เกี่ยวกับ Biotherm
ภาพรวม
Biotherm เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศสที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการผสมผสานความรู้ด้านชีววิทยาทางน้ำ เทคโนโลยีชีวภาพ และวิทยาศาสตร์การดูแลผิวเข้าด้วยกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1952 โดยมีรากฐานมาจากน้ำพุร้อนในเทือกเขา Pyrenees ของฝรั่งเศส แบรนด์ได้สร้างอัตลักษณ์ของตนโดยยึดโยงกับสายน้ำ จุลินทรีย์ และความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตในน้ำกับสุขภาพผิวที่ดี ปัจจุบัน Biotherm ดำเนินงานภายใต้แผนก L’Oréal Luxe ของกลุ่มบริษัท L’Oréal โดยมีสินค้าครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย 13
Biotherm นิยามตัวตนของแบรนด์ว่า “ถือกำเนิดในเทือกเขา Pyrenees แห่งฝรั่งเศส และเติบโตใน Monaco” 1
ข้อมูลพื้นฐาน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Biotherm |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1952 |
| แหล่งกำเนิด | เทือกเขา Pyrenees, ฝรั่งเศส / Monaco |
| ผู้ก่อตั้ง | Jeanine Marissal (ร่วมกับ Dr. Jos Jullien และ Georges Marissal ในการค้นพบและพัฒนาแพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อน) |
| บริษัทแม่ | L’Oréal |
| หน่วยธุรกิจ | L’Oréal Luxe |
| อุตสาหกรรม | เครื่องสำอาง / ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว |
| หมวดหมู่หลัก | สกินแคร์ระดับพรีเมียม |
| แนวคิดทางวิทยาศาสตร์หลัก | Thermal/Life Plankton และเทคโนโลยีชีวภาพ |
| ปรัชญาแบรนด์ | สุขภาพผิว วิทยาศาสตร์ทางน้ำ เทคโนโลยีชีวภาพ และ “Water Lovers” |
| ตลาดหลัก | นานาชาติ / ทั่วโลก |
| ไลน์สินค้าผู้ชายที่สำคัญ | Biotherm Homme |
ที่มาของชื่อ “Biotherm”
ชื่อ Biotherm เกิดจากการรวมคำที่สื่อถึง ชีววิทยา (Biology) และ น้ำพุร้อน (Thermal water) เข้าด้วยกัน
เรื่องราวต้นกำเนิดของแบรนด์เริ่มต้นที่น้ำพุร้อนในเมือง Molitg-les-Bains บริเวณเทือกเขา Pyrenees ของฝรั่งเศส เมื่อ Dr. Jos Jullien สังเกตเห็นสารที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์ในน้ำพุร้อนดังกล่าว ต่อมา Jeanine Marissal นักชีวเคมี ได้เล็งเห็นศักยภาพในการนำสารนี้มาใช้เป็นส่วนประกอบในสูตรเครื่องสำอาง 2
การค้นพบนี้ได้วางรากฐานแนวคิดหลักของ Biotherm ไว้ว่า:
การใช้ทรัพยากรทางชีวภาพจากน้ำเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
แนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา болееกว่า 70 ปี
การก่อตั้งและประวัติศาสตร์ยุคแรก
ทศวรรษ 1940 — การค้นพบ
ในปี 1948 Dr. Jos Jullien ซึ่งทำงานในห้องปฏิบัติการอุทกชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับเมือง Molitg-les-Bains ได้ค้นพบจุลินทรีย์ชนิดพิเศษในน้ำพุร้อน เขาได้ร่วมมือกับ Georges Marissal เก็บรวบรวมและเพาะเลี้ยงตัวอย่างซึ่งต่อมาถูกระบุว่าเป็น แพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อน (Thermal Plankton) 2
Jeanine Marissal นักชีวเคมีและผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ได้ตระหนักว่าวัสดุดังกล่าวมีศักยภาพที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้
1952 — กำเนิด Biotherm
ในปี 1952 Jeanine Marissal ได้จดสิทธิบัตรการใช้แพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อนในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งกลายเป็นรากฐานของการก่อตั้ง Biotherm โดยในช่วงแรกบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานส่วนผสมนี้สำหรับดูแลผิวหน้าและผิวกาย 13
หนึ่งในผลิตภัณฑ์รุ่นแรกสุดคือ Biomains ซึ่งเป็นครีมบำรุงมือและเล็บ值得一提的是 Biotherm ยังคงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในชื่อ Biomains มาจนถึงทุกวันนี้ 2
แบรนด์มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นในยุคสมัยนั้นด้วยการผสมผสานองค์ประกอบหลากหลายด้าน ได้แก่:
- เครื่องสำอาง
- การวิจัยทางชีวภาพ
- วัฒนธรรมน้ำพุร้อน
- ส่วนผสมจากธรรมชาติ
- สูตรผลิตภัณฑ์เชิงวิทยาศาสตร์
- ประสบการณ์การบำรุงผิวที่เน้นสัมผัสและความรู้สึก
นอกจากนี้ Biotherm ยังริเริ่มทดลองจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่าน ร้านขายยา แทนที่จะพึ่งพาเพียงช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามแบบดั้งเดิมเท่านั้น 2
การเข้าซื้อกิจการโดย L’Oréal
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1970 เมื่อ Biotherm ถูกเข้าซื้อกิจการโดย L’Oréal 2
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Biotherm สามารถเข้าถึงทรัพยากรที่เหนือกว่าของ L’Oréal ในด้าน:
- โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย
- ศักยภาพการผลิต
- เครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับนานาชาติ
- ทรัพยากรทางการตลาด
- ความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์
ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ Biotherm ยังคงพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเองในฐานะแบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
ในปี 1974 Biotherm ได้เปิดศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตใน Monaco โดยเจ้าหญิง Grace แห่ง Monaco เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดสถานที่แห่งนี้ 1
ปัจจุบัน Biotherm ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนก L’Oréal Luxe 2
วิวัฒนาการของแบรนด์
ในอดีต Biotherm มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมและการสร้างหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ทศวรรษ 1960
บริษัทได้ขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์จากการดูแลผิวหน้าพื้นฐานไปสู่หมวดหมู่อื่นๆ เช่น:
- การดูแลผิวกาย
- การป้องกันแสงแดด
- ผลิตภัณฑ์กระชับผิว
- ผลิตภัณฑ์ลดสัดส่วนและปรับรูปร่าง
ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดตั้งแต่ช่วงต้นในปี 1961 ตามด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและกระชับผิว 1
ทศวรรษ 1970
Biotherm เริ่มเชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมนันทนาการมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธีมของ แสงแดด การดูแลร่างกาย และสายน้ำ
แบรนด์ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งแก้ปัญหาผิวเฉพาะด้านที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น
ทศวรรษ 1980 — สกินแคร์สำหรับผู้ชาย
หนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดของ Biotherm เกิดขึ้นในปี 1985 ด้วยการเปิดตัว Biotherm Homme
Biotherm ระบุว่านี่คือไลน์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวระดับพรีเมียมหรือ Selective Skincare กลุ่มแรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อผู้ชายโดยเฉพาะ ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยยกระดับการดูแลผิวผู้ชายให้กลายเป็นหมวดหมู่ความงามระดับพรีเมียมที่สำคัญ 13
และได้กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักที่กำหนดอัตลักษณ์ของ Biotherm มาจนถึงปัจจุบัน
Life Plankton™
หากมีส่วนผสมใดที่ผูกพันกับ Biotherm มากที่สุด นั่นก็คือ Life Plankton™
เทคโนโลยีปัจจุบันของแบรนด์มีต้นกำเนิดมาจากการวิจัยแพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อน
ในปี 1994 หลังจากใช้เวลาวิจัยยาวนานหลายปี Biotherm ได้พัฒนากระบวนการหมักที่เรียกว่า Fermogénèse™ เพื่อสกัดส่วนเข้มข้นจาก Life Plankton 1
Biotherm อธิบายว่า Life Plankton เป็นส่วนผสมจากเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้จากจุลินทรีย์ และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสูตรผลิตภัณฑ์
ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ Biotherm ในยุคใหม่ไม่ได้เพียงแค่ใช้น้ำพุร้อนผสมลงในครีม แต่ข้อเสนอของแบรนด์ได้วิวัฒนาการไปสู่:
ชีววิทยาทางน้ำ → เทคโนโลยีชีวภาพ → สารออกฤทธิ์ → สูตรผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
บริษัทระบุว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชีวภาพของตนช่วยให้สามารถเพาะเลี้ยง Biotech Plankton™ อันเป็นเอกลักษณ์ และผลิตส่วนผสมที่มีคุณสมบัติควบคุมได้และมีความบริสุทธิ์สูง 2
จุดเด่นและความแตกต่างของ Biotherm
Biotherm มีตำแหน่งทางการตลาดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหมวดหมู่ความงามหลายประเภท
ไม่ใช่แบรนด์ “ธรรมชาติ” ล้วนๆ
แม้ Biotherm จะใช้ส่วนผสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและได้จากแหล่งน้ำ แต่โดยแก่นแท้แล้วแบรนด์เป็น บริษัทสกินแคร์ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพ
แบรนด์ระบุอย่างชัดเจนว่าตนเอง ไม่ใช่แบรนด์ “Clean Beauty” ตามนิยามที่เข้มงวดของอุตสาหกรรม แต่อธิบายแนวทางของตนว่าเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีชีวภาพเข้ากับส่วนผสมจากธรรมชาติบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 1
ไม่ใช่แบรนด์เวชศาสตร์ผิวหนังแบบดั้งเดิม
แม้ Biotherm จะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการทดสอบทางผิวหนังอย่างมาก แต่ตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์เน้นไปที่ สกินแคร์ระดับพรีเมียม/ไลฟ์สไตล์ มากกว่าสกินแคร์เชิงคลินิกที่จำหน่ายในร้านขายยา
ไม่ใช่แบรนด์หรูหราระดับสูงสุด
แม้จะอยู่ในเครือ L’Oréal Luxe แต่อัตลักษณ์ของแบรนด์ไม่ได้เน้นรหัสของความหรูหราแบบดั้งเดิม เช่น แฟชั่นชั้นสูง งานฝีมือทางมรดก หรือความพิเศษเฉพาะตัวที่เข้าถึงยาก
แต่ข้อเสนอความเป็นหรูหราของแบรนด์มาจาก:
วิทยาศาสตร์ + เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ + สูตรผลิตภัณฑ์พรีเมียม + แรงบันดาลใจจากสายน้ำ
แนวคิด “Skin Fitness”
การกำหนดตำแหน่งแบรนด์ในยุคใหม่ของ Biotherm สร้างขึ้นรอบแนวคิด “Skin Fitness”
แนวคิดนี้เปรียบเทียบผิวที่มีสุขภาพดีกับร่างกายที่ฟิตและแข็งแรง
ปรัชญาพื้นฐานคือ:
เช่นเดียวกับการออกกำลังกายที่ช่วยสนับสนุนสมรรถนะของร่างกาย การดูแลผิวก็สามารถสนับสนุนการทำงานทางชีวภาพตามธรรมชาติของผิวได้
Biotherm ระบุว่าแนวทาง Skin Fitness มุ่งเน้นไปที่ 6 ด้านของการทำหน้าที่ของผิว ได้แก่:
- พลังงานของผิว (Skin energy)
- การฟื้นตัวของผิว (Skin recovery)
- ความสมดุลของผิว (Skin balance)
- การเติมความชุ่มชื้นให้ผิว (Skin rehydration)
- การปกป้องผิว (Skin defense)
- การสร้างเสริมผิว (Skin building)
แบรนด์ผสมผสานปรัชญานี้เข้ากับ Biotech Plankton และส่วนผสมเฉพาะทาง เช่น คอลลาเจน และวิตามิน 2
สิ่งนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากการสื่อสารเพียงว่า “ครีมนี้อยากความชุ่มชื้นให้ผิว” ไปสู่แนวคิดที่กว้างขึ้นเรื่อง การรักษาสภาพผิวให้ทำงานได้ดีและมีสุขภาพแข็งแรง
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลัก
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ Biotherm มีความหลากหลายค่อนข้างมาก
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า
ประกอบด้วย:
- มอยส์เจอไรเซอร์
- เซรั่ม
- โลชั่น/โทนเนอร์
- ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา
- ผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
- ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด
ตัวอย่างตระกูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ Aquasource, Life Plankton และ Blue Therapy
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย
การดูแลผิวกายเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อมรดกของ Biotherm
ในอดีตแบรนด์มีความเกี่ยวข้องกับ:
- บอดี้ มิลค์
- มอยส์เจอไรเซอร์ทาตัว
- ผลิตภัณฑ์กระชับผิว
- ทรีตเมนต์บำรุงผิวกาย
- ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
Lait Corporel บอดี้ มิลค์ ของแบรนด์เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของ Biotherm
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผู้ชาย
Biotherm Homme เป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์บริษัท
พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย:
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
- มอยส์เจอไรเซอร์
- ผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย
- ผลิตภัณฑ์โกนหนวด/อาฟเตอร์เชฟ
- ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย
การลงทุนในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวผู้ชายตั้งแต่ยุคแรกเริ่มเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือทางประวัติศาสตร์ในหมวดหมู่นี้สูงกว่าแบรนด์อื่นๆ 1
ตระกูลผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ
Aquasource
หนึ่งในแฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความชุ่มชื้นและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดของ Biotherm แนวคิดหลักคือ การเติมความชุ่มชื้นอย่างเข้มข้น ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางน้ำของแบรนด์มาโดยตลอด
Life Plankton™
ถือเป็น แพลตฟอร์มทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ ของ Biotherm Life Plankton ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เดียว แต่ถูกผสมผสานอยู่ในสูตรผลิตภัณฑ์หลากหลายรายการของแบรนด์
Blue Therapy
แฟรนไชส์หลักที่เน้นการต่อต้านริ้วรอยและฟื้นฟูผิว ออกแบบมาเพื่อจัดการกับสัญญาณแห่งวัยที่มองเห็นได้ชัด
Lait Corporel
ไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายที่มีชื่อเสียง โดดเด่นด้วยรูปแบบ บอดี้ มิลค์ และกลิ่นหอมสดชื่นแบบซิตรัสที่เป็นเอกลักษณ์
Homme / Aquapower
พอร์ตโฟลิโอสำหรับผู้ชายรวมถึง Aquapower ซึ่งเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ให้ความชุ่มชื้นที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดของ Biotherm Homme
Force Supreme
ไลน์ผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยสำหรับผู้ชาย ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ผิวที่ดูแข็งแรง กระชับ และอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ Biotherm ยังรวมถึงไลน์ใหม่ๆ เช่น Collagen Fit และ Aquasource+ 13
Biotherm กับสายน้ำ
น้ำอาจกล่าวได้ว่าเป็น สัญลักษณ์ศูนย์กลาง ของแบรนด์ Biotherm
นี่ไม่ใช่แค่คำศัพท์ทางการตลาดเท่านั้น เพราะประวัติศาสตร์ของบริษัทเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงด้วย น้ำพุร้อนและจุลินทรีย์ในน้ำ
ดังนั้น Biotherm จึงสร้างอัตลักษณ์ของตนรอบแนวคิดการเป็น “Water Lovers”
ในปี 2012 แบรนด์ได้ก่อตั้งโครงการ Biotherm Water Lovers เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจของตนเข้ากับการอนุรักษ์ทะเลและมหาสมุทร 1
สิ่งนี้ก่อให้เกิดวิวัฒนาการที่น่าสนใจ:
1952: น้ำในฐานะแหล่งกำเนิดวิทยาศาสตร์การดูแลผิว
↓
ทศวรรษ 1990: เทคโนโลยีชีวภาพทางน้ำ
↓
ทศวรรษ 2010: การอนุรักษ์น้ำ/มหาสมุทร
↓
ปัจจุบัน: เทคโนโลยีชีวภาพ + สุขภาพผิว + ความยั่งยืน
ความยั่งยืนและ “Blue Beauty”
แพลตฟอร์มด้านสิ่งแวดล้อมของ Biotherm ใช้ชื่อว่า Blue Beauty
งานด้านความยั่งยืนของแบรนด์มุ่งเน้นไปที่ น้ำและมหาสมุทร เป็นพิเศษ แทนที่จะเป็นการดำเนินโครงการ CSR ที่แยกออกจากธุรกิจหลัก
Biotherm ระบุว่านับตั้งแต่ปี 2012 แบรนด์ได้ร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ได้แก่:
- Mission Blue
- Tara Ocean Foundation
- Surfrider Foundation Europe
โครงการเหล่านี้ครอบคลุมการวิจัยมหาสมุทร การอนุรักษ์ การศึกษา และความพยายามในการแก้ปัญหามลพิษทางทะเล 13
บริษัทรายงานว่าได้บริจาคเงินมากกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับพันธมิตร NGO นับตั้งแต่ปี 2012 1
แผนงานด้านความยั่งยืนยังรวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสูตรผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น Biotherm ระบุว่าสูตรผลิตภัณฑ์แบบล้างออก (Rinse-off) ของแบรนด์มีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพอย่างน้อย 90% ตั้งแต่ปี 2011 และได้ยกเลิกการใช้ไมโครบีดส์ในผลิตภัณฑ์แบบล้างออกในปีเดียวกัน 1
อัตลักษณ์ของแบรนด์
อัตลักษณ์ของ Biotherm สามารถสรุปได้ผ่านแนวคิดหลัก 5 ประการ:
🌊 1. สายน้ำ (Water)
สัญลักษณ์พื้นฐานของแบรนด์
🧬 2. ชีววิทยา (Biology)
แบรนด์ก่อตั้งขึ้นโดยมีรากฐานจากวัสดุทางชีวภาพจากน้ำพุร้อน
🔬 3. เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
Biotherm ใช้กระบวนการทางชีวภาพที่ควบคุมได้เพื่อพัฒนาสารออกฤทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆ
🧴 4. สกินแคร์ที่เน้นประสาทสัมผัส (Sensory skincare)
เนื้อสัมผัส กลิ่นหอม และประสบการณ์ในการทาสกินแคร์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์
🏃 5. Skin Fitness
การกำหนดตำแหน่งในยุคใหม่เชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดี 2
กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย
ในอดีต Biotherm มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ ผู้หญิงที่ต้องการสกินแคร์ระดับพรีเมียม แต่แบรนด์ได้ขยายฐานผู้ชมออกไปอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบัน ผู้บริโภคเป้าหมายของแบรนด์ประกอบด้วย:
- ผู้สนใจสกินแคร์ระดับพรีเมียม
- ผู้บริโภคที่ต้องการความชุ่มชื้น
- ผู้บริโภคที่สนใจสกินแคร์ต่อต้านริ้วรอย
- ผู้ที่สนใจเทคโนโลยีชีวภาพและส่วนผสมจากแหล่งน้ำ
- ผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ
- ผู้บริโภคสกินแคร์ผู้ชาย
- ผู้บริโภคที่ชอบสกินแคร์ที่เน้นสัมผัสและความรู้สึกมากกว่าสกินแคร์เชิงคลินิกล้วนๆ
แผนกผลิตภัณฑ์ผู้ชายทำให้แบรนด์มีตำแหน่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับแบรนด์สกินแคร์พรีเมียมแบบดั้งเดิมหลายแบรนด์
ตำแหน่งทางการตลาด
วิธีง่ายๆ ในการ hình dungตำแหน่งของ Biotherm คือ:
สกินแคร์ตลาดแมส
↓
สกินแคร์ระดับพรีเมียม ← Biotherm
↓
สกินแคร์ระดับลักชัวรี
↓
อัลตรา-ลักชัวรี / Prestige
ภายในพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ขนาดใหญ่ของ L’Oréal นั้น Biotherm ครองตำแหน่ง สกินแคร์ระดับพรีเมียมถึงพรีสทีจ แทนที่จะแข่งขันด้วยความพิเศษเฉพาะตัวขั้นสุดเป็นหลัก
ดังนั้น ในทางจิตวิญญาณ แบรนด์จึงใกล้เคียงกับ แบรนด์สกินแคร์พรีเมียมเชิงวิทยาศาสตร์ มากกว่าบ้านแฟชั่นหรูแบบดั้งเดิม
ความสัมพันธ์กับ L’Oréal
ความเป็นเจ้าของโดย L’Oréal มีความสำคัญเนื่องจากอธิบายได้ว่าเหตุใดแบรนด์ที่ก่อตั้งในปี 1952 จึงสามารถรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้ในขณะที่ยังเข้าถึงองค์กรวิจัยและจัดจำหน่ายความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
L’Oréal เข้าซื้อกิจการ Biotherm ในปี 1970 และปัจจุบันแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของ L’Oréal Luxe 23
สิ่งนี้ทำให้ Biotherm สามารถเข้าถึงระบบนิเวศที่กว้างขึ้นของ L’Oréal ในขณะที่ยังคงรักษา:
- อัตลักษณ์ของแบรนด์
- แฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์
- เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์
- ตำแหน่งทางการตลาดทางน้ำ
- แพลตฟอร์มความยั่งยืน
ของตนเองไว้ได้
ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1948 | Dr. Jos Jullien ค้นพบแพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อนในน้ำพุร้อนที่เมือง Molitg-les-Bains |
| 1952 | Jeanine Marissal ก่อตั้ง Biotherm และจดสิทธิบัตรการใช้แพลงก์ตอนจากน้ำพุร้อนในสกินแคร์ |
| ทศวรรษ 1950 | เปิดตัวผลิตภัณฑ์ยุคแรก รวมถึง Biomains |
| 1961 | Biotherm พัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดรุ่นแรกๆ |
| 1970 | L’Oréal เข้าซื้อกิจการ Biotherm |
| 1974 | จัดตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตใน Monaco |
| 1982 | Biotherm สนับสนุนนักเดินเรือ Florence Arthaud ตอกย้ำความเชื่อมโยงกับสายน้ำและไลฟ์สไตล์แอคทีฟ |
| 1985 | Biotherm Homme เปิดตัวไลน์สกินแคร์พรีเมียมสำหรับผู้ชาย |
| 1994 | Biotherm พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ Life Plankton ผ่านกระบวนการ Fermogénèse™ |
| 2012 | ก่อตั้งโครงการ Water Lovers; แบรนด์เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านกิจกรรมอนุรักษ์มหาสมุทร |
| 2017 | ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Tara Ocean Foundation |
| 2025 | Biotherm เน้นย้ำตำแหน่งทางการตลาด Skin Fitness |
แหล่งข้อมูล: บันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของ Biotherm และ L’Oréal 12
สิ่งที่ Biotherm “นำเสนอ” อย่างแท้จริง
ในระดับที่ลึกซึ้งกว่า Biotherm ไม่ได้ขายแค่มอยส์เจอไรเซอร์
ข้อเสนอของแบรนด์โดยสาระสำคัญคือ:
จุดบรรจบระหว่างสายน้ำ ชีววิทยา และวิทยาศาสตร์การดูแลผิว
ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคจับต้องได้อาจเป็นครีม เซรั่ม บอดี้ มิลค์ หรือคลีนเซอร์ แต่เรื่องราวที่ใหญ่กว่านั้นคือ:
ธรรมชาติทางน้ำ
→ การค้นพบทางชีวภาพ
→ เทคโนโลยีชีวภาพ
→ สกินแคร์ออกฤทธิ์
→ ผิวที่ดูสุขภาพดีและ “ฟิต”
สิ่งนี้มอบเรื่องราวที่โดดเด่นให้กับ Biotherm เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์ dựaบนเวชศาสตร์ผิวหนัง แฟชั่นหรูหรา ส่วนผสมจากพืช หรือวัฒนธรรมคนดังเป็นหลัก
จุดแข็งของแบรนด์
มรดกที่แข็งแกร่ง
ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปี มอบความน่าเชื่อถืออย่างมากให้กับ Biotherm ในวงการสกินแคร์
DNA ทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น
Life Plankton และเทคโนโลยีชีวภาพทางน้ำสร้างอาณาเขตทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่จดจำ
ความเชื่อมโยงกับความชุ่มชื้นที่เข้มแข็ง
แบรนด์มีความได้เปรียบอย่างมากในเรื่อง ความชุ่มชื้นและสายน้ำ
ความเชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ผู้ชาย
Biotherm Homme ทำให้แบรนด์มีตำแหน่งที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในตลาดสกินแคร์ผู้ชายระดับพรีเมียม
การสนับสนุนจาก L’Oréal
การเป็นส่วนหนึ่งของ L’Oréal มอบความสามารถด้านการวิจัย การผลิต และการจัดจำหน่ายระดับโลกที่กว้างขวาง
ความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ
เนื่องจากน้ำเป็นศูนย์กลางของต้นกำเนิด การอนุรักษ์มหาสมุทรจึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับเรื่องราวของแบรนด์ มากกว่าจะเป็นข้อความ CSR ที่ไม่เกี่ยวข้อง
จุดอ่อนและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
Biotherm ยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ
ประการแรก การสร้างความแตกต่างของแบรนด์ ตลาดสกินแคร์ระดับพรีเมียมมีการแข่งขันสูงมาก โดยมีคู่แข่งที่เน้นเวชศาสตร์ผิวหนัง ความหรูหรา ส่วนผสมจากธรรมชาติ K-beauty เทคโนโลยีชีวภาพ หรือผลลัพธ์ทางคลินิก
ประการที่สอง เรื่องราว “แพลงก์ตอน” สื่อสารได้ยาก ผู้บริโภคอาจเข้าใจ “กรดไฮยาลูโรนิก” หรือ “วิตามินซี” ได้ทันที ในขณะที่ Life Plankton ต้องการคำอธิบายที่มากกว่ามาก
ประการที่สาม ความยั่งยืนสร้างความย้อนแย้ง บริษัทความงามที่เน้นน้ำ/มหาสมุทร ต้องโน้มน้าวให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์ ส่วนผสม และแนวทางการผลิตของตนสอดคล้องกับคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อม
ประการที่สี่ แบรนด์ต้องสร้างสมดุลระหว่างมรดกและความทันสมัย มรดกปี 1952 มีคุณค่า แต่ตำแหน่งทางการตลาดต้องยังคงเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่
สรุป Biotherm
Biotherm คือแบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศสที่ก่อตั้งในปี 1952 โดยมีรากฐานจากชีววิทยาของน้ำพุร้อน ปัจจุบันเป็นเจ้าของโดย L’Oréal โดยมีอัตลักษณ์สมัยใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยีชีวภาพทางน้ำ Life Plankton™ Skin Fitness และความมุ่งมั่นในการปกป้องแหล่งน้ำและมหาสมุทร 13
วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจ Biotherm
ต้นกำเนิด: เทือกเขา Pyrenees, ฝรั่งเศส
ผู้ก่อตั้ง: Jeanine Marissal
บริษัทแม่: L’Oréal
องค์ประกอบหลัก: สายน้ำ
เทคโนโลยีเอกลักษณ์: Life Plankton / Biotech Plankton
สัญญาหลัก: ผิวที่ดูฟิตและสุขภาพดียิ่งขึ้น
หมวดหมู่หลัก: ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย และผู้ชาย
แพลตฟอร์มสิ่งแวดล้อม: Blue Beauty / Water Lovers
ตำแหน่งปัจจุบัน: Skin Fitness + เทคโนโลยีชีวภาพ + วิทยาศาสตร์ทางน้ำ 13





