เกี่ยวกับ Nescafe Dolce Gusto
Nescafe Dolce Gusto เป็นระบบเครื่องดื่มแบบเสิร์ฟเดียวภายใต้การดูแลของ Nestlé ซึ่งผสมผสานการทำงานระหว่างแคปซูลที่ออกแบบมาเป็นพิเศษกับเครื่องชงที่ใช้ระบบแรงดันน้ำ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 โดยเริ่มวางจำหน่ายใน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี เพื่อตอบโจทย์การนำประสบการณ์เครื่องดื่มสไตล์ร้านกาแฟมาสู่บ้านในรูปแบบที่สะดวกและใช้งานง่าย 4
แบรนด์นี้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ NESCAFÉ ที่มีมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่บริษัทกาแฟที่แยกออกมาเป็นเอกเทศ โดย NESCAFÉ เองมีประวัติย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1938 เมื่อ Nestlé เปิดตัวกาแฟสำเร็จรูปหลังจากใช้เวลาวิจัยหลายปีเพื่อรักษาความหอมกรุ่นของรสชาติกาแฟไว้ให้ดีที่สุด 4
ข้อมูลพื้นฐาน
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | Nescafe Dolce Gusto |
| เจ้าของ | Nestlé |
| แบรนด์แม่ | NESCAFÉ |
| สำนักงานใหญ่ | Vevey, Switzerland |
| ปีที่เปิดตัว | 2006 |
| ตลาดเริ่มต้น | สวิตเซอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี |
| ประเภทสินค้า | ระบบกาแฟและเครื่องดื่มแบบเสิร์ฟเดียว |
| ผลิตภัณฑ์หลัก | แคปซูลกาแฟและเครื่องชงกาแฟ |
| จุดยืนทางการตลาด | เครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่สำหรับชงดื่มเองที่บ้าน |
| เทคโนโลยี | การสกัดด้วยแรงดันผ่านแคปซูล |
| เครื่องดื่มทั่วไป | เอสเปรสโซ, อเมริกาโน/ลุงโก, คาปูชิโน, ลาเต้ มัคคิอาโต, กาแฟใส่นม, ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ |
| เปิดตัวในไทย | 2013 |
Nestlé นิยาม Nescafe Dolce Gusto ว่าเป็น ระบบเครื่องดื่มอเนกประสงค์ ที่ผสานแคปซูลอัจฉริยะเข้ากับเครื่องชงดีไซน์ทันสมัยและใช้แรงดันสูง 2
ความหมายของชื่อ “Nescafe Dolce Gusto”
ชื่อแบรนด์เกิดจากการผสมผสานแนวคิดสองส่วนเข้าด้วยกัน ได้แก่:
- NESCAFÉ — แบรนด์กาแฟระดับตำนานของ Nestlé
- Dolce Gusto — คำที่มีรากศัพท์จากภาษาอิตาลี แปลโดยประมาณว่า “รสชาติอันหวานละมุน”
การตั้งชื่อนี้จึงมุ่งสื่อถึงความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ NESCAFÉ ควบคู่ไปกับประสบการณ์การดื่มด่ำแบบอิตาเลียนหรือบรรยากาศร้านกาแฟ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจจุดยืนของแบรนด์ว่า Nescafe Dolce Gusto ไม่ใช่เพียงกาแฟสำเร็จรูปที่เปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ แต่ถูกนำเสนอในฐานะ ระบบชงกาแฟและเครื่องดื่มครบวงจร ที่ประกอบด้วยตัวเครื่อง แคปซูล และกระบวนการเตรียมเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์
ประวัติและพัฒนาการ
จุดเริ่มต้นจาก NESCAFÉ
ประวัติศาสตร์ของ Nescafe Dolce Gusto มีรากฐานมาจากความสำเร็จของ NESCAFÉ ย้อนกลับไปในปี 1929 เมื่อ Nestlé ได้รับคำขอให้ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตเมล็ดกาแฟล้นตลาดในบราซิล นักวิทยาศาสตร์ของ Nestlé ชื่อ Max Morgenthaler และทีมงานจึงเริ่มพัฒนาวิธีการผลิตกาแฟที่สะดวกสบายแต่ยังคงรักษารสชาติเดิมไว้ได้ หลังจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง NESCAFÉ จึงเปิดตัวในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี 1938 และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกที่สำคัญที่สุดของ Nestlé 4
ในช่วงทศวรรษต่อมา NESCAFÉ ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่ากาแฟสำเร็จรูปแบบดั้งเดิม โดย Nestlé เริ่มสำรวจแนวทางใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์กาแฟที่ซับซ้อนและพรีเมียมยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภคในบ้าน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบเครื่องชงกาแฟอย่าง Nespresso และตามมาด้วย Nescafe Dolce Gusto ในเวลาต่อมา
ปี 2006: กำเนิด Nescafe Dolce Gusto
ปี 2006 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเมื่อ Nestlé เปิดตัว Nescafe Dolce Gusto ในสวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี โดยนำเสนอในฐานะระบบชงกาแฟที่สะดวก สามารถรังสรรค์เครื่องดื่มพิเศษหลากหลายเมนูได้ที่บ้าน 4 แนวคิดดั้งเดิมคือ:
เครื่องดื่มสไตล์ร้านกาแฟ + เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน + แคปซูลแบบแบ่งส่วน + การเตรียมที่ง่ายดาย
แทนที่จะให้ผู้บริโภคต้องเรียนรู้เทคนิคการใช้เครื่องชงเอสเปรสโซที่ซับซ้อน Nescafe Dolce Gusto จึงเข้ามาทำให้การชงกาแฟพิเศษเป็นเรื่องเข้าถึงได้ง่ายสำหรับครัวเรือนทั่วไป
การขยายตัวสู่ตลาดโลก
หลังจากเปิดตัว ระบบนี้ได้ขยายไปยังประเทศต่างๆ อย่างรวดเร็ว ภายในสิ้นปี 2011 Nestlé รายงานว่า Nescafe Dolce Gusto วางจำหน่ายแล้วใน 50 ประเทศ 4 แบรนด์นี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานองค์ประกอบสี่ประการ ได้แก่ ดีไซน์เครื่องที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้งานที่เรียบง่าย แคปซูลแบบแบ่งส่วนสำเร็จรูป และความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่ม
การเปิดตัวในประเทศไทย
Nescafe Dolce Gusto เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน ประเทศไทยเมื่อปี 2013 ตามบันทึกประวัติองค์กรของ Nestlé ประเทศไทย 1 การเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความแข็งแกร่งของแบรนด์ NESCAFÉ ซึ่งมีประวัติในไทยมาอย่างยาวนาน โดย NESCAFÉ เริ่มวางจำหน่ายในไทยตั้งแต่ปี 1973 และครองตำแหน่งแบรนด์กาแฟชั้นนำของประเทศมาโดยตลอด 1
หลักการทำงานของระบบ
ระบบการทำงานของ Nescafe Dolce Gusto มีความเรียบง่ายและเป็นมาตรฐาน ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1 — เติมน้ำ
ผู้ใช้เติมน้ำลงในถังเก็บน้ำของเครื่อง
ขั้นตอนที่ 2 — ใส่แคปซูล
นำแคปซูล Nescafe Dolce Gusto ที่มีวัตถุดิบเครื่องดื่มใส่ลงในช่องใส่แคปซูล
ขั้นตอนที่ 3 — เริ่มการสกัด
เครื่องจะดันน้ำร้อนผ่านแคปซูลด้วยแรงดันสูง
ขั้นตอนที่ 4 — การเตรียมเครื่องดื่ม
แคปซูลแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับเครื่องดื่มนั้นๆ ซึ่งอาจต้องการระดับแรงดัน ปริมาณน้ำ และลักษณะการสกัดที่แตกต่างกัน
ขั้นตอนที่ 5 — ดื่ม
ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องดื่มที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับร้านกาแฟ โดยผู้ใช้ไม่ต้องบดเมล็ดกาแฟ อัดแป้ง หรือสตรีมนมด้วยตนเอง
Nestlé อธิบายว่าแคปซูลมีเทคโนโลยีที่ปรับแรงดันให้เหมาะสมกับชนิดเครื่องดื่ม ในขณะที่เว็บไซต์ Nescafe Dolce Gusto ประเทศไทยระบุว่าเครื่องรุ่นปัจจุบันอย่าง Genio S Plus สามารถสร้างแรงดันได้ สูงสุดถึง 15 บาร์ 1
เทคโนโลยีแคปซูล
แคปซูลถือเป็น หัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจ Nescafe Dolce Gusto ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงภาชนะบรรจุกาแฟผงเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบูรณาการที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ แคปซูล → เครื่อง → น้ำ → แรงดัน → การสกัด → เครื่องดื่ม
ตามข้อมูลของ Nestlé เทคโนโลยีแคปซูลถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความสดใหม่ของกลิ่นหอมและรับประกันความสม่ำเสมอในการชงทุกครั้ง 1 เว็บไซต์ของบริษัทในไทยยังได้อธิบายถึง “Smart Capsule Technology” ว่าสามารถปรับแรงดันภายในแคปซูลโดยอัตโนมัติตามประเภทเครื่องดื่มที่กำลังชง 1 นั่นหมายความว่าเอสเปรสโซและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการสกัดแบบเดียวกัน
ความหลากหลายของเครื่องดื่ม
จุดแตกต่างที่สำคัญของ Nescafe Dolce Gusto จากระบบกาแฟแบบดั้งเดิมคือ การเป็นระบบเครื่องดื่มอเนกประสงค์ เมนูเครื่องดื่มอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละตลาด แต่โดยทั่วไปประกอบด้วย:
กาแฟ
- Espresso
- Espresso Intenso
- Americano
- Lungo
- Café au Lait
- Grande-style coffees
กาแฟผสมนม
- Cappuccino
- Latte Macchiato
- Flat White
- Café Latte
- Caramel Latte และรสชาติอื่นๆ
เครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟ
- Hot chocolate
- Chocolate drinks
- เครื่องดื่มพิเศษอื่นๆ
Nestlé เน้นย้ำว่า Nescafe Dolce Gusto คือ ระบบเครื่องดื่มอเนกประสงค์ ไม่ใช่แค่ระบบแคปซูลสำหรับชงเอสเปรสโซเท่านั้น 2
ระบบสองแคปซูล
ลักษณะเด่นที่ผู้บริโภคมักจดจำได้คือการใช้ แคปซูลมากกว่าหนึ่งชิ้นสำหรับเครื่องดื่มบางชนิด โดยเฉพาะเมนูที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ตัวอย่างเช่น คาปูชิโนอาจต้องใช้:
แคปซูลกาแฟ + แคปซูลนม
เครื่องจะทำงานกับแคปซูลตามลำดับเพื่อสร้างเครื่องดื่มสำเร็จรูป วิธีนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถชงเครื่องดื่มที่มีชั้นสวยงามหรือมีส่วนผสมของนมได้โดยไม่ต้องมีเครื่องชงเอสเปรสโซและอุปกรณ์ตีฟองนมแยกต่างหาก ซึ่งทำให้โครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ Nescafe Dolce Gusto แตกต่างจากกาแฟคั่วบดทั่วไปอย่างชัดเจน
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องชง Nescafe Dolce Gusto ได้รับการออกแบบมาโดยตลอดเพื่อผสาน ฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับสุนทรียภาพทางดีไซน์ Nestlé บรรยายว่าเครื่องชงเหล่านี้คือการรวมตัวของเทคโนโลยีและการออกแบบเชิงศิลปะ โดยมีการออกตระกูลเครื่องชงหลากหลายรุ่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา 5
ตัวอย่างรุ่นต่างๆ ได้แก่:
* Genio
* Genio S
* Genio S Plus
* Esperta
* Drop
* Movenza
ทั้งนี้ รุ่นที่มีวางจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เครื่องบางรุ่นมีขนาดกะทัดรัดและควบคุมด้วยระบบแมนนวล ในขณะที่รุ่นที่สูงขึ้นจะมีระบบดิจิทัลสำหรับปรับปริมาณน้ำ อุณหภูมิ หรือขนาดเครื่องดื่ม เช่น รุ่น Genio S Plus ในไทยที่มีวงแหวนควบคุม LED ปรับอุณหภูมิและปริมาณน้ำได้ พร้อมแรงดันสูงสุด 15 บาร์ 3
ตำแหน่งทางการตลาด
Nescafe Dolce Gusto ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในตลาดกาแฟ หากมองภาพรวมของตลาดสามารถจัดลำดับได้ดังนี้:
กาแฟสำเร็จรูป
NESCAFÉ Classic / Gold
↓
ความสะดวกแบบแคปซูล
NESCAFÉ Dolce Gusto
↓
กาแฟแคปซูลพรีเมียม
Nespresso
↓
เอสเปรสโซแบบดั้งเดิม
กาแฟคั่วบด + เครื่องชงเอสเปรสโซ
นี่ไม่ใช่การจัดอันดับคุณภาพ แต่เป็นความแตกต่างในด้าน ประสบการณ์ผู้บริโภค ราคา วิธีการเตรียม และการควบคุม ข้อเสนอหลักของ Nescafe Dolce Gusto คือ:
“คุณสามารถชงเครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่ที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็วที่บ้าน โดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญระดับบาริสต้า”
ซึ่งนี่คือคุณค่าหลักที่แบรนด์มอบให้แก่ผู้บริโภค
ความแตกต่างจากกาแฟสำเร็จรูป NESCAFÉ
แม้จะใช้ชื่อแบรนด์ร่วมกัน แต่ทั้งสองผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน:
กาแฟสำเร็จรูป NESCAFÉ
กระบวนการพื้นฐานคือ: กาแฟสำเร็จรูป + น้ำร้อน → กาแฟ โดยกาแฟถูกสกัดและแปรรูปเรียบร้อยแล้วก่อนถึงมือผู้บริโภค
Nescafe Dolce Gusto
กระบวนการคือ: แคปซูล + เครื่อง + น้ำร้อน + แรงดัน → เครื่องดื่มที่เตรียมใหม่ เครื่องจะทำหน้าที่สกัดและเตรียมเครื่องดื่มจริง ๆ ดังนั้นแม้ทั้งคู่จะใช้ชื่อ NESCAFÉ แต่เป็น ประสบการณ์การบริโภคที่แตกต่างกัน
ความแตกต่างจาก Nespresso
Nescafe Dolce Gusto และ Nespresso ต่างก็เป็นระบบกาแฟในเครือ Nestlé แต่เจาะกลุ่มประสบการณ์ที่แตกต่างกัน:
| หัวข้อ | Nescafe Dolce Gusto | Nespresso |
|---|---|---|
| แนวคิดหลัก | ระบบเครื่องดื่มอเนกประสงค์ | ระบบกาแฟ/แคปซูลพรีเมียม |
| ช่วงเครื่องดื่ม | กว้างขวาง | เน้นกาแฟ/เอสเปรสโซเป็นหลัก |
| เครื่องดื่มนม | ส่วนสำคัญของพอร์ตโฟลิโอ | มักต้องเตรียมนมแยกต่างหากขึ้นอยู่กับระบบ |
| ประสบการณ์เป้าหมาย | เครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่ที่สะดวก | เน้นคุณภาพกาแฟและประสบการณ์พรีเมียม |
| สไตล์เครื่องชง | เน้นไลฟ์สไตล์ | เน้นความเป็นกาแฟ/พรีเมียม |
| คุณค่าต่อผู้บริโภค | ความหลากหลาย + ความสะดวก | คุณภาพกาแฟ + ประสบการณ์ระดับสูง |
Nespresso ถือกำเนิดขึ้นในปี 1986 ซึ่งเร็วกว่า Nescafe Dolce Gusto ถึง 20 ปี 4 Nestlé จึงดำเนินกลยุทธ์ระบบกาแฟที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภค แทนที่จะมองว่าเป็นสินค้าทดแทนกัน
โมเดลธุรกิจ
Nescafe Dolce Gusto ใช้โมเดลธุรกิจแบบ “Razor-and-blades” หรือ Installed-base ซึ่งเป็นรูปแบบปกติของระบบแคปซูล ตรรกะพื้นฐานคือ:
เครื่องชง → ผู้บริโภคเข้าสู่ระบบนิเวศ → ซื้อแคปซูลซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริโภคอาจซื้อเครื่องเพียงครั้งเดียว แต่จะกลับมาซื้อแคปซูลซ้ำๆ สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ระบบจึงมีหมวดหมู่สินค้าหลักสองกลุ่มคือ:
ฮาร์ดแวร์
เครื่องชงกาแฟ
สินค้าอุปโภคบริโภค
แคปซูล/พ็อด
ธุรกิจแคปซูลมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากกาแฟเป็นสินค้าที่มีการบริโภคซ้ำ สร้างความต้องการซื้อต่อเนื่อง
ความสะดวกในการใช้งาน
เมื่อเทียบกับการชงเอสเปรสโซแบบดั้งเดิม Nescafe Dolce Gusto ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนลงอย่างมาก การชงแบบดั้งเดิมอาจต้องผ่านการเลือกเมล็ด บด ตวง อัดแป้ง สตรีมนม และทำความสะอาดอุปกรณ์ แต่ Nescafe Dolce Gusto ย่อเหลือเพียง:
- ใส่แคปซูล
- ตั้งค่า/กดปุ่มเริ่มงาน
- รับเครื่องดื่ม
- นำแคปซูลใช้แล้วออก
ความเรียบง่ายนี้คือจุดขายหลักของแบรนด์ โดยคำบรรยายของ Nestlé ในปี 2006 ก็เน้นย้ำถึงความสะดวกและความสามารถในการชงเครื่องดื่มพิเศษที่บ้านได้อย่างรวดเร็ว 4
แหล่งที่มาของกาแฟ
Nescafe Dolce Gusto คัดเลือก เมล็ดอาราบิก้าร่วมกับโรบัสต้าที่คัดสรรด้วยมือ จากแหล่งปลูกคุณภาพทั่วโลก และใช้กระบวนการคั่วเพื่อพัฒนารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ 4 นอกจากนี้ องค์กร NESCAFÉ ในวงกว้างยังให้ความสำคัญกับโครงการสนับสนุนเกษตรกรและการจัดหาอย่างรับผิดชอบ
ในประเทศไทย Nestlé ระบุว่า NESCAFÉ ทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยผ่านโครงการสนับสนุนทางการเกษตร และการจัดหาเมล็ดกาแฟในไทยบรรลุมาตรฐานการจัดหาอย่างรับผิดชอบ 100% ตามเกณฑ์ที่กำหนด 1
ความยั่งยืน
เช่นเดียวกับระบบเครื่องดื่มแบบแคปซูลอื่นๆ Nescafe Dolce Gusto ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความยั่งยืนเกี่ยวกับการจัดการแคปซูลใช้แล้ว Nestlé จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีแคปซูลทางเลือก
หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญคือ NESCAFÉ Dolce Gusto Neo ที่เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งออกแบบมาพร้อมระบบพ็อดแบบกระดาษใหม่ที่ Nestlé ระบุว่า ย่อยสลายได้ในครัวเรือน และใช้ บรรจุภัณฑ์น้อยลง 70% โดยน้ำหนัก เมื่อเทียบกับแคปซูลเดิม 2 นี่สะท้อนทิศทางสำคัญของแบรนด์ที่มุ่งสู่ความสะดวก คุณภาพเครื่องดื่มที่ดีขึ้น และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความพร้อมของ Neo และระบบรีไซเคิลหรือย่อยสลายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด
อัตลักษณ์แบรนด์
การสร้างแบรนด์ของ Nescafe Dolce Gusto เชื่อมโยงกับแนวคิดหลักดังนี้:
☕ ประสบการณ์ร้านกาแฟ
แบรนด์พยายามจำลองความรู้สึกของการสั่งเครื่องดื่มพิเศษโดยไม่ต้องออกจากบ้าน
🎨 ดีไซน์
เครื่องชงถูกออกแบบให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โชว์ได้ในบ้าน ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ครัวเพื่อการใช้งานล้วนๆ
⚡ ความสะดวก
กระบวนการเตรียมง่ายกว่าการชงเอสเปรสโซแบบดั้งเดิมมาก
🌍 ความหลากหลาย
ระบบสร้างขึ้นบนเมนูที่กว้างขวาง ไม่ใช่แค่กาแฟสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง
🏠 การบริโภคในบ้าน
บริบทหลักคือบ้าน: การเปลี่ยนครัวให้เป็นมินิคาร์เฟ่
Nestlé เองก็อธิบายข้อเสนอของแบรนด์ว่าเป็นการนำ “ประสบการณ์บาริสต้า” เข้ามาสู่ในบ้าน 4
การขยายตัวในระดับโลก
Nescafe Dolce Gusto ขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวในปี 2006 ภายในปี 2011 Nestlé รายงานว่าแบรนด์วางจำหน่ายในประมาณ 50 ประเทศ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตจากตลาดยุโรปสู่ธุรกิจระดับโลกอย่างรวดเร็ว 4
ความเป็นสากลของแบรนด์ยังหมายความว่าไลน์อัพแคปซูล ไม่เหมือนกันทั่วโลก เครื่องดื่มที่มีในไทยอาจไม่มีขายในสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เยอรมนี หรือเม็กซิโก ความชอบในแต่ละท้องถิ่นส่งผลต่อรสชาติ เครื่องดื่มนม ระดับความเข้ม ขนาดบรรจุภัณฑ์ รุ่นเครื่องชง และสินค้าตามฤดูกาล
Nescafe Dolce Gusto ในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจาก NESCAFÉ มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศนี้ โดย NESCAFÉ เข้ามาในไทยตั้งแต่ปี 1973 หลายทศวรรษก่อนหน้า Nescafe Dolce Gusto 1
Nescafe Dolce Gusto เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2013 1 ทำให้พอร์ตโฟลิโอในไทยครอบคลุมระดับการบริโภคกาแฟที่หลากหลาย:
กาแฟสำเร็จรูป NESCAFÉ แบบดั้งเดิม → กาแฟสำเร็จรูป/คั่วบดพรีเมียม → เครื่องดื่มแคปซูล Nescafe Dolce Gusto
ปัจจุบัน การดำเนินงานของ Nescafe Dolce Gusto ในไทยนำเสนอผลิตภัณฑ์รวมถึงเครื่องชงรุ่น Genio S และ Genio S Plus พร้อมด้วยคอลเลกชันแคปซูลที่หลากหลาย 1
จุดแข็งของแบรนด์
จากมุมมองผู้บริโภค จุดแข็งหลักของ Nescafe Dolce Gusto ได้แก่:
1. ความสะดวก
แทบไม่ต้องเตรียมอะไรเลย
2. ความสม่ำเสมอ
แคปซูลที่ตวงมาพอดีช่วยลดความแปรปรวนระหว่างแก้ว
3. ความหลากหลาย
ระบบทำได้มากกว่าเอสเปรสโซ ครอบคลุมถึงเครื่องดื่มนม ช็อกโกแลต และอื่นๆ
4. ใช้งานง่าย
ผู้บริโภคไม่ต้องมีความรู้ระดับบาริสต้า
5. ดีไซน์เครื่อง
หลายรุ่นออกแบบมาให้ดูดีในครัวสมัยใหม่
6. การรับรู้แบรนด์
ชื่อ NESCAFÉ มอบอัตลักษณ์แบรนด์กาแฟที่มั่นคง
ข้อจำกัดและคำวิจารณ์
ระบบนี้มีข้อแลกเปลี่ยนบางประการ:
ขยะจากแคปซูล
แคปซูลใช้ครั้งเดียวทิ้งก่อให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์ แม้ Nestlé จะกำลังพัฒนาวัสดุและระบบทางเลือกอย่าง Neo อยู่ก็ตาม 2
ต้นทุนแคปซูลต่อเนื่อง
เครื่องชงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับผู้บริโภค การดื่มกาแฟเป็นประจำต้องซื้อแคปซูลต่อเนื่อง
การควบคุมน้อยกว่า
เมื่อเทียบกับการซื้อเมล็ดกาแฟเต็มเม็ดและใช้เครื่องชงเอสเปรสโซคุณภาพสูง ผู้ใช้จะควบคุมน้อยกว่าในเรื่องขนาดการบด ปริมาณ เวลาการสกัด สูตรกาแฟ และเนื้อสัมผัสของนม
การพึ่งพาระบบนิเวศ
เครื่องถูกออกแบบมาให้ใช้กับแคปซูลที่รองรับเท่านั้น ผู้บริโภคจึงผูกติดกับรูปแบบแคปซูลและสินค้าที่มีในระบบ
ความสดเทียบกับกาแฟบดใหม่
แคปซูลปกป้องเนื้อหาได้ดี แต่ไม่ให้ประสบการณ์การเตรียมเหมือนการบดเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ทันที قبلการสกัด
กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย
Nescafe Dolce Gusto เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการ:
* กาแฟดื่มที่บ้าน
* เครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่โดยไม่ต้องเตรียมแบบร้าน
* ความหลากหลายของเครื่องดื่ม
* การเตรียมที่รวดเร็ว
* การใช้งานที่เรียบง่าย
* เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่มีสไตล์
* ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้
แบรนด์นี้ไม่ได้เจาะกลุ่มผู้ที่คลั่งไคล้กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ที่ต้องการควบคุมการสกัดสูงสุด กล่าวโดยสรุปคือ Nescafe Dolce Gusto ขายความสะดวกและความหลากหลาย มากกว่าการควบคุมการชงขั้นสูงสุด
กลยุทธ์แบรนด์โดยรวม
ความชาญฉลาดของ Nescafe Dolce Gusto อยู่ที่ ผลิตภัณฑ์ไม่ใช่แค่กาแฟ แต่เป็น ระบบนิเวศ ผู้บริโภคซื้อ:
เครื่อง + แคปซูล + สูตร + ประสบการณ์แบรนด์
เครื่องสร้างแพลตฟอร์ม แคปซูลสร้างการบริโภคซ้ำ เมนูเครื่องดื่มที่หลากหลายทำให้ระบบเกี่ยวข้องกับสมาชิกทุกคนในครัวเรือน บางคนอาจต้องการเอสเปรสโซตอนเช้า คาปูชิโนตอนบ่าย และช็อกโกแลตร้อนตอนเย็น ทั้งหมดนี้จากเครื่องเดียว
ข้อเสนอสำหรับครัวเรือนแบบหลายเครื่องดื่ม นี้คือหนึ่งในลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของ Nescafe Dolce Gusto ซึ่ง Nestlé จัดประเภทไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นระบบเครื่องดื่มอเนกประสงค์ 2
ไทม์ไลน์
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1929 | Nestlé เริ่มทำงานเพื่อแก้ปัญหากาแฟล้นตลาดในบราซิล |
| 1938 | NESCAFÉ เปิดตัวในสวิตเซอร์แลนด์ |
| 1986 | ระบบ Nespresso ถูกนำเสนอ |
| 2006 | NESCAFÉ Dolce Gusto เปิดตัวในสวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี |
| 2011 | Nescafe Dolce Gusto เข้าสู่ประมาณ 50 ประเทศ |
| 2013 | Nescafe Dolce Gusto เปิดตัวในประเทศไทย |
| 2022 | NESCAFÉ Dolce Gusto Neo ถูกนำเสนอในฐานะระบบรุ่นใหม่ |
| ปัจจุบัน | Nescafe Dolce Gusto ดำเนินงานในฐานะระบบแคปซูลเครื่องดื่มอเนกประสงค์ระดับนานาชาติของ Nestlé |
References
- About NESCAFÉ Dolce Gusto Thailand | Nescafe dolce gusto
- Nescafé Dolce Gusto launches Neo, its next generation ‘Coffee Shop at Home’ experience | Nestlé Global
- Coffee superstar: Nescafé Dolce Gusto expands in Brazil | Nestlé Global
- Nescafé Dolce Gusto | Nestlé Coffee | Nestlé Global
- Explore Dolce Gusto coffee machines | Nestle Family





