เกี่ยวกับ PUMA
PUMA SE หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ PUMA เป็นบริษัทข้ามชาติสัญชาติเยอรมันที่ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายรองเท้ากีฬา เสื้อผ้าลำลอง และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1948 โดย Rudolf Dassler ปัจจุบัน PUMA นับเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเครือข่ายการดำเนินงานครอบคลุมมากกว่า 120 ประเทศ สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่เมือง Herzogenaurach, Bavaria, Germany ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาระดับโลก 1
ภาพรวมองค์กร
- ชื่อบริษัท: PUMA SE
- ปีที่ก่อตั้ง: 1948
- ผู้ก่อตั้ง: Rudolf Dassler
- สำนักงานใหญ่: Herzogenaurach, Bavaria, Germany
- อุตสาหกรรม: สินค้ากีฬา
- ผลิตภัณฑ์: รองเท้า, ชุดกีฬา, เสื้อผ้า, อุปกรณ์เสริม
- ตลาดที่ให้บริการ: ทั่วโลก (มากกว่า 120 ประเทศ)
- จำนวนพนักงาน: มากกว่า 20,000 คน
- บริษัทแม่: บริษัทมหาชนอิสระ (PUMA Group)
- บริษัทย่อย: Cobra Golf, stichd
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้น
รากฐานของ PUMA เริ่มต้นจาก Dassler Brothers Shoe Factory ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1919 โดยสองพี่น้อง Rudolf Dassler และ Adolf (“Adi”) Dassler รองเท้ากีฬาของพวกเขาได้รับความนิยมในระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว โดยมีนักกีฬาสวมใส่ในการแข่งขันรายการสำคัญ รวมถึง มหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1936 ที่ Berlin ซึ่ง Jesse Owens สามารถคว้าเหรียญทองได้ถึง 4 เหรียญ อย่างไรก็ตาม หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งสองได้ยุติความสัมพันธ์ทั้งในด้านส่วนตัวและธุรกิจลง
ในปี 1948 Rudolf Dassler ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองขึ้นโดยใช้ชื่อว่า RUDA ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น PUMA ในเดือนตุลาคมของปีเดียวกัน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน Adolf Dassler ก็ได้ก่อตั้ง Adidas ขึ้นเช่นกัน เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬา 1
การเติบโตในช่วงแรก
PUMA สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจากการนวัตกรรมด้านรองเท้าฟุตบอล โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:
- 1950: เปิดตัวรองเท้าฟุตบอลรุ่น PUMA Atom
- 1952: วางจำหน่ายรุ่น Super Atom ซึ่งเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรกๆ ที่มีปุ่มสกรูถอดเปลี่ยนได้
- 1954: นักกีฬาในสังกัด PUMA ทำสถิติโลกในการวิ่งระยะสั้น
- 1958: จดสิทธิบัตร Formstrip อันโด่งดัง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเอกลักษณ์การออกแบบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของแบรนด์
การขยายกิจการ
ตลอดช่วงทศวรรษ 1970, 1980 และ 1990 PUMA ได้ขยายขอบเขตธุรกิจออกไปนอกเหนือจากฟุตบอล ครอบคลุมถึง:
- การวิ่ง
- บาสเกตบอล
- มอเตอร์สปอร์ต
- กอล์ฟ
- การฝึกซ้อม
- แฟชั่นไลฟ์สไตล์
ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 PUMA ประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Jochen Zeitz ซึ่งได้ปรับตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทจากผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาที่กำลังประสบปัญหา ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์กีฬาและไลฟ์สไตล์ระดับโลกในระดับพรีเมียม
อัตลักษณ์ของแบรนด์
PUMA มีสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ที่เป็นที่จดจำ ได้แก่:
- โลโก้ Leaping Cat (แมวกระโดด)
- ดีไซน์ Formstrip บนตัวรองเท้า
- สโลแกน: FOREVER. FASTER.
บริษัทวางตำแหน่งแบรนด์ไว้ ณ จุดตัดระหว่าง:
- กีฬาเพื่อสมรรถนะ
- สตรีทแวร์
- แฟชั่น
- วัฒนธรรมเยาวชน 1
ผลิตภัณฑ์
PUMA พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมหลายหมวดหมู่
รองเท้า
- รองเท้าวิ่ง
- รองเท้าฟุตบอล
- รองเท้าบาสเกตบอล
- รองเท้าฝึกซ้อม
- สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์
- รองเท้ามอเตอร์สปอร์ต
รุ่นยอดนิยมประกอบด้วย:
- Suede
- Speedcat
- Palermo
- Easy Rider
- RS-X
- Future
- Ultra
- Deviate Nitro
เสื้อผ้า
- เสื้อแข่ง
- แจ็กเก็ต
- ฮู้ดดี้
- เสื้อยืด
- กางเกงขาสั้น
- เลกกิ้ง
- ชุดวอร์ม
- สปอร์ตบรา
อุปกรณ์เสริม
- เป้สะพายหลัง
- หมวกแก๊ป
- ถุงเท้า
- กระเป๋า
- ถุงมือ
- ขวดน้ำ
- อุปกรณ์กีฬา
หมวดหมู่กีฬา
PUMA มีบทบาท aktif ในกีฬาหลากหลายประเภท ได้แก่:
- ฟุตบอล
- การวิ่ง
- บาสเกตบอล
- กอล์ฟ
- มอเตอร์สปอร์ต
- คริกเก็ต
- แฮนด์บอล
- อีสปอร์ต
- ฟิตเนสและการฝึกซ้อม
เทคโนโลยี
PUMA มุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มสมรรถนะ เช่น:
- ระบบรองรับแรงกระแทก NITRO™ foam
- ระบบส่งแรง PWRPLATE
- พื้นชั้นกลาง PROFOAM
- เทคโนโลยีเสริมความมั่นคง PWRTAPE
- เนื้อผ้า ULTRAWEAVE ที่มีน้ำหนักเบา
- ผ้าถักวิศวกรรม MATRYX สำหรับส่วนบนของรองเท้า
ความร่วมมือกับนักกีฬา
PUMA เป็นผู้สนับสนุนให้กับนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ:
- Usain Bolt
- Neymar Jr.
- Breanna Stewart
- LaMelo Ball
- Mondo Duplantis
- Tommie Smith (ในอดีต)
- Heike Drechsler
- Linford Christie 1
การสนับสนุนสโมสรและทีมชาติ
PUMA เป็นผู้จัดหาชุดแข่งขันให้กับสโมสรและทีมชาติจำนวนมาก โดยความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่:
- Manchester City
- Borussia Dortmund
- AC Milan
- Palmeiras
- RB Leipzig
- ทีมชาติฟุตบอลต่างๆ 1
ความร่วมมือด้านแฟชั่น
PUMA ประสบความสำเร็จในการผสมผสานเครื่องกีฬาเข้ากับแฟชั่นผ่านความร่วมมือกับดีไซเนอร์และบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น:
- Rihanna (FENTY x PUMA)
- Jil Sander
- Dua Lipa
- Ami Paris
- Vogue
- Liberty London
- KidSuper
- Butter Goods 1
ความยั่งยืน
PUMA ได้ขยายโครงการที่มุ่งเน้นเรื่อง:
- การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
- การใช้วัสดุรีไซเคิล
- การเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน
- กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน
- การออกแบบผลิตภัณฑ์แบบหมุนเวียน
โดยบริษัทจะมีการเผยแพร่รายงานความยั่งยืนและรายงานประจำปีเพื่อเปิดเผยความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ
การดำเนินงานทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์ของ PUMA จำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้:
- ร้านค้าของบริษัทเอง
- ร้านแฟรนไชส์
- ห้างสรรพสินค้า
- ร้านค้าปลีกอุปกรณ์กีฬา
- ร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการ
- แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
แบรนด์มีการดำเนินธุรกิจในทวีปยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา และโอเชียเนีย
โครงสร้างองค์กร
กลุ่มบริษัท PUMA ประกอบด้วย:
- PUMA – เครื่องกีฬาและรองเท้า
- COBRA Golf – อุปกรณ์และเสื้อผ้ากอล์ฟ
- stichd – ชุดชั้นใน ถุงเท้า และเสื้อผ้าลิขสิทธิ์
พันธกิจ
PUMA กำหนดพันธกิจไว้ว่าคือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ช่วยให้นักกีฬาแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกีฬา วัฒนธรรม และแฟชั่นเข้าด้วยกัน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับความเร็ว สมรรถนะ ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืน ในฐานะปรัชญาหลักของแบรนด์ 1
มรดกทางวัฒนธรรม
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1948 PUMA ได้วิวัฒนาการจากผู้ผลิตรองเท้ารายเล็กในเยอรมนีจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก มรดกของแบรนด์ประกอบด้วยนวัตกรรมรองเท้ากีฬา การออกแบบสนีกเกอร์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างรุ่น Suede และ Speedcat ความร่วมมือที่ทรงอิทธิพลกับนักกีฬาและบุคคลในวงการแฟชั่น ตลอดจนการมีอยู่อย่างต่อเนื่องในวงการกีฬาระดับโลก ปัจจุบัน PUMA ยังคงแข่งขันกับบริษัทเครื่องกีฬารายใหญ่อื่นๆ ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยรักษาอัตลักษณ์ที่หยั่งรากลึกในด้านสมรรถนะ สไตล์ และวัฒนธรรมกีฬาเอาไว้ได้อย่างมั่นคง 1





