T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ The Ordinary

The Ordinary เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากประเทศแคนาดาที่มีชื่อเสียงในด้านการใช้ส่วนผสมหลักทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนและการกำหนดราคาที่จับต้องได้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 แบรนด์นี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการความงามด้วยการนำเสนอสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมเปิดเผยรายการส่วนผสมอย่างตรงไปตรงมาและใช้ชื่อสินค้าที่สื่อความหมายโดยตรง ทำให้การดูแลผิวขั้นสูงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน The Ordinary อยู่ภายใต้การบริหารของ DECIEM ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทด้านความงามที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Toronto ประเทศแคนาดา1

ภาพรวม

หมวดหมู่ ข้อมูล
ชื่อแบรนด์ The Ordinary
ปีที่ก่อตั้ง 2016
ผู้ก่อตั้ง Brandon Truaxe
บริษัทแม่ DECIEM
สำนักงานใหญ่ Toronto
อุตสาหกรรม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ผลิตภัณฑ์ เซรั่มบำรุงผิวหน้า, คลีนเซอร์, มอยส์เจอร์ไรเซอร์, ครีมกันแดด, ผลัดเซลล์ผิว, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย
ปรัชญาแบรนด์ สกินแคร์เชิงคลินิกที่เปิดเผยส่วนผสมอย่างโปร่งใสในราคาที่เป็นมิตร

ประวัติ

The Ordinary เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2016 โดย DECIEM ซึ่งเป็นบริษัทด้านความงามสัญชาติแคนาดาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 โดย Brandon Truaxe ผู้ซึ่งมองว่าอุตสาหกรรมสกินแคร์ในขณะนั้นพึ่งพาการสร้างแบรนด์ด้วยต้นทุนสูง การใช้ภาษาทางการตลาดที่ซับซ้อน และการตั้งราคาที่เกินจริงมากเกินไป

แทนที่จะเน้นไปที่บรรจุภัณฑ์หรูหราหรือการจ้างคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ The Ordinary เลือกที่จะให้ความสำคัญกับปัจจัยดังนี้:

  • สารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ
  • การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่สื่อความหมายชัดเจน
  • บรรจุภัณฑ์แบบเรียบง่าย
  • ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
  • สูตรผลิตภัณฑ์ที่ยึดตามหลักฐานเชิงประจักษ์

แนวทางดังกล่าวทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่สนใจการดูแลผิวอย่างเป็นระบบและชุมชนด้านผิวหนังวิทยา2

ปรัชญาของแบรนด์

พันธกิจหลักของ The Ordinary มักถูกอธิบายว่าเป็นการ “นำความซื่อสัตย์กลับคืนสู่วงการสกินแคร์”

บริษัทเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวควรมีคุณสมบัติดังนี้:

  • ซื่อสัตย์
  • โปร่งใส
  • มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
  • เน้นการใช้งานจริง
  • ราคาไม่แพง
  • เข้าถึงได้ง่าย

แตกต่างจากแบรนด์เครื่องสำอางจำนวนมากที่มักตั้งชื่อสินค้าด้วยคำศัพท์เฉพาะหรือเคลมสรรพคุณที่คลุมเครือ The Ordinary เลือกติดฉลากผลิตภัณฑ์โดยระบุชื่อสารออกฤทธิ์หลักและความเข้มข้นโดยตรง

ตัวอย่างเช่น:

  • Niacinamide 10% + Zinc 1%
  • Hyaluronic Acid 2% + B5
  • Glycolic Acid 7% Exfoliating Toner
  • Salicylic Acid 2% Solution

วิธีการสื่อสารที่เน้นส่วนผสมเป็นสำคัญนี้ ช่วยให้ المستهلكเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าตนเองกำลังทาสารใดลงบนผิว3

ประเภทผลิตภัณฑ์

The Ordinary มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมเกือบทุกขั้นตอนในรูทีนการบำรุงผิว

คลีนเซอร์

ออกแบบมาเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก น้ำมัน ครีมกันแดด และเครื่องสำอาง โดยยังคงรักษาเกราะป้องกันผิวไว้

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Squalane Cleanser
  • Glucoside Foaming Cleanser

การเติมน้ำให้ผิว

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เกราะผิว

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Hyaluronic Acid 2% + B5
  • Marine Hyaluronics
  • Amino Acids + B5

สารต้านอนุมูลอิสระ

ช่วยปกป้องผิวจากความเครียดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Resveratrol 3% + Ferulic Acid 3%
  • EUK 134

ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิว

มุ่งแก้ไขปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและรอยดำ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Niacinamide 10% + Zinc 1%
  • Alpha Arbutin 2% + HA
  • สูตร Ascorbic Acid ต่างๆ

ผลัดเซลล์ผิว

สารผลัดเซลล์ผิวชนิดเคมีที่ช่วยปรับปรุงพื้นผิวและความกระจ่างใส

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Glycolic Acid 7% Exfoliating Toner
  • Lactic Acid
  • Mandelic Acid
  • AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution

รักษาสิว

ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาสิวและน้ำมันส่วนเกิน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Salicylic Acid 2%
  • Niacinamide 10% + Zinc 1%
  • Azelaic Acid Suspension

ต้านริ้วรอย

เน้นจัดการกับริ้วรอยเล็ก ริ้วรอยลึก และความกระชับของผิว

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Granactive Retinoid
  • Retinal
  • Retinol
  • Multi-Peptide + Copper Peptides

มอยส์เจอร์ไรเซอร์

ช่วยคงความชุ่มชื้นและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Natural Moisturizing Factors + HA
  • Natural Moisturizing Factors + PhytoCeramides

ครีมกันแดด

ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากรังสียูวีในชีวิตประจำวัน สูตร Broad-spectrum

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

แบรนด์ได้ขยายไลน์สินค้าไปสู่การดูแลสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผม

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์:

  • Multi-Peptide Serum for Hair Density

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย

ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อความชุ่มชื้นและการผลัดเซลล์ผิวสำหรับร่างกาย

การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของ The Ordinary คือรูปแบบการตั้งชื่อที่ตรงไปตรงมา

แทนที่จะใช้ชื่อทางการตลาด ผลิตภัณฑ์จะถูกเรียกตาม:

  • สารออกฤทธิ์
  • ความเข้มข้น
  • ส่วนผสมรอง

ตัวอย่างเช่น:

Niacinamide 10% + Zinc 1%

ซึ่งหมายถึง:

  • Niacinamide 10%
  • Zinc PCA 1%

ตัวชื่อผลิตภัณฑ์จึงทำหน้าที่สื่อสารสูตรส่วนผสมโดยตรง แทนที่จะพึ่งพาการสร้างภาพลักษณ์ผ่านแบรนด์

แนวทางทางวิทยาศาสตร์

The Ordinary ให้ความสำคัญกับ:

  • งานวิจัยทางคลินิก
  • เคมีเครื่องสำอาง
  • ความโปร่งใสของส่วนผสม
  • สูตรที่เน้นประโยชน์ใช้สอย
  • การลดสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น

แบรนด์มักจะหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่รุนแรง บรรจุภัณฑ์ที่ตกแต่งเกินความจำเป็น และการกล่าวอ้างสรรพคุณที่ไม่มีหลักฐานรองรับ แต่จะให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่มีข้อมูลยืนยันถึงประสิทธิภาพในการใช้งานด้านเครื่องสำอาง4

บรรจุภัณฑ์

The Ordinary มีเอกลักษณ์ที่จดจำได้ง่ายจาก:

  • ฉลากสีขาว
  • ขวดแก้วสีชาหรือขวดฝ้า
  • ขวดแบบหยด
  • ตัวอักษรแบบมินิมอล
  • รูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากห้องปฏิบัติการ

การออกแบบที่เรียบง่ายนี้ช่วยตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่เน้นเรื่องสูตรผลิตภัณฑ์มากกว่าความหรูหราของรูปลักษณ์ภายนอก

ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์ ได้แก่:

  • Niacinamide 10% + Zinc 1%
  • Hyaluronic Acid 2% + B5
  • Glycolic Acid 7% Exfoliating Toner
  • AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution
  • Squalane Cleanser
  • Natural Moisturizing Factors + HA
  • Multi-Peptide + Copper Peptides

ผลิตภัณฑ์หลายรายการข้างต้นกลายเป็นสินค้ายอดนิยม เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างราคาที่จับต้องได้กับความโปร่งใสของส่วนผสม5

โมเดลธุรกิจ

The Ordinary สามารถลดต้นทุนได้โดย:

  • ใช้บรรจุภัณฑ์แบบเรียบง่าย
  • จำกัดงบประมาณโฆษณา
  • สื่อสารข้อมูลส่วนผสมโดยตรง
  • จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ของตนเองและผู้ค้าปลีกที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก

กลยุทธ์เหล่านี้ทำให้บริษัทสามารถเสนอขายผลิตภัณฑ์จำนวนมากในราคาที่ต่ำกว่าแบรนด์สกินแคร์อื่นๆ ในท้องตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

จริยธรรม

ตามที่แบรนด์ระบุ ผลิตภัณฑ์ของ The Ordinary มีคุณสมบัติดังนี้:

  • วีแกน (Vegan)
  • ไม่ทดลองกับสัตว์ (Cruelty-free)
  • ไม่มีการทดสอบกับสัตว์

นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นย้ำถึงความโปร่งใสของส่วนผสมและการพัฒนาสูตรอย่างมีความรับผิดชอบ6

อิทธิพลต่อวงการระดับโลก

The Ordinary สร้างผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมสกินแคร์โดย:

  • ทำให้กระแสสกินแคร์ที่เน้นส่วนผสมเป็นที่นิยม
  • ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสในสูตรเครื่องสำอาง
  • ทำให้สารออกฤทธิ์ต่างๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
  • เป็นต้นแบบให้แบรนด์อื่นปรับกลยุทธ์การติดฉลากและการตั้งราคาตาม

ความสำเร็จของแบรนด์มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนใจศึกษาข้อมูลส่วนผสมของสกินแคร์และสร้างรูทีนการบำรุงผิวบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น

บริษัทแม่: DECIEM

DECIEM เป็นบริษัทด้านความงามจากแคนาดาที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดย Brandon Truaxe บริษัทพัฒนาแบรนด์ความงามหลากหลายแบรนด์ โดย The Ordinary เป็นไลน์สินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากที่สุด DECIEM ได้รับการขนานนามว่าเป็นพลังที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงการความงาม เนื่องจากการเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส สูตรผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง และราคาที่เข้าถึงได้7

คุณลักษณะสำคัญ

  • ก่อตั้งในประเทศแคนาดาเมื่อปี 2016
  • บริษัทแม่: DECIEM
  • สร้างแบรนด์โดยเน้นส่วนผสมเป็นหลัก
  • ติดฉลากผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส
  • ราคาจับต้องได้
  • สูตรผลิตภัณฑ์มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
  • บรรจุภัณฑ์แบบมินิมอล
  • วีแกนและไม่ทดลองกับสัตว์
  • มีการจัดจำหน่ายทั่วโลก
  • มีผลิตภัณฑ์หลากหลายทั้งสกินแคร์ แฮร์แคร์ และบอดี้แคร์

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง