T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Bausch + Lomb

Bausch + Lomb เป็นบริษัทด้านสุขภาพตาระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงปี 1853 ในเมือง Rochester รัฐนิวยอร์ก บริษัทเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ได้แก่ คอนแทคเลนส์ น้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ ยาหยอดตา ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ เลนส์แก้วตาเทียม และอุปกรณ์ผ่าตัดทางจักษุวิทยา โดยมีพันธกิจหลักคือ “helping you see better to live better” หรือการช่วยให้ผู้คนมองเห็นได้ดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 1

ณ ปี 2026 Bausch + Lomb ดำเนินธุรกิจในชื่อ Bausch + Lomb Corporation ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ โดย Bausch Health Companies Inc. ถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ด้วยสัดส่วนการถือครองหุ้นสามัญประมาณ 88% ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 2

ข้อมูลโดยสังเขป

หมวดหมู่ ข้อมูล
ชื่อ Bausch + Lomb
ปีที่ก่อตั้ง 1853
ผู้ก่อตั้ง John Jacob Bausch และ Henry Lomb
สถานที่ก่อตั้งเดิม Rochester, New York, สหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรม สุขภาพตา / การดูแลสุขภาพ / อุปกรณ์การแพทย์ / เวชภัณฑ์
จุดเน้นหลัก การดูแลการมองเห็นและจักษุวิทยา
กลุ่มธุรกิจหลัก Vision Care, Pharmaceuticals, Surgical
ผลิตภัณฑ์ คอนแทคเลนส์, ผลิตภัณฑ์ดูแลเลนส์, ยาหยอดตา, ยารักษาโรคตา, วิตามิน, เลนส์แก้วตาเทียม, อุปกรณ์ผ่าตัด
การดำเนินงานทั่วโลก ประมาณ 100 ประเทศ
จำนวนพนักงาน ประมาณ 13,000 คน
บริษัทแม่/ผู้ถือหุ้นใหญ่ Bausch Health Companies Inc.
มรดกทางธุรกิจ นวัตกรรมด้านทัศนศาสตร์และสุขภาพตามาเกือบสองศตวรรษ
พันธกิจ Helping people see better to live better

รายงานล่าสุดของบริษัทระบุว่ามีพนักงานประมาณ 13,000 คน มีการดำเนินงานในราว 100 ประเทศ และมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ประมาณ 400 รายการ 3

จุดกำเนิดของ Bausch + Lomb

เรื่องราวของ Bausch + Lomb เริ่มต้นขึ้นในปี 1853 เมื่อผู้อพยพชาวเยอรมันนามว่า John Jacob Bausch ได้เปิดร้านขายสินค้าเกี่ยวกับทัศนศาสตร์ขนาดเล็กในเมือง Rochester รัฐนิวยอร์ก

ในช่วงแรก Bausch ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายกิจการ จึงได้ยืมเงินจำนวนประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐ จาก Henry Lomb เพื่อนของเขา โดยให้สัญญาว่าหากธุรกิจประสบความสำเร็จ Lomb จะได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งต่อมาธุรกิจก็เติบโตขึ้นจริง และความร่วมมือนี้นำไปสู่การก่อตั้งบริษัท Bausch + Lomb ในที่สุด 4

ในระยะแรก บริษัทมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ทัศนศาสตร์ และต่อมาก็มีชื่อเสียงจากการผลิตอุปกรณ์ทัศนศาสตร์ที่มีความแม่นยำสูง

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญในช่วงต้นคือการพัฒนากกรอบแว่นตาที่ทำจากวัสดุ vulcanite ในช่วงทศวรรษ 1860 จากนั้นบริษัทได้ขยายสายการผลิตไปยังกล้องจุลทรรศน์ กล้องส่องทางไกล ชิ้นส่วนเลนส์กล้องถ่ายภาพ และเทคโนโลยีทัศนศาสตร์อื่นๆ 5

จาก ร้านแว่นตาสู่บริษัทสุขภาพตาระดับโลก

การพัฒนาของ Bausch + Lomb สามารถแบ่งออกเป็นช่วงสำคัญๆ ได้ดังนี้:

ทศวรรษ 1850–1900: การผลิตอุปกรณ์ทัศนศาสตร์

บริษัทได้ก้าวข้ามการผลิตกรอบแว่นตาไปสู่การสร้างเครื่องมือทัศนศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 Bausch + Lomb ผลิตสินค้าหลากหลายประเภท ได้แก่:

  • กรอบแว่นตา
  • กล้องจุลทรรศน์
  • กล้องส่องทางไกล
  • กล้องโทรทรรศน์
  • ชิ้นส่วนเลนส์สำหรับกล้องถ่ายภาพ
  • เครื่องมือทัศนศาสตร์แม่นยำอื่นๆ

โดยในปี 1875 บริษัทเริ่มเข้าสู่การผลิตกล้องจุลทรรศน์อย่างเป็นทางการ 6

ต้นศตวรรษที่ 20: ทัศนศาสตร์เพื่อการวิทยาศาสตร์และการทหาร

ในช่วงศตวรรษที่ 20 บริษัทเข้ามามีบทบาทสำคัญในด้านเทคโนโลยีทัศนศาสตร์ขั้นสูง

ประวัติศาสตร์ของบริษัทครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ทัศนศาสตร์เพื่อการทหาร เลนส์ถ่ายภาพ และเลนส์สำหรับวงการภาพยนตร์ นอกจากนี้ เลนส์ของ Bausch + Lomb ยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาด้านการถ่ายภาพและการบันทึกภาพอวกาศ 7

ตัวอย่างเช่น บันทึกประวัติศาสตร์ของบริษัทระบุว่าเลนส์รุ่น Super Baltar ถูกใช้ในกล้องที่บันทึกภาพพื้นผิวของดวงจันทร์ในยุคแรกเริ่ม 8

Ray-Ban กับ Bausch + Lomb

หนึ่งในชื่อที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ของ Bausch + Lomb อย่างแน่นแฟ้นคือแบรนด์ Ray-Ban

Bausch + Lomb เป็นผู้ผลิตแว่นตากันลมทรงนักบิน (Aviator) รุ่นดั้งเดิมให้กับนักบินทหารในช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งต่อมาแว่นกันแดด Ray-Ban ก็ได้กลายเป็นแบรนด์แว่นตาแฟชั่นสำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความนิยมอย่างสูง 9

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Ray-Ban ไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของ Bausch + Lomb อีกต่อไป

ดังนั้น ความเกี่ยวข้องกับ Ray-Ban จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมรดกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของบริษัท มิได้หมายความว่า Ray-Ban ยังคงอยู่ในพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน

การปฏิวัติวงการคอนแทคเลนส์

หนึ่งในคุณูปการที่สำคัญที่สุดของ Bausch + Lomb ต่อการดูแลดวงตาในยุคใหม่ คือการบุกเบิกตลาด คอนแทคเลนส์

ในปี 1971 บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ SofLens ซึ่ง Bausch + Lomb ระบุว่าเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มที่ผลิตด้วยระบบมวลชนรายแรกในสหรัฐอเมริกา การเปิดตัวนี้ช่วยเปลี่ยนสถานะของคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มจากผลิตภัณฑ์เฉพาะทางให้กลายเป็นทางเลือกสำหรับการแก้ไขค่าสายตาในตลาดมวลชน 10

ต่อมา บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้คอนแทคเลนส์หลากหลายประเภท ได้แก่:

  • คอนแทคเลนส์รายวัน
  • คอนแทคเลนส์รายเดือน
  • คอนแทคเลนส์ซิลิโคนไฮโดรเจล
  • คอนแทคเลนส์แก้สายตาเอียง
  • คอนแทคเลนส์สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามอายุ
  • คอนแทคเลนส์เฉพาะทาง

ในปัจจุบัน คอนแทคเลนส์ยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ Bausch + Lomb ได้ดีที่สุด

ReNu, Biotrue และการดูแลรักษาคอนแทคเลนส์

Bausch + Lomb ยังเป็นผู้เล่นหลักในตลาด ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาคอนแทคเลนส์

ในปี 1987 บริษัทได้เปิดตัว ReNu ซึ่งเป็นแบรนด์น้ำยาอเนกประสงค์สำหรับแช่และล้างคอนแทคเลนส์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 11

ในเวลาต่อมา บริษัทได้พัฒนาแบรนด์ Biotrue ซึ่งครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์และตัวคอนแทคเลนส์เอง

นอกจากนี้ พอร์ตโฟลิโอด้านการดูแลเลนส์ยังมีแบรนด์ Boston ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่ยอมให้ออกซิเจนซึมผ่านได้ (Rigid Gas Permeable) 12

สิ่งนี้ทำให้ Bausch + Lomb มีบทบาทครอบคลุมระบบนิเวศของการใช้คอนแทคเลนส์เกือบทั้งหมด:

คอนแทคเลนส์ → การทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ → การเก็บรักษา → การเปลี่ยนเลนส์ใหม่ → ความสบายตา

การขยายสู่ธุรกิจเวชภัณฑ์

Bausch + Lomb ได้ขยายขอบเขตธุรกิจจากผลิตภัณฑ์ทัศนศาสตร์และคอนแทคเลนส์ เข้าสู่ตลาด เวชภัณฑ์ทางจักษุวิทยา อย่างค่อยเป็นค่อยไป

บริษัทเริ่มขยายกิจการด้านเภสัชกรรมผ่านการเข้าซื้อกิจการในช่วงทศวรรษ 1980 และได้พัฒนาตลอดจนควบรวมยาสำหรับรักษาโรคตาต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง 12

ในปัจจุบัน ธุรกิจเวชภัณฑ์ของบริษัทครอบคลุมการรักษาในหลายด้าน ได้แก่:

  • ภาวะตาแห้ง
  • ต้อหิน
  • การอักเสบในดวงตา
  • โรคจอประสาทตา
  • การติดเชื้อในดวงตา
  • การดูแลดวงตาหลังการผ่าตัด
  • ภาวะทางจักษุวิทยาอื่นๆ

พอร์ตโฟลิโอของบริษัทประกอบด้วยทั้งยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ 13

ตัวอย่างแบรนด์ในกลุ่มเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค ได้แก่ LOTEMAX, Alrex, Ocuvite และ PreserVision 14

จักษุศัลยศาสตร์

อีกเสาหลักสำคัญของ Bausch + Lomb ในยุคปัจจุบันคือ การผ่าตัดดวงตา

บริษัทได้วางรากฐานธุรกิจด้านการผ่าตัดในช่วงทศวรรษ 1990 ผ่านการเข้าซื้อกิจการหลายครั้ง รวมถึง Chiron Vision และ Storz Ophthalmics ซึ่งเป็นการขยายขีดความสามารถของ Bausch + Lomb ให้ครอบคลุมการผ่าตัดต้อกระจก การผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา และการผ่าตัดจอประสาทตาและวุ้นตา 15

พอร์ตโฟลิโอทางการผ่าตัดในปัจจุบันประกอบด้วย:

เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lenses)

คือเลนส์ที่ฝังเข้าไปในดวงตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ผ่าตัดต้อกระจก

แบรนด์ที่เคยและกำลังจัดจำหน่าย ได้แก่:

  • enVista
  • Crystalens
  • SofPort
  • Akreos
  • TRULIGN

อุปกรณ์ผ่าตัด

Bausch + Lomb ยังผลิตอุปกรณ์และระบบที่ใช้โดยศัลยแพทย์จักษุวิทยา ได้แก่:

  • ระบบสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification systems)
  • อุปกรณ์ผ่าตัดจอประสาทตาและวุ้นตา
  • เครื่องมือผ่าตัด
  • ระบบนำส่งสารหรืออุปกรณ์
  • เทคโนโลยีการผ่าตัดทางจักษุวิทยาอื่นๆ

ปัจจุบันบริษัทกำหนดให้กลุ่มธุรกิจ Surgical เป็นหนึ่งในสามกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท 16

สามกลุ่มธุรกิจหลัก

โครงสร้างการดำเนินงานของ Bausch + Lomb ในปัจจุบันสามารถจำแนกออกเป็น สามกลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้:

A. Vision Care

เป็นกลุ่มธุรกิจที่面向ผู้บริโภคโดยตรง ประกอบด้วย:

  • คอนแทคเลนส์
  • น้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์
  • ยาหยอดตา
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์
  • วิตามินและอาหารเสริมบำรุงสายตา

แบรนด์สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ Bausch + Lomb ULTRA, INFUSE, Biotrue ONEday, PureVision และ SofLens รวมถึงแบรนด์ดูแลเลนส์อย่าง Biotrue, ReNu และ Boston 19

B. Pharmaceuticals

กลุ่มธุรกิจนี้มุ่งเน้นไปที่ยาและวิธีการรักษาโรคทางตา

พอร์ตโฟลิโอครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาอาการต่างๆ เช่น:

  • ภาวะตาแห้ง
  • ต้อหิน
  • ความดันลูกตาสูง
  • การอักเสบ
  • โรคจอประสาทตา
  • การติดเชื้อในดวงตา
  • การรักษาหลังการผ่าตัด

ประกอบด้วยทั้งยาที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะและยาสามัญ 17

C. Surgical

กลุ่มธุรกิจ Surgical ให้บริการแก่ จักษุแพทย์ โรงพยาบาล และศูนย์ผ่าตัด

มุ่งเน้นเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในหัตถการที่เกี่ยวข้องกับ:

  • ต้อกระจก
  • กระจกตา
  • วุ้นตา
  • จอประสาทตา

พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วยเลนส์แก้วตาเทียม อุปกรณ์ผ่าตัด เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ 18

แบรนด์สำคัญ

Bausch + Lomb มีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ โดยชื่อที่คุ้นเคยในตลาด ได้แก่:

คอนแทคเลนส์

  • Bausch + Lomb ULTRA
  • Bausch + Lomb INFUSE
  • Biotrue ONEday
  • PureVision
  • SofLens

ผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์

  • Biotrue
  • ReNu
  • Boston

ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาสำหรับผู้บริโภค

  • Ocuvite
  • PreserVision
  • ยาหยอดตาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ต่างๆ

เวชภัณฑ์

  • LOTEMAX
  • Alrex
  • ยาทางจักษุวิทยาอื่นๆ ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์

อุปกรณ์ผ่าตัด

  • enVista
  • Crystalens
  • Akreos
  • SofPort
  • Stellaris
  • Millennium
  • Storz
  • VICTUS

ทั้งนี้ องค์ประกอบของพอร์ตโฟลิโออาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การยุติการผลิต หรือการเข้าซื้อและขายกิจการ 19

ประวัติความเป็นเจ้าของ

Bausch + Lomb ผ่านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่สำคัญหลายครั้ง:

บริษัทมหาชน

ในช่วงส่วนใหญ่ของประวัติศาสตร์สมัยใหม่ Bausch + Lomb ดำเนินงานในฐานะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ปี 2007 — Warburg Pincus

ในเดือน ตุลาคม 2007 กลุ่มนักลงทุนที่นำโดย Warburg Pincus ได้เข้าซื้อกิจการ Bausch + Lomb และนำบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์เพื่อปรับโครงสร้างเป็นการภายใน 20

ปี 2013 — การเข้าซื้อโดย Valeant

ในปี 2013 Valeant Pharmaceuticals International ตกลงเข้าซื้อกิจการ Bausch + Lomb ด้วยเงินสดมูลค่าประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Bausch + Lomb ยังคงใช้ชื่อเดิมและกลายเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งของ Valeant 6

ธุรกรรมนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์เนื่องจาก Valeant มีธุรกิจด้านจักษุวิทยาอยู่แล้ว และต้องการสร้างธุรกิจสุขภาพตาระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

Valeant เปลี่ยนชื่อเป็น Bausch Health

ภายหลัง Valeant ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทแม่เป็น Bausch Health Companies Inc.

โดย Bausch + Lomb ยังคงดำเนินงานอยู่ภายใต้โครงสร้างของ Bausch Health

ปี 2022 — กลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

Bausch + Lomb ได้แยกตัวออกมาจาก Bausch Health และกลับมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งในปี 2022 โดยใช้สัญลักษณ์หุ้น BLCO

อย่างไรก็ตาม Bausch Health ยังคงสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุม

ตามรายงานประจำปี 2025 ของ Bausch + Lomb ระบุว่า ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 Bausch Health ถือหุ้นใน Bausch + Lomb อยู่ประมาณ 88% 3

Bausch + Lomb ในปัจจุบัน

Bausch + Lomb ในวันนี้แตกต่างจากร้านขายอุปกรณ์ทัศนศาสตร์ที่เปิดกิจการในปี 1853 อย่างสิ้นเชิง

ปัจจุบันบริษัทเป็น บริษัทด้านสุขภาพตาแบบครบวงจรระดับโลก

กิจกรรมของบริษัทครอบคลุมการดูแลสุขภาพการมองเห็นในทุกช่วงวัย:

การแก้ไขค่าสายตา
→ คอนแทคเลนส์

การดูแลรักษาคอนแทคเลนส์
→ น้ำยาทำความสะอาดเลนส์

การดูแลดวงตาในชีวิตประจำวัน
→ ยาหยอดตาและอาหารเสริมที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์

การรักษาทางการแพทย์
→ ยาทางจักษุวิทยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์

การรักษาต้อกระจก
→ เลนส์แก้วตาเทียม

การผ่าตัดดวงตาที่ซับซ้อน
→ อุปกรณ์และเครื่องมือผ่าตัดทางจักษุวิทยา

ความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญขององค์กร รายงานล่าสุดของบริษัทระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ประมาณ 400 รายการ กระจายอยู่ในสามกลุ่มธุรกิจหลัก 3

การดำเนินงานในระดับโลก

Bausch + Lomb มีการขยายตัวระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง

ตามรายงานประจำปีล่าสุด บริษัทมีพนักงานประมาณ 13,000 คน และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประมาณ 100 ประเทศ 3

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจึงเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย ได้แก่:

  • อเมริกาเหนือ
  • ลาตินอเมริกา
  • ยุโรป
  • ตะวันออกกลาง
  • แอฟริกา
  • เอเชียแปซิฟิก

บริษัทยังคงรักษาศูนย์วิจัยและพัฒนา โรงงานผลิต และสำนักงานพาณิชย์ไว้ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก 14

ความสำคัญของแบรนด์

Bausch + Lomb มีความโดดเด่นเพราะไม่ได้เป็นเพียง แบรนด์แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ทั่วไป

แต่บริษัทดำเนินงานครอบคลุมหลายมิติของวงการจักษุวิทยา

สำหรับผู้บริโภคทั่วไป อาจรู้จักแบรนด์ผ่าน:

คอนแทคเลนส์ → Biotrue/ReNu → ยาหยอดตา → วิตามินบำรุงสายตา

แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลดวงตา ขอบเขตของแบรนด์กว้างไกลกว่านั้นมาก:

ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ → คอนแทคเลนส์ → เลนส์แก้วตาเทียม → อุปกรณ์ผ่าตัดต้อกระจก → อุปกรณ์ผ่าตัดจอประสาทตา

ความกว้างขวางนี้ทำให้ Bausch + Lomb มีความแตกต่างจากบริษัทดูแลดวงตาส่วนใหญ่

มรดกแห่งนวัตกรรม

นวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนบริษัทมาตลอดประวัติศาสตร์

เหตุการณ์สำคัญบางประการมีดังนี้:

ปี เหตุการณ์สำคัญ
1853 Bausch เปิดร้านอุปกรณ์ทัศนศาสตร์ใน Rochester
1861 กรอบแว่นตา Vulcanite ประสบความสำเร็จอย่างมาก
1875 เริ่มการผลิตกล้องจุลทรรศน์
1887 จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีทัศนศาสตร์เพื่อการถ่ายภาพ
ทศวรรษ 1930 พัฒนาแว่นตากันลมสำหรับนักบินทหารซึ่งเชื่อมโยงกับ Ray-Ban
ทศวรรษ 1950 เทคโนโลยีทัศนศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ CinemaScope
ทศวรรษ 1960 เลนส์ Super Baltar ถูกใช้ในการถ่ายภาพดวงจันทร์
1971 เปิดตัวคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม SofLens
1983 ธุรกิจคอนแทคเลนส์ Boston เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ
1987 เปิดตัว ReNu
1997 ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจ Surgical
1999 เปิดตัวคอนแทคเลนส์ซิลิโคนไฮโดรเจล PureVision
2012 หลักไมล์สำคัญของ enVista IOL และ Biotrue ONEday
2013 Valeant ตกลงเข้าซื้อกิจการ Bausch + Lomb
2022 Bausch + Lomb แยกตัวเป็นบริษัทมหาชนอิสระ
2026 มีพนักงานประมาณ 13,000 คน และพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ราว 400 รายการ

ข้อมูลเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้จัดทำขึ้นโดย Bausch + Lomb เอง 4

ตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์

แนวทางที่เข้าใจง่ายที่สุดในการอธิบายตำแหน่งทางการตลาดของ Bausch + Lomb คือ:

“สุขภาพตาที่ครอบคลุมตั้งแต่การมองเห็นในชีวิตประจำวันจนถึงจักษุวิทยาขั้นสูง”

แบรนด์ผสมผสานสามอัตลักษณ์เข้าด้วยกัน:

1. แบรนด์สำหรับผู้บริโภค
คอนแทคเลนส์ ยาหยอดตา ผลิตภัณฑ์ดูแลเลนส์ และอาหารเสริม

2. บริษัทด้านสุขภาพและเวชภัณฑ์
ยาทางจักษุวิทยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์

3. บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์
เลนส์แก้วตาเทียมและอุปกรณ์ผ่าตัด

การผสมผสานนี้ทำให้แบรนด์สามารถให้บริการได้ทั้ง ผู้บริโภคทั่วไป และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลดวงตา

ความแตกต่างจากแบรนด์แว่นตาทั่วไป

เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรสับสนระหว่าง Bausch + Lomb กับบริษัทที่เน้นจำหน่ายแว่นตาหรือแว่นตาแฟชั่นเป็นหลัก

แบรนด์แว่นตาทั่วไปอาจมุ่งเน้นที่:

กรอบแว่น + แว่นกันแดด + แฟชั่น

แต่ Bausch + Lomb มีแนวทางที่เน้นด้านการแพทย์มากกว่า:

คอนแทคเลนส์ + การดูแลดวงตา + เวชภัณฑ์ + การผ่าตัดทางจักษุวิทยา

นี่คือเหตุผลที่สภาพแวดล้อมการแข่งขันของบริษัทไม่ได้มีเพียงผู้ผลิตแว่นตา แต่ยังรวมถึง บริษัทอุปกรณ์การแพทย์และบริษัทยา ด้วย

พันธกิจและปรัชญาองค์กร

Bausch + Lomb ระบุว่าบริษัทมุ่งมั่นที่จะ ปกป้องและเสริมสร้างการมองเห็นตลอดช่วงชีวิต โดยใช้พันธกิจว่า “helping you see better to live better” 1

ค่านิยมองค์กรที่ประกาศไว้เน้นย้ำในเรื่อง:

  • การให้ความสำคัญกับผู้ป่วยและลูกค้า
  • นวัตกรรม
  • ความรับผิดชอบ
  • การทำงานเป็นทีม
  • ความซื่อสัตย์สุจริต
  • การปรับปรุงผลลัพธ์การรักษา

บริษัทมองประวัติศาสตร์เกือบสองศตวรรษของตนว่าเป็นวิวัฒนาการต่อเนื่องจากการผลิตอุปกรณ์ทัศนศาสตร์สู่การดูแลสุขภาพตาสมัยใหม่ 1

อะไรที่ทำให้ Bausch + Lomb โดดเด่น?

มีลักษณะสำคัญ 5 ประการที่ทำให้บริษัทมีความแตกต่าง:

① ประวัติศาสตร์อันยาวนาน

ก่อตั้งในปี 1853 ทำให้ Bausch + Lomb มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบสองศตวรรษ 4

② รากฐานด้านทัศนศาสตร์ที่แข็งแกร่ง

ต่างจากบริษัทยาหลายแห่งที่ขยายเข้าสู่จักษุวิทยาในภายหลัง Bausch + Lomb มีต้นกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทัศนศาสตร์

③ ความเชี่ยวชาญด้านคอนแทคเลนส์

ประวัติศาสตร์ของบริษัทรวมถึงการพัฒนาที่สำคัญในวงการคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มและผลิตภัณฑ์ดูแลเลนส์

④ การผสมผสานระหว่างผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคและทางการแพทย์

บริษัทจำหน่ายสินค้าตั้งแต่ยาหยอดตาและคอนแทคเลนส์ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และอุปกรณ์ผ่าตัด

⑤ แพลตฟอร์มจักษุวิทยาระดับโลก

พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ประมาณ 400 รายการ ช่วยให้บริษัทมีส่วนร่วมในหลากหลายมิติของสุขภาพตา แทนที่จะพึ่งพาเพียงหมวดหมู่เดียว 3

สรุปภาพรวม Bausch + Lomb

Bausch + Lomb เป็นบริษัทด้านสุขภาพตาระดับโลกที่ก่อตั้งในปี 1853 ที่เมือง Rochester รัฐนิวยอร์ก โดย John Jacob Bausch และ Henry Lomb จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทัศนศาสตร์ บริษัทได้วิวัฒนาการผ่านนวัตกรรมมาเกือบสองศตวรรษจนกลายเป็นธุรกิจจักษุวิทยาที่ครบวงจร ปัจจุบัน Bausch + Lomb ดำเนินงานในสามกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Vision Care, Pharmaceuticals และ Surgical ซึ่งครอบคลุมคอนแทคเลนส์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเลนส์ ผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เลนส์แก้วตาเทียม และอุปกรณ์ผ่าตัดทางจักษุวิทยา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจัดจำหน่ายในประมาณ 100 ประเทศ โดยมีพนักงานราว 13,000 คน และมีผลิตภัณฑ์ประมาณ 400 รายการ ปัจจุบัน Bausch + Lomb เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มี Bausch Health Companies Inc. เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกด้านสุขภาพตา 3

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง