T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Joico

Joico เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำยาย้อมผมระดับมืออาชีพสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1975 ในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ (Southern California) แบรนด์มีชื่อเสียงจากการมุ่งเน้นด้านการ ซ่อมแซมโครงสร้างผม การคืนสุขภาพดีให้เส้นผม สีย้อมผมระดับมืออาชีพ และการอบรมช่างทำผม โดยผสานประสิทธิภาพทางเครื่องสำอางเข้ากับเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงสภาพผมที่เสียหาย ปัจจุบัน Joico ดำเนินธุรกิจภายใต้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพของ Henkel 1 14 12 13 8 9 10 11 7 6 5 4 3 2

ภาพรวมแบรนด์

หมวดหมู่ รายละเอียด
แบรนด์ Joico
ปีที่ก่อตั้ง 1975
แหล่งกำเนิด Southern California, สหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำยาย้อมผมระดับมืออาชีพ
ตลาดหลัก ร้านทำผม ช่างทำผม และผู้บริโภคทั่วไป
หมวดหมู่สินค้าหลัก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำยาย้อมผม ทรีตเมนต์ ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และผลิตภัณฑ์สำหรับร้านทำผม
จุดเด่น K-PAK, การซ่อมแซมผม, สีย้อมผมระดับมืออาชีพ, การปกป้องพันธะผม
บริษัทแม่ปัจจุบัน Henkel
อดีตเจ้าของกิจการ Zotos / Shiseido
ปรัชญาแบรนด์ “The joi of healthy hair”
จุดยืนทางการตลาด ก่อตั้งโดยช่างทำผมและมุ่งเน้นเพื่อช่างทำผม

Joico กำหนดพันธกิจของแบรนด์ไว้ภายใต้แนวคิด “the joi of healthy hair” โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมามีความแข็งแรง เงางาม และดูมีสุขภาพดี 14

ความหมายของชื่อ “Joico”

อัตลักษณ์ของแบรนด์สร้างขึ้นจากคำว่า “Joi”

Joico อธิบายว่า “Joi” สื่อถึงพลังอันโดดเด่นที่มาจากเส้นผมที่มีสุขภาพดี สีสันสดใส และเงางาม แนวคิดนี้ปรากฏอยู่ทั่วทั้งการสร้างแบรนด์ การอบรม และปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขององค์กร 14

กล่าวคือ Joico ไม่ได้วางตำแหน่งตนเองเป็นเพียงบริษัทผลิตแชมพูหรือเครื่องสำอางเท่านั้น แต่ข้อเสนอหลักของแบรนด์คือ:

เส้นผมที่ดูมีสุขภาพดีช่วยสร้างความมั่นใจ ความคิดสร้างสรรค์ และ “joi”

ปรัชญานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจาก Joico ถูกสร้างขึ้นเพื่อ การใช้งานในร้านทำผมระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะ มิใช่เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผู้บริโภคในตลาดมวลชนทั่วไป

ประวัติความเป็นมา

1975 — การก่อตั้ง

Joico ก่อตั้งขึ้นใน รัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ เมื่อปี 1975 และเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมระดับมืออาชีพโดยเน้นหนักไปที่วิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพเส้นผม เอกสารองค์กรของ Shiseido ระบุว่า Joico เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพที่เปิดตัวในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ในปี 1975

หนึ่งในนวัตกรรมยุคแรกของบริษัทคือการใช้ เคราตินโปรตีน (keratin protein) โดย Joico ระบุว่าในปี 1975 ทางแบรนด์เป็นผู้บุกเบิกการใช้เคราตินโปรตีนด้วยแนวคิดที่ว่า “ผมสามารถซ่อมแซมผมได้จริง”

1984 — Triamine Complex

นักวิทยาศาสตร์ของ Joico ได้พัฒนา Triamine Complex ซึ่งเป็นกระบวนการแปรรูปเคราตินโปรตีนเพื่อให้ได้น้ำหนักโมเลกุลที่เหมาะสมสำหรับการบำรุงเส้นผม 2

1992 — Cationic Triamine Complex

ต่อมา Joico ได้ก้าวหน้างานวิจัยด้านกรดอะมิโนและน้ำหนักโมเลกุล โดยนำ Cationic Triamine Complex มาใช้ในครีมนวดและทรีตเมนต์ต่างๆ 3

การพัฒนาเหล่านี้ช่วยสร้างรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ Joico นั่นคือ การซ่อมแซมและบำรุงเส้นผมผ่านเทคโนโลยีโปรตีนและกรดอะมิโน

ประวัติความเป็นเจ้าของกิจการ

Joico ผ่านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญหลายระยะ

Zotos

Joico เคยเป็นส่วนหนึ่งของ Zotos ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ

Shiseido

ในปี 2001 Joico ถูกเข้าซื้อกิจการโดย Shiseido ผ่านทาง Zotos ต่อมา Shiseido ได้อธิบายว่า Joico เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพที่ได้มาผ่าน Zotos เพื่อขยายฐานตลาดในสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้น Joico มีการจำหน่ายในระดับสากลอยู่แล้วและมีชื่อเสียงอย่างมากในวงการผมระดับมืออาชีพ 4

ภายใต้การบริหารของ Shiseido Joico ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ย้อมผม ดูแลเส้นผม และจัดแต่งทรงผมระดับมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง

Henkel

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2017

Henkel เข้าซื้อกิจการ Zotos International ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพในอเมริกาเหนือของ Shiseido โดยธุรกรรมเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2017 การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ครอบคลุมถึงแบรนด์ Joico และ Zotos Professional Henkel รายงานมูลค่าธุรกรรมดังกล่าวประมาณ €403 ล้านยูโร ในรายงานประจำปี 2017 5

หลังจากนั้น Joico จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพของ Henkel ร่วมกับแบรนด์อื่นๆ เช่น Schwarzkopf Professional และแบรนด์มืออาชีพอื่นๆ ที่ได้มาเพิ่มเติม 6

สรุปเส้นทางการเป็นเจ้าของกิจการของ Joico ได้ดังนี้:

Joico → Zotos → Shiseido → Henkel

จุดยืนของแบรนด์ Joico

Joico มีจุดยืนที่ค่อนข้างแตกต่างในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

โดยหลักแล้วเป็น แบรนด์สำหรับร้านทำผม/ระดับมืออาชีพ แต่ผลิตภัณฑ์จำนวนมากก็เปิดกว้างให้ผู้บริโภคซื้อไปใช้ที่บ้านได้ด้วย

จุดยืนของแบรนด์สามารถสรุปได้ว่า:

ประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ + วิทยาศาสตร์เส้นผม + การซ่อมแซม + สีย้อมผม + ความคิดสร้างสรรค์

แทนที่จะเน้นเฉพาะผลลัพธ์ด้านการจัดแต่งทรงหรือความสวยงามเพียงอย่างเดียว Joico ให้ความสำคัญอย่างมากกับ การรักษาและปรับปรุงสภาพเส้นผม

บริษัทอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ของตนได้รับการออกแบบมาเพื่อคืนสภาพผมให้แข็งแรง เงางาม และดูมีสุขภาพดียิ่งขึ้น 7

สิ่งนี้ทำให้ “ผมสุขภาพดี” เป็นหัวใจร่วมที่เชื่อมโยงทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลัก

Joico มีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ประกอบด้วย:

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมครอบคลุมปัญหาต่างๆ เช่น:

  • ผมเสีย
  • ผมแห้ง
  • สีผมจางลง
  • การเติมความชุ่มชื้น
  • ผมชี้ฟู
  • การดูแลหนังศีรษะ
  • ผมสีบลอนด์
  • เนื้อสัมผัสและการจัดทรงง่าย
  • การบำรุงรักษารายวัน

พอร์ตโฟลิโอปัจจุบันประกอบด้วยตระกูลผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ K-PAK, Defy Damage, K-PAK Color Therapy, Moisture Recovery, Hydrasplash และ Color Balance 6 5 4 2

น้ำยาย้อมผมระดับมืออาชีพ

Joico ยังมีธุรกิจสีย้อมผมระดับมืออาชีพที่สำคัญ

หนึ่งในระบบสีย้อมผมเรือธงคือ LumiShine ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ย้อมผมถาวรและกึ่งถาวรระดับมืออาชีพ Joico วางตำแหน่ง LumiShine ไว้ที่ประสิทธิภาพของสี ความเงางาม และการบำรุงเส้นผม 3 13

ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม

แบรนด์นำเสนอผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงและตกแต่งทรงระดับมืออาชีพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อ:

  • การยึดทรง
  • เนื้อสัมผัส
  • วอลลุ่ม
  • การปรับผมเรียบ
  • การป้องกันความร้อน
  • การตกแต่งทรงขั้นสุดท้าย
  • ความเงางาม

ทรีตเมนต์

ทรีตเมนต์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตลักษณ์ของ Joico โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเป้าไปที่ผมผ่านกระบวนการเคมี ผมฟอกสี ผมที่เสียจากความร้อน หรือผมที่อ่อนแอจากสาเหตุอื่นๆ

K-PAK — ตระกูลผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของ Joico

หากมีตระกูลผลิตภัณฑ์ใดที่ผูกพันกับ Joico มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น K-PAK

Joico นิยาม K-PAK ว่าเป็น “ฮีโร่กู้ผมเสีย” กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อซ่อมแซม เสริมความแข็งแรง และปกป้องเส้นผมที่เสียหาย 4 5

ระบบ K-PAK ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น:

  • Reconstructing Shampoo
  • Reconstructing Conditioner
  • Clarifying Shampoo
  • Intense Hydrator
  • Reconstructor
  • Luster Lock

ระบบ K-PAK ระดับมืออาชีพยังมีทรีตเมนต์แบบหลายขั้นตอนที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในร้านทำผม โดยเฉพาะในช่วงบริการทำสีและฟอกสีผม 5

ความสำคัญของ K-PAK

K-PAK สะท้อนแก่นแท้ของแบรนด์ Joico ได้อย่างชัดเจน:

ผมเสีย → การสร้างโครงสร้างใหม่ → ความแข็งแรง → ความเงางาม → ผมที่ดูสุขภาพดีขึ้น

ดังนั้น K-PAK จึงกลายเป็นหนึ่งในตระกูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของ Joico

SmartRelease Technology

หนึ่งในแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหลักของ Joico คือ SmartRelease Technology

Joico อธิบายว่า SmartRelease เป็น ระบบนำส่งสารแบบไลโปโซม (liposome delivery system) ที่ออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยส่วนผสมอย่างเคราติน อาร์จินีน และน้ำมันโรสฮิป อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยซ่อมแซม เสริมความแข็งแรง และปกป้องเส้นผม 9

เทคโนโลยีนี้มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมผมเสียของแบรนด์

ในมุมมองการสร้างแบรนด์ SmartRelease มีความสำคัญเพราะช่วยให้ Joico สื่อสารสิ่งที่เหนือกว่าการบำรุงผมด้วยเครื่องสำอางทั่วไป:

“เราใช้เทคโนโลยีนําพาสารเพื่อกำหนดเป้าหมายส่งส่วนผสมไปยังจุดที่ผมต้องการ”

สิ่งนี้มอบอัตลักษณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ให้กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

Defy Damage

Defy Damage เป็นอีกตระกูลผลิตภัณฑ์สำคัญของ Joico

ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องเส้นผมจากความเสียหายสะสมที่เกิดจาก:

  • การใช้ความร้อนจัดแต่งทรง
  • รังสี UV
  • มลภาวะสิ่งแวดล้อม
  • กระบวนการเคมี
  • การจัดแต่งทรงในชีวิตประจำวัน

Joico บรรยายว่า Defy Damage เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องและเสริมสร้างพันธะผม พร้อมทั้งช่วยรักษาให้ผมดูมีสุขภาพดี 6 10 11

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยแชมพูปกป้องผม ทรีตเมนต์สร้างพันธะผม มาส์ก และผลิตภัณฑ์จัดแต่ง/ตกแต่งทรง

Defy Damage แสดงถึงวิวัฒนาการของปรัชญาการซ่อมแซมผมดั้งเดิมของ Joico:

K-PAK เน้นการซ่อมแซมความเสียหายที่มีอยู่เดิมเป็นหลัก ในขณะที่ Defy Damage ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการป้องกันและรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

LumiShine

LumiShine คือแพลตฟอร์มสีย้อมผมระดับมืออาชีพของ Joico

ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยสีย้อมผมถาวรและกึ่งถาวร โดยวางตำแหน่งไว้ที่ สีสันสดใส ความเงางาม และสภาพเส้นผมที่ดี 3 13

เทคโนโลยีหลักที่เกี่ยวข้องกับ LumiShine คือ ArgiPlex Technology

Joico ระบุว่า ArgiPlex พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนอาร์จินีนตามธรรมชาติที่สูญเสียไประหว่างการทำสี และช่วยสนับสนุนสภาพเส้นผม 9

สิ่งนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์เพราะเชื่อมโยงสองจุดแข็งที่สุดของ Joico เข้าด้วยกัน:

สีย้อมผม + สุขภาพเส้นผม

แทนที่จะมองว่าการทำสีเป็นเรื่องที่ทำลายผมโดยธรรมชาติ แบรนด์พยายามวางตำแหน่งบริการทำสีระดับมืออาชีพว่าเป็นบริการที่สามารถมอบทั้งสีสันที่สวยงามและผลลัพธ์ที่ผมดูมีสุขภาพดีขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน

เทคโนโลยีและนวัตกรรม

เทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลักในเรื่องราวของแบรนด์ Joico

เทคโนโลยีและแนวคิดบางประการที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ได้แก่:

เทคโนโลยี / แนวคิด วัตถุประสงค์หลัก
Keratin Protein การสร้างโครงสร้างผมใหม่และการบำรุง
Triamine Complex เทคโนโลยีโปรตีน
Cationic Triamine Complex เทคโนโลยีการบำรุง/ทรีตเมนต์
Bio-Advanced Peptide Complex เทคโนโลยีซ่อมแซมเส้นผม
ArgiPlex Technology การสนับสนุนสีย้อมผมและสภาพเส้นผม
SmartRelease Technology การนำส่งส่วนผสมแบบกำหนดเป้าหมาย
Bond-building technology การเสริมสร้าง/ปกป้องโครงสร้างผม

ประวัติศาสตร์ของ Joico เองเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าจากงานวิจัยเคราตินโปรตีนในยุคแรก สู่การวิจัยกรดอะมิโน เทคโนโลยีเปปไทด์ ArgiPlex และระบบปกป้องพันธะผมในเวลาต่อมา 9

อัตลักษณ์ร้านทำผมระดับมืออาชีพ

หนึ่งในลักษณะที่สำคัญที่สุดของ Joico คือการยังคงเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับ ช่างทำผมระดับมืออาชีพ

แบรนด์นิยามตนเองว่า:

“ก่อตั้งโดยช่างทำผม… มุ่งเน้นเพื่อช่างทำผม” 8

สิ่งนี้ทำให้ Joico แตกต่างจากแบรนด์ความงามกระแสหลักจำนวนมาก

แนวทางระดับมืออาชีพสะท้อนให้เห็นได้จาก:

  • ผลิตภัณฑ์เฉพาะร้านทำผม/ระดับมืออาชีพ
  • ระบบสีย้อมผม
  • ทรีตเมนต์ระดับมืออาชีพ
  • การอบรมช่างทำผม
  • การอบรมเทคนิค
  • การอบรมสีย้อมผม
  • ผลิตภัณฑ์ Backbar
  • การสาธิตระดับมืออาชีพ
  • คอนเทนต์สำหรับช่างทำผม

Henkel ยังดำเนินการศูนย์อบรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพในเมือง Culver City รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งช่างทำผมสามารถเข้ารับการฝึกอบรมและทำงานร่วมกับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพได้ 12

ความสัมพันธ์ระหว่าง Joico กับช่างทำผม

การอบรมเป็นส่วนสำคัญของโมเดลธุรกิจ Joico

สำหรับแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพ ความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่:

แบรนด์ → ผู้บริโภค

แต่มีลักษณะคล้ายกับ:

แบรนด์ → ผู้สอน → ช่างทำผม → ลูกค้าร้านทำผม → ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ใช้ที่บ้าน

นี่หมายความว่า Joico ต้องขายมากกว่าแค่ตัวผลิตภัณฑ์ แบรนด์จำเป็นต้องมอบ ความรู้ทางเทคนิค ความเชี่ยวชาญด้านสี เทคนิคการใช้งาน และการอบรมระดับมืออาชีพ

นั่นคือเหตุผลที่ Joico ลงทุนอย่างหนักกับผู้สอน บุคลากรด้านเทคนิค และชุมชนร้านทำผมมาโดยตลอด บริษัทกล่าวว่าชุมชนร้านทำผมเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์มานานกว่าสี่ทศวรรษ 13

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

Joico ให้บริการกลุ่มผู้ชมสองกลุ่มที่มีความทับซ้อนกัน

กลุ่มหลัก: ผู้เชี่ยวชาญ

  • ช่างทำผม
  • ช่างทำสีผม
  • เจ้าของร้านทำผม
  • ผู้สอนด้านเส้นผม
  • นักเรียนวิชาชีพความงาม
  • เครือข่ายร้านทำผม

กลุ่มรอง: ผู้บริโภค

โดยเฉพาะผู้บริโภคที่:

  • ทำสีผม
  • ฟอกสีหรือกัดสีผม
  • ใช้ความร้อนจัดแต่งทรงบ่อยครั้ง
  • มีผมเสีย
  • ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับมืออาชีพ
  • ต้องการรักษาสภาพผมเหมือนเพิ่งออกจากร้านทำผมเมื่ออยู่ที่บ้าน
  • ใส่ใจสุขภาพและความสวยงามของเส้นผม

สิ่งนี้สร้างโครงสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ: Joico มีรากฐานจากระดับมืออาชีพแต่ผู้บริโภคก็สามารถเข้าถึงได้

บุคลิกของแบรนด์

บุคลิกของ Joico สามารถอธิบายได้ว่าเป็นการผสมผสานของ:

ความเป็นวิทยาศาสตร์
แบรนด์เน้นย้ำเรื่องโปรตีน กรดอะมิโน เปปไทด์ พันธะผม และเทคโนโลยีนําพาสาร

ความเป็นมืออาชีพ
รักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับช่างทำผมและร้านทำผม

ความคิดสร้างสรรค์
สีย้อมผมและการจัดแต่งทรงยังคงเป็นส่วนสำคัญของแบรนด์

ความ lạcมองในแง่ดี
แนวคิด “Joi” มอบมิติทางอารมณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์

มุ่งเน้นประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์มักถูกนำเสนอพร้อมประโยชน์ต่อเส้นผมที่วัดผลหรือพิสูจน์ได้

เน้นสุขภาพเส้นผม
แตกต่างจากแบรนด์ที่ขายความหรูหราเป็นหลัก Joico นำการสนทนากลับไปสู่สภาพเส้นผมอยู่เสมอ

การทดสอบในสัตว์และจุดยืนด้านจริยธรรม

Joico ระบุว่าแบรนด์ได้รับ การรับรองจาก PETA ว่าปราศจากการทดสอบในสัตว์ทั่วโลก (globally animal-test-free) และไม่ดำเนินการ จ่ายเงิน หรืออนุญาตให้มีการทดสอบในสัตว์ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์

หน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์ของบริษัทระบุผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่าเป็น PETA Global Animal Test–Free เช่นกัน

สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของจุดยืนแบรนด์สมัยใหม่ของ Joico แม้ว่าอัตลักษณ์หลักจะยังคงมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพระดับมืออาชีพและเส้นผมที่ดูมีสุขภาพดีเป็นหลัก

การดำเนินงานระดับโลก

Joico ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตลาดสหรัฐอเมริกา

เอกสารองค์กรของ Shiseido ก่อนหน้านี้ระบุว่า Joico มีการจำหน่ายใน ประมาณ 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงการมีอยู่ของแบรนด์ในตลาดผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพนานาชาติ

รอยเท้าในระดับสากลมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษเนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพมักดำเนินการผ่านการผสมผสานของ:

  • ร้านทำผม
  • ผู้จัดจำหน่ายระดับมืออาชีพ
  • ผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ความงาม
  • อีคอมเมิร์ซ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม
  • เครือข่ายการอบรมในพื้นที่

รูปแบบการจัดจำหน่ายที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

Joico ภายใต้เครือ Henkel

ปัจจุบัน Joico เป็นส่วนหนึ่งของ พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพของ Henkel

สิ่งนี้ทำให้แบรนด์อยู่ในเครือบริษัทผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผู้บริโภคระดับนานาชาตขนาดใหญ่ ซึ่งมีธุรกิจผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพที่ประกอบด้วยแบรนด์สำคัญหลายแบรนด์

ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์มีความสำคัญมาก: Henkel สามารถมอบการเข้าถึงทรัพยากรที่กว้างขวางยิ่งขึ้นให้กับ Joico ในด้านต่างๆ เช่น:

  • การวิจัยและพัฒนา
  • การผลิต
  • การจัดจำหน่ายระหว่างประเทศ
  • การอบรมระดับมืออาชีพ
  • การตลาด
  • พาณิชย์ดิจิทัล
  • โครงการความยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน Henkel ก็เน้นย้ำถึงการรักษาคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และมรดกเฉพาะตัวของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ผมระดับมืออาชีพแต่ละแบรนด์

คู่แข่งหลัก

Joico ดำเนินธุรกิจในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ โดยแข่งขันกับแบรนด์ต่างๆ เช่น:

  • Wella Professionals
  • Redken
  • L’Oréal Professionnel
  • Schwarzkopf Professional
  • Matrix
  • Kérastase
  • Goldwell
  • Paul Mitchell
  • Aveda
  • K18
  • Olaplex

ชุดคู่แข่งที่แท้จริงจะเปลี่ยนแปลงไปตามหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างเช่น:

การซ่อมแซมผม: K18, Olaplex, Redken, Kérastase, Wella

สีย้อมผมระดับมืออาชีพ: Wella, L’Oréal Professionnel, Schwarzkopf Professional, Goldwell, Matrix

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพ: Redken, Wella, Aveda, Paul Mitchell, Schwarzkopf Professional

จุดแตกต่างที่แข็งแกร่งที่สุดของ Joico คือการผสมผสานระหว่าง สีย้อมผมระดับมืออาชีพ + เทคโนโลยีซ่อมแซม + มรดกจากร้านทำผม

สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้ Joico

หากสรุปแบรนด์ทั้งหมดออกมาเป็นคุณลักษณะสำคัญ จุดแตกต่างของ Joico มีดังนี้:

① สุขภาพเส้นผมคือหัวใจของแบรนด์

Joico ไม่มองว่าเส้นผมที่ดูสุขภาพดีเป็นเพียงผลประโยชน์รอง แต่เป็นปรัชญาหลักของแบรนด์โดยแท้

② มรดกความเป็นมืออาชีพที่เข้มแข็ง

แบรนด์ถูกสร้างขึ้นในโลกของเส้นผมระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ และยังคงมุ่งเน้นไปที่ช่างทำผมอย่างมาก

③ ความน่าเชื่อถือด้านการซ่อมแซม

K-PAK สร้างความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นระหว่าง Joico กับการซ่อมแซมผมเสีย

④ แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์

เคราติน กรดอะมิโน เปปไทด์ อาร์จินีน เทคโนโลยีพันธะผม และระบบนำส่งแบบไลโปโซม มอบอัตลักษณ์ทางเทคนิค/วิทยาศาสตร์ให้กับ Joico

⑤ สีย้อมผมเป็นธุรกิจหลัก

LumiShine ทำให้บริษัทมีตำแหน่งที่สำคัญในตลาดสีย้อมผมระดับมืออาชีพ แทนที่จะเป็นเพียงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมล้วนๆ

⑥ “Joi” เพิ่มมิติทางอารมณ์

แบรนด์ผสมผสานคำกล่าวอ้างทางเทคนิคเข้ากับข้อความทางอารมณ์: เส้นผมที่สวยงามและมีสุขภาพดีควรสร้างความมั่นใจและความสุข

โครงสร้างแบรนด์โดยสังเขป

แผนที่แบบง่ายของพอร์ตโฟลิโอ Joico มีดังนี้:

JOICO

├── Hair Care
│ ├── K-PAK
│ ├── K-PAK Color Therapy
│ ├── Defy Damage
│ ├── Moisture Recovery
│ ├── Hydrasplash
│ └── Color Balance

├── Professional Color
│ └── LumiShine

├── Styling & Finish
│ └── Professional styling products

├── Treatments
│ ├── Repair
│ ├── Reconstruction
│ ├── Bond protection
│ └── Conditioning

└── Professional Education
├── Hairstylist education
├── Color education
└── Technical education

พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมปัจจุบันของ Joico ยืนยันถึงตระกูลผลิตภัณฑ์และหมวดหมู่การดูแลหลักเหล่านี้ 2 3 4 5 6

สรุปเรื่องราวแบรนด์ Joico

Joico คือแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพจากรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี 1975 บนพื้นฐานความคิดที่ว่าเส้นผมที่ดูมีสุขภาพดีคือรากฐานของความสวยงาม ตลอดระยะเวลาห้าทศวรรษ แบรนด์สร้างอัตลักษณ์ผ่านวิทยาศาสตร์การซ่อมแซมผม เทคโนโลยีเคราตินและกรดอะมิโน สีย้อมผมระดับมืออาชีพ และการอบรมช่างทำผม ตระกูลผลิตภัณฑ์เรือธง K-PAK ทำให้การสร้างโครงสร้างผมใหม่กลายเป็นส่วนสำคัญของแบรนด์ ในขณะที่เทคโนโลยีและตระกูลผลิตภัณฑ์รุ่นหลังอย่าง SmartRelease, LumiShine และ Defy Damage ได้ขยายขอบเขต Joico ไปสู่การซ่อมแซมแบบเจาะจง สีย้อมผมระดับมืออาชีพ และการป้องกันความเสียหาย หลังจากผ่านการเป็นเจ้าของโดย Zotos และ Shiseido Joico กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Henkel จากการเข้าซื้อกิจการ Zotos International ในปี 2017 ปัจจุบัน แบรนด์ผสมผสานมรดกร้านทำผมระดับมืออาชีพเข้ากับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ภายใต้ปรัชญา overarching เรื่อง “the joi of healthy hair” 14

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง