เกี่ยวกับ LASH
LASH เป็นแบรนด์ออกแบบแว่นตาร่วมสมัยจากเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นที่กรุง Seoul เมื่อปี 2013 โดยนำเสนอตัวเองในฐานะกลุ่มนักออกแบบ (Design Collective) ที่มุ่งเน้นการสร้างเอกลักษณ์ผ่านแนวคิดหลักอย่าง “Modern Uniform” ซึ่งเป็นการผสมผสานความเรียบง่ายร่วมสมัยเข้ากับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและรายละเอียดจากแว่นตาวินเทจ เพื่อสร้างสรรค์กรอบแว่นสายตาและแว่นกันแดดที่มีความประณีต สวมใส่สบาย และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่พึ่งพาการตกแต่งที่มากเกินไป 12
ภาพรวมแบรนด์
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | LASH / lash / 래쉬 |
| ปีที่ก่อตั้ง | 2013 |
| แหล่งกำเนิด | Seoul, South Korea |
| อุตสาหกรรม | แว่นตา / แฟชั่น / การออกแบบ |
| สินค้าหลัก | กรอบแว่นสายตา, แว่นกันแดด |
| แนวคิดหลัก | Modern Uniform |
| ลักษณะการออกแบบ | ร่วมสมัย, มินิมอล, เชิงสถาปัตยกรรม, ประณีต |
| คอลเลกชันสำคัญ | Modern Uniform, Retrospect, Refined, Raycode, Astir |
| ตลาดเป้าหมาย | เอเชีย, อเมริกาเหนือ, ยุโรป และตลาดอื่นๆ |
เว็บไซต์ทางการของแบรนด์ในปัจจุบันได้ระบุรายชื่อคอลเลกชันหลักไว้ ได้แก่ Modern Uniform, Refined, Raycode Edition และ Sports Edition “Astir” 3
ประวัติและพัฒนาการ
LASH เริ่มต้นดำเนินธุรกิจในกรุง Seoul เมื่อปี 2013 ในฐานะกลุ่มออกแบบแว่นตาร่วมสมัย โดยเลือกวางตำแหน่งแบรนด์ให้แตกต่างจากผู้ผลิตแว่นตาแบบดั้งเดิม ด้วยการเน้นย้ำถึงความเป็น “แบรนด์แว่นตาที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ” ซึ่งมีอัตลักษณ์ผูกพันกับความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตประจำวัน สัดส่วน โครงสร้าง และสไตล์ส่วนบุคคล 4
หลังจากสร้างฐานในตลาดเกาหลีได้สำเร็จ แบรนด์ได้ขยายสู่ระดับนานาชาติ ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มแว่นตา ROUNZ ระบุว่า LASH เข้าสู่ตลาดไต้หวันผ่านข้อตกลงตัวแทนจำหน่ายในปี 2016 และได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าแว่นตานานาชาติที่สำคัญ เช่น Silmo Paris ในปี 2018 และ Opti Munich ในปี 2019 พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปยังหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
การขยายตัวในระดับสากลนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ LASH ไม่ใช่เพียงแบรนด์แว่นตาเกาหลีทั่วไป แต่มีภาษางานออกแบบที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดแว่นตาร่วมสมัยในระดับโลก
ปรัชญาการออกแบบ: Modern Uniform
หัวใจสำคัญของแบรนด์ LASH คือแนวคิด Modern Uniform ซึ่งไม่ได้หมายถึงเครื่องแบบในความหมายตามตัวอักษร แต่เป็นการนิยามแว่นตาในฐานะ “ยูนิฟอร์มประจำวัน” ทางสายตา ที่สามารถสวมใส่ซ้ำได้อย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืนไปกับตู้เสื้อผ้าของผู้ใช้
LASH อธิบายว่าคอลเลกชัน Modern Uniform มีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญกับองค์ประกอบดังนี้:
- สัดส่วนที่สมดุล
- รูปทรงโครงสร้างที่ชัดเจน
- ความสบายในการสวมใส่
- ความเรียบง่าย
- สุนทรียภาพที่ไม่ phôโผน
- รายละเอียดที่มีเอกลักษณ์แต่พอดี
- การออกแบบที่ไร้กาลเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับกระแสแฟชั่นระยะสั้น 5
แนวทางนี้ทำให้ LASH มีจุดยืนที่โดดเด่นในวงการแว่นตาเกาหลีร่วมสมัย เพราะอัตลักษณ์ของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากการสร้างกรอบแว่นที่สะดุดตาที่สุดหรือจดจำได้ง่ายที่สุดในทันที แต่มาจาก “การตัดสินใจเชิงโครงสร้างเล็กๆ” เช่น รูปทรงของสะพานจมูก การประกอบขาแว่น ชิ้นส่วนปลายขา บานพับ สัดส่วน และความสอดคล้องระหว่างวัสดุโลหะกับอะซิเตท กล่าวคือ LASH มองว่าตัวกรอบแว่นเองคือวัตถุแห่งการออกแบบ
ภาษางานออกแบบ
สุนทรียภาพของ LASH สามารถสรุปได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่าง ความมินิมอล + สถาปัตยกรรม + อิทธิพลวินเทจ + ความร่วมสมัย
แบรนด์มักทำงานร่วมกับรูปทรงแว่นตาต้นแบบที่คุ้นเคย เช่น ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ทรงกลม Panto/Crown-Panto และทรง Aviator แต่จะมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนและรายละเอียดเชิงโครงสร้างใหม่ แทนที่จะละทิ้งรูปแบบดั้งเดิมไปทั้งหมด LASH เลือกที่จะ “ตีความใหม่” (Reinterpret) ตัวอย่างเช่น ในแต่ละรุ่นอาจนำซิลูเอตคลาสสิกมาปรับด้วย:
- สัดส่วนที่ใหญ่ขึ้น (Oversized)
- ด้านหน้ากรอบที่แบนราบขึ้น
- สะพานจมูกที่มีรูปทรงแปลกใหม่
- โครงสร้างโลหะที่มองเห็นได้ชัด
- รายละเอียดขาแว่นที่มีเอกลักษณ์
- ชิ้นส่วนปลายขาที่ถูกขึ้นรูปอย่างประณีต
- ความหนาของกรอบที่ถูกควบคุมอย่างพอเหมาะ
- การใช้วัสดุที่ตัดกัน
ตัวอย่างเช่น คำอธิบายสินค้ารุ่น JACK จากร้านค้าปลีกแห่งหนึ่ง ได้ชี้ให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างรูปทรงอะซิเตทสี่เหลี่ยมกับความหนาที่ restraint รายละเอียดหมุดย้ำ โครงสร้างบานพับขาแว่น และแป้นจมูกโลหะ 6 แนวทางนี้ทำให้ LASH มีปรัชญาการออกแบบที่จดจำได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาซิลูเอตเดียวกันในทุกผลิตภัณฑ์
สุนทรียภาพแบบ Modern Uniform
วิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจ LASH คือการเปรียบเทียบกับแฟชั่นมากกว่าการเทียบกับแบรนด์แว่นตาอื่นเพียงอย่างเดียว หากแว่นตาดั้งเดิมคือ “สิ่งที่ต้องใช้เพื่อการมองเห็น” และแว่นตาแฟชั่นคือ “สิ่งที่สวมใส่เพื่อสร้างจุดเด่น” LASH จะอยู่ตรงกลางในฐานะ “แว่นตาในฐานะวัตถุแห่งการออกแบบในชีวิตประจำวัน”
กรอบแว่นควรมีบุคลิกเพียงพอที่จะส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ แต่ก็ต้องมีความยับยั้งชั่งใจมากพอที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายประจำวันได้ สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมแบรนด์จึงเน้นย้ำเรื่อง ความสบาย สัดส่วน และความไร้กาลเวลา ไปพร้อมกับอัตลักษณ์ทางสายตา 7
คอลเลกชันหลัก
Modern Uniform
Modern Uniform เป็นคอลเลกชันหลักและเป็นตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของ LASH โดยมีรากฐานมาจากวิถีชีวิตร่วมสมัย มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างความสบายกับสุนทรียภาพที่ restraint คอลเลกชันนี้ให้ความสำคัญกับโครงสร้างที่ชัดเจนและสัดส่วนที่สมดุล มากกว่าการประดับประดาที่มากเกินไป 8 ชื่อของคอลเลกชันสะท้อนปรัชญาหลักของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน นั่นคือการเป็นแว่นตาที่ทำหน้าที่เป็น “ยูนิฟอร์ม” ประจำวันในยุคสมัยใหม่
Retrospect
Retrospect เป็นไลน์สินค้าที่เน้นแรงบันดาลใจจากวินเทจ โดยดึงอิทธิพลมาจาก แว่นตาอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 เป็นพิเศษ LASH ไม่ได้เพียงแค่ทำซ้ำดีไซน์เก่า แต่นำภาษางานออกแบบในอดีตมาผสานกับการตีความแบบร่วมสมัยของตนเอง
สิ่งนี้สร้างความแตกต่างที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ Modern Uniform:
* Modern Uniform: ร่วมสมัย → มินิมอล → ชีวิตประจำวัน
* Retrospect: ประวัติศาสตร์ → วินเทจ → การตีความใหม่
ผลลัพธ์ที่ได้คือแว่นตาที่มีความคลาสสิกโดยไม่ดูเหมือนของจำลองวินเทจแบบตรงตัว
Refined
editions Refined เน้นความละเอียดอ่อนและงานฝีมือ LASH บรรยายว่าคอลเลกชันนี้ให้ความสำคัญกับ คุณภาพการสร้างและความสบายในการสวมใส่ โดยมีเส้นสายกรอบแว่นที่บอบบางประณีต เพื่อเสริมใบหน้าแทนที่จะกลบใบหน้า แนวคิดเบื้องหลังคือแว่นตาไม่ควรครอบงำใบหน้า แต่เส้นสายควรช่วยส่งเสริม ซึ่งทำให้ Refined มีความใกล้เคียงกับความหรูหราแบบสุขุม (Understated Luxury) มากกว่าแว่นตาแฟชั่นที่เด่นชัด
นอกจากนี้ LASH ยังได้ผลิต Refined edition พิเศษ รวมถึงคอลเลกชันที่ร่วมกับนางแบบชาวญี่ปุ่น Miyuki Arihara ซึ่งเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ได้ลงรายการ Refined edition ปี 2023 ที่มีเธอเป็นส่วนหนึ่งไว้ด้วย 9
ทิศทางใหม่ในการออกแบบ
อัตลักษณ์ของ LASH ได้ขยายออกไปเกินกว่ากรอบเดิมของ Modern Uniform และวินเทจ ปัจจุบันเว็บไซต์ระดับนานาชาติได้เพิ่มรายการ Raycode Edition และ Sports Edition “Astir” เข้ามาข้างเคียงกับ Modern Uniform และ Refined 10
Raycode
Raycode สำรวจแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงผ่านแนวคิดเรื่อง “การอ่านแสง” (Reading Light) คอลเลกชันนี้ยังคงรักษาแนวทางที่ restraint ของ LASH ไว้ แต่ได้นำเสนอการตีความที่ร่วมสมัยยิ่งขึ้น โดยการผสมผสานความมินิมอลเข้ากับรายละเอียดที่มีเอกลักษณ์และความเป็นปัจเจก
Astir
Astir แสดงถึงการก้าวเข้าสู่หมวดหมู่แว่นตากีฬาที่เน้นสมรรถนะ ตามที่ LASH ระบุ แนวคิดนี้เน้นไปที่ความต้องการพื้นฐานของแว่นตามากกว่าการเป็นเครื่องประดับแฟชั่น ได้แก่:
- ความชัดเจนของการมองเห็น
- การกระชับตามสรีรศาสตร์
- ความมั่นคง
- ความสบาย
- สมดุลของโครงสร้าง
นี่เป็นพัฒนาการที่สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ LASH ในการถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบจากแว่นตาไลฟ์สไตล์ไปสู่หมวดหมู่ที่มีความเป็นเทคนิคสูงขึ้น
กลุ่มผลิตภัณฑ์
LASH ผลิตสินค้าหลักสองประเภทกว้างๆ ได้แก่:
แว่นสายตา
กรอบแว่นที่รองรับเลนส์ค่าสายตา ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แว่นกันแดด
แว่นกันแดดแนวแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ที่ใช้หลักการออกแบบเดียวกับคอลเลกชันแว่นสายตา
ร้านค้าออนไลน์ระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการปัจจุบันมีรุ่นต่างๆ เช่น JAMES(S), JACK(S), TYLER(S) และ WYATT(S) รวมถึงคอลเลกชันปี 2026 11 ในขณะที่ตลาดเกาหลียังมีรุ่นที่หลากหลายกว่านั้น รวมถึง AIDEN, SIAN, ALLEN, ARIANA และดีไซน์อื่นๆ 12
วัสดุและการประกอบ
ลักษณะที่น่าสนใจประการหนึ่งของ LASH คือการใช้ทั้ง โครงสร้างอะซิเตทและโลหะ:
- กรอบอะซิเตทให้ซิลูเอตที่แข็งแรงและเป็นประติมากรรมมากขึ้น
- โครงสร้างไทเทเนียมและโลหะอื่นๆ ช่วยให้กรอบบางและเบาลง
- ดีไซน์แบบผสมวัสดุช่วยเพิ่มรายละเอียดเชิงโครงสร้าง
ตัวอย่างเช่น รุ่น AIDEN ได้รับการบรรยายว่าเป็นกรอบสี่เหลี่ยมไทเทเนียมทั้งชิ้นที่มีการก่อสร้างสะพานจมูกและขาแว่นอย่างละเอียด 13 ส่วนรุ่น JACK ใช้โครงสร้างอะซิเตทผสมกับรายละเอียดแป้นจมูกและบานพับโลหะ 14 ดังนั้น การเลือกวัสดุจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการที่ LASH พัฒนาโครงสร้างและประสบการณ์การสวมใส่ของแต่ละรุ่น
การผลิตและแหล่งกำเนิด
แม้ LASH จะเป็น แบรนด์ออกแบบที่มีต้นกำเนิดจากเกาหลี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรอบจะถูกผลิตในเกาหลี ตัวอย่างเช่น ข้อมูลสินค้าของรุ่น NOAH(S) C3 ระบุ ประเทศจีนเป็นแหล่งกำเนิด ทั้งที่ตัวโมเดลอยู่ในคอลเลกชัน Modern Uniform ปี 2023 15
ข้อเท็จจริงนี้ชี้ให้เห็นว่า แหล่งกำเนิดแบรนด์ ≠ แหล่งกำเนิดการผลิต อัตลักษณ์การออกแบบของ LASH มีรากฐานอยู่ที่ Seoul ในขณะที่กระบวนการผลิตอาจเกิดขึ้นในสถานที่ต่างกันไปตามความเหมาะสมของสินค้าแต่ละชนิด
ตำแหน่งทางการตลาดระดับโลก
LASH ได้พัฒนารอยเท้าการจัดจำหน่ายในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นเพียงแบรนด์ในประเทศเกาหลีเท่านั้น การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าแว่นตานานาชาติชั้นนำ เช่น Silmo Paris และ Opti Munich สะท้อนถึงความพยายามในการวางตำแหน่งแบรนด์ภายในอุตสาหกรรมแว่นตาระดับมืออาชีพทั่วโลก 16
เว็บไซต์ระดับนานาชาติของแบรนด์ปัจจุบันรองรับการนำเสนอ面向ตลาดโลก และระบุชื่อบริษัทผู้ดำเนินงานว่า BIGSTARING CO., LTD. ซึ่งมีที่อยู่ในกรุง Seoul ทำให้ LASH อยู่ในกลุ่มคลื่นแบรนด์ออกแบบเกาหลีที่ใช้ Seoul เป็นฐานความคิดสร้างสรรค์ในขณะที่มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคระดับนานาชาติ
บทบาทในวงการแฟชั่นเกาหลี
LASH มีความน่าสนใจเพราะไม่ได้ออกแบบมาบนโมเดล “K-fashion statement accessory” ที่จดจำได้ง่ายและโดดเด่นจัดจ้าน แต่กลับเป็นตัวแทนของอีกด้านหนึ่งของการออกแบบเกาหลีที่ เงียบสงบ มีโครงสร้าง ทันสมัย และนำด้วยการออกแบบ
สุนทรียภาพของแบรนด์มีลักษณะร่วมกับแฟชั่นเกาหลีร่วมสมัยบางประการ ได้แก่ ซิลูเอตที่สะอาดตา สไตล์ที่เป็นกลาง สัดส่วนที่พิถีพิถัน การอ้างอิงเรโทรเล็กน้อย ความใส่ใจในวัสดุ การสร้างแบรนด์ที่น้อยที่สุด และรายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรม แต่อัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของ LASH ยังคงอยู่ที่ การออกแบบแว่นตา มากกว่าแฟชั่นทั่วไป
การปรากฏตัวในวัฒนธรรมป๊อป
สินค้าของ LASH ยังได้ปรากฏผ่านการสไตลิ่งของดาราเกาหลี ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกแว่นตา Total Sunglasses ระบุว่านักแสดง Cha Seung-won ได้สวมใส่รุ่น LASH SIAN C1 17 การปรากฏตัวในรูปแบบนี้มีประโยชน์สำหรับแบรนด์แว่นตาที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ เพราะกรอบแว่นถูกสื่อสารผ่านสไตลิ่งโดยรวมของผู้สวมใส่ แทนที่จะอาศัยโฆษณาแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว
จุดแตกต่างของแบรนด์
ความโดดเด่นของ LASH สามารถสรุปได้ในห้าประเด็นหลัก:
① การออกแบบมาก่อน
LASH นำเสนอตัวเองในฐานะ กลุ่มออกแบบร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตแว่นตา
② ปรัชญาที่ชัดเจนผ่าน Modern Uniform
แนวคิดนี้เชื่อมโยงฟังก์ชันการใช้งานประจำวันเข้ากับแฟชั่นและการออกแบบ
③ ความสมดุลระหว่างร่วมสมัยและวินเทจ
แบรนด์สามารถเคลื่อนย้ายจากการออกแบบ Modern Uniform ที่ทันสมัยสุดๆ ไปสู่กรอบ Retrospect ที่ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์
④ รายละเอียดสำคัญกว่าโลโก้
อัตลักษณ์ส่วนใหญ่แสดงออกผ่านการก่อสร้าง สัดส่วน สะพานจมูก ขาแว่น และซิลูเอต มากกว่าการสร้างแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มองเห็นชัด
⑤ มุ่งเน้นความยั่งยืนยาวนาน
การเน้นย้ำที่สัดส่วนที่ไร้กาลเวลา ความสบาย และสุนทรียภาพที่ restraint ทำให้ LASH ไม่ขึ้นอยู่กับกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 18
สถานะปัจจุบัน
ณ ปี 2026 LASH ยังคงดำเนินธุรกิจในฐานะแบรนด์แว่นตาที่มีฐานใน Seoul และมีธุรกิจ面向ระดับนานาชาติ เว็บไซต์ปัจจุบันเน้นคอลเลกชัน 2026 Modern Uniform, 2026 Refined Edition, Raycode Edition และ Astir sports edition ซึ่งบ่งชี้ว่าแบรนด์กำลังขยายภาษางานออกแบบดั้งเดิมไปสู่หมวดหมู่ใหม่ๆ ในขณะที่ยังคงรักษาน้ำหนักของความสำคัญเรื่องโครงสร้าง ความสบาย และสุนทรียภาพที่สุขุมไว้เช่นเดิม 19
โดยสรุป LASH คือแบรนด์แว่นตาร่วมสมัยจากเกาหลีที่ผสานแนวคิด Modern Uniform รายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรม และการอ้างอิงวินเทจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ควรเข้าใจว่าเป็น ฉลากแว่นตาร่วมสมัยที่นำด้วยการออกแบบจาก Seoul ซึ่งวางตำแหน่งอยู่ระหว่างงานฝีมือแว่นตาดั้งเดิมกับแว่นตาแนวแฟชั่น โดยมีคุณูปการทางแนวคิดที่สำคัญที่สุดคือการนิยาม แว่นตาในฐานะยูนิฟอร์มประจำวัน: จดจำได้ผ่านการออกแบบ มิใช่การสร้างแบรนด์ที่โอ่อ่า 20
References
- ABOUT – lasheyewear
- ABOUT
- lash|lasheyewear
- ROUNZ FOCUS – 감각적인 실루엣을 전개하는 모던 아이웨어 (LASH) :: 라운즈(ROUNZ) – 세상에 없던 안경쇼핑
- 关于 – lasheyewear
- Introducing Lash Eyewear – Kodak Lens Vision Centre
- LASH 래쉬 | 안경테
- 안경테 – 래쉬 LASH
- Product Details | Thailnd Halal Information Center
- Lashury Eyelash Salon – Eyelash Extensions, Lifting Service
- Home – Lashrow
- LUSH Thailand
- Bangkok Lash – Studio & Training Centre – BangkokLash
- Links – BangkokLash
- LASH 래쉬 | 안경테
- LashuryTH | LINE Official Account
- Mascara | Lash Up | dejavu (เว็บไซต์แบรนด์อย่างเป็นทางการของ dejavu)
- – Trends Update | Terminal 21
- LASH ARTBRAND – Shops | Terminal 21
- LASH ARTBRAND – Shops | Terminal 21





