T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ BESTORE

BESTORE (ชื่อภาษาจีน: 良品铺子; พินอิน: Liángpǐn Pùzi) เป็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวและธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Wuhan มณฑล Hubei ธุรกิจของบริษัทครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อสัตว์แปรรูป ผลไม้อบแห้ง ลูกอม ขนมอบ และอาหารมังสวิรัติ โดยจัดจำหน่ายผ่านช่องทางที่หลากหลายทั้งหน้าร้านจริง แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และเครือข่ายการขายแบบ Omni-channel บริษัทดำเนินการภายใต้ชื่อนิติบุคคลว่า 良品铺子股份有限公司 (Bestore Co., Ltd.) และมีรหัสหุ้น 603719 ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 202078

ข้อมูลทั่วไป

รายการ รายละเอียด
ชื่อภาษาจีน 良品铺子
ชื่อภาษาอังกฤษ BESTORE / Bestore Co., Ltd.
อุตสาหกรรม อาหาร, ขนมขบเคี้ยว, ค้าปลีก
ปีที่ก่อตั้ง 2006
สถานที่ก่อตั้ง Wuhan, จีน
สำนักงานใหญ่ Wuhan, มณฑล Hubei
นิติบุคคล 良品铺子股份有限公司
รหัสหุ้น ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้: 603719
วันที่เข้าจดทะเบียน 24 กุมภาพันธ์ 2020
ธุรกิจหลัก วิจัยและพัฒนา จัดซื้อ ขาย โลจิสติกส์ และดำเนินงานด้านขนมขบเคี้ยว
ตำแหน่งทางการตลาด ขนมขบเคี้ยวคุณภาพสูง/ระดับพรีเมียม
ช่องทางหลัก หน้าร้าน, อีคอมเมิร์ซ, O2O, โซเชียลมีเดีย และช่องทางค้าปลีกอื่นๆ

ชื่อตามกฎหมายของบริษัทคือ Bestore Co., Ltd. โดยมีที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์อยู่ที่เลขที่ 8 Geming Avenue Zoumaling เขต Dongxihu เมือง Wuhan7

ความหมายของชื่อแบรนด์

“BESTORE” เป็นชื่อภาษาอังกฤษที่สอดคล้องกับชื่อภาษาจีน 良品铺子 ซึ่งมีความหมายเฉพาะตัว ดังนี้:

  • 良品: เน้นย้ำถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี
  • 铺子: สื่อถึงภาพลักษณ์ร้านค้าแบบดั้งเดิมที่เป็นกันเอง
  • BESTORE: ชื่อภาษาอังกฤษช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น

แนวคิดหลักในยุคเริ่มต้นของแบรนด์สามารถสรุปได้ว่า “นำขนมอร่อยจากทั่วโลกมาไว้ใกล้ตัวผู้บริโภค” จากข้อมูลเรื่องราวแบรนด์อย่างเป็นทางการ BESTORE มุ่งหวังให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อขนมทานได้อย่างสะดวกผ่านหน้าร้านและช่องทางต่างๆ เมื่อใดก็ตามที่ต้องการ15

ประวัติความเป็นมา

การก่อตั้งในปี 2006

ประวัติศาสตร์ของ BESTORE เริ่มต้นขึ้นที่เมือง Wuhan ในปี 2006 ตามข้อมูลทางการระบุว่า ร้านแห่งแรกเปิดทำการบนท้องถนนใน Wuhan ในช่วงแรกเป็นเพียงร้านขายขนมขนาดเล็ก ก่อนจะค่อยๆ ขยายตัวจากร้านเดียวสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบเครือสาขา1

กลยุทธ์ในช่วงแรกมีความชัดเจน คือการรวบรวมขนมจากภูมิภาคและประเภทต่างๆ มาไว้ในจุดเดียวเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งแตกต่างจากผู้ผลิตอาหารแบบดั้งเดิม เนื่องจาก BESTORE ไม่ได้เน้นเพียงการผลิตอาหารเท่านั้น แต่ยังบูรณาการเรื่อง การคัดเลือกสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน การค้าปลีก และประสบการณ์ผู้บริโภค เข้าด้วยกันตั้งแต่ต้น

การขยายสาขาและสร้างแบรนด์

seiringกับการเติบโตของตลาดผู้บริโภคและธุรกิจค้าปลีกแบบลูกโซ่ในจีน BESTORE ได้ขยายเครือข่ายร้านค้าอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นรูปแบบการดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ การแปรรูป/ผลิต ห่วงโซ่อุปทาน คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงหน้าร้านและอีคอมเมิร์ซ

ภายในกลางปี 2018 บริษัทมีหน้าร้านมากกว่า 2,000 สาขา1 ช่วงเวลานี้ถือเป็นระยะสำคัญในการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ BESTORE ในวงกว้าง

โมเดลธุรกิจแบบ Omni-channel

ลักษณะเด่นสำคัญของ BESTORE คือการไม่ยึดติดอยู่กับรูปแบบร้านขายขนมแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว บริษัทได้เข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ช่วงแรกๆ และพัฒนาระบบการขายที่ผสมผสานระหว่าง ออนไลน์และออฟไลน์

ช่องทางการจัดจำหน่ายประกอบด้วย:

  • ร้านสาขาโดยตรง
  • ร้านแฟรนไชส์
  • แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
  • ช่องทางมือถืออย่างเป็นทางการ
  • O2O (Online-to-Offline)
  • B2B และ B2C
  • โซเชียลคอมเมิร์ซ
  • การซื้อกลุ่ม (Group buying)
  • ช่องทางชุมชน

บริษัทนิยามรูปแบบนี้ว่าเป็น “ระบบการขายแบบ Omni-channel” ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสและซื้อผลิตภัณฑ์ BESTORE ได้ในทุกสถานการณ์14 นี่คือจุดแตกต่างที่สำคัญระหว่าง BESTORE กับผู้ผลิตอาหารทั่วไป

กลยุทธ์ “ขนมขบเคี้ยวระดับพรีเมียม”

ในปี 2019 บริษัทได้กำหนดให้ “ขนมขบเคี้ยวระดับพรีเมียม” (High-end Snacks) เป็นทิศทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ2 แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการขายในราคาแพงขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ในหลายมิติ:

วัตถุดิบ

คัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายทั้งรสชาติ ขนาดบรรจุ และเหมาะสำหรับโอกาสการบริโภคที่แตกต่างกัน

ความปลอดภัยทางอาหาร

ยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน กระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ

บรรจุภัณฑ์

เน้นความทันสมัย ความประณีต และความดึงดูดใจทางสายตา3

ประสบการณ์ผู้บริโภค

เชื่อมโยงขนมขบเคี้ยวเข้ากับไลฟ์สไตล์ การเข้าสังคม และความบันเทิง มากกว่าการเป็นเพียงอาหารแก้หิว

เอกสารทางการสรุปกลยุทธ์นี้ไว้ว่า เป็นการสร้างขนมคุณภาพสูงผ่าน “วัตถุดิบดี กระบวนการดี และรสชาติดี”3

ผลิตภัณฑ์

BESTORE มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างขวางมาก ข้อมูลสาธารณะในช่วงแรกแสดงให้เห็นว่าพอร์ตโฟลิโอสินค้าเคยมีมากถึง 1,000 SKU ครอบคลุมหมวดหมู่หลักดังนี้4:

🥜 ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชคั่ว

  • ถั่วชนิดต่างๆ
  • ถั่วลิสง
  • เมล็ดทานตะวัน
  • พิสตาชิโอ
  • มะม่วงหิมพานต์
  • อัลมอนด์
  • มิกซ์นัท

🍖 ขนมขบเคี้ยวจากเนื้อสัตว์

  • เนื้อเป็ด ไก่ และวัว
  • เล็บไก่
  • เนื้อแผ่นและเนื้อแห้ง
  • อาหารตุ๋นยาจีน (Lu Wei)

บริษัทมักปรับปรุงขนมแบบดั้งเดิมให้ทันสมัยด้วยการปรับรสชาติ บรรจุภัณฑ์ และวิธีการบริโภค

🍓 ผลไม้อบแห้งและผลไม้แช่อิ่ม

  • มะม่วงอบแห้ง
  • ลูกเกด
  • ซานจา (พุทราจีน)
  • บ๊วยและผลไม้อบแห้งอื่นๆ

🍪 ลูกอม ขนมอบ และบิสกิต

  • บิสกิต เค้ก ขนมอบ
  • ลูกอม ช็อกโกแลต

🌿 อาหารมังสวิรัติและอื่นๆ

  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
  • ขนมจากผัก เห็ด และสมุนไพรป่า

ด้วยเหตุนี้ BESTORE จึงไม่ใช่แบรนด์อาหารประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็น แพลตฟอร์มแบรนด์ขนมขบเคี้ยวที่หลากหลาย

นวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

กลยุทธ์การแข่งขันหนึ่งของ BESTORE คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับขนมแบบดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การแก้ปัญหาเรื่องการคายกระดูกเล็บไก่ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้บริโภค แบรนด์จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อความสะดวกในการรับประทาน5 สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ:

อาหารดั้งเดิม + ข้อมูลเชิงลึกผู้บริโภค + การปรับปรุงกระบวนการ + บรรจุภัณฑ์/รสชาติใหม่

แบรนด์ย่อยและการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

BESTORE มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วยแบรนด์ย่อย ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ 小食仙 (Xiaoshixian) ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยสำหรับ ขนมเด็ก ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่างต่อเนื่อง9 แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเข้าสู่ตลาด细分 (Segment) ที่หลากหลายนอกเหนือจากแบรนด์หลัก

โครงสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน

โมเดลธุรกิจของ BESTORE ประกอบด้วย แบรนด์ + R&D + ห่วงโซ่อุปทาน + ค้าปลีก Omni-channel โดยมีกระบวนการตั้งแต่การจัดซื้อทั่วโลก/ทั่วประเทศ การคัดกรองวัตถุดิบ การวิจัย พัฒนา ผลิต ควบคุมคุณภาพ เก็บรักษา ส่งออก จนถึงมือผู้บริโภค111213

บทบาทของดิจิทัล

บริษัทใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลผู้บริโภค การพัฒนาสินค้า สต็อก หน้าร้าน อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและนำมาปรับปรุงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ BESTORE มีลักษณะเป็น Digital + Food + Retail มากกว่าโรงงานอาหารทั่วไป14

การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ความสามารถหลักของ BESTORE อยู่ที่การจัดการห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ซับซ้อน เนื่องจากต้องดูแลวัตถุดิบ กระบวนการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บรักษา และเงื่อนไขการขนส่งที่หลากหลาย บริษัทยังเน้นย้ำเรื่อง “พลังแบรนด์ × พลังการผลิต” และได้วางโครงสร้างฐานการผลิตถั่วเปลือกแข็งระดับโลกและนิคมอุตสาหกรรมแบบครบวงจร6

การขยายตัวสู่ระดับนานาชาติ

แม้ตลาดหลักจะอยู่ในจีน แต่ BESTORE เริ่มมองหาโอกาสในระดับสากลตั้งแต่เนิ่นๆ เหตุการณ์สำคัญคือในปี 2016 แบรนด์ได้ปรากฏโฉมที่ Times Square นิวยอร์ก เพื่อแสดงศักยภาพตลาดขนมจีนต่อพันธมิตรต่างชาติและแสวงหาความร่วมมือ10 ตรรกะการขยายตลาดต่างประเทศไม่ใช่แค่การส่งออกขนมจีน แต่ยังรวมถึงการจัดหาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกเพื่อนำกลับมาเสิร์ฟผู้บริโภคจีนผ่านเครือข่ายของ BESTORE เอง

การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

นิติบุคคล 良品铺子股份有限公司 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักของ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2020 ด้วยรหัสหุ้น 60371978 การเข้า IPO ครั้งนี้ทำให้ BESTORE เปลี่ยนสถานะจากแบรนด์ค้าปลีกเอกชนเป็นบริษัทมหาชน และได้รับการยอมรับในฐานะตัวแทนของกลุ่ม “ขนมขบเคี้ยวระดับพรีเมียม” ในตลาด A-share ของจีน

ความเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้นใหญ่ในปี 2025

ในปี 2025 BESTORE มีความพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญ โดยในเดือนกรกฎาคม 2025 ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมอย่าง Ningbo Hanyi ได้ลงนามข้อตกลงโอนหุ้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ Wuhan รวมถึงการโอนหุ้น 5.10% ให้แก่ Wuhan Wanggu Innovation Investment Co., Ltd. และ 21% ให้แก่ Changjiang Guomao ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้ผู้ควบคุมสูงสุดเปลี่ยนเป็น SASAC เมือง Wuhan

อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าว ไม่สำเร็จลุล่วง ในเดือนตุลาคม 2025 บริษัทประกาศยกเลิกข้อตกลงโอนหุ้น ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมสูงสุดไม่เป็นไปตามแผน ผู้ถือหุ้นใหญ่ยังคงเป็น Ningbo Hanyi และผู้ควบคุมสูงสุดรายเดิมยังคงเป็น Yang Hongchun, Yang Yinfen, Zhang Guoqiang และ Pan Jihong ดังนั้น ข้อมูลที่ระบุว่า BESTORE อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐวิสาหกิจ Wuhan จึงไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงปัจจุบัน

สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน

BESTORE ดำเนินธุรกิจในตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีการแข่งขันสูงมากในจีน คู่แข่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบบ่อยครั้ง ได้แก่ Three Squirrels (三只松鼠), Be & Cheery (百草味), Lyfen (来伊份) และ Yanjin Shop Food (盐津铺子)

แบรนด์ จุดเด่น
BESTORE ร้านแบรนด์ + หลายหมวดหมู่ + Omni-channel
Three Squirrels เริ่มต้นด้วยอีคอมเมิร์ซ + การตลาด IP
Be & Cheery อีคอมเมิร์ซ + ขนม大众
Lyfen ค้าปลีกแบบลูกโซ่ออฟไลน์
Yanjin Shop Food ผู้ผลิตอาหาร + ขนมหลากหลาย

ความได้เปรียบของ BESTORE มาจากการผสมผสานระหว่าง แบรนด์ หน้าร้าน ห่วงโซ่อุปทาน และระบบ Omni-channel

ขั้นตอนการพัฒนาแบรนด์

ประวัติการพัฒนาของ BESTORE สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระยะ:

  1. 2006–2011: ร้านขนมขนาดเล็กใน Wuhan เริ่มต้นสร้างแบรนด์
  2. 2012–2018: ขยายสาขา + เข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ
  3. 2019–2020: ยุทธศาสตร์ “ขนมพรีเมียม” + IPO
  4. 2021–2024: Omni-channel + นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ + ขยายหมวดหมู่
  5. 2025–ปัจจุบัน: ยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมและแบรนด์ พร้อมเผชิญกับความผันผวนด้านการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น15

ปัจจัยความสำเร็จ

ในมุมมองทางธุรกิจ การเติบโตของ BESTORE เกิดจากปัจจัยหลักดังนี้:

  1. ตอบโจทย์การอัปเกรดการบริโภค: ผู้บริโภคหันมาใส่ใจคุณภาพ รสชาติ บรรจุภัณฑ์ และสุขภาพมากขึ้น ซึ่งตรงกับตำแหน่ง “ขนมพรีเมียม” ของแบรนด์
  2. SKU ที่หลากหลาย: ช่วยเพิ่มอัตราการซื้อร่วม (Cross-selling) เมื่อผู้บริโภคเข้ามาในร้าน
  3. ประสบการณ์หน้าร้าน: การได้เห็น ทดลองชิม และซื้อได้ทันที สร้างข้อได้เปรียบเหนือแบรนด์อีคอมเมิร์ซล้วน
  4. ส่วนเสริมจากอีคอมเมิร์ซ: ช่วยขยายพื้นที่ครอบคลุมและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
  5. ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง: การบริหารจัดการ SKU จำนวนมากกลายเป็นกำแพงป้องกันคู่แข่ง

ภาพลักษณ์แบรนด์และวัฒนธรรมขนมจีน

BESTORE นำเสนอภาพลักษณ์ที่ อ่อนเยาว์ ประณีต ทันสมัย หลากหลาย และมีคุณภาพ เปลี่ยนผ่านจาก “ร้านขายขนม” สู่ “แบรนด์ขนมขบเคี้ยวสมัยใหม่” อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้ขนมจีนดั้งเดิม เช่น เป็ดหมัก เล็บไก่ ซานจา เนื้อแห้ง เมล็ดทานตะวัน และผลไม้แช่อิ่ม กลายเป็นสินค้าบริโภคสมัยใหม่ ผ่านกระบวนการ คัดเลือกใหม่ → กำหนดมาตรฐาน → บรรจุหีบห่อ → สร้างแบรนด์ → จำหน่ายทั่วประเทศ

พันธกิจและวิสัยทัศน์

เรื่องราวแบรนด์อย่างเป็นทางการระบุวิสัยทัศน์ในการสร้าง “อาณาจักรขนม” ที่ส่งมอบความสุข และเน้นการสร้างประสบการณ์อันน่าพึงพอใจผ่านอาหารคุณภาพสูง15 ส่วนพันธกิจภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารภายนอกคือ:

“Provide high-quality food and touch the world with tasty snack.”

สรุปภาพรวม

BESTORE (良品铺子) ถือเป็นตัวแทนของ “แบรนด์ค้าปลีกขนมขบเคี้ยวรุ่นใหม่” ของจีน ที่มีวิวัฒนาการจากร้านเล็กๆ ใน Wuhan สู่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ ห่วงโซ่อุปทาน ดิจิทัล และระบบ Omni-channel

หากพิจารณาในบริบทโลก BESTORE เปรียบเสมือน “เชนร้านขนมระดับพรีเมียม + แพลตฟอร์มแบรนด์อาหารแบบครบวงจร” ฉบับจีน ที่มีทั้งประสบการณ์หน้าร้านและความสามารถในการวิจัย พัฒนา และผลิตแบบองค์กรอาหารชั้นนำ ข้อมูลนิติบุคคลยืนยันว่า Bestore Co., Ltd. มีสำนักงานใหญ่ใน Wuhan และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ปี 20207

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง