เกี่ยวกับ De Cecco
ภาพรวม
De Cecco เป็นบริษัทอาหารอิตาเลียนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลจากผลิตภัณฑ์ พาสต้าแห้งระดับพรีเมียม บริษัทตั้งอยู่ที่เมือง Fara San Martino แคว้นอาบรุซโซ (Abruzzo) โดยมีรากฐานมาจากกิจการโม่แป้งของครอบครัวที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1831 และเริ่มต้นการผลิตพาสต้าในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในปี 1886
ในปัจจุบัน De Cecco นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตพาสตรายใหญ่ของโลก และได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปBeyond พาสต้าไปยังน้ำมันมะกอก ซอส ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ แป้ง ข้าว เจนโนคคี (gnocchi) และสินค้าอาหารอิตาเลียนอื่นๆ อีกมากมาย 1
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | De Cecco |
| ชื่อบริษัทตามกฎหมาย | F.lli De Cecco di Filippo – Fara San Martino S.p.A. |
| อุตสาหกรรม | อาหารและเครื่องดื่ม |
| ประเทศต้นกำเนิด | อิตาลี 🇮🇹 |
| ภูมิภาค | อาบรุซโซ (Abruzzo) |
| สำนักงานใหญ่ | Fara San Martino, Chieti, Abruzzo, Italy |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1886 (ในฐานะผู้ผลิตพาสต้า) |
| รากฐานครอบครัว | 1831 |
| ผู้ก่อตั้งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพาสต้า | Filippo Giovanni De Cecco |
| สินค้าเด่น | พาสต้าแห้งที่ทำจากข้าวสาลีดูรัม (Durum wheat) |
| ผลิตภัณฑ์อื่นๆ | พาสต้าไข่, พาสต้าโฮลวีทและออร์แกนิก, พาสต้าไร้กลูเตน, น้ำมันมะกอก, ซอส, มะเขือเทศ, แป้ง, ข้าว, เจนโนคคี และอาหารอื่นๆ |
| การวางตำแหน่งสินค้า | อาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียม / คุณภาพสูง |
| รูปแบบการเป็นเจ้าของ | ธุรกิจครอบครัวชาวอิตาลี |
| การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ | จำหน่ายสินค้าในตลาดนานาชาติหลายแห่ง |
เอกสารทางประวัติศาสตร์ของบริษัทระบุสถานะของ De Cecco ในฐานะบริษัทอาหารพรีเมียม และระบุว่าปัจจุบันเป็น ผู้ผลิตพาสตารายใหญ่อันดับสามของโลก 1
1. จุดเริ่มต้น: ก่อนยุค De Cecco พาสต้า
แม้ว่าปี 1886 จะเป็นปีที่มักถูกเชื่อมโยงกับ De Cecco ในฐานะผู้ผลิตพาสต้า แต่เรื่องราวของบริษัทนั้นเริ่มต้นก่อนหน้านั้น
ในปี 1831 Nicola Antonio De Cecco เริ่มทำงานเป็น ช่างโม่แป้งในเมือง Fara San Martino ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้นอาบรุซโซที่ตั้งอยู่เชิงเทือกเขา Majella กิจการของเขาเน้นการผลิตแป้งโดยใช้เทคนิคการโม่แบบดั้งเดิม 1
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ:
1831 = จุดเริ่มต้นของกิจการโม่แป้ง De Cecco
1886 = จุดเริ่มต้นของการผลิตพาสต้า De Cecco
Filippo Giovanni De Cecco บุตรชายของ Nicola สืบทอดความเชี่ยวชาญด้านการโม่แป้งของครอบครัว และต่อมาได้ขยายธุรกิจไปสู่การผลิตพาสต้า ในปี 1886 ครอบครัวนี้ได้ก่อตั้ง Pastificio dei Fratelli De Cecco หรือโรงงานพาสต้าของพี่น้อง De Cecco 1
ความเชื่อมโยงระหว่าง การโม่ข้าวสาลีและการทำพาสต้า กลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ De Cecco ในเวลาต่อมา
2. ก้าวสำคัญในปี 1886
ปลายศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงที่การผลิตพาสต้าในอิตาลีกำลังเปลี่ยนจากการผลิตขนาดเล็กแบบหัตถกรรมไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม
ในอดีต พาสต้าจะถูกตากแห้งกลางแจ้งภายใต้แสงแดด ทำให้การผลิตต้องพึ่งพาสภาพอากาศอย่างมาก
Filippo Giovanni De Cecco ได้พัฒนาแนวทางแก้ไขทางเทคโนโลยี โดยในปี 1889 เขาได้สร้าง ระบบอบแห้งด้วยลมร้อน/อุณหภูมิต่ำแบบจำลอง ซึ่งช่วยให้สามารถตากแห้งพาสต้าภายใต้สภาวะที่ควบคุมได้ แทนที่จะพึ่งพาแสงแดดเพียงอย่างเดียว เอกสารทางประวัติศาสตร์ของ De Cecco ระบุว่าการค้นพบนี้เป็นก้าวสำคัญทางเทคโนโลยีในการพัฒนาของบริษัท 1
นวัตกรรมนี้มีความสำคัญเพราะช่วยให้การผลิตพาสต้ามีความสม่ำเสมอมากขึ้น และเปิดโอกาสให้จำหน่ายพาสต้านอกตลาดท้องถิ่นได้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคแรกของ De Cecco ไม่ใช่แค่การทำพาสต้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการผสมผสานระหว่าง ความรู้ดั้งเดิมในการทำพาสต้ากับวิศวกรรมอุตสาหกรรม
3. จากผู้ผลิตท้องถิ่นในอาบรุซโซสู่แบรนด์ระดับโลก
จุดเริ่มต้นของบริษัทมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ แคว้นอาบรุซโซ โดยเฉพาะเมือง Fara San Martino
เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ เทือกเขา Majella ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แบรนด์ De Cecco อย่างใกล้ชิด บริษัทเน้นย้ำถึงความผสมผสานระหว่างประเพณีท้องถิ่น น้ำจากภูเขา ข้าวสาลี และมรดกการทำพาสต้าแบบอิตาลี 1
เมื่อการผลิตเติบโตขึ้น De Cecco ก็เริ่มมองข้ามตลาดท้องถิ่น
หนึ่งในพัฒนาการสำคัญด้านการสร้างแบรนด์เกิดขึ้นในปี 1908 เมื่อบริษัทนำภาพ หญิงสาวชาวอาบรุซโซถือฟ่อนข้าวสาลี มาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า ภาพลักษณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จดจำได้ง่ายที่สุดของแบรนด์ De Cecco 2
4. De Cecco ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและหลังสงคราม
เช่นเดียวกับบริษัทอุตสาหกรรมอิตาลีหลายแห่ง De Cecco ได้รับผลกระทบจาก สงครามโลกครั้งที่สอง
โรงงานของบริษัทถูกทำลายระหว่างการทิ้งระเบิดในช่วงสงคราม และบริษัทได้ทำการฟื้นฟูขีดความสามารถในการผลิตหลังจากนั้น หลังสงคราม ความต้องการพาสต้าเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากเศรษฐกิจอิตาลีฟื้นตัว
De Cecco ได้สร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่ Pescara ในปี 1950 เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น 2
ดังนั้น ช่วงหลังสงครามจึงถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ:
ผู้ผลิตพาสต้าครอบครัวแบบดั้งเดิม → บริษัทอาหารอุตสาหกรรมสมัยใหม่
โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นอิตาลีไว้
5. การขยายตัวในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20
De Cecco ยังคงขยายขีดความสามารถในการผลิตอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษต่อๆ มา
โรงงานผลิตแห่งใหม่ที่เมือง Fara San Martino เปิดดำเนินการในปี 1980 ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างมาก 2
บริษัทยังเริ่มกระจายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์
ในปี 1986 De Cecco เข้าสู่ ธุรกิจน้ำมันมะกอก เริ่มต้นการขยายตัวไปBeyond พาสต้าแห้ง เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ซอส ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ และวัตถุดิบหลักอื่นๆ ของอาหารอิตาเลียน 2
สิ่งนี้ทำให้เกิดแนวคิด De Cecco สมัยใหม่: ไม่ใช่แค่แบรนด์พาสต้า แต่เป็น แบรนด์อาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียม ที่ครอบคลุมกว่านั้น
6. อะไรทำให้พาสต้า De Cecco มีเอกลักษณ์?
ข้อเสนอแบรนด์ของ De Cecco หมุนรอบ วิธีการผลิตแบบดั้งเดิม
มีลักษณะเฉพาะหลายประการที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์:
ข้าวสาลีดูรัม (Durum Wheat)
พาสต้าหลักของ De Cecco ทำจาก เซโมลิน่าข้าวสาลีดูรัมและน้ำ ข้าวสาลีดูรัมเป็นข้าวสาลีแบบดั้งเดิมที่ใช้ทำพาสต้าแห้งอิตาลีเนื่องจากคุณสมบัติของมันเมื่อผ่านการโม่และปรุงสุก 1
บริษัทกล่าวว่านักเกษตรศาสตร์ของตนทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ข้าวสาลีดูรัมทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์ข้าวสาลีที่เหมาะสมสำหรับพาสต้าของตน 1
การอบแห้งช้าที่อุณหภูมิต่ำ
หนึ่งในลักษณะการผลิตที่ De Cecco เน้นย้ำมากที่สุดคือ การอบแห้งช้าที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ
บริษัทนำเสนอสิ่งนี้ว่าเป็นการสืบสานหลักการที่ Filippo De Cecco วางไว้ผ่านนวัตกรรมอบแห้งในศตวรรษที่ 19 วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้คือการรักษาลักษณะธรรมชาติของพาสต้า รวมถึงรสชาติ กลิ่น และสี 1
นี่เป็นส่วนสำคัญของการวางตำแหน่งระดับพรีเมียมของ De Cecco
หัวพิมพ์ทองแดง (Bronze Dies)
De Cecco ยังเน้นเรื่อง การรีดผ่านหัวพิมพ์ทองแดง
แป้งพาสต้าจะถูกดันผ่านหัวพิมพ์ทองแดง สร้างพื้นผิวที่ค่อนข้างหยาบและมีรูพรุน บริษัทระบุว่าสิ่งนี้ช่วยให้พาสต้าจับและดูดซับซอสได้ดีขึ้น 3
คุณสมบัตินี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประสบการณ์การรับประทาน: พาสต้าไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้มีรูปทรงที่ถูกต้อง แต่ยังต้องเข้ากันได้ดีกับซอสด้วย
น้ำจากภูเขา
De Cecco ระบุว่ากระบวนการผลิตพาสต้าใช้ น้ำเย็นจากบริเวณ Majella โดยบริษัทเน้นย้ำถึงความสำคัญของการควบคุมอุณหภูมิน้ำในขั้นตอนการเตรียมแป้ง 3
ลักษณะเหล่านี้ร่วมกันสิ่งที่บริษัทเรียกว่า “De Cecco Method”
7. พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์
แม้ว่าสปาเก็ตตี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์มากที่สุด แต่ De Cecco มีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่กว้างกว่านั้นมาก
พอร์ตโฟลิโอปัจจุบันรวมถึง:
- พาสต้าข้าวสาลีดูรัม
- พาสต้าไข่
- พาสต้าโฮลวีท
- พาสต้าออร์แกนิก
- พาสต้าไร้กลูเตน
- พาสต้าพิเศษ (Specialty pasta)
- พาสต้าโปรตีนสูง
- เจนโนคคีมันฝรั่ง
- น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra-virgin olive oil)
- น้ำส้มสายชู
- มะเขือเทศและซอสมะเขือเทศ
- ซอสราดพาสต้า
- แป้งและผลิตภัณฑ์จากการโม่
- ข้าวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่
- ผลิตภัณฑ์ของขวัญ
แคตตาล็อกผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของบริษัทยืนยันความหลากหลายของหมวดหมู่เหล่านี้ 1
กลุ่มผลิตภัณฑ์พาสต้าข้าวสาลีดูรัมยังคงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ โดยมีรูปทรงยาว สั้น สำหรับซุป และรูปทรงพิเศษจำนวนมาก 1
8. รูปทรงพาสต้าและระบบหมายเลข
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจของพาสต้า De Cecco คือการใช้ หมายเลขกำกับรูปแบบพาสต้า
ตัวอย่างเช่น:
- Spaghetti No. 12
- Capellini No. 9
- Linguine No. 7
- Bucatini No. 15
- Spaghettoni No. 412
- Rigatoni
- Penne Rigate
- Fusilli
- Farfalle
- Lasagne
ระบบหมายเลขมีส่วนช่วยเสริมสร้างอัตลักษณ์ของร้านพาสต้าอิตาเลียนแบบดั้งเดิมของแบรนด์ และทำให้แคตตาล็อกขนาดใหญ่แยกแยะได้ง่ายขึ้น แคตตาล็อกอย่างเป็นทางการของบริษัทระบุรูปแบบและผลิตภัณฑ์พิเศษหลายร้อยรายการทั่วตลาดของบริษัท 1
9. อัตลักษณ์แบรนด์
อัตลักษณ์ของ De Cecco ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดหลักหลายประการ:
🇮🇹 มรดกวัฒนธรรมอิตาลี
แบรนด์เชื่อมโยงตัวเองอย่างแข็งแกร่งกับการทำอาหารอิตาเลียนแท้ๆ และต้นกำเนิดจากแคว้นอาบรุซโซ
🌾 ข้าวสาลีและการโม่แป้ง
ไม่เหมือนแบรนด์ที่เริ่มต้นเป็นบริษัทอาหารบรรจุภัณฑ์ล้วนๆ เรื่องราวของ De Cecco เริ่มต้นจาก โรงโม่แป้ง สิ่งนี้ทำให้ประวัติศาสตร์แบรนด์มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับข้าวสาลีและแป้ง
👨👩👦 ประเพณีครอบครัว
ธุรกิจนำเสนอประวัติศาสตร์ของตนว่าเป็นประเพณีครอบครัวที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน โดยส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่น 1
🏭 งานฝีมือ + เทคโนโลยี
ธีมกลางของเรื่องราว De Cecco คือการผสมผสานระหว่างวิธีการดั้งเดิมกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
ผู้ก่อตั้งบริษัทไม่ได้เพียงรักษ่วิธีการเก่าไว้เท่านั้น แต่เขายังพัฒนาระบบเครื่องจักรใหม่เพื่อปรับปรุงการอบแห้งพาสต้า
🍝 คุณภาพระดับพรีเมียม
De Cecco วางตำแหน่งเหนือกว่าพาสต้าแมสส์มาร์เก็ตด้วยการเน้นเรื่องการคัดเลือกข้าวสาลี การอบแห้งช้า หัวพิมพ์ทองแดง และเทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิม
10. โลโก้ De Cecco อันโด่งดัง
หนึ่งในองค์ประกอบที่จดจำได้ง่ายที่สุดของแบรนด์คือ บรรจุภัณฑ์สีน้ำเงิน-เหลือง และภาพประกอบหญิงสาวชาวอาบรุซโซถือฟ่อนข้าวสาลี
หญิงสาวคนดังกล่าวกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของ De Cecco ในปี 1908 2
การออกแบบสื่อความหมายหลายอย่างพร้อมกัน:
หญิงสาว + ข้าวสาลี → อิตาลีชนบท → ประเพณี → พาสต้า → ความแท้จริง
นี่เป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนด์อาหารที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะอัตลักษณ์ทางภาพสื่อสารแหล่งที่มาทางวัฒนธรรมของผลิตภัณฑ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายมากนัก
11. De Cecco กับอาหารอิตาเลียน
แบรนด์ De Cecco ผูกพันอย่างใกล้ชิดกับแนวคิดเรื่อง ความแท้จริงของอาหารอิตาเลียน
แทนที่จะนำเสนอพาสต้าเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ บริษัทการตลาดพาสต้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียน
การสื่อสารของบริษัทมักเน้นย้ำ:
- สูตรอาหารอิตาเลียนดั้งเดิม
- อาหารมื้อครอบครัว
- งานฝีมือ
- อาหารประจำภูมิภาคของอิตาลี
- วัตถุดิบคุณภาพ
- ความใส่ใจในการปรุงอาหาร
- ความสุขในการรับประทานอาหารร่วมกัน
แนวคิดแบรนด์ปัจจุบัน #AllaDeCecco หมุนรอบความใส่ใจในรายละเอียดและการแสวงหาคุณภาพในประสบการณ์ประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหารและการรับประทานอาหาร 1
12. การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ
แม้ว่า De Cecco จะมีรากเหง้าที่ลึกซึ้งในอิตาลี แต่ธุรกิจของบริษัทเป็นระดับสากล
บริษัทดำเนินงานเว็บไซต์เฉพาะและตลาดสำหรับหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอื่นๆ อีกมากมาย 1
สิ่งนี้ทำให้ De Cecco เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของแบรนด์อาหารที่ประสบความสำเร็จในการส่งออก อัตลักษณ์ที่อิงตามประเทศต้นกำเนิด อย่างแข็งแกร่ง
ข้อเสนพื้นฐานยังคงเป็น:
พาสต้าอิตาเลียนที่ผลิตตามปรัชญาอิตาลีแบบดั้งเดิม พร้อมให้ผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้
13. ตำแหน่งของ De Cecco ในตลาดพาสต้า
De Cecco ครองตำแหน่งที่น่าสนใจระหว่าง พาสต้าอุตสาหกรรมแมสส์มาร์เก็ต และ ผู้ผลิตพาสต้าหัตถกรรมรายเล็ก
บริษัทมีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมและการจัดจำหน่ายระดับสากล แต่การตลาดเน้นวิธีการดั้งเดิมและงานฝีมือ
แผนผังการวางตำแหน่งอย่างง่ายจะดูดังนี้:
| ประเภท | ตำแหน่งทั่วไป |
|---|---|
| พาสต้าราคาประหยัดในซูเปอร์มาร์เก็ต | ราคาถูก / ใช้ในชีวิตประจำวัน |
| แบรนด์อิตาเลียนกระแสหลัก | แมสส์มาร์เก็ต / เข้าถึงง่าย |
| De Cecco | พรีเมียม / อิตาเลียนแบบดั้งเดิม |
| ร้านพาสต้าหัตถกรรมรายเล็ก | อัลตร้าพรีเมียม / หัตถกรรม |
นี่คือหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ De Cecco: มันช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดจำหน่ายอย่างกว้างขวาง ในขณะที่รู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังซื้อสิ่งที่เชื่อมโยงกับ การทำพาสต้าแบบดั้งเดิมของอิตาลี
14. บริษัทในปัจจุบัน
บริษัทดำเนินงานภายใต้ชื่อ F.lli De Cecco di Filippo – Fara San Martino S.p.A. และยังคงมีสำนักงานใหญ่อยู่ใน Fara San Martino แคว้นอาบรุซโซ 1
ตามข้อมูลบริษัทที่เผยแพร่ การดำเนินงานของ De Cecco ได้เติบโตเกินกว่าโรงงานพาสต้าดั้งเดิมไปไกล ครอบคลุมพอร์ตโฟลิโออาหารพรีเมียมที่หลากหลาย
โปรไฟล์บริษัทในปี 2023 รายงานรายได้ประมาณ €630 ล้าน และมีพนักงาน 1,153 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงขนาดที่ธุรกิจครอบครัวนี้ได้บรรลุถึง 2
แม้จะมีขนาดระดับโลก แต่อัตลักษณ์องค์กรและแบรนด์ของบริษัทก็ยังคงเชื่อมโยงอย่างแข็งแกร่งกับบ้านเกิดในแคว้นอาบรุซโซ
15. ความสำคัญของ De Cecco ในวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียน
De Cecco มีความสำคัญเพราะมันเป็นมากกว่าผู้ผลิตพาสต้า
ประวัติศาสตร์ของมันแสดงวิวัฒนาการของการผลิตอาหารอิตาเลียนตลอดระยะเวลาเกือบสองศตวรรษ:
1831
↓
โรงโม่แป้งครอบครัวในอาบรุซโซ
1886
↓
เริ่มการผลิตพาสต้า
1889
↓
nวัตกรรมในการอบแห้งพาสต้าแบบจำลอง/อุณหภูมิต่ำ
1908
↓
แนะนำเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
↓
การสร้างใหม่และการขยายตัวทางอุตสาหกรรม
ทศวรรษ 1950–1980
↓
การผลิตที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตระดับสากล
1986 เป็นต้นไป
↓
ขยายตัวสู่น้ำมันมะกอกและอาหารอิตาเลียนอื่นๆ
ปัจจุบัน
↓
แบรนด์อาหารอิตาเลียนพรีเมียมระดับสากล
16. สิ่งที่ De Cecco ยึดมั่น
หากลดแบรนด์ลงเหลือเพียงอัตลักษณ์หลัก De Cecco ยืนหยัดบนห้าสิ่ง:
- มรดกวัฒนธรรมอิตาลี — รากฐานในอาบรุซโซและวัฒนธรรมพาสต้าอิตาเลียน
- ประเพณีครอบครัว — ธุรกิจที่มีประวัติศาสตร์สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน
- ความเชี่ยวชาญด้านพาสต้า — ประสบการณ์การผลิตพาสตามากกว่าหนึ่งศตวรรษ
- คุณภาพการผลิต — โดยเฉพาะข้าวสาลีดูรัม หัวพิมพ์ทองแดง และการอบแห้งช้า
- อาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียม — ขยายแบรนด์ไปBeyond พาสต้าโดยคงอัตลักษณ์อิตาลีไว้
เรื่องราวการแข่งขันของบริษัทจึงไม่ใช่แค่ “เราทำพาสต้าที่ดี” แต่ใกล้เคียงกับ:
เราได้ทำพาสต้าอิตาเลียนมาหลายชั่วอายุคน ผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมกับการผลิตที่ควบคุมอย่างพิถีพิถัน เพื่อนำอาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียมสู่โลก
นั่นคือแนวคิดพื้นฐานเบื้องหลังแบรนด์ De Cecco 1
สรุปสั้นๆ
De Cecco เป็นบริษัทอาหารครอบครัวอิตาลีเก่าแก่ที่ก่อตั้งเป็นผู้ผลิตพาสต้าในปี 1886 ใน Fara San Martino แคว้นอาบรุซโซ ซึ่งชื่อเสียงระดับสากลสร้างขึ้นจากพาสต้าแห้งคุณภาพพรีเมียมที่ทำจากเซโมลิน่าข้าวสาลีดูรัม โดยใช้เทคนิคดั้งเดิมเช่นการรีดผ่านหัวพิมพ์ทองแดงและการอบแห้งช้าที่อุณหภูมิต่ำ 1





