เกี่ยวกับ Scholl(สกอลล์)
Scholl(สกอลล์) เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเท้าและรองเท้าที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา และมีประวัติการดำเนินธุรกิจยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นโดย Dr. William Mathias Scholl ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ ชีวกลศาสตร์ และสุขภาพเท้า โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้คนสามารถเดินได้อย่างสะดวกสบายและมีสุขภาพเท้าที่ดีขึ้น ปัจจุบัน Scholl(สกอลล์) ได้รับการยอมรับในระดับโลกในฐานะแบรนด์ชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเท้า แผ่นรองพื้นรองเท้า รองเท้าเพื่อความสบาย และผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาเท้าเฉพาะทาง โดยมีการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศจำนวนมาก1
ในเชิงโครงสร้างธุรกิจและชื่อทางการค้า มีความแตกต่างตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ กล่าวคือ ในสหรัฐอเมริกาและบางตลาดจะใช้ชื่อแบรนด์ว่า Dr. Scholl’s ในขณะที่หลายประเทศนอกทวีปอเมริกาใช้ชื่อว่า Scholl(สกอลล์) อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทั้งสองส่วนนี้ได้กลับมารวมอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเดียวกันอีกครั้งในปี 2021 หลังจากที่เคยแยกสิทธิ์ความเป็นเจ้าของออกจากกันเป็นเวลานานกว่า 30 ปี2
ข้อมูลพื้นฐาน
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Scholl / Dr. Scholl’s |
| ชื่อภาษาไทย | สกอลล์ |
| หมวดธุรกิจ | Foot care, footwear, insoles & wellness |
| ต้นกำเนิด | Chicago, Illinois, สหรัฐอเมริกา |
| ผู้ก่อตั้ง | Dr. William Mathias Scholl |
| จุดเริ่มต้นสำคัญ | 1904–1907 |
| ผลิตภัณฑ์แรกเริ่ม | อุปกรณ์พยุงอุ้งเท้า (arch support) |
| ผลิตภัณฑ์หลักในปัจจุบัน | รองเท้า, แผ่นรองเท้า, ผลิตภัณฑ์ดูแลเท้า, ผลิตภัณฑ์สำหรับหนังด้าน/ตาปลา และผลิตภัณฑ์ comfort |
| เจ้าของปัจจุบัน | Scholl’s Wellness Company ภายใต้ Yellow Wood Partners |
| ตลาด | มากกว่า 50 ประเทศในโครงสร้างธุรกิจที่รวม Scholl และ Dr. Scholl’s |
| จุดยืนของแบรนด์ | Foot health + comfort + technology |
บันทึกประวัติของแบรนด์ระบุว่า William Scholl เริ่มต้นธุรกิจจากความสนใจในปัญหาเกี่ยวกับเท้า และได้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยตลอดช่วงชีวิตการทำงานของเขา มีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเท้ามากกว่า 1,000 รายการ3
ประวัติผู้ก่อตั้ง: William Mathias Scholl
William Mathias Scholl เกิดและเติบโตในสหรัฐอเมริกา ภายในครอบครัวที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมรองเท้า ต่อมาเขาได้เข้าทำงานในร้านรองเท้าแห่งหนึ่งในเมือง Chicago ซึ่งทำให้ได้พบกับลูกค้าจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดหรือมีปัญหาเกี่ยวกับเท้า ประสบการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้เขาเกิดความสนใจในความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของเท้าที่มีผลต่อร่างกายโดยรวม เขาจึงตัดสินใจศึกษาด้านการแพทย์โดยเน้นหนักเป็นพิเศษในสาขากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของเท้า4
นวัตกรรม Foot-Eazer และการก่อตั้งบริษัท
ในปี 1904 หลังจากได้รับคุณวุฒิทางการแพทย์เมื่ออายุได้ 22 ปี Scholl ได้จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Foot-Eazer ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายแผ่นรองภายในรองเท้าเพื่อช่วยพยุงอุ้งเท้า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดในการนำวิทยาศาสตร์ด้านเท้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับการออกแบบรองเท้าและผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค5 ต่อมาในปี 1907 เขาได้ก่อตั้ง Scholl Manufacturing Co. Inc. ขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการประดิษฐ์คิดค้นสู่การดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
ปรัชญาและแนวทางของแบรนด์
นับตั้งแต่ยุคก่อตั้ง แก่นสำคัญของแบรนด์คือความเชื่อว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพของเท้า แนวคิดของ William Scholl ที่ว่า “การดูแลเท้าคือส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต” ได้กลายเป็น DNA ของแบรนด์และยังคงสะท้อนอยู่ในจุดยืนทางการตลาดของ Scholl(สกอลล์) ในปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 5 มิติ ได้แก่ สุขภาพเท้า (Health), ความสบาย (Comfort), คุณภาพชีวิต (Wellbeing), เทคโนโลยี (Technology) และการเคลื่อนไหว (Mobility) โดยรากฐานความรู้ด้านเวชศาสตร์เท้า (orthopaedic/foot-health) ยังคงถูกนำมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง6
การเติบโตในช่วงศตวรรษที่ 20
ภายหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก Scholl(สกอลล์) ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงแผ่นรองเท้า แต่ได้ขยายขอบเขตไปยังผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความสบายของเท้าอย่างกว้างขวาง ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บริษัทได้มีการพัฒนารองเท้าที่คำนึงถึงกายวิภาคของเท้า แผ่นรองเท้า อุปกรณ์พยุงอุ้งเท้า ถุงน่องและถุงเท้าที่ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวม ตลอดจนผลิตภัณฑ์รักษาปัญหาเท้าต่าง ๆ นอกจากนี้ William Scholl ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาด้านเวชศาสตร์เท้า (podiatry) และมีส่วนร่วมในการก่อตั้งสถาบันวิชาชีพด้านเท้าในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย7
Pescura: จุดบรรจบของสุขภาพและแฟชั่น
ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ Scholl(สกอลล์) ก้าวข้ามการเป็นแบรนด์สุขภาพทั่วไปคือ Pescura sandal ซึ่งเปิดตัวในช่วงทศวรรษ 1960 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่พื้นรองเท้าทำจากไม้บีชที่ขึ้นรูปทรงตามสรีระของเท้า รองเท้ารุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรปและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแฟชั่นในยุคดังกล่าว Scholl(สกอลล์) ระบุว่า Pescura เป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ และเป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่น โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเช่น Twiggy และ Jean Shrimpton เคยสวมใส่8
ความสำเร็จของ Pescura ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์แบรนด์ เนื่องจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างจากแบรนด์ทางการแพทย์หรือออร์โธปิดิกส์ทั่วไป โดยแสดงให้เห็นว่า Scholl(สกอลล์) ไม่ได้นำเสนอเพียงรองเท้าที่ดีต่อสุขภาพเท้า แต่ยังพยายามทำให้รองเท้านั้นมีสไตล์และทันสมัยควบคู่กันไป แนวคิดการผสมผสานระหว่างสุนทรียภาพ ความสบาย และเทคโนโลยีนี้ ยังคงปรากฏชัดในกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในปัจจุบัน9
โครงสร้างความเป็นเจ้าของและการรวมธุรกิจ
ในช่วงศตวรรษที่ 20 ธุรกิจ Scholl(สกอลล์) ขยายตัวจนมีการดำเนินงานในหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ในแบรนด์มีความซับซ้อนเนื่องจากมีการแบ่งแยกสิทธิ์ระหว่างธุรกิจในทวีปอเมริกาและธุรกิจนอกทวีปอเมริกาออกจากกันเป็นเวลาหลายสิบปี ลำดับการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของที่สำคัญประกอบด้วย William Scholl ส่งต่อให้ Scholl Manufacturing จากนั้นถูกถือครองโดยบริษัทขนาดใหญ่หลายราย เปลี่ยนมือไปยัง SSL International และ Reckitt ตามลำดับ ก่อนที่จะมาอยู่ภายใต้ Yellow Wood Partners และ Scholl’s Wellness Company ในที่สุด
ในปี 2010 Reckitt ได้เข้าซื้อกิจการ SSL International ส่งผลให้ Scholl(สกอลล์) กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ในเครือ Reckitt ในช่วงเวลานั้น10 ส่วนประเด็นเรื่องชื่อแบรนด์นั้น ในสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อ Dr. Scholl’s ขณะที่ยุโรปและตลาดอื่น ๆ จำนวนมากใช้ชื่อ Scholl(สกอลล์) ซึ่งสิทธิ์เหล่านี้ถูกแยกออกจากกันมานานกว่า 30 ปี11
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของแบรนด์เกิดขึ้นเมื่อ Yellow Wood Partners เข้าซื้อธุรกิจ Dr. Scholl’s ในทวีปอเมริกาจาก Bayer ในปี 2019 ด้วยมูลค่า 585 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดตั้ง Scholl’s Wellness Company ขึ้นเป็นธุรกิจอิสระ1213 จากนั้นในปี 2021 Yellow Wood Partners ได้เข้าซื้อธุรกิจ Scholl(สกอลล์) นอกทวีปอเมริกาจาก Reckitt การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ทั้ง Scholl และ Dr. Scholl’s กลับมาอยู่ภายใต้ร่มเงาธุรกิจเดียวกันอีกครั้ง หลังการแยกทางกันที่ยาวนาน โดยในขณะนั้นมีการระบุว่าธุรกิจที่รวมกันมียอดขายปลีกมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีการดำเนินงานในกว่า 50 ประเทศ222324
สถานะปัจจุบันและกลุ่มผลิตภัณฑ์
ณ ปี 2026 แบรนด์อยู่ภายใต้การบริหารของ Scholl’s Wellness Company ซึ่งเป็นบริษัทในพอร์ตโฟลิโอของ Yellow Wood Partners บริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่เน้นการลงทุนในแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค โดย Meghan Davis ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Scholl’s Wellness Company20 โครงสร้างการบริหารสามารถสรุปได้ว่า Yellow Wood Partners ถือครอง Scholl’s Wellness Company ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการแบรนด์ Scholl / Dr. Scholl’s อีกทอดหนึ่ง
Scholl(สกอลล์) มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ดังนี้:
รองเท้า (Footwear)
รองเท้าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากที่สุด โดยเน้นกลุ่ม Comfort footwear, Sandals, Casual shoes, Anatomical footwear และรองเท้าสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งแบรนด์มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างการออกแบบ ความสบาย และเทคโนโลยีด้านเท้าเข้าด้วยกัน19
แผ่นรองพื้นรองเท้า (Insoles)
ถือเป็นแกนหลักอีกประการหนึ่งของแบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่แผ่นรองเพื่อเพิ่มความนุ่ม ลดแรงกระแทก บรรเทาความเมื่อยล้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกิจกรรมหรือปัญหาเท้าบางประเภท โดยมีเทคโนโลยีที่เป็นที่รู้จักอย่าง GelActiv®14
ผลิตภัณฑ์ดูแลเท้า (Foot care)
เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวและแก้ไขปัญหาบริเวณเท้า เช่น หนังด้าน ส้นเท้าแห้ง ตาปลา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเท้า และอุปกรณ์สำหรับทำเล็บเท้า โดย Scholl’s Wellness Company ระบุว่าแบรนด์มีทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แผ่นรองเท้า และโซลูชันการรักษาสำหรับปัญหาเท้าเฉพาะด้าน15
เทคโนโลยีและนวัตกรรม
สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับ Scholl(สกอลล์) จากแบรนด์รองเท้าแฟชั่นทั่วไปคือการนำศาสตร์ด้านเท้ามาเป็นหัวใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ในตลาดต่าง ๆ ได้แก่ GelActiv, Biomechanics, Bioprint, Memory Cushion และ Pescura ทั้งนี้ ชื่อเรียกและการวางจำหน่ายของแต่ละเทคโนโลยีอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศและไลน์ผลิตภัณฑ์16 โดยในภาพรวม แบรนด์มุ่งสร้างความแตกต่างผ่านกระบวนการคิดที่เริ่มต้นจากกายวิภาคของเท้า สู่การออกแบบทางวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งมอบความสบายและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
Scholl(สกอลล์) ในประเทศไทย
Scholl(สกอลล์) มีประวัติการทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยเว็บไซต์ Scholl Shoes Thailand ระบุว่าแบรนด์เริ่มนำรองเท้ารุ่น Fitness Deluxe เข้ามาจำหน่ายในปี 1989 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างในฐานะแบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดรองเท้าเพื่อสุขภาพและรองเท้าเพื่อความสบาย ภาพจำของผู้บริโภคไทยจึงผูกพันกับคุณสมบัติด้านความนุ่มสบาย การรองรับสรีระเท้า และความทนทาน
นอกจากนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวยังระบุถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Biomechanics ในปี 2009 และการปรับปรุงอัตลักษณ์แบรนด์ครั้งสำคัญในปี 2018 เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค18
อัตลักษณ์และตำแหน่งทางการตลาด
Scholl(สกอลล์) วางตำแหน่งทางการตลาดอยู่ตรงกลางระหว่างแบรนด์ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (healthcare/wellness) กับแบรนด์รองเท้า จุดแข็งของแบรนด์จึงไม่ได้อยู่ที่ความเป็นแฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือจากประวัติศาสตร์ด้านสุขภาพเท้า แล้วนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและใช้งานได้จริง โดยแบรนด์นิยามตนเองว่าเป็นผู้สร้างสรรค์รองเท้าที่ผสมผสานสุนทรียภาพ ความสบาย และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน19
ในเชิงการสร้างแบรนด์ Scholl(สกอลล์) มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ มรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 100 ปี (Heritage), รากฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เริ่มต้นจากการศึกษาปัญหาเท้า (Science), ความสบายที่เป็นคำจำกัดความหลักของแบรนด์ (Comfort), การมองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพองค์รวม (Foot health) และการออกแบบที่นำผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้าสู่โลกแฟชั่นได้สำเร็จนับตั้งแต่ยุค Pescura เป็นต้นมา (Design)25
คู่แข่งและสภาพการแข่งขัน
Scholl(สกอลล์) ดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลายทั้งในกลุ่มรองเท้าและผลิตภัณฑ์ดูแลเท้า คู่แข่งจึงแตกต่างกันไปตามประเภทสินค้า เช่น ในกลุ่ม Comfort footwear มีคู่แข่งอย่าง Birkenstock และ Clarks กลุ่ม Foot-care มี Eucerin foot care และแบรนด์เฉพาะทางอื่น ๆ กลุ่ม Insoles มี Superfeet และ PowerStep ส่วนกลุ่ม Medical/orthopaedic footwear ก็มีแบรนด์เฉพาะทางเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จุดแตกต่างของ Scholl(สกอลล์) คือการเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเท้า และมีระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งรองเท้าและผลิตภัณฑ์ดูแลเท้าไว้ในแบรนด์เดียว
เหตุการณ์สำคัญตามลำดับเวลา
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1899 | William Scholl เริ่มทำงานในร้านรองเท้าที่ Chicago |
| 1904 | พัฒนาและจดสิทธิบัตร Foot-Eazer |
| 1907 | ก่อตั้ง Scholl Manufacturing Co. Inc. |
| 1910s | ขยายงานด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเท้า |
| 1920s–30s | พัฒนารองเท้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงกายวิภาคของเท้า |
| 1960s | Pescura กลายเป็นไอคอนด้าน comfort/fashion |
| 1980s | สิทธิ์ Scholl ในตลาดต่างประเทศถูกแยกจากธุรกิจอเมริกา |
| 1989 | Scholl เริ่มทำตลาดรองเท้า Fitness Deluxe ในประเทศไทย |
| 2010 | Reckitt เข้าซื้อ SSL International และได้ธุรกิจ Scholl |
| 2014 | สิทธิ์ Scholl footwear นอกอเมริกาบางส่วนถูกขายให้ Aurelius |
| 2019 | Yellow Wood ซื้อ Dr. Scholl’s จาก Bayer ในอเมริกา |
| 2021 | Yellow Wood ซื้อ Scholl จาก Reckitt และรวมธุรกิจกลับเข้าด้วยกัน |
| 2026 | Scholl’s Wellness Company ยังคงเป็นธุรกิจภายใต้ Yellow Wood; มีการขยายไปยังกลุ่ม performance footwear/insoles ผ่านการซื้อ VKTRY |
ข้อมูลลำดับเวลาในช่วงต้นและกลางศตวรรษอ้างอิงจากประวัติของ Scholl และข้อมูลการเข้าซื้อกิจการจาก Yellow Wood Partners และ Reckitt21
การขยายสู่กลุ่ม Performance Footwear
พัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2026 คือการที่ Scholl’s Wellness Company เข้าซื้อกิจการ VKTRY แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นรองพื้นรองเท้าสมรรถนะสูงและนวัตกรรมรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับกีฬา1617 การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอของบริษัท จากแนวคิดเดิมเรื่องการแก้ปัญหาเท้าและความสบาย ไปสู่แนวคิดที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการช่วยให้มนุษย์เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหมายถึงการยกระดับจาก foot care สู่ movement & performance18
References
- About Scholl | Scholl Sokken
- YellowWood – Taking the Road Less Traveled in Private Equity. | June 02 2021
- Dr. Scholl’s
- William Scholl
- About Us
- Perché Scholl? – Scholl Italia
- Pourquoi choisir Scholl ? – Soin des Pieds – Scholl France
- Scholl Geschichte – 100 Jahre Fusspflege Erfahrung – Scholl DE
- Scholl: Company and Origins | Scholl Shop Online
- La nostra storia – Scholl Italia
- SSL International
- YellowWood – Taking the Road Less Traveled in Private Equity. | July 22 2019
- YellowWood – Taking the Road Less Traveled in Private Equity. | November 04 2019
- Over Scholl | Scholl Sokken
- About Us
- YellowWood – Taking the Road Less Traveled in Private Equity. | May 20 2026
- Scholl’s Wellness Company Enters High-Growth Athletic Performance Category Through Acquisition of Premium Carbon Fiber Insole Company VKTRY | Morningstar
- Fried, Frank, Harris, Shriver & Jacobson LLP (via Public) / Yellow Wood’s Scholl’s Wellness Company Acquires VKTRY
- Scholl: Company and Origins | Scholl Shop Online
- Scholl’s Wellness Company Appoints Meghan Davis as CEO to Lead Next Phase of Global Growth
- フットケア専門ブランド〖ドクター・ショール〗一部ブランドロゴ変更及びホームページのリニューアルのお知らせ | Scholl’s Wellness Company 株式会社のプレスリリース
- Yellow Wood Partners Announces Completion of Scholl Acquisition – DrScholls
- YellowWood – Taking the Road Less Traveled in Private Equity. | February 24 2021
- Yellow Wood Partners to Acquire Scholl From Reckitt Benckiser – DrScholls
- Scholl: Company and Origins | Scholl Shop Online





