เกี่ยวกับ Under Armour
Under Armour, Inc. เป็นบริษัทข้ามชาติด้านสินค้ากีฬาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องแต่งกายเพื่อสมรรถนะสูง รองเท้า และอุปกรณ์เสริมทางการกีฬา บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1996 โดย Kevin Plank อดีตนักฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัย ผู้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับวงการเสื้อผ้ากีฬาด้วยการนำเสนอเสื้อรัดรูปที่มีคุณสมบัติระบายเหงื่อได้ดี ช่วยให้นักกีฬารู้สึกเย็น แห้งสบาย และไม่อับชื้นระหว่างออกกำลังกาย ปัจจุบัน Under Armour ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในแบรนด์กีฬาระดับโลกที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง และมีคู่แข่งสำคัญในอุตสาหกรรมเดียวกัน ได้แก่ Nike, Adidas และ Puma1
ภาพรวมองค์กร
- ชื่อบริษัท: Under Armour, Inc.
- ปีที่ก่อตั้ง: 1996
- ผู้ก่อตั้ง: Kevin Plank
- สำนักงานใหญ่: Baltimore
- อุตสาหกรรม: สินค้ากีฬา, เครื่องแต่งกาย, รองเท้า, อุปกรณ์เสริม
- ประเภทกิจการ: บริษัทมหาชน
- ตลาดหลักทรัพย์: NASDAQ (สัญลักษณ์: UA, UAA)
- พื้นที่ให้บริการ: ทั่วโลก
- ผลิตภัณฑ์: เสื้อผ้ากีฬา, รองเท้ากีฬา, อุปกรณ์กีฬา, กระเป๋า, หมวก, ถุงเท้า, ถุงมือ และอุปกรณ์ฟิตเนส
- จำนวนพนักงาน: ประมาณ 16,000 คนทั่วโลก (ข้อมูลปี 2024)
- การจัดจำหน่าย: มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในกว่า 140 ประเทศ1
ประวัติความเป็นมา
Under Armour ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดย Kevin Plank ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกัปตันทีมพิเศษของสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ แนวคิดเริ่มต้นเกิดจากความไม่พอใจต่อเสื้อยืดผ้าฝ้ายที่อุ้มน้ำหนักและชุ่มเหงื่อขณะฝึกซ้อม Plank จึงพัฒนาเสื้อรัดรูปจากเส้นใยสังเคราะห์น้ำหนักเบาที่สามารถดึงความชื้นออกจากผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้นแบบรุ่นแรกซึ่งมีชื่อว่า “The Shorty” (#0037) ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจ ในช่วงแรก Plank ดำเนินการขายเสื้อด้วยตนเองโดยตรงจากท้ายรถยนต์ให้แก่ทีมฟุตบอลทั้งในระดับวิทยาลัยและระดับอาชีพ
ในปี 1998 บริษัทได้ย้ายฐานปฏิบัติการจาก Washington, D.C. มายัง Baltimore, Maryland ซึ่งยังคงเป็นสำนักงานใหญ่ระดับโลกจนถึงปัจจุบัน1
การเติบโตและเหตุการณ์สำคัญ
ตลอดช่วงต้นทศวรรษ 2000 Under Armour มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
- 1997: เปิดตัวเนื้อผ้าเพื่อสมรรถนะสูง HeatGear® และ ColdGear®
- 2003: เริ่มต้นแคมเปญโฆษณาอันเป็นเอกลักษณ์ “Protect This House”
- 2005: เสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ
- 2006: ขยายเข้าสู่ตลาดรองเท้ากีฬาด้วยสตั๊ดสำหรับอเมริกันฟุตบอล
- 2007: เปิดร้านค้าปลีก Brand House แห่งแรก
- 2010: ทำรายได้ประจำปีทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- 2015: ขยายเข้าสู่ธุรกิจดิจิทัลฟิตเนสผ่านการเข้าซื้อกิจการ MapMyRun, Endomondo และ MyFitnessPal
- 2018: แนะนำเทคโนโลยีพื้นรองเท้า UA HOVR™
- 2020: เปิดตัว Curry Brand ภายใต้ความร่วมมือกับ Stephen Curry ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการ NBA1
ผลิตภัณฑ์
Under Armour ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของนักกีฬามืออาชีพ ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย และผู้บริโภคทั่วไป โดยแบ่งหมวดหมู่หลักได้ดังนี้:
เครื่องแต่งกาย
- เสื้อรัดรูป
- เสื้อยืด
- เสื้อฮู้ด
- เสื้อแจ็คเก็ต
- กางเกงขาสั้น
- เลกกิ้ง
- ชุดฝึกซ้อม
- ชุดกอล์ฟ
- ชุดยูนิฟอร์มทีม
รองเท้า
- รองเท้าวิ่ง
- รองเท้าบาสเกตบอล
- รองเท้าเทรนนิ่ง
- สตั๊ดอเมริกันฟุตบอล
- รองเท้าฟุตบอล
- รองเท้าเดินป่า
- สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์
อุปกรณ์เสริม
- เป้สะพายหลัง
- หมวก
- ถุงเท้า
- ถุงมือ
- ขวดน้ำ
- กระเป๋ากีฬา
- อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย
- อุปกรณ์ฟิตเนส
เทคโนโลยี
Under Armour มีชื่อเสียงจากการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อเพิ่มสมรรถนะทางการกีฬา ได้แก่:
- HeatGear® – เนื้อผ้าน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศร้อน
- ColdGear® – วัสดุเก็บความร้อน ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายในสภาพอากาศหนาว
- AllSeasonGear® – ออกแบบมาเพื่อใช้งานในอุณหภูมิปานกลาง
- UA HOVR™ – ระบบกันกระแทกที่ช่วยดูดซับแรงกดและส่งคืนพลังงาน
- UA Storm® – การเคลือบกันน้ำที่ยังคงไว้ซึ่งความสามารถในการระบายอากาศ
- UA TriBase™ – โครงสร้างพื้นรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคงสูงสุดขณะฝึกซ้อม2
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
วิสัยทัศน์ของ Under Armour คือ:
“To inspire you with performance solutions you never knew you needed and can’t imagine living without.”
(สร้างแรงบันดาลใจด้วยโซลูชันเพื่อสมรรถนะที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนว่าจำเป็น และจะไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่ขาดมันไปได้)
เป้าหมายหลักของบริษัทคือการเสริมศักยภาพให้นักกีฬาผ่านการสร้างสรรค์สินค้านวัตกรรมใหม่ที่ช่วยยกระดับผลงานและลดอุปสรรคในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา1
อัตลักษณ์แบรนด์
Under Armour สร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์โดยยึดถือคุณค่าสำคัญ ดังนี้:
- สมรรถนะ (Performance)
- นวัตกรรม (Innovation)
- ความมุ่งมั่น (Determination)
- ความเป็นเลิศทางกีฬา (Athletic excellence)
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous improvement)
สโลแกนที่ใช้มายาวนานอย่าง “Protect This House” ได้กลายเป็นหนึ่งในแคมเปญการตลาดที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในวงการเสื้อผ้ากีฬา
การสนับสนุนและพันธมิตร
Under Armour ให้การสนับสนุนนักกีฬา ทีมกีฬา และองค์กรกีฬาในหลากหลายสาขา นักกีฬาชั้นนำที่เคยหรือกำลังอยู่ภายใต้สัญญา ได้แก่:
- Stephen Curry (บาสเกตบอล)
- Tom Brady (อเมริกันฟุตบอล)
- Jordan Spieth (กอล์ฟ)
- Anthony Joshua (มวยสากล)
- Michael Phelps (ว่ายน้ำ)
- Dwayne Johnson (คอลเลกชัน Project Rock)
นอกจากนี้ บริษัทยังให้การสนับสนุนโปรแกรมกีฬาในระดับมหาวิทยาลัย ทีมอาชีพ และโครงการกีฬาเยาวชนอีกด้วย
การดำเนินงานระดับโลก
ณ ปี 2024 Under Armour มีสถานะการดำเนินงานดังนี้:
- ดำเนินงานร้านค้าแบรนด์และเอาท์เล็ตมากกว่า 445 สาขาทั่วโลก
- จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 140 ประเทศ
- มีสำนักงานกระจายอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก และลาตินอเมริกา1
ปรัชญาองค์กร
Under Armour ให้ความสำคัญกับแนวทางดังต่อไปนี้:
- การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยเน้นนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง
- นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัย
- การใช้วัสดุสมรรถนะสูง
- ความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืน
- การขยายโอกาสให้เยาวชนทั่วโลกเข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้น1
มรดกทางธุรกิจ
จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงเสื้อรัดรูประบายเหงื่อตัวเดียวซึ่งพัฒนาในห้องใต้ดิน Under Armour ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์กีฬาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของโลก การมุ่งเน้นที่นวัตกรรมทางเทคนิค การออกแบบเพื่อสมรรถนะ และการเป็นพันธมิตรกับนักกีฬาระดับแนวหน้า ทำให้บริษัทก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเสื้อผ้ากีฬาระดับโลก แม้จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง แต่บริษัทยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในวัสดุใหม่ เทคโนโลยีรองเท้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์นักกีฬา เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดเสื้อผ้าเพื่อสมรรถนะสูงไว้ให้ได้1




