เกี่ยวกับ workforce
Workforce เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์อิสระจากสหรัฐอเมริกาที่เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านเสื้อผ้า ศิลปะ และของใช้ในบ้าน แบรนด์นี้ถือเป็นบทที่สองของธุรกิจออกแบบที่เคยใช้ชื่อว่า Inseam Clothing ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่ Provincetown รัฐ Massachusetts ในปี 2001 ต่อมาในปี 2024 ผู้ก่อตั้งได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก Inseam มาเป็น Workforce โดยมีฐานการดำเนินงานอยู่ระหว่าง Provincetown และ New York1
หมายเหตุ: ชื่อ “Workforce” ยังถูกใช้โดยบริษัทและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกันหลายแห่ง รวมถึง Workforce.com ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์จัดการทรัพยากรบุคคล บทความนี้กล่าวถึงเฉพาะแบรนด์ Workforce Clothing & Home เท่านั้น
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Workforce |
| ชื่อเต็ม | Workforce Clothing & Home |
| อุตสาหกรรม | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ศิลปะและของใช้ในบ้าน |
| ปีที่ก่อตั้ง (ชื่อ Workforce) | 2024 |
| ชื่อเดิม | Inseam Clothing |
| ปีเริ่มดำเนินธุรกิจดั้งเดิม | 2001 |
| สถานที่ก่อตั้งเดิม | Provincetown, Massachusetts, USA |
| สถานที่ตั้งปัจจุบัน | Provincetown และ New York |
| ผู้ก่อตั้ง / นักออกแบบ | Jeff Diaz และ John Robb |
| หมวดหมู่สินค้า | เสื้อผ้า ศิลปะ ของใช้ในบ้าน สินค้าสำหรับการเดินทาง |
| จุดยืนแบรนด์ | แบรนด์ไลฟ์สไตล์อิสระที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ |
| เว็บไซต์ทางการ | workforcemen.com |
ทางแบรนด์กำหนดให้ช่วงปี 2001–2024 เป็นยุคของ Inseam Clothing และช่วงปี 2024 จนถึงปัจจุบันเป็นยุคของ Workforce1
ภาพรวม
Workforce เป็น แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์อิสระที่เน้นการออกแบบ สร้างสรรค์โดยนักออกแบบ Jeff Diaz และ John Robb
แทนที่จะวางตำแหน่งตนเองเป็นเพียงบริษัทเสื้อผ้าบุรุษทั่วไป Workforce นิยามจักรวาลของแบรนด์ไว้ว่า:
“Clothing + Art + Home” (เสื้อผ้า + ศิลปะ + บ้าน)1
นิยามดังกล่าวทำให้ Workforce มีลักษณะใกล้เคียงกับ สตูดิโอออกแบบและไลฟ์สไตล์ มากกว่าแบรนด์เครื่องแต่งกายที่มีขอบเขตจำกัด ข้อเสนอของแบรนด์ขยายออกไปไกลกว่าแค่เสื้อผ้า ครอบคลุมถึงงานศิลปะ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
ปรัชญาของแบรนด์ให้ความสำคัญกับ การออกแบบ เอกลักษณ์เฉพาะตัว รายละเอียดที่ไม่เหมือนใคร คุณภาพ และการแสดงออกถึงตัวตน แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่แฟชั่นกระแสหลัก
ประวัติ
Inseam Clothing: 2001–2024
จุดเริ่มต้นของ Workforce เริ่มจาก Inseam Clothing ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่ Provincetown ในปี 2001
ตามคำบอกเล่าของผู้ก่อตั้ง Inseam ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลิตเสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นในหลายมิติ ได้แก่:
- สไตล์
- ทรงเสื้อ
- เนื้อผ้า
- การตัดเย็บ
- อัตลักษณ์ทางภาพ
ผู้ก่อตั้งระบุว่า ลูกค้ามักมีความรู้สึกว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นราวกับ ตัดขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องทรงเสื้อและความเป็นปัจเจกชนของแบรนด์1
ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ Inseam ได้พัฒนาภาษาในการออกแบบและฐานลูกค้า ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานสำคัญของ Workforce
2001–2024
Inseam Clothing
2024–ปัจจุบัน
Workforce
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่การเริ่มต้นบริษัทใหม่ทั้งหมด แต่เป็น การปรับโฉมแบรนด์และการขยายขอบเขตของการออกแบบที่มีอยู่เดิม1
ผู้ก่อตั้ง
Workforce ก่อตั้งโดย Jeff Diaz และ John Robb ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์
ประวัติของบริษัทระบุว่า Diaz และ Robb คือบุคคลเบื้องหลังแนวคิดดั้งเดิมของ Inseam ตลอดจนแบรนด์ทายาทอย่าง Workforce1
บทบาทของผู้ก่อตั้งมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจแบรนด์ เนื่องจาก Workforce นำเสนอตนเองในฐานะ สตูดิโอออกแบบที่นำโดยผู้ก่อตั้ง ไม่ใช่บ้านแฟชั่นขนาดใหญ่แบบองค์กร
อำนาจในการสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้งสะท้อนให้เห็นผ่านความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่องานศิลปะต้นแบบ เสื้อผ้าและวัตถุที่มีความแปลกใหม่ รวมถึงสุนทรียศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวสูง
ปรัชญาแบรนด์
เป้าหมายที่ประกาศไว้ของ Workforce คือการผลิต ผลิตภัณฑ์สวมใส่และของใช้ในบ้านที่มีการออกแบบดีเยี่ยม1
ปรัชญาของแบรนด์สามารถสรุปเป็นแนวคิดหลักได้ดังนี้:
ความเป็นปัจเจกชน
Workforce ไม่ได้มุ่งสร้างอัตลักษณ์แบบแฟชั่นมวลชนที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน รากฐานจากยุค Inseam วางอยู่บนเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ เนื้อผ้าแปลกใหม่ ทรงเสื้อ และสไตล์ส่วนตัว
การออกแบบเหนือเทรนด์
แบรนด์นำเสนอแนวคิด “Quality Has no Season” (คุณภาพไร้ฤดูกาล) ซึ่งบ่งบอกถึงแนวทางที่ไม่ขึ้นอยู่กับวงจรแฟชั่นตามฤดูกาลแบบดั้งเดิม1
เสื้อผ้าในฐานะงานออกแบบ
เสื้อผ้าไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสินค้าอุปโภคบริโภค แต่เป็นการแสดงออกถึงภาษาทางภาพของนักออกแบบ
ไลฟ์สไตล์ที่กว้างกว่าแค่เครื่องแต่งกาย
การขยายสายผลิตภัณฑ์ไปสู่ ศิลปะและของใช้ในบ้าน ทำให้ Workforce สามารถถูกนิยามได้ว่าเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์เชิงสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน Workforce จัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็นสามด้านหลัก ดังนี้:
เสื้อผ้า
คอลเลกชันเครื่องแต่งกายเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์
Workforce อธิบายว่าเสื้อผ้าของตนคือ ชิ้นงานไม่ซ้ำใครที่คุณสามารถสวมใส่ได้ โดยเน้นการออกแบบที่มีเอกลักษณ์มากกว่าเสื้อผ้ามูลฐานทั่วไป1
กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยรายการต่าง ๆ เช่น:
- เสื้อเชิ้ต
- แจ็กเก็ต
- เสื้อ
- กางเกง
- เสื้อคลุม
- เครื่องประดับ
- กระเป๋าและถุงผ้า
- เสื้อผ้าจำนวนจำกัดหรือเน้นการออกแบบเป็นพิเศษอื่น ๆ
คอลเลกชันนี้มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับแนวทางเสื้อผ้าบุรุษที่มีความลำลอง ศิลปะ และเน้นความเป็นตัวตน
ศิลปะ
ศิลปะเป็นส่วนสำคัญในอัตลักษณ์ของ Workforce
เว็บไซต์ระบุหมวดหมู่นี้ว่าเป็น งานศิลปะไม่ซ้ำใครสำหรับบ้านหรือสำนักงาน1
ส่วนนี้ยังเชื่อมโยงกับผู้ร่วมก่อตั้ง John Robb ซึ่งทางแบรนด์ระบุสถานะว่าเป็น Artist in Residence (ศิลปินประจำแบรนด์)2
การบูรณาการงานศิลปะเข้ากับแบรนด์ช่วยสร้างความแตกต่างให้ Workforce จากผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าทั่วไป
ของใช้ในบ้าน
เสาหลักที่สามคือของใช้ในบ้าน
Workforce บรรยายหมวดหมู่นี้ว่าเป็น ชิ้นงานไม่ซ้ำใครสำหรับบ้าน ซึ่งเป็นการขยายปรัชญาการออกแบบออกไปนอกเหนือจากเสื้อผ้าส่วนบุคคล1
ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบนิเวศของแบรนด์ที่สุนทรียศาสตร์เดียวกันสามารถปรากฏอยู่ในบริบทต่าง ๆ ได้:
ตัวบุคคล → ประสบการณ์การเดินทาง → บ้าน → พื้นที่ทำงาน
สุนทรียศาสตร์และภาษาในการออกแบบ
สุนทรียศาสตร์ของ Workforce สามารถเข้าใจได้ดีที่สุดว่าเป็นแนว ศิลปะ ลำลอง หลากหลาย และขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ
แทนที่จะจัดอยู่ในหมวดหมู่ดั้งเดิมใดหมวดหมู่หนึ่งอย่างเป็นระเบียบ เช่น เสื้อผ้าบุรุษทางการ สตรีทแวร์ หรือเวิร์กแวร์ แบรนด์กลับผสมผสานองค์ประกอบของ:
- เสื้อผ้าบุรุษร่วมสมัย
- เสื้อผ้าอเมริกันแนวลำลอง
- ศิลปะ
- การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวินเทจ
- แฟชั่นอิสระ
- ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์
- การแสดงออกทางกราฟิกและศิลปะ
ปรัชญาการออกแบบของแบรนด์มีความเชื่อมโยงเป็นพิเศษกับ ความเป็นปัจเจกชนและคาแรคเตอร์
แบรนด์前身 Inseam มีชื่อเสียงในด้านเสื้อผ้าที่มีความแตกต่างชัดเจนทั้งในด้าน สไตล์ ทรงเสื้อ เนื้อผ้า และคุณภาพ และ Workforce ก็ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะสืบสานแนวทางที่เน้นการออกแบบนี้ต่อไป1
แนวคิด “The New Uniform”
หนึ่งในแนวคิดหลักของแบรนด์ Workforce คือ “the new uniform” (เครื่องแบบรูปแบบใหม่)1
นี่เป็นแง่มุมที่น่าสนใจของการสร้างแบรนด์ โดยปกติแล้วแนวคิดเรื่องเครื่องแบบมักจะสื่อถึง:
เสื้อผ้ามาตรฐาน + ประโยชน์ใช้สอย + ความซ้ำซาก
แต่การตีความของ Workforce ดูจะไปในทิศทางตรงกันข้าม:
เครื่องแบบในฐานะอัตลักษณ์ส่วนตัว
กล่าวคือ เสื้อผ้าสามารถกลายเป็นระบบการแต่งกายประจำวันที่จดจำได้ง่าย โดยไม่ต้องน่าเบื่อหรือเป็นมาตรฐานเดียวกันหมด
แนวคิดนี้สอดคล้องอย่างเป็นธรรมชาติกับประวัติศาสตร์ของบริษัทในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ลูกค้ารู้สึกว่ามันถูกทำขึ้นมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ
จุดยืนของแบรนด์
Workforce ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในตลาดแฟชั่น
แบรนด์นี้ ไม่ใช่ผู้ค้าปลีกมวลชนทั่วไป และไม่ได้แสดงตัวในฐานะกลุ่มธุรกิจหรูหราขนาดใหญ่
แต่แบรนด์อยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับ:
แฟชั่นอิสระ + ศิลปะ + การออกแบบไลฟ์สไตล์
หากพิจารณาจากแผนผังจุดยืนแบบง่าย จะเห็นได้ว่าแบรนด์อยู่ในโซนที่มีการออกแบบสูงและเป็นอิสระ:
HIGH DESIGN
↑
|
Workforce ●
|
Independent | Luxury
labels |
|
——————–+——————–→
|
Mass market | Contemporary
| fashion
|
↓
LOW DESIGN
ความแตกต่างของแบรนด์ไม่ได้มาจากการแข่งขันด้านขนาด แต่มาจาก อัตลักษณ์เชิงสร้างสรรค์และคาแรคเตอร์ของผลิตภัณฑ์
ความสัมพันธ์กับ Provincetown
Provincetown มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรื่องราวของ Workforce
ธุรกิจถือกำเนิดขึ้นที่นี่ในปี 2001 ภายใต้ชื่อ Inseam Clothing และแบรนด์ยังคงระบุว่า Provincetown และ New York เป็นสองทำเลที่ตั้งเชิงสร้างสรรค์ของตน1
สิ่งนี้มอบการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจให้กับ Workforce:
Provincetown → อิสระ ศิลปะ ชายฝั่ง ไม่ยึดติดขนบ
New York → แฟชั่น ศิลปะ การออกแบบ วัฒนธรรมเมือง
การผสมผสานนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดสุนทรียศาสตร์ของแบรนด์จึงให้ความรู้สึกทั้ง แบบอเมริกันและมีศิลปะ แทนที่จะจัดอยู่ในหมวดหมู่แฟชั่นดั้งเดิมเพียงประเภทเดียว
อัตลักษณ์แบรนด์
อัตลักษณ์ของ Workforce สามารถสรุปได้ผ่านคุณลักษณะสำคัญห้าประการ:
1. ความเป็นอิสระ
แบรนด์เป็นเจ้าของและผู้ก่อตั้งเป็นผู้นำการออกแบบ แทนที่จะนำเสนอในฐานะบริษัทแฟชั่นขนาดใหญ่
2. ความเป็นศิลปะ
ศิลปะไม่ได้ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือโฆษณา แต่เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์จริงของแบรนด์
3. ความเป็นส่วนตัว
ประวัติศาสตร์ของแบรนด์เน้นย้ำถึงเสื้อผ้าที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเหมาะสมกับผู้ที่สวมใส่
4. เน้นไลฟ์สไตล์
บริษัทจำหน่ายเสื้อผ้าควบคู่ไปกับศิลปะ ของใช้ในบ้าน และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5. เน้นคุณภาพ
ผู้ก่อตั้งเชื่อมโยงปรัชญาของตนกับคุณภาพอย่างชัดเจน และอธิบายแบรนด์ผ่านวลี “Quality Has no Season”1
ความแตกต่างของ Workforce
ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ Workforce ไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้า
การนำเสนอของแบรนด์คือ:
Clothing + Art + Home
ซึ่งเป็นข้อเสนอที่กว้างขวางกว่าการขายเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียว
โดยพื้นฐานแล้ว บริษัทกำลังสร้าง จักรวาลเชิงสร้างสรรค์ รอบสุนทรียศาสตร์ของนักออกแบบ
ตัวอย่างโครงสร้าง:
WORKFORCE
│
┌─────────────┼─────────────┐
│ │ │
CLOTHING ART HOME
│ │ │
Wearable Artwork & Objects &
design graphics lifestyle
│ │ │
└─────────────┼─────────────┘
│
DESIGN CULTURE
แนวทางนี้อธิบายได้ว่าทำไมผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จึงให้ความรู้สึกเหมือน ชิ้นงานดีไซน์ที่น่าสะสม มากกว่าผลิตภัณฑ์แฟชั่นตามฤดูกาลทั่วไป
วิวัฒนาการของแบรนด์
วิวัฒนาการสามารถสรุปได้ดังนี้:
ระยะที่ I — Inseam
2001–2024
แบรนด์เสื้อผ้าที่มีฐานอยู่ใน Provincetown เน้นเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ทรงเสื้อ เนื้อผ้า และคุณภาพ
↓
ระยะที่ II — Workforce
2024–ปัจจุบัน
รากฐานเชิงสร้างสรรค์เดิมขยายสู่แนวคิดไลฟ์สไตล์ที่กว้างขึ้น ครอบคลุม:
เสื้อผ้า + ศิลปะ + บ้าน + การเดินทาง
บริษัทเรียก Workforce อย่างชัดเจนว่าเป็น “Act II” (องก์ที่สอง) ของการเดินทางที่เริ่มต้นด้วย Inseam1
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
จากจุดยืนและปรัชญาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ ลูกค้าที่เหมาะสมตามธรรมชาติคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับ:
- ความเป็นปัจเจกชน
- นักออกแบบอิสระ
- เสื้อผ้าที่ไม่เหมือนใคร
- ศิลปะและการออกแบบ
- วัสดุคุณภาพ
- สไตล์ส่วนตัว
- แฟชั่นที่ไม่ใช่กระแสหลัก
- วัตถุที่มีคาแรคเตอร์
- สุนทรียศาสตร์ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการคัดสรร
แทนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเทรนด์กระแสหลักใหม่ล่าสุด Workforce มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ต้องการให้เสื้อผ้าและสภาพแวดล้อมรอบตัวสื่อสารถึง บุคลิกภาพ
โมเดลธุรกิจและการจัดจำหน่าย
Workforce ดำเนินงานเป็นหลักในฐานะ แบรนด์อิสระแบบ Direct-to-Consumer โดยมีหน้าร้านออนไลน์ที่นำเสนอเสื้อผ้า ศิลปะ ของใช้ในบ้าน และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ยังมีโปรโมชั่นและการสื่อสารกับลูกค้าผ่านจดหมายข่าว ซึ่งบ่งบอกถึงความเน้นหนักในการพัฒนาความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างนักออกแบบและลูกค้า1
บริษัทไม่ได้แสดงตัวต่อสาธารณะในฐานะผู้ค้าปลีกแฟชั่นขนาดใหญ่ แต่อัตลักษณ์ของแบรนด์ใกล้เคียงกับ สตูดิโอ/ค่ายเพลงอิสระ มากกว่า
จุดแข็งของแบรนด์
ในมุมมองการสร้างแบรนด์ Workforce มีจุดแข็งที่น่าสังเกตหลายประการ:
มรดกที่เข้มแข็ง
แม้ว่า Workforce จะเริ่มต้นในปี 2024 แต่ประวัติศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ย้อนกลับไปจนถึงปี 2001 ผ่าน Inseam ทำให้แบรนด์ใหม่มีมรดกด้านการออกแบบยาวนานกว่าสองทศวรรษ1
อัตลักษณ์ผู้ก่อตั้ง
Jeff Diaz และ John Robb มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์โดยตรง มอบอัตลักษณ์ของผู้สร้างสรรค์ที่ชัดเจน
แนวคิดที่โดดเด่น
การผสมผสานระหว่าง เสื้อผ้า + ศิลปะ + บ้าน ทำให้ Workforce มีอัตลักษณ์ที่กว้างกว่าแบรนด์เสื้อผ้าทั่วไป
คาแรคเตอร์อิสระ
ขนาดของแบรนด์และการนำเสนอที่นำโดยผู้ก่อตั้งมีส่วนเสริมสร้างภาพลักษณ์แฟชั่นอิสระที่แท้จริง
ศักยภาพข้ามหมวดหมู่
ลูกค้าสามารถสัมผัสสุนทรียศาสตร์ของ Workforce ได้ผ่านเครื่องแต่งกาย งานศิลปะ ของใช้ในบ้าน และสินค้าสำหรับการเดินทาง ไม่ใช่เพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้น
ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
คุณลักษณะเดียวกับที่ทำให้ Workforce มีความโดดเด่นก็อาจสร้างความท้าทายได้เช่นกัน:
การรับรู้ในกลุ่มกระแสหลักที่จำกัด
เมื่อเทียบกับบริษัทแฟชั่นระดับโลก Workforce ยังคงเป็นค่ายอิสระขนาดเล็ก
จุดยืนเฉพาะกลุ่ม
สุนทรียศาสตร์เชิงศิลปะอาจดึงดูดผู้ชมกลุ่มเฉพาะได้อย่างแข็งแกร่ง แต่อาจเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ยากกว่า
ขนาด
การผลิตแบบอิสระและการพัฒนาที่นำโดยนักออกแบบอาจทำให้บรรลุการกระจายสินค้า ขอบเขตการตลาด และกำลังการผลิตในระดับเดียวกับกลุ่มธุรกิจแฟชั่นขนาดใหญ่ได้ยาก
ความกำกวมของชื่อแบรนด์
“Workforce” เป็นคำทั่วไปที่ใช้โดยธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกันจำนวนมาก รวมถึงบริษัทซอฟต์แวร์และจัดหางาน สิ่งนี้อาจทำให้การค้นหาแบรนด์ในโลกดิจิทัลทำได้ยากขึ้น
บทสรุปโดยรวม
Workforce ควรได้รับการเข้าใจว่าเป็นแบรนด์การออกแบบและไลฟ์สไตล์อิสระจากอเมริกา มากกว่าที่จะเป็นเพียงแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษ
เรื่องราวของแบรนด์มีความน่าสนใจเป็นพิเศษเพราะไม่ใช่แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากความว่างเปล่าในปี 2024 แต่ Workforce คือวิวัฒนาการของ Inseam Clothing ที่ก่อตั้งในปี 2001 สู่แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ที่กว้างขึ้น
อัตลักษณ์ของแบรนด์สามารถสรุปได้ว่า:
2001 → Inseam Clothing → 2024 → Workforce → Clothing + Art + Home
แนวคิดหลักคือ การออกแบบส่วนบุคคลที่มีคาแรคเตอร์: เสื้อผ้าและวัตถุที่ตั้งใจให้มีความโดดเด่น ออกแบบมาอย่างดี และเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์เชิงสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้ง Jeff Diaz และ John Robb1
สรุปในประโยคเดียว
Workforce คือแบรนด์ไลฟ์สไตล์อิสระจาก Provincetown/New York ก่อตั้งโดย Jeff Diaz และ John Robb ซึ่งต่อยอดมาจากแบรนด์ Inseam Clothing ปี 2001 ของพวกเขา โดยผสมผสานเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ศิลปะต้นฉบับ และของใช้ในบ้าน ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเป็นปัจเจกชน คุณภาพ และสไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดของฤดูกาล1





