เกี่ยวกับ Tepthai
Tepthai เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลจากสมุนไพรไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจาก ยาสีฟันสมุนไพรเข้มข้น โดยมีรากฐานมาจากการสืบทอดภูมิปัญญาสมุนไพรภายในครอบครัว ก่อนจะเติบโตจากสินค้าทำใช้เองในครัวเรือนจนกลายเป็นแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติ ปัจจุบัน บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด ดำเนินการผลิตยาสีฟันและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลจากสมุนไพรอื่นๆ ณ โรงงานในอำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ภาคใต้ของประเทศไทย1
ภาพรวม
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Tepthai / เทพไทย |
| บริษัทผู้ผลิต | บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย |
| ปีจดทะเบียนบริษัท | 2013 |
| สำนักงานใหญ่ / โรงงาน | Na Mom, Songkhla, Thailand |
| หมวดหมู่หลัก | ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากจากสมุนไพร |
| ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุด | ยาสีฟันสมุนไพรเข้มข้น Tepthai |
| หมวดหมู่อื่นๆ | สบู่ โลชั่นทาผิว ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว |
| จุดยืนของแบรนด์ | ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับกระบวนการผลิตสมัยใหม่ |
| มาตรฐานและรางวัลสำคัญ | OTOP, ฮาลาล, เครื่องหมาย Thailand Trust Mark, ASEAN Cosmetic GMP และมาตรฐานคุณภาพอื่นๆ |
บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2013 โดยมีที่ตั้งตามทะเบียนราษฎร์อยู่ในอำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม กิจการนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานก่อนหน้าการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยเริ่มต้นมาจากธุรกิจครอบครัว2
ประวัติ
จุดเริ่มต้นจากครอบครัว
เรื่องราวของ Tepthai มีจุดเริ่มต้นจากคนรุ่นเก่าในครอบครัว ตามข้อมูลของบริษัทและหน่วยงานภาครัฐ ปู่ของผู้ก่อตั้งเป็น หมอทหาร ที่มีความรู้ด้านเวชกรรมไทยและสมุนไพร โดยได้นำสมุนไพรในท้องถิ่นมารักษาและบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้แก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ ในช่วงสงคราม ความรู้นี้ได้รับการสืบทอดต่อกันมาภายในครอบครัว2
ในช่วงแรก ยาสีฟันสมุนไพรของครอบครัว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่ทำขึ้นเพื่อใช้กันเองภายในบ้าน เมื่อญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และเพื่อนบ้านประสบปัญหาสุขภาพช่องปาก ครอบครัวจึงแบ่งปันยาสีฟันที่ทำเองนี้ให้ไปใช้ กระแสตอบรับที่ดีและการบอกต่อทำให้เริ่มมีผู้สนใจขอซื้อ ส่งผลให้สูตรประจำบ้านค่อยๆ เปลี่ยนสถานะมาเป็นธุรกิจขนาดเล็ก2
จากยาสีฟันทำมือสู่ผลิตภัณฑ์ OTOP
ในระยะแรกของการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ยาสีฟันถูกผลิตเป็นล็อตเล็กๆ และบรรจุหีบห่อด้วยมือ การกระจายสินค้าอาศัยช่องทางร้านค้าท้องถิ่น ตลาด และการขายตรง ต่อมาธุรกิจได้เข้าร่วมโครงการ OTOP (หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์) ของรัฐบาล ซึ่งเป็นนโยบายส่งเสริมผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ท้องถิ่นและพัฒนาวิสาหกิจชุมชน2
Tepthai ได้รับการรับรองเป็น ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 5 ดาว ซึ่งช่วยให้สินค้าก้าวข้ามตลาดท้องถิ่นและสร้างการรับรู้ในฐานะแบรนด์สมุนไพรไทย ประวัติของบริษัทระบุว่าหลังจากนั้นได้เข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น1
ที่มาของชื่อ “Tepthai”
ชื่อ เทพไทย สะท้อนถึงปรัชญาของแบรนด์ที่มีต่อสมุนไพรไทย ทางครอบครัวมองว่าสมุนไพรคือสิ่งที่ธรรมชาติ “มอบ” ให้แก่คนไทย โดยมีแนวคิดเรื่องเทวดาผู้คุ้มครองเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังชื่อนี้ เอกสารราชการของไทยก็ได้อธิบายความหมายของชื่อในทำนองเดียวกันว่า สื่อถึงสมุนไพรที่เป็นของขวัญจากสวรรค์และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครองผู้คน2
ทั้งนี้ มีข้อมูลระบุว่าในอดีตยาสีฟันเคยใช้ชื่อว่า “รักษ์ไทย” มาก่อน ก่อนที่กิจการจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Tepthai ในเวลาต่อมา2
ผลิตภัณฑ์
ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ Tepthai
ยาสีฟันสูตรดั้งเดิมของ Tepthai วางตำแหน่งสินค้าเป็น ยาสีฟันสมุนไพรเข้มข้น ซึ่งแนะนำให้ใช้ในปริมาณน้อยต่อการแปรงฟันแต่ละครั้ง ตัวอย่างเช่น Watsons Thailand ระบุปริมาณที่แนะนำไว้ที่ประมาณ 0.2 กรัม หรือมีขนาดใกล้เคียงกับเมล็ดถั่วเขียว3
สูตรตำรับดั้งเดิมประกอบด้วยวัตถุดิบที่พบได้ในตำรายาไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่:
- พิมเสน (Borneol)
- การบูร (Camphor)
- เมนทอล (Menthol)
- ต้นข่อย (Streblus asper)
- กานพลู (Clove)
- ใบฝรั่ง (Guava leaf)
- ชะเอมเทศ (Licorice)
- เปปเปอร์มินต์ (Peppermint)
- อบเชย (Cinnamon) ในบางสูตร
- สารสกัดจากพืชอื่นๆ ตามประเภทสูตร
ทั้งนี้ ส่วนผสมที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์3
รูปแบบยาสีฟันหลัก
ปัจจุบัน สายผลิตภัณฑ์ของ Tepthai ได้ขยายออกไปนอกเหนือจากสูตรดั้งเดิม รายการสินค้าในช่องทางค้าปลีกประกอบด้วย:
- Original (รสสมุนไพรดั้งเดิม)
- Spearmint (รสสเปียร์มินต์)
- Mix Fruit (รสมิกซ์ฟรุต)
- Salt (รสเกลือ)
- Sensitive Original (สูตรอ่อนโยน รสดั้งเดิม)
- Sensitive Spearmint (สูตรอ่อนโยน รสสเปียร์มินต์)
- สูตรผสมฟลูออไรด์
Watsons มีรายการสินค้ายาสีฟัน Tepthai อยู่ 6 รายการ ครอบคลุมทั้งรสดั้งเดิม มิกซ์ฟรุต สเปียร์มินต์ เกลือ และสูตรสมุนไพรเข้มข้นสำหรับฟันไวต่อความรู้สึก3
นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้พัฒนาสูตรที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ โดยสูตรปัจจุบันมีการผสมผสานฟลูออไรด์เข้ากับสมุนไพร เช่น การบูร พิมเสน กานพลู อบเชย ใบพลู ขิง ขมิ้น และสเปียร์มินต์4
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากยาสีฟัน
แม้ Tepthai จะเป็นที่จดจำในฐานะยาสีฟันเป็นหลัก แต่บริษัทได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลจากสมุนไพร อย่างเต็มรูปแบบ
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย:
- สบู่สมุนไพร
- เจลอาบน้ำ
- โลชั่นทาผิวกาย
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า
- ผลิตภัณฑ์ลดสิว
- ผลิตภัณฑ์ปรับผิวกระจ่างใส
- ผลิตภัณฑ์เพื่อความสดชื่นและปกป้องผิว
ตัวอย่างเช่น คอลเลกชันออนไลน์ในปัจจุบันมีเจลอาบน้ำลดสิว เจลอาบน้ำวิตามิน C&E เพื่อผิวกระจ่างใส เจลอาบน้ำเพื่อความสดชื่นและปกป้องผิว โลชั่นทาตัวสูตรเข้าคู่กัน รวมถึงสบู่สมุนไพรสำหรับล้างหน้าและอาบน้ำ4
กระทรวงอุตสาหกรรมยังระบุว่า บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด เป็นผู้ผลิต ยาสีฟัน สบู่ และโลชั่นบำรุงผิวที่ใช้วัตถุดิบสมุนไพรไทย
การขยายสายผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการสำคัญของแบรนด์: จากผู้เชี่ยวชาญด้านยาสีฟัน สู่บริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลจากสมุนไพรไทยครบวงจร
อัตลักษณ์ด้านสมุนไพร
ลักษณะเฉพาะตัวของ Tepthai คือการเน้นย้ำถึง วัตถุดิบสมุนไพรไทย
บริษัทระบุว่าส่วนผสมดังต่อไปนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในปรัชญาผลิตภัณฑ์สมุนไพรของตน:1
- การบูร (Camphor)
- พิมเสน (Borneol)
- เมนทอล (Menthol)
- ต้นข่อย (Streblus asper)
- กานพลู (Clove)
- ฝรั่ง (Guava)
- อบเชย (Cinnamon)
- ชะเอมเทศ (Licorice)
สิ่งนี้ทำให้ Tepthai มีอัตลักษณ์แตกต่างจากแบรนด์ยาสีฟันกระแสหลักที่มักแข่งขันกันด้วยส่วนผสมดูแลช่องปากทั่วไป รสชาติ ความขาว หรือประโยชน์ด้านความงามเพียงอย่างเดียว
Tepthai จึงสร้างเรื่องราวของแบรนด์โดยยึดโยงกับแนวคิด การนำภูมิปัญญาสมุนไพรไทยดั้งเดิมมาประยุกต์เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคสมัยใหม่
กระบวนการผลิต
ฐานการผลิตของบริษัทตั้งอยู่ที่:
34/3 หมู่ 7 ตำบลนาหม่อม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา 90310 ประเทศไทย1
บริษัทระบุว่ามีการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย โดยมีเป้าหมายเพื่อผสานวัตถุดิบสมุนไพรเข้ากับกระบวนการผลิตสมัยใหม่ที่ควบคุมมาตรฐานได้1
โรงงานผลิตของบริษัทได้รับมาตรฐาน ASEAN Cosmetic GMP นอกจากนี้ยังมีใบรับรองและมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่:
- OTOP
- ฮาลาล (Halal)
- เครื่องหมาย Thailand Trust Mark
- อุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 2 (Green Industry Level 2)
- มาตรฐานแรงงานไทย (Thai Labour Standard)
บริษัทยังได้รับ รางวัลสถานประกอบการเครื่องสำอางดีเด่นจาก อย. ประจำปี 2021 และ รางวัลผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่นประเภทส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ประจำปี 2023 จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา1
มาตรฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางตำแหน่งแบรนด์ของ Tepthai เนื่องจากช่วยเชื่อมโยงภาพลักษณ์ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบบดั้งเดิม เข้ากับความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในการผลิต
การพัฒนาแบรนด์
Tepthai ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการยกระดับ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรท้องถิ่น/OTOP สู่แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคระดับชาติ
ในช่วงแรก ธุรกิจพึ่งพาปัจจัยดังนี้:
- การผลิตโดยสมาชิกในครอบครัว
- การบอกต่อแบบปากต่อปาก
- ร้านค้าปลีกท้องถิ่น
- งานแสดงสินค้า OTOP
- การขายตรง
ต่อมาบริษัทได้นำระบบการผลิตและการจัดจำหน่ายที่มีโครงสร้างชัดเจนมากขึ้นมาใช้ ตามข้อมูลการพัฒนาธุรกิจจาก Bangkok Bank SME บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ ได้ปรับเปลี่ยนจุดยืนให้มีความเป็น ผู้ผลิต ที่เข้มแข็งขึ้น พร้อมทั้งใช้ตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขยายฐานตลาด2
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แบรนด์ก้าวพ้นจากภาพลักษณ์สินค้าสมุนไพรท้องถิ่น และสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดดูแลช่องปากกระแสหลักของประเทศไทยได้
การตลาด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Tepthai เติบโตคือการตัดสินใจทำให้ยาสีฟันสมุนไพรเข้าถึง ผู้บริโภคในตลาดแมส ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP แบบดั้งเดิมหรือตลาดเฉพาะกลุ่ม
แบรนด์ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดหลายรูปแบบ:
อัตลักษณ์ความเป็นไทย
Tepthai ยังคงรักษาภาพลักษณ์และแนวคิดที่ผูกพันกับสมุนไพรไทยไว้เสมอ ซึ่งช่วยสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ยาสีฟันนานาชาติ
การให้ความรู้
บริษัทให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับบทบาทและคุณสมบัติของส่วนผสมสมุนไพร แทนที่จะขายยาสีฟันในฐานะสินค้าทั่วไปเพียงอย่างเดียว2
ค้าปลีกสมัยใหม่
การเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก ปัจจุบันสินค้า Tepthai หาซื้อได้ตามช่องทางจัดจำหน่ายหลัก รวมถึง Watsons Thailand ซึ่งมีสินค้ายาสีฟันหลาย SKU วางจำหน่าย3
การใช้พรีเซนเตอร์
Tepthai ยังได้รุกเข้าสู่การโฆษณากระแสหลัก สิ่งพิมพ์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมระบุว่า แบรนด์ได้ใช้ เบลล่า ราณี แคมเปน เป็นพรีเซนเตอร์ในช่วงที่นักแสดงสาวกำลังได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งช่วยให้ Tepthai สร้างการรับรู้ในวงกว้าง2
นี่คือส่วนสำคัญในวิวัฒนาการของแบรนด์: บริษัทได้เปลี่ยนผ่านจากอัตลักษณ์ระดับ grassroots แบบ OTOP สู่ การสร้างแบรนด์มวลชนอย่างเป็นมืออาชีพ
ตำแหน่งทางการตลาด
Tepthai ครองตำแหน่งที่แตกต่างในตลาดยาสีฟันของไทย
โดยอยู่กึ่งกลางระหว่าง:
วัฒนธรรมเวชกรรมสมุนไพรไทยดั้งเดิม
↓
ผลิตภัณฑ์ชุมชน/OTOP
↓
แบรนด์สมุนไพรสำหรับผู้บริโภคสมัยใหม่
↓
ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในตลาดแมส
ดังนั้น อัตลักษณ์ในการแข่งขันจึงไม่ใช่แค่ “ยาสีฟันไทยราคาถูก” แต่ข้อเสนอหลักของแบรนด์ใกล้เคียงกับ:
ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยดั้งเดิม + สูตรเข้มข้น + กระบวนการผลิตสมัยใหม่ + การสร้างแบรนด์มวลชนที่เข้าถึงง่าย
การผสมผสานนี้ทำให้ Tepthai สามารถรักษาอัตลักษณ์แบบไทยไว้ได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ยังคงความสามารถในการแข่งขันในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
ข้อมูลองค์กร
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์คือ บริษัท เทพไทย โปรดัคท์ จำกัด
ข้อมูลทะเบียนธุรกิจระบุว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก โดยจดทะเบียนในจังหวัดสงขลา บริษัทจัดตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2013 แม้ว่ากิจการครอบครัวเดิมจะมีอายุยาวนานกว่านั้นมาก2
ปัจจุบันบริษัทบริหารงานโดย กร สุริยพันธุ์ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เอกสารของธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับปี 2026 ระบุชื่อเขาในตำแหน่งดังกล่าว และระบุว่าในขณะที่ได้รับรางวัล บริษัทมีพนักงานมากกว่า 136 คน2
ทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน
การพัฒนาของ Tepthai ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายยาสีฟันให้ได้มากขึ้นเท่านั้น
บริษัทได้วางตำแหน่งตนเองเป็น ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคจากสมุนไพรไทย อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยยังคงให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเป็นหมวดหมู่เรือธง ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและดูแลร่างกายเป็นพื้นที่สำหรับการเติบโตเพิ่มเติม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ยกย่อง Tepthai เป็นกรณีตัวอย่างของวิสาหกิจสมุนไพรขนาดเล็ก/ท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นเป็น SME ขนาดใหญ่โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์สมุนไพรไทยไว้ได้2
ภาครัฐยังได้ชี้ให้เห็นถึงการนำวัตถุดิบสมุนไพรไทยมาใช้และศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศของบริษัท ว่าเป็นตัวอย่างของการผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์ Soft Power และการส่งออกของประเทศ2
ความสำคัญของแบรนด์
Tepthai มีความโดดเด่นไม่ใช่เพราะเป็นผู้คิดค้นยาสีฟันสมุนไพร แต่เพราะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สูตรตำรับประจำครอบครัวแบบดั้งเดิมสามารถยกระดับเป็นแบรนด์ไทยที่ขยายขนาดได้จริง
เส้นทางการเติบโตสรุปได้ดังนี้:
ภูมิปัญญาสมุนไพรครอบครัว
→ ยาสีฟันทำใช้เองในบ้าน
→ ความต้องการจากการบอกต่อ
→ ธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก
→ เข้าร่วมโครงการ OTOP
→ ได้รับการรับรอง OTOP 5 ดาว
→ การผลิตด้วยระบบสมัยใหม่
→ การจัดจำหน่ายผ่านค้าปลีกสมัยใหม่
→ การโฆษณาแห่งชาติและการใช้พรีเซนเตอร์
→ การขยายสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอื่นๆ
ด้วยเหตุนี้ Tepthai จึงเป็นกรณีศึกษาที่มีคุณค่าในด้าน การสร้างแบรนด์ SME ไทย, การทำให้ผลิตภัณฑ์ OTOP เชิงพาณิชย์, การตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพร และความทันสมัยของภูมิปัญญาดั้งเดิม2





