เกี่ยวกับ Happy Dog
Happy Dog เป็นแบรนด์อาหารสุนัขระดับพรีเมียมจากประเทศเยอรมนี ภายใต้การบริหารของ Interquell GmbH ซึ่งเป็นกิจการครอบครัวที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Wehringen รัฐ Bavaria ประเทศเยอรมนี แบรนด์นี้มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งอาหารเม็ด อาหารเปียก ขนมขบเคี้ยว อาหารเสริม และอาหารสำหรับสุนัขที่ต้องการการดูแลพิเศษทางสัตวแพทย์ แม้ Happy Dog จะเริ่มต้นในฐานะแบรนด์เชิงพาณิชย์ในปี 1970 แต่รากฐานทางธุรกิจของตระกูล Müller นั้นมีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปได้ถึงปี 1765 1
ภาพรวม
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | Happy Dog |
| อุตสาหกรรม | อาหารสัตว์เลี้ยง / โภชนาการสัตว์ |
| หมวดหมู่สินค้า | อาหารและโภชนาการสำหรับสุนัข |
| ประเทศต้นกำเนิด | เยอรมนี |
| สำนักงานใหญ่ / ฐานการผลิต | Wehringen, Bavaria, เยอรมนี |
| บริษัทแม่ | Interquell GmbH |
| เจ้าของ | ตระกูล Müller |
| ปีที่ก่อตั้งแบรนด์ | 1970 |
| ชื่อเดิม | Müller’s Hundenahrung |
| ซีอีโอปัจจุบัน (ตามที่บริษัทระบุ) | Georg Müller |
| ตำแหน่งทางการตลาด | โภชนาการสุนัขระดับพรีเมียมและซูเปอร์พรีเมียม |
| ตลาดหลัก | เยอรมนีและตลาดนานาชาติ |
| เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ | Happy Dog |
นิยามและปรัชญาของแบรนด์
Happy Dog คือแบรนด์อาหารสุนัขจากเยอรมนีที่ให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ การย่อยง่าย การปรับสูตรตามสายพันธุ์ ขนาด และช่วงวัย ตลอดจนการตอบสนองความต้องการทางโภชนาการเฉพาะทาง
บริษัทนิยามผลิตภัณฑ์ของตนว่าเป็นโภชนาการระดับพรีเมียมที่ผลิตในเยอรมนี โดยมีปรัชญาหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความรักต่อสัตว์เลี้ยง ประเพณีดั้งเดิม และคุณภาพ Happy Dog ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางชีวภาพของสุนัข มีความน่ากินสูง ย่อยง่าย และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ 3
ข้อควรทราบที่สำคัญคือ Happy Dog เป็นชื่อแบรนด์ ในขณะที่ Interquell GmbH คือบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจ โดยข้อมูลทางกฎหมายของบริษัทระบุชัดเจนว่า Happy Dog เป็นเครื่องหมายการค้าของ Interquell GmbH 4
ประวัติความเป็นมา
ปี 1765 — จุดเริ่มต้นของกิจการตระกูล Müller
รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของบริษัทแม่ของ Happy Dog ย้อนกลับไปในปี 1765 เมื่อตระกูล Müller ได้เข้าซื้อและดำเนินการโรงโม่แป้งริมแม่น้ำ Singold ในเมือง Wehringen รัฐ Bavaria
ประสบการณ์ด้านการเกษตรและการผลิตอาหารนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้ง Interquell ในเวลาต่อมา 5
ทศวรรษ 1950 — การพัฒนาเกล็ดธัญพืช
ในช่วงทศวรรษ 1950 Edmund Müller ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเกล็ดธัญพืช เมื่อนำส่วนผสมนี้ไปผสมผสานกับเนื้ออบแห้ง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอาหารสุนัขสำเร็จรูปชนิดแห้งในยุคแรกเริ่ม 6
ปี 1965 — อาหารสุนัขรุ่นแรก
บริษัทเริ่มผลิตอาหารสุนัขภายใต้ชื่อ Müller’s Hundenahrung (“อาหารสุนัขของ Müller”)
ผลิตภัณฑ์ในยุคนั้นประกอบด้วย เกล็ดธัญพืชและอาหารเปียก เป็นหลัก 7
ปี 1970 — กำเนิดแบรนด์ Happy Dog
ในปี 1970 Edmund Müller ได้พัฒนาอาหารสุนัขสำเร็จรูปที่ย่อยง่ายสูง โดยใช้ส่วนผสมหลักจาก เนื้ออบแห้ง เกล็ดข้าวโพด และผัก
เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ Happy Dog อย่างเป็นทางการ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้เพาะพันธุ์สุนัข 8
ปี 1973 — การส่งออกครั้งแรก
Happy Dog เริ่มขยายตลาดออกนอกประเทศเยอรมนี โดยมีจุดหมายปลายทางแรกคือ ออสเตรีย และ เดนมาร์ก 9
ปี 1975 — การผลิตอาหารเม็ด
Interquell ได้นำเครื่องเอกซ์ทรูเดอร์ (Extruder) เครื่องแรกมาใช้เพื่อผลิตอาหารสุนัขและแมวในรูปแบบ เม็ดกลม (Kibble/Croquette) ซึ่งเข้ามาเสริมไลน์สินค้าเดิมที่เป็นแบบเกล็ด 10
ปี 1987–1988 — ยุคของ Georg Müller
Georg Müller เข้าร่วมบริหารกิจการในฐานะทายาท รุ่นที่เจ็ด ของตระกูล Müller และภายหลังการเสียชีวิตของผู้ก่อตั้งบริษัทในปี 1988 เขาได้เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจอย่างเต็มตัว 11
ปี 1992 — NaturCroq
Happy Dog เปิดตัว NaturCroq ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นอาหารสุนัขสำเร็จรูป dạngเม็ดรุ่นแรกของ Interquell ต่อมา NaturCroq ได้กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ 12
ปี 2000 — ก้าวสู่ตลาดพรีเมียม
Happy Dog ขยายเข้าสู่เซกเมนต์ ซูเปอร์พรีเมียม ด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง Supreme Salmon and Rabbit ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Sensible ในช่วงแรกประกอบด้วยสูตร Ireland, Toscana และ New Zealand 13
ปี 2009 — Supreme Africa
มีการเปิดตัว Supreme Africa ซึ่งใช้เนื้อนกกระจอกเทศเป็นแหล่งโปรตีน บริษัทอ้างว่านี่เป็นอาหารสุนัขยี่ห้อแรกของโลกที่ใช้เนื้อนกกระจอกเทศ และยังประกาศว่าจะบริจาคเงิน 2% จากราคาขายแต่ละห่อให้กับ SOS Children’s Villages ในทวีปแอฟริกา 14
ปี 2015 — ผู้นำช่องทางจำหน่ายเฉพาะทาง
Happy Dog ระบุว่าแบรนด์ขึ้นแท่นเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกเฉพาะทาง (Specialist Retail) ของเยอรมนี ในหมวดอาหารสุนัขแบบแห้ง ประจำปี 2015 15
ปี 2018 — ทายาทรุ่นที่แปด
Annika และ Andreas Müller เข้าร่วมกับกิจการครอบครัว ในฐานะตัวแทนทายาทรุ่นที่แปดของตระกูล Müller 16
ปี 2019 — การขยายตัวในระดับสากล
บริษัทรายงานว่าในปี 2019 ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนถูกส่งออกไปยัง 75 ประเทศใน 4 ทวีป 17
ปี 2019 — รางวัลความพึงพอใจของลูกค้า
Happy Dog รายงานว่าผลการศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าโดย Deutsche Gesellschaft für Verbraucherstudien ได้ยกย่องให้ Happy Dog เป็น แบรนด์อาหารสุนัขที่ดีที่สุดในเยอรมนี ประจำปี 2019 อย่างไรก็ตาม นี่เป็นรางวัลที่บริษัทเป็นผู้รายงานเอง มิใช่การจัดอันดับสากลที่เป็นกลาง 18
บริษัทเบื้องหลังแบรนด์: Interquell GmbH
Interquell GmbH คือบริษัทสัญชาติเยอรมันในรูปแบบกิจการครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Happy Dog
ที่อยู่จดทะเบียนของบริษัทคือ:
Südliche Hauptstraße 38, 86517 Wehringen, Germany.
บริษัทระบุรายชื่อ Dipl.-Oec. Georg Müller ดำรงตำแหน่งซีอีโอ และ Happy Dog ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อมูลนิติบุคคลว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของ Interquell GmbH 19
ธุรกิจของ Interquell ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Happy Dog เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับแบรนด์และกิจกรรมด้านอาหารสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่น Happy Cat สำหรับแมว และ Goood 20
บริษัทยังคงสถานะเป็นกิจการครอบครัว และสื่อองค์กรปัจจุบันของ Happy Dog ก็เน้นย้ำว่าตระกูล Müller มีประวัติการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในเมือง Wehringen มาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วอายุคน 21
กระบวนการผลิต
อัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดประการหนึ่งของ Happy Dog คือคำขวัญ “Made in Germany”
บริษัทระบุว่าอาหารเม็ดของตนยังคงผลิต ณ โรงงานดั้งเดิมของกิจการครอบครัวในเมือง Wehringen, รัฐ Bavaria 22
ในช่วงทศวรรษ 2000 Interquell ได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตอย่างมาก ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของบริษัท มีการก่อสร้างอาคารใหม่ เพิ่มสายการผลิตแบบ Extrusion และสร้างหอเก็บไซโล ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 200 ตันต่อวัน ในช่วงปี 2004–2006 และในปี 2020 การเพิ่มเครื่องเอกซ์ทรูเดอร์อีกเครื่องทำให้กำลังการผลิตที่ระบุไว้เพิ่มขึ้นเป็น 320 ตันต่อวัน 23
ปรัชญาผลิตภัณฑ์
Happy Dog กำหนดทิศทางผลิตภัณฑ์ด้วยหลักการสำคัญที่ปรากฏซ้ำๆ ดังนี้
วัตถุดิบจากธรรมชาติ
บริษัทระบุว่าเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูง และพยายามจัดหาส่วนผสมจาก รัฐ Bavaria และซัพพลายเออร์ในภูมิภาค ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 24
โปรตีนจากสัตว์
โปรตีนจากสัตว์เป็นส่วนสำคัญของปรัชญาโภชนาการของแบรนด์ Happy Dog ระบุว่าอาหารเม็ดของตนอาจมีสัดส่วนโปรตีนจากเนื้อสัตว์และแหล่งสัตว์อื่นๆ สูงถึง 90% ของปริมาณโปรตีนทั้งหมด ขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร 25
ไม่เติมน้ำตาล
แบรนด์เน้นย้ำการใช้สูตรที่ไม่มีการเติมน้ำตาล
ปราศจากสี กลิ่นรส และสารกันเสียสังเคราะห์
Happy Dog ระบุว่าโดยทั่วไปสูตรอาหารของตนหลีกเลี่ยง สีสังเคราะห์ กลิ่นรสสังเคราะห์ และสารกันเสีย นอกจากนี้ บริษัทยังหลีกเลี่ยงการใช้ถั่วเหลืองและการตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) ในสูตรอาหารอีกด้วย 26
การย่อยง่าย
ความสามารถในการย่อยเป็นหนึ่งในการเสนอคุณค่าหลักของแบรนด์ สูตรต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับอายุ ขนาด ระดับกิจกรรม และความไวต่ออาหารที่แตกต่างกัน 27
Natural Life Concept®
แนวคิดทางโภชนาการที่เป็นหัวใจสำคัญของ Happy Dog คือ Natural Life Concept®
แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโภชนาการในธรรมชาติ โดยการผสมผสานองค์ประกอบทางโภชนาการที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนความต้องการโดยรวมของสุนัข บริษัทอธิบายว่านี่คือรากฐานของสูตรอาหารที่สมดุลและเหมาะสมกับสายพันธุ์ 28
แนวคิดนี้มีความเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Sensible ซึ่ง Happy Dog นำโปรตีนจากสัตว์หลากหลายชนิดและส่วนผสมพิเศษมาผสมผสานกัน เพื่อสร้างสูตรสำหรับสุนัขที่มีความต้องการทางโภชนาการที่แตกต่างกัน
Thermostufenmix®
อีกแนวคิดเฉพาะตัวของ Happy Dog คือกระบวนการผลิตที่เรียกว่า Thermostufenmix®
Happy Dog อธิบายว่านี่คือวิธีการแปรรูปที่อ่อนโยน มุ่งหมายเพื่อรักษาคุณค่าทางสารอาหารและสร้างสรรค์อาหารที่สมดุล
สิ่งนี้มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของแบรนด์ เพราะ Happy Dog ไม่ได้ทำการตลาดเพียงแค่การคัดเลือกวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึง วิธีการแปรรูปวัตถุดิบเหล่านั้น ด้วย
กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
Happy Dog มีพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่ค่อนข้างกว้างขวาง แทนที่จะเป็นบริษัทที่มีสูตรอาหารเพียงไม่กี่แบบ
NaturCroq
NaturCroq เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่กับ Happy Dog มาอย่างยาวนาน
เน้นหนักไปที่ส่วนผสมจากท้องถิ่นและวัตถุดิบแบบดั้งเดิมของเยอรมนี/Bavaria ครอบคลุมอาหารสำหรับลูกสุนัข สุนัขโตเต็มวัย สุนัขสูงวัย สุนัขที่ใช้งานหนัก และสุนัขพันธุ์เล็ก 29
บริษัทระบุว่าสูตร NaturCroq บางรายการใช้วัตถุดิบจากฟาร์มในภูมิภาคและสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ข้าวโอ๊ตเขียว พาร์สลีย์ และเครสสวน 30
Sensible
Sensible คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะทางของ Happy Dog สำหรับสุนัขที่มีความต้องการทางโภชนาการซับซ้อนกว่าปกติ
ประกอบด้วยสูตรที่ใช้โปรตีนหลากหลาย เช่น:
-
แกะ
-
แซลมอน
-
กระต่าย
-
ม้า
-
นกกระจอกเทศ
-
เป็ด
-
หมู Iberico
-
ปลา
นอกจากนี้ยังมีสูตรปราศจากธัญพืช ปราศจากกลูเตน โปรตีนเดี่ยว และมังสวิรัติ ขึ้นอยู่กับแต่ละผลิตภัณฑ์ 31
นี่อาจเป็นส่วนที่มีความโดดเด่นที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของ Happy Dog เนื่องจากบริษัทใช้โปรตีนที่ไม่ธรรมดาและแนวคิดอาหารตามวัฒนธรรม/ภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละสูตร
ตัวอย่างได้แก่ Sensible Africa, Sensible Montana, Sensible India, Sensible New Zealand, Sensible Toscana และ Sensible Canada 32
fit & vital
fit & vital มุ่งเป้าไปที่สุนัขที่มีระดับกิจกรรมและความต้องการเผาผลาญพลังงานที่แตกต่างกัน
แนวคิดทางโภชนาการใช้แหล่งโปรตีนหลายชนิด รวมถึง แซลมอน ปลาทะเล ไข่ แกะ และสัตว์ปีก และมีผลิตภัณฑ์สำหรับลูกสุนัข สุนัขโตเต็มวัย สุนัขสูงวัย สุนัขขนาดกลาง สุนัขขนาดใหญ่ และสุนัขที่ต้องควบคุมแคลอรี 33
Mini
Happy Dog Mini ออกแบบมาเพื่อสุนัขขนาดเล็กโดยเฉพาะ โดยทั่วไปคือสุนัขที่มีน้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 10 กก. หรือน้อยกว่า
ผลิตภัณฑ์ใช้ขนาดเม็ดที่เล็กลงและปรับสูตรตามความต้องการทางโภชนาการของสุนัขพันธุ์เล็ก 34
Young / Puppy
Happy Dog มีพอร์ตโฟลิโอสำหรับลูกสุนัขและสุนัขวัยอ่อนที่หลากหลาย
ครอบคลุมทั้งสูตรลูกสุนัข สูตรสุนัขรุ่น อาหารเปียกสำหรับลูกสุนัข นมสำหรับลูกสุนัข ขนมสำหรับการฝึกฝน และผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก กลาง ใหญ่ และยักษ์ 35
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับ โภชนาการตามช่วงวัย แทนที่จะมองว่าสุนัขทุกตัวมีความต้องการทางโภชนาการเหมือนกัน
Care Plus
Care Plus ประกอบด้วยอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนระบบต่างๆ โดยเฉพาะ ได้แก่:
-
ระบบเผาผลาญ
-
สุขภาพกล้ามเนื้อและกระดูก
-
ผิวหนังและขน
-
อวัยวะภายใน
บริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ว่าเป็นตัวช่วยเสริมทางโภชนาการ มิใช่อาหารหลักแบบครบถ้วน 36
Happy Dog VET
Happy Dog VET คือกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อการบำบัดที่มุ่งเน้นทางสัตวแพทย์
ประกอบด้วยอาหารสำหรับสุนัขที่มีภาวะทางการแพทย์หรือความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เช่น:
-
การแพ้อาหาร
-
โรคอ้วน
-
โรคไต
-
ปัญหาทางเดินอาหาร
-
ปัญหาผิวหนัง
-
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ
บริษัทระบุว่าสูตร VET พัฒนาขึ้นโดยสัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์ 37
เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีไว้สำหรับสุนัขที่มีภาวะทางการแพทย์ จึงควรเลือกใช้ในปรึกษาหารือกับสัตวแพทย์ ไม่ใช่การเลือกซื้อเป็นอาหารสุนัขทั่วไป
ขนมและของว่าง
Happy Dog ยังจัดจำหน่ายขนมและของว่างเพื่อสุขภาพหลากหลายประเภท ได้แก่:
-
ขนมฝึกนิ่ม (Soft training snacks)
-
ขนมสำหรับลูกสุนัข
-
ขนมขัดฟันแบบแท่ง
-
ขนมขัดฟันแบบม้วน
-
ขนมเคี้ยวขัดฟัน
-
ขนมเพื่อการทำงานเฉพาะ (Functional snacks)
-
บิสกิตและขนมอบ NaturCroq
บริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์บางรายการเพื่อเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก การฝึกฝน หรือหน้าที่ทางโภชนาการเฉพาะด้าน 38
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
พอร์ตโฟลิโอของ Happy Dog ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขที่หลากหลายอย่างกว้างขวาง
ตามประเภทช่วงวัย
-
ลูกสุนัข
-
สุนัขวัยอ่อน
-
สุนัขโตเต็มวัย
-
สุนัขสูงวัย
ตามขนาดตัว
-
พันธุ์เล็ก
-
พันธุ์กลาง
-
พันธุ์ใหญ่
-
พันธุ์ยักษ์
ตามรูปแบบการใช้ชีวิต
-
สุนัขที่มีกิจกรรมปกติ
-
สุนัขที่ใช้งานหนัก/เล่นกีฬา
-
สุนัขที่มีน้ำหนักเกิน
-
สุนัขที่มีกิจกรรมน้อย
ตามความไวต่ออาหาร
-
ระบบย่อยอาหารบอบบาง
-
แพ้อาหาร
-
สุนัขที่ต้องการอาหารปราศจากธัญพืช
-
สุนัขที่ต้องการสูตรปราศจากกลูเตน
-
สุนัขที่ต้องการแหล่งโปรตีนจำเพาะ
ตามความต้องการทางการแพทย์
-
อาหารสำหรับโรคไต
-
อาหารควบคุมน้ำหนัก
-
อาหารสำหรับทางเดินอาหาร
-
อาหารสำหรับผู้แพ้รุนแรง
-
อาหารสำหรับทางเดินปัสสาวะ
การแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ละเอียดนี้ถือเป็นหนึ่งในลักษณะการแข่งขันที่สำคัญของ Happy Dog
ตำแหน่งทางการตลาด
โดยพื้นฐานแล้ว Happy Dog ครองตำแหน่งในเซกเมนต์ อาหารสุนัขระดับพรีเมียมถึงซูเปอร์พรีเมียมจากเยอรมนี
การวางตำแหน่งของแบรนด์ตั้งอยู่บนเสาหลัก 5 ประการ:
การผลิตแบบเยอรมัน → ผลิตที่ Wehringen
มรดกทางครอบครัว → การผลิตอาหารของตระกูล Müller ตั้งแต่ปี 1765
โภชนาการเฉพาะสำหรับสุนัข → สูตรตามอายุ ขนาด กิจกรรม และความไวต่ออาหาร
วัตถุดิบธรรมชาติ → เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและจากท้องถิ่น
โภชนาการเฉพาะทาง → ผลิตภัณฑ์ Sensible, Care Plus และ VET
สิ่งนี้ทำให้ Happy Dog มีอัตลักษณ์แตกต่างจากแบรนด์แมสที่แข่งขันด้วยราคาและช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหลัก
การดำเนินงานในระดับนานาชาติ
แม้จะมีความผูกพันแน่นแฟ้นกับประเทศเยอรมนี แต่ Happy Dog ไม่ใช่แบรนด์ที่จำกัดอยู่แค่ในประเทศเท่านั้น
บริษัทรายงานว่าผลิตภัณฑ์ได้ขยายจากเมือง Wehringen ไปสู่ ยุโรป ยุโรปตะวันออกส่วนใหญ่ และตลาดที่ได้รับเลือกในเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ ในปี 2019 Interquell รายงานการส่งออกไปยัง 75 ประเทศใน 4 ทวีป
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานอย่างเป็นทางการของ Happy Dog Indonesia ซึ่งบ่งชี้ว่าแบรนด์มีการทำตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย
ความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม
Interquell ได้บูรณาการเรื่องความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ
บริษัทระบุว่ามุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ส่วนผสมจากสัตว์จากฟาร์มในภูมิภาคที่มีสวัสดิภาพสัตว์สูงขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ พัฒนาแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น โปรตีนจากแมลง และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์สัตว์และพันธุ์สัตว์
ประวัติศาสตร์ของ Happy Dog ยังรวมถึงโครงการการกุศล ตัวอย่างเช่น บริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์ Supreme Africa ได้สนับสนุน SOS Children’s Villages ผ่านการบริจาคที่ผูกโยงกับยอดขายผลิตภัณฑ์
รางวัลและการยอมรับ
Happy Dog ได้รับรางวัลและผลการทดสอบที่ดีหลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ในบรรดาหลักไมล์ที่บริษัทรายงาน ได้แก่:
-
2015: แบรนด์ผู้นำในช่องทางค้าปลีกเฉพาะทางของเยอรมนี สำหรับอาหารสุนัขแบบแห้ง
-
2019: ได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์อาหารสุนัขที่ดีที่สุดในเยอรมนี จากการศึกษาความพึงพอใจของลูกค้า
-
2020: Happy Dog Soft Snacks ได้รับรางวัล Product of the Year ในหมวดขนมสุนัข โดย FutterTester
-
2021: Sensible India ได้รับคะแนน 9.3/10 ในการทดสอบอาหารโดย FutterTester
-
2021: fit & vital Medium Adult ได้รับรางวัล Product of the Year ในหมวดอาหารสุนัขแบบแห้ง
-
2022: ผลิตภัณฑ์ Happy Dog Young ได้รับคะแนน “ดีมาก” จากการทดสอบของ FutterTester
ทั้งนี้ รางวัลและการทดสอบเหล่านี้เป็น ข้อมูลที่ Happy Dog เป็นผู้รายงาน จึงไม่ควรตีความว่าเป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ Happy Dog ทุกชิ้นเหนือกว่าอาหารสุนัขคู่แข่งทุกยี่ห้อในทุกมิติ
จุดเด่นที่ทำให้ Happy Dog แตกต่าง
ในมุมมองของแบรนด์ มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ Happy Dog มีความโดดเด่น:
1. ประวัติศาสตร์องค์กรที่ยาวนานมาก
ประวัติศาสตร์ของบริษัทย้อนไปถึงปี 1765 ในขณะที่แบรนด์ Happy Dog เริ่มต้นในปี 1970 สิ่งนี้มอบเรื่องราวของกิจการครอบครัวที่ยาวนานผิดปกติสำหรับบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงสมัยใหม่
2. อัตลักษณ์การผลิตแบบเยอรมัน
คำว่า “Made in Germany” เป็นแก่นกลางของแบรนด์ มิใช่เพียงรายละเอียดการผลิตเล็กน้อย
3. การแบ่งกลุ่มโภชนาการที่กว้างขวางอย่างยิ่ง
แทนที่จะมีเพียงไม่กี่สูตร Happy Dog ได้พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับขนาด อายุ รูปแบบการใช้ชีวิต และความไวต่ออาหารที่แตกต่างกัน
4. การเน้นย้ำเรื่องการย่อยง่าย
ประเด็นเรื่องการย่อยง่ายและการไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ปรากฏซ้ำๆ ตลอดการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของบริษัท
5. แหล่งโปรตีนที่ไม่ธรรมดา
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Sensible มีความโดดเด่นจากการใช้โปรตีนอย่าง นกกระจอกเทศ และ ม้า ควบคู่ไปกับโปรตีนทั่วไปอย่างสัตว์ปีก แกะ ปลา และเนื้อวัว
6. โภชนาการทางสัตวแพทย์
กลุ่มผลิตภัณฑ์ VET ช่วยให้ Happy Dog ขยายขอบเขตนอกจากอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมทั่วไป สู่อาหารเพื่อการบำบัดเฉพาะทาง
ข้อควรพิจารณาสำหรับผู้บริโภค
การประเมินอย่างเป็นกลางควรแยกแยะระหว่าง คำกล่าวอ้างทางการตลาดกับข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นอิสระ
คำว่า “พรีเมียม” “ธรรมชาติ” “ย่อยง่ายสูง” และคำศัพท์คล้ายคลึงกัน เป็น คำกล่าวอ้างเพื่อ positioning เป็นหลัก เว้นแต่จะมีการประเมินทางโภชนาการหรือคลินิกจากหน่วยงานอิสระรองรับ
ในทำนองเดียวกัน การที่อาหารสุนัขผลิตในเยอรมนีไม่ได้หมายความว่าดีกว่าอาหารที่ผลิตในที่อื่นโดยอัตโนมัติ
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับสุนัขแต่ละตัวคือ สูตรเฉพาะ นั้นเหมาะสมทางโภชนาการกับอายุ ขนาด ระดับกิจกรรม สถานะสุขภาพ และความทนทานของสุนัขตัวนั้นหรือไม่ มิใช่เพียงแค่ดูว่าบรรจุภัณฑ์มีชื่อ Happy Dog หรือไม่
สำหรับสุนัขที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะทางการแพทย์ Happy Dog เองก็แนะนำโภชนาการ VET เฉพาะทาง และการเลือกใช้อาหารเหล่านั้นควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์
ไทม์ไลน์แบรนด์โดยสังเขป
1765 — ตระกูล Müller เข้าซื้อและดำเนินการโรงโม่ประวัติศาสตร์ใน Wehringen
↓
ทศวรรษ 1950 — พัฒนาเกล็ดธัญพืชและเทคโนโลยีอาหารแห้งยุคแรก
↓
1965 — อาหารสุนัข Müller รุ่นแรก
↓
1970 — ก่อตั้งแบรนด์ Happy Dog
↓
1973 — เริ่มต้นการส่งออก
↓
1975 — เริ่มต้นการผลิตอาหารเม็ด
↓
1992 — เปิดตัว NaturCroq
↓
2000 — เข้าสู่เซกเมนต์ซูเปอร์พรีเมียม
↓
2009 — Supreme Africa / โปรตีนนกกระจอกเทศ
↓
2015 — อ้างสิทธิ์ผู้นำค้าปลีกเฉพาะทางในเยอรมนี
↓
2018 — ทายาทรุ่นที่แปดของตระกูล Müller เข้าร่วมบริษัท
↓
2019 — รายงานการดำเนินงานใน 75 ประเทศ
↓
ทศวรรษ 2020 — ขยายไลน์โภชนาการเฉพาะทาง ฟังก์ชัน ลูกสุนัข ความไวต่ออาหาร และสัตวแพทย์
บทสรุป
Happy Dog คือแบรนด์อาหารสุนัขระดับพรีเมียมจากเยอรมนี ภายใต้การบริหารของ Interquell GmbH ซึ่งเป็นกิจการครอบครัวในเมือง Wehringen รัฐ Bavaria ก่อตั้งเป็นแบรนด์ในปี 1970 โดย Edmund Müller และเติบโตจากแนวคิดอาหารสุนัขสำเร็จรูปยุคแรกที่ใช้นเนื้ออบแห้ง เกล็ดข้าวโพด และผัก จนกลายเป็นธุรกิจโภชนาการสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติ ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้งอาหารเม็ดทั่วไป อาหารเปียก ขนมขบเคี้ยว โภชนาการลูกสุนัข สูตรสุนัขพันธุ์เล็ก อาหารสำหรับสุนัขแพ้ง่าย อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ และอาหารทางสัตวแพทย์ แบรนด์สร้างความแตกต่างด้วยการผลิตในเยอรมนี มรดกของตระกูล Müller วัตถุดิบธรรมชาติและจากท้องถิ่น สูตรโภชนาการเฉพาะทาง และการเน้นย้ำเรื่องการย่อยง่ายและความทนทานต่ออาหาร
References
- 50 Years of Happy Dog – The Story of our Brand
- Imprint
- Markenwelt | Wissenswertes über die Marke Happy Dog
- The history of Happy Dog
- People & Pioneering Spirit at Happy Dog
- Happy Dog product line overview
- Dog food made from regional raw materials: NaturCroq
- Premium Hundefutter – Happy Dog Sensible
- Happy Dog fit & vital dog food
- Happy Dog puppy food
- Medical dog food – Happy Dog VET
- Happy Dog product lines for every nutritional requirement
- 50 Years of Happy Dog – The Story of our Brand
- Sustainability at Happy Dog
- Testsieger
- Die Markengeschichte von Happy Dog
- Die Geschichte von Happy Dog
- Markenwelt | Wissenswertes über die Marke Happy Dog
- Unser Pioniergeist bei Happy Dog
- Happy Dog Hundefutter – Made in Germany
- Happy Dog Ernährungskonzept: Futter- Zusammensetzung
- Hundefutter Herstellung mit Qualitätsfokus: Verfahren
- Happy Dog Hundefutter – Made in Germany
- Hochwertige Happy Dog Produkte für deinen Hund
- Partner-Service für Tierärzte | Happy Dog
- Soziales Engagement bei Happy Dog
- Hundezüchter | Happy Dog
- Happy Dog & Happy Cat
- Adult dog food from Happy Dog
- Happy Dog dry food
- Our high quality nutritional concept
- Newsletter Anmeldung
- CO2-neutral production location – Happy Dog Wehringen
- Sensible Piemonte | 300 g | 60446
- How is Happy Dog dry food made?
- Winter snack with duck and rosehip | 100 g | 22360
- The history of Happy Dog
- 50 Years of Happy Dog – The Story of our Brand





