด์เดนิมไปสู่บริษัทไลฟ์สไตล์อย่างเต็มรูปแบบ

จักรวาลผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ขยายออกไปครอบคลุม:

  • เสื้อผ้าสำเร็จรูป
  • เดนิม
  • รองเท้า
  • กระเป๋า
  • เครื่องประดับ
  • นาฬิกา
  • อัญมณี
  • น้ำหอม
  • แว่นตา
  • เสื้อผ้าเด็ก
  • ของใช้ในบ้าน

นอกจากนี้แบรนด์ยังได้พัฒนา Diesel Living เพื่อต่อยอดสุนทรียภาพของแบรนด์ไปสู่การตกแต่งภายในและโปรเจกต์ไลฟ์สไตล์ต่างๆ 6

ในปี 2002 Renzo Rosso ได้จัดตั้ง Only The Brave หรือที่รู้จักกันในชื่อ OTB ขึ้นมาเป็นโฮลดิ้งคอมพานีเพื่อดูแล Diesel และธุรกิจแฟชั่นอื่นๆ ซึ่งต่อมาได้เติบโตเป็นกลุ่มบริษัทแฟชั่นระดับนานาชาติที่เป็นเจ้าของ Diesel ในปัจจุบัน 7

ทศวรรษ 2010: การปฏิรูปแบรนด์

Diesel ยังคงทดลองอย่างต่อเนื่องกับเส้นแบ่งระหว่างแฟชั่น ศิลปะ การโฆษณา วัฒนธรรมป๊อป และเทคโนโลยี

หนึ่งในแคมเปญที่น่าจดจำคือ “Go with the Flaw” ในปี 2017 ซึ่งเฉลิมฉลองให้กับความไม่สมบูรณ์แบบ แทนที่จะนำเสนอความสมบูรณ์แบบตามขนบเป็นอุดมคติ แคมเปญนี้เป็นตัวแทนของกลยุทธ์ระยะยาวของ Diesel ในการเปลี่ยนความไม่สมบูรณ์แบบและความไม่เป็นไปตามขนบให้กลายเป็นจุดแข็งของแบรนด์ 8

ทศวรรษ 2020: ยุคของ Glenn Martens

บทใหม่ที่สำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อนักออกแบบชาวเบลเยียม Glenn Martens เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Diesel ในปี 2020

ภายใต้การนำของ Martens แบรนด์ Diesel กลับมาเป็นที่จับตามองอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคแฟชั่นรุ่นใหม่ ผลงานของเขาผลักดันแบรนด์ไปสู่การใช้เดนิมในรูปแบบที่เกินจริง ซิลูเอตเชิงทดลอง วัสดุที่ผ่านการทำให้ดูเก่าหรือชำรุด การอ้างอิงถึงแฟชั่นยุค Y2K เสื้อผ้าที่เน้นสรีระร่างกาย ตลอดจนการผสมผสานระหว่างสตรีทแวร์และแฟชั่นหรูหรา

Diesel ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Martens ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนปัจจุบันของแบรนด์ 9

ปรัชญาการออกแบบ

อัตลักษณ์ของ Diesel สามารถสรุปได้ผ่านแนวคิดหลักที่ปรากฏซ้ำๆ ดังนี้

1. การทดลองกับเดนิม

เดนิมยังคงเป็นรากฐานสำคัญของ Diesel

แทนที่จะมองว่ายีนส์เป็นเพียงเสื้อผ้าพื้นฐานในตู้เสื้อ ผ้า Diesel มีประวัติยาวนานในการทดลองกับ:

  • เทคนิคการฟอกสีที่ไม่เหมือนใคร
  • การทำให้ผ้าดูเก่าหรือขาด
  • การเฟดสี
  • การเคลือบผิวผ้า
  • กระบวนการตกแต่งพิเศษ
  • การถอดรื้อโครงสร้างเดิม
  • สัดส่วนที่ใหญ่เกินจริง
  • ซิลูเอตที่มีมิติเหมือนประติมากรรม
  • โครงสร้างที่ผิดแผกไปจากเดิม
  • การนำเดนิมไปใช้นอกเหนือจากกางเกงยีนส์แบบดั้งเดิม

แนวทางดังกล่าวช่วยตอกย้ำสถานะของ Diesel ในฐานะหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ของ เดนิมพรีเมียมเชิงทดลอง

2. ความเป็นปัจเจกบุคคล

ปรัชญาของ Diesel เน้นย้ำการแสดงออกถึงตัวตนมากกว่าการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์แฟชั่นอย่างเคร่งครัด แบรนด์นำเสนอเสื้อผ้าในฐานะเครื่องมือในการแสดงออกถึงบุคลิกภาพ ทัศนคติ และความเป็นอิสระมาโดยตลอด

ปรัชญาแบรนด์อย่างเป็นทางการระบุว่า ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นปัจเจกบุคคล ความครอบคลุมทุกกลุ่มคน และเสรีภาพในการแสดงออก ล้วนเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ Diesel 10

3. การท้าทายขนบ

Diesel ตั้งใจท้าทายแนวคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับการโฆษณาและแฟชั่น

แคมเปญของแบรนด์เคยหยิบยกประเด็นต่างๆ มาสื่อสาร ได้แก่:

  • แบบแผนทางสังคม
  • การเมือง
  • รสนิยมทางเพศ
  • เพศสภาพ
  • ความหลากหลาย
  • ลัทธิบริโภคนิยม
  • ความสมบูรณ์แบบ
  • ความไม่เป็นธรรมในสังคม

กลยุทธ์หลักคือ: อย่าเพียงแค่โฆษณาผลิตภัณฑ์ แต่จงสร้างบทสนทนา围绕着มัน

Diesel อธิบายประวัติศาสตร์การสื่อสารของตนเองว่ามีลักษณะที่ไม่เคารพต่อกรอบเดิมและต่อต้านขนบนิยม 11

4. อารมณ์ขันและการเสียดสี

อารมณ์ขันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตลักษณ์ของ Diesel

ในขณะที่โฆษณาแฟชั่นหรูแบบดั้งเดิมมักเน้นความสง่างาม ความพิเศษเฉพาะตัว มรดกทางประวัติศาสตร์ และความจริงจัง Diesel มักเลือกเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม คือความเหนือจริง การเสียดสี การกล่าวเกินจริง และการรู้เท่าทันตนเอง

ความแตกต่างนี้คือเหตุผลหนึ่งที่ Diesel ถูกเรียกว่าเป็น ทางเลือกใหม่ของแฟชั่นหรูแบบดั้งเดิม มาโดยตลอด แทนที่จะเป็นเพียงอีกแบรนด์หรูหนึ่ง 12

โลโก้และอัตลักษณ์ทางสายตา

เครื่องหมายคำ DIESEL เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จดจำได้ง่ายที่สุดของแบรนด์

อัตลักษณ์ทางสายตามักเชื่อมโยงกับ:

  • ตัวอักษรที่หนาและโดดเด่น

  • การอ้างอิงถึงงานอุตสาหกรรม

  • การใช้สีแดงเป็นสีประจำแบรนด์
  • เนื้อผ้าเดนิม
  • อิทธิพลจากชุดทำงาน
  • พื้นผิวที่ดูดิบหรือผ่านการใช้งาน
  • กราฟิกเชิงทดลอง

ชื่อแบรนด์เองก็มีนัยยะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจดั้งเดิมของผู้ก่อตั้ง: Diesel ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของ เชื้อเพลิงทางเลือก และในเชิงอุปมาก็คือแบรนด์แฟชั่นทางเลือก 13

เดนิม

เดนิมถือเป็นหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่กำหนดตัวตนของ Diesel ได้อย่างชัดเจนที่สุด

ความทะเยอทะยานของบริษัทตั้งแต่เริ่มต้นคือการสร้างเดนิมที่มีนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตยีนส์ตามแบบแผนเดิม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Diesel สร้างชื่อเสียงจากเทคนิคการฟอกสีและการตกแต่งที่ซับซ้อน

ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุของ Diesel ในญี่ปุ่นระบุว่า บริษัทได้ผลิต เดนิมฟอกสีที่แตกต่างกันมากกว่า 2,000 แบบระหว่างปี 1978 ถึง 2012 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการทดลองกับเดนิมเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาอย่างยาวนาน 14

ในปัจจุบัน เดนิมของ Diesel มักทำหน้าที่เป็นแถลงการณ์ทางแฟชั่นมากกว่าเป็นเพียงเสื้อผ้าลำลอง แบรนด์ใช้เดนิมสร้างสรรค์กางเกงขากระบอกใหญ่พิเศษ ซิลูเอตเอวต่ำ ชิ้นงานที่ดูชำรุด เสื้อผ้าที่มีโครงสร้างคล้ายประติมากรรม กระโปรง แจ็กเก็ต เสื้อท่อนบน และรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม

การโฆษณา

การโฆษณาเป็นหนึ่งในคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Diesel ต่อวัฒนธรรมแฟชั่น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษ 1990 Diesel สร้างชื่อเสียงจากแคมเปญที่ไม่ได้ดำเนินไปตามวิถีโฆษณาแฟชั่นทั่วไป แทนที่จะนำเสนอเพียงนางแบบนายแบบสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม แคมเปญมักสร้างสถานการณ์สมมติหรือเนื้อหาเสียดสีสังคม

แคมเปญที่สำคัญ ได้แก่:

  • LaChapelle (1994)
  • Go with the Flaw (2017)
  • Francesca (2020)
  • When Together (2021)

Diesel ระบุว่าแคมเปญเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจในวงกว้างของแบรนด์ที่มีต่อความครอบคลุมทุกกลุ่มคน ประเด็นทางสังคม ความคิดสร้างสรรค์ และการท้าทายกรอบความคิดดั้งเดิม 15

สิ่งนี้ทำให้ Diesel มีความพิเศษ เพราะ การตลาดได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าทางวัฒนธรรมของผลิตภัณฑ์ ไปในตัว

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

Diesel ได้วิวัฒนาการจนกลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่

เสื้อผ้า

  • ยีนส์
  • เสื้อยืด
  • เสื้อเชิ้ต
  • เสื้อถัก
  • แจ็กเก็ต
  • ชุดเดรส
  • กระโปรง
  • เสื้อคลุม
  • ชุดชั้นใน
  • เสื้อผ้าตัดเย็บเนี้ยบ
  • คอลเลกชันเดนิม

เครื่องประดับ

  • กระเป๋าถือ
  • เข็มขัด
  • กระเป๋าสตางค์
  • อัญมณี
  • แว่นตา
  • หมวก
  • เครื่องหนังชิ้นเล็ก

รองเท้า

  • สนีกเกอร์
  • บูต
  • รองเท้าแตะ
  • รองเท้าแฟชั่น

ไลฟ์สไตล์

  • น้ำหอม
  • นาฬิกา
  • อัญมณี
  • ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน/ภายใน
  • Diesel Living

คำอธิบายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ในปัจจุบันระบุถึงสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับควบคู่ไปกับน้ำหอม นาฬิกา อัญมณี การออกแบบภายใน และความร่วมมือด้านไลฟ์สไตล์อื่นๆ 16

Diesel กับวงการแฟชั่นหรู

Diesel ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในลำดับชั้นของวงการแฟชั่น

แบรนด์ ไม่ควรถูกจัดให้เป็นบ้านแฟชั่นหรูที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม เช่นเดียวกับ Chanel, Hermès หรือ Louis Vuitton

ในทางกลับกัน Diesel วางตำแหน่งตนเองในฐานะ ทางเลือกใหม่ของแฟชั่นหรูแบบเดิม มาโดยตลอด

นั่นหมายความว่าข้อเสนอคุณค่าของแบรนด์ไม่ได้เน้นหนักไปที่:

มรดกทางประวัติศาสตร์ + ความสง่างามเป็นทางการ + ความพิเศษเฉพาะตัว

แต่เน้นไปที่:

ความคิดสร้างสรรค์ + ทัศนคติ + การทดลอง + ความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมปัจจุบัน

ความแตกต่างนี้เป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจ Diesel บริษัทอธิบายแบรนด์ของตนเองว่าเป็นผู้นำด้านแฟชั่นพรีเมียมและเป็น “ทางเลือกที่แท้จริง” สำหรับตลาดสินค้าหรูที่มีอยู่เดิม 17

OTB Group

Diesel เป็นเจ้าของโดย OTB Group กลุ่มบริษัทแฟชั่นที่ก่อตั้งโดย Renzo Rosso

พอร์ตโฟลิโอของ OTB ได้ขยายออกไปไกลกว่า Diesel และรวมถึงบ้านแฟชั่นชั้นนำอย่าง Maison Margiela, Marni, Jil Sander และ Viktor&Rolf ตลอดจนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดจำหน่ายแฟชั่น 18

ดังนั้นในเชิงโครงสร้างความเป็นเจ้าของคือ:

Renzo Rosso → OTB Group → Diesel

Renzo Rosso ยังคงเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังวิสัยทัศน์โดยรวมของกลุ่มบริษัท 19

การกระจายตัวทั่วโลก

Diesel เติบโตจากบริษัทเดนิมในอิตาลีจนกลายเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ

ปัจจุบัน OTB ระบุว่า Diesel มี จุดจำหน่ายมากกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก รวมถึง ร้านสาขาเดี่ยวมากกว่า 290 แห่ง และมีการดำเนินธุรกิจใน มากกว่า 90 ประเทศ

เครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับโลกนี้สะท้อนถึงความทะเยอทะยานดั้งเดิมของ Rosso: Diesel ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจให้เป็นแบรนด์ระดับนานาชาติตั้งแต่แรก มิใช่แบรนด์อิตาลีที่ขยายไปต่างประเทศในภายหลัง

ความยั่งยืน

Diesel ได้บูรณาการเรื่องความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการสื่อสารมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวอย่างหนึ่งคือระบบฉลาก “For Responsible Living” ตามข้อมูลที่ Diesel ระบุ เสื้อผ้าที่ผ่านเกณฑ์จะสามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านความยั่งยืน พร้อมรหัส QR ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุ กระบวนการตกแต่ง การฟอกสี และอุปกรณ์เสริม

ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับผลิตภัณฑ์เดนิม เนื่องจากกระบวนการผลิตเดนิมอาจเกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ สารเคมี พลังงาน และกระบวนการตกแต่งจำนวนมาก ดังนั้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการฟอกสีและการตกแต่งจึงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับบริษัทที่เน้นผลิตภัณฑ์เดนิม

นัยสำคัญทางวัฒนธรรม

ความสำคัญของ Diesel ในวงการแฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายยีนส์

คุณูปการที่ใหญ่กว่านั้นคือแนวคิดที่ว่าแบรนด์แฟชั่นสามารถเป็นได้พร้อมกันหลายบทบาท:

บริษัทเสื้อผ้า + ปรากฏการณ์ทางการโฆษณา + นักวิจารณ์วัฒนธรรม + แบรนด์ไลฟ์สไตล์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษ 1990 และ 2000 Diesel ช่วยสร้างโมเดลที่การโฆษณาที่แหวกแนวสามารถกลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ได้

ในเวลาต่อมา ภายใต้การนำของ Glenn Martens แบรนด์ Diesel มีอิทธิพลอย่างมากต่อการกลับมาของ แฟชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Y2K เดนิมเอวต่ำ ซิลูเอตที่เกินจริง วัสดุที่ดูชำรุด และการจัดแต่งทรงผมร่วมสมัยที่ท้าทายขนบ

อัตลักษณ์แบรนด์ในประโยคเดียว

หากแฟชั่นหรูแบบดั้งเดิมกล่าวว่า:

“ดูสิว่าวัตถุชิ้นนี้มีมูลค่าและเกียรติยศเพียงใด”

ปรัชญาของ Diesel จะใกล้เคียงกับ:

“สวมใส่มัน ทำให้มันเป็นของคุณ ทลายกฎเกณฑ์ และสนุกไปกับมัน”

และนั่นคือแก่นแท้ของสิ่งที่ “For Successful Living” เป็นตัวแทนในจักรวาลของแบรนด์ Diesel

เส้นเวลา

ปี เหตุการณ์
1978 Renzo Rosso ก่อตั้ง Diesel
1979 คอลเลกชันเสื้อผ้าบุรุษแบบครบวงจรครั้งแรก
1981 เริ่มต้นการส่งออกระหว่างประเทศ
1984 เปิดตัวไลน์สินค้าเด็ก Dieselito
1985 Rosso เข้าถือครองสิทธิ์การบริหาร Diesel อย่างสมบูรณ์
1989 เปิดตัวไลน์สินค้าสตรี
1990s การขยายตัวระดับนานาชาติและแคมเปญโฆษณาที่เป็นสัญลักษณ์
1995 เปิดตัวเว็บไซต์ Diesel.com
1996 เปิดแฟลกชิปสโตร์ที่ New York, Rome และ London
2002 จัดตั้ง OTB ในฐานะโฮลดิ้งคอมพานี
2017 แคมเปญ “Go with the Flaw”
2020 Glenn Martens รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์
2021 แคมเปญ “When Together”
2022 Diesel ร่วมมือกับ Tom of Finland Foundation และ The Community ในโปรเจกต์ All Together
ปัจจุบัน Diesel ดำเนินงานในระดับนานาชาติในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์พรีเมียมภายใต้เครือ OTB

ข้อมูลปีและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อ้างอิงเป็นหลักจากประวัติอย่างเป็นทางการของ Diesel และ OTB

สรุป

Diesel เป็นแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์พรีเมียมที่มีต้นกำเนิดจากอิตาลีและมีเป้าหมายระดับโลก ก่อตั้งขึ้นโดย Renzo Rosso ในปี 1978 แบรนด์เริ่มต้นด้วยการท้าทายตลาดเดนิมแบบดั้งเดิมและแปรเปลี่ยนแนวคิดของการเป็น “ทางเลือกใหม่” ให้กลายเป็นปรัชญาแบรนด์ทั้งหมด อัตลักษณ์ของ Diesel สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ นวัตกรรมเดนิม ความเป็นปัจเจกบุคคล อารมณ์ขันเสียดสี การท้าทายขนบ ความครอบคลุมทุกกลุ่มคน วัฒนธรรมเยาวชน และการทดลองเชิงสร้างสรรค์

ในปัจจุบัน ภายใต้การนำของ Glenn Martens แบรนด์ Diesel อยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างเดนิมพรีเมียม แฟชั่นร่วมสมัย สตรีทแวร์ และสินค้าหรู ความสำคัญของแบรนด์ไม่ได้มาจากมรดกความหรูหราแบบดั้งเดิม แต่มาจากความสามารถในการ เปลี่ยนการออกแบบที่แหวกแนวและการสื่อสารทางวัฒนธรรมที่ท้าทายกรอบคิด ให้กลายเป็นภาษาระดับโลกที่จดจำได้ง่าย

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง