เกี่ยวกับ Srichand
Srichand เป็นแบรนด์ความงามและเครื่องสำอางของไทยที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1948 โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากผลิตภัณฑ์แป้งทาหน้า โดยเฉพาะแป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) ซึ่งได้พัฒนาต่อยอดจากร้านขายยาและธุรกิจเครื่องสำอางแบบดั้งเดิม สู่การเป็นบริษัทด้านความงามและสกินแคร์สมัยใหม่ แบรนด์กำหนดจุดยืนด้านการทำความเข้าใจ สภาพผิวของคนไทยและภูมิอากาศแบบเมืองร้อน พร้อมทั้งขยายไลน์สินค้าไปสู่กลุ่มสกินแคร์ กันแดด เมคอัพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามในวงกว้าง โดยมี บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เป็นผู้ดำเนินกิจการ1
ข้อมูลสังเขป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | Srichand / ศรีจันทร์ |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย 🇹🇭 |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1948 |
| ผู้ก่อตั้ง | พงษ์ หาญอุตสาหะ |
| บริษัท | บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด |
| สำนักงานใหญ่ | Bangkok, Thailand |
| อุตสาหกรรม | ความงาม เครื่องสำอาง สกินแคร์ สุขภาพและเวลเนส |
| สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ | แป้งศรีจันทร์ / แป้งฝุ่นโปร่งแสง |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปัจจุบัน | รวิศ หาญอุตสาหะ (ทายาทรุ่นที่ 3) |
| การเปลี่ยนแปลงสำคัญ | การฟื้นฟูและปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยเริ่มต้นในช่วงทศวรรษ 2000 และการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2014 |
| จุดยืนปัจจุบัน | แบรนด์ความงามไทยที่มุ่งเน้นความเข้าใจในสภาพผิวของคนไทย |
ตามประวัติอย่างเป็นทางการของบริษัท ปี 1948 ถือเป็นปีแห่งการก่อตั้ง และมีคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปัจจุบัน1
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นในยุค 1940
เรื่องราวของ Srichand มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับวงการร้านขายยาแผนโบราณของไทย
ตามบันทึกประวัติอย่างเป็นทางการขององค์กร พงษ์ หาญอุตสาหะ ซึ่งประกอบธุรกิจเภสัชกรรมอยู่ในขณะนั้น ได้รับโอนสูตรแป้งหอมทาหน้ามาจาก นายแพทย์เล้ง ศรีจันทร์ ต่อมาในปี 1948 กิจการจึงได้ใช้ชื่อว่า ห้างขายยาศรีจันทร์สหโอสถ โดยในช่วงแรกครอบคลุมทั้งกิจการด้านเภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และเครื่องสำอาง1
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางแหล่งระบุว่าครอบครัวหาญอุตสาหะเริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1942 ก่อนจะได้รับสูตรแป้งหอมศรีจันทร์ในปี 1948 อย่างไรก็ตาม ประวัติองค์กรฉบับปัจจุบันที่ใช้เป็นทางการยังคงยึดถือปี 1948 เป็นปีแห่งการก่อตั้ง2
ผลิตภัณฑ์ต้นกำเนิด
อัตลักษณ์ในยุคแรกของกิจการผูกพันกับ แป้งหอมศรีจันทร์ ซึ่งเป็นแป้งทาหน้าสไตล์ไทยดั้งเดิมอย่างมาก
แป้งชนิดนี้ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากถูกใช้เป็นทั้งแป้งทาหน้าและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยควบคุมความมันและทำให้ผิวดูเรียบเนียน บรรจุภัณฑ์โทนสี เหลือง-น้ำเงิน อันเป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นภาพจำที่คุ้นตาของผู้บริโภคชาวไทยมาหลายชั่วอายุคน1
จากแป้งตำรับดั้งเดิมสู่ภาพลักษณ์แบรนด์เก่าแก่
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ Srichand ถือเป็นชื่อที่คุ้นเคยในทุกครัวเรือนของไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดเครื่องสำอางมีความทันสมัยขึ้นและแบรนด์นานาชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แป้งศรีจันทร์สูตรดั้งเดิมก็ค่อยๆ ถูกจดจำในฐานะสินค้าสำหรับ คนรุ่นเก่าหรือเป็นเรื่องของความทรงจำ มากกว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ความงามร่วมสมัย
ทางบริษัทเองได้อธิบายถึงช่วงเวลานี้ว่า แม้แป้งห่อสีเหลือง-น้ำเงินจะยังเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคสูงวัย แต่ความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่กลับลดน้อยลง1
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความท้าทายที่น่าสนใจ:
Srichand มีมรดกทางแบรนด์ที่แข็งแกร่ง แต่มรดกนั้นอาจกลายเป็นภาระหากไม่สามารถทำให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้
นี่จึงกลายเป็นโจทย์หลักที่ทายาทรุ่นถัดไปของตระกูลหาญอุตสาหะต้องเข้ามาแก้ไข
รวิศ หาญอุตสาหะ กับการฟื้นฟูแบรนด์
จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี 2006 เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล ได้เข้ามาร่วมบริหารงานและริเริ่มโครงการฟื้นฟูแบรนด์ครั้งใหญ่1
เป้าหมายของเขาไม่ใช่เพียงการรักษาแป้งสูตรเก่าไว้เท่านั้น แต่คือการยกระดับ Srichand ให้เป็นแบรนด์เครื่องสำอางสมัยใหม่อย่างเต็มตัว
กลยุทธ์ที่ใช้ประกอบด้วย:
- การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย
- การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่
- การปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์
- การศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
- การพัฒนาเครื่องสำอางประเภทใหม่ๆ
- การใช้ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย
- การรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้แบรนด์เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น
ประวัติองค์กรระบุว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งสำคัญ เพื่อผลักดัน Srichand จากธุรกิจครอบครัวแบบดั้งเดิม สู่การเป็นบริษัทเครื่องสำอางที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากล1
การรีแบรนด์ปี 2014
หนึ่งในหมุดหมายที่สำคัญที่สุดคือเหตุการณ์ในปี 2014
อัตลักษณ์ของ แป้งหอมศรีจันทร์ แบบดั้งเดิม ได้รับการพลิกโฉมสู่แบรนด์เครื่องสำอาง SRICHAND ในมิติที่กว้างขึ้น
แทนที่จะทิ้งสินค้าดั้งเดิม Srichand เลือกใช้ชื่อเสียงและประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็นรากฐานในการสร้างพอร์ตโฟลิโอเครื่องสำอางยุคใหม่
บริษัทได้ทำการปรับปรุงสูตรให้ได้มาตรฐานเครื่องสำอางสมัยใหม่ ปรับอัตลักษณ์ทางสายตาและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการสื่อสารการตลาด1
อาจกล่าวได้ว่านี่คือช่วงเวลาชี้ชะตาของ Srichand ในยุคใหม่
ก่อนการเปลี่ยนแปลง
แบรนด์แป้งทาหน้าแบบไทยดั้งเดิม
↓
หลังการเปลี่ยนแปลง
แบรนด์เครื่องสำอางและความงามไทยสมัยใหม่
การเปลี่ยนผ่านนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ Srichand ยังคงมีความเกี่ยวข้องและเติบโตได้ในปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์สร้างชื่อ: แป้งฝุ่นโปร่งแสง
หากมีหมวดหมู่สินค้าใดที่สะท้อนความเป็น Srichand ยุคใหม่ได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือ แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder)
Srichand Translucent Powder ประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างคุณค่าของแป้งตำรับดั้งเดิมกับความคาดหวังของผู้ใช้เมคอัพยุคใหม่
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ ได้แก่:
- เนื้อแป้งละเอียด
- บางเบา ไม่หนักหน้า
- ประสิทธิภาพการควบคุมความมัน
- ช่วยเซ็ตเมคอัพให้ติดทน
- เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
Watsons ระบุว่า Srichand Translucent Powder เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ และยังเป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงที่มียอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 20152
สินค้านี้ทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมระหว่าง Srichand ยุคเก่าและยุคใหม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน
ปัจจุบัน Srichand ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผลิตแป้งอีกต่อไป
โดยมีพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่หลัก1
A. เมคอัพ (Makeup)
ยังคงเป็นหมวดหมู่หัวใจสำคัญของแบรนด์ ตัวอย่างสินค้าได้แก่:
- แป้งฝุ่นโปร่งแสง
- แป้งพัฟ / แป้งรองพื้น
- รองพื้น
- เบสเมคอัพ
- ผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปาก
- ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิว
โดยเฉพาะ Bare to Perfect Translucent Powder ที่มีความโดดเด่นในไลน์สินค้าปัจจุบัน ทางแบรนด์ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้มีเนื้อสัมผัสละเอียด บางเบา พร้อมเทคโนโลยีคุมมันที่ออกแบบมาเพื่อความติดทนยาวนาน1
B. สกินแคร์ (Skincare)
Srichand ขยายเข้าสู่ตลาดสกินแคร์อย่างจริงจัง โดยมีผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน เช่น:
- เอสเซนส์
- เซรั่ม
- เจลครีม
- ผลิตภัณฑ์เพื่อความกระจ่างใส
- ผลิตภัณฑ์ต้านริ้วรอย
- ผลิตภัณฑ์ดูแลเกราะป้องกันผิว
- ผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ
หนึ่งในคอลเลกชันสกินแคร์ที่สำคัญคือซีรีส์ Skin Moisture Burst ที่เน้นเรื่องการเติมความชุ่มชื้น ประกอบด้วยเอสเซนส์ เซรั่ม และเจลครีม1
C. กันแดด (Sunscreen)
กันแดดกลายเป็นอีกหมวดหมู่ที่มีความสำคัญ
บริษัทวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์กันแดดให้เป็นมากกว่าการปกป้องรังสียูวี โดยผสานประโยชน์ด้านการบำรุงผิวเข้าด้วยกัน ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ในตระกูล Sunlution วางจำหน่าย1
D. ผลิตภัณฑ์ความงามอื่นๆ
บนร้านค้าอย่างเป็นทางการยังมีรายการสินค้าอื่นๆ เช่น:
- แป้งโรยตัว
- มาส์กหน้า
- ผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวเพิ่มเติม
- ทรีตเมนต์บำรุงผิวหลากหลายชนิด
สิ่งนี้สะท้อนถึงการเคลื่อนย้ายสู่การเป็นบริษัทด้าน ความงามและสุขภาพ (Beauty and Wellness) อย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มีสินค้าเดียว3
ความหมายของชื่อ “Srichand”
ศรีจันทร์ (Srichand) คือชื่อภาษาไทยของแบรนด์
ชื่อนี้มีกลิ่นอายความเป็นไทยดั้งเดิมที่สอดคล้องกับรากเหง้าของบริษัท แทนที่จะเปลี่ยนไปใช้ชื่อที่ฟังดูเป็นตะวันตกทั้งหมด บริษัทในยุคใหม่ยังคงรักษาชื่อ SRICHAND ไว้เป็นแกนกลางของอัตลักษณ์
ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะมรดกความเป็นไทยได้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า
แทนที่จะสื่อสารว่า:
“เราคือบริษัทผลิตแป้งเก่าแก่ของไทย”
ข้อความของ Srichand ยุคใหม่จึงใกล้เคียงกับ:
“เราคือแบรนด์ความงามไทยที่เข้าใจผิวของคนไทย”
จุดยืนปัจจุบันขององค์กรระบุชัดเจนว่า Srichand คือแบรนด์ที่ “เข้าใจทุกสภาพผิวของคนไทย” และมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันด้านความงามและสุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ1
ปรัชญาของแบรนด์
แนวคิดหลักที่อยู่เบื้องหลัง Srichand ยุคปัจจุบันคือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะถิ่น (Local Expertise)
บริษัทมองว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความต้องการเฉพาะตัว เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น:
- สภาพอากาศร้อนชื้น
- สภาพผิวมันหรือผิวผสม
- วิถีชีวิตของคนในพื้นที่
- มลภาวะและสิ่งแวดล้อม
- ความชื่นชอบในเนื้อสัมผัสและฟินิชของเมคอัพ
ดังนั้น แทนที่จะลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ความงามจากตะวันตก Srichand จึงมุ่งพัฒนาสินค้าโดยยึดความต้องการของผู้บริโภคชาวเอเชีย/ไทย เป็นศูนย์กลาง
แนวทางขององค์กรสรุปปรัชญานี้ไว้ที่การทำความเข้าใจ “ทุกสภาพผิวของคนไทย” และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในประเทศ1
นี่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของอัตลักษณ์แบรนด์ Srichand
การผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและความทันสมัย
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของ Srichand สามารถอธิบายได้ด้วยสมการ:
มรดกความเป็นไทย + เครื่องสำอางสมัยใหม่ + ราคาที่เข้าถึงได้ + ความเชี่ยวชาญเรื่องผิวคนไทย
การผสมผสานนี้ทำให้แบรนด์แตกต่างจากแบรนด์ความงามข้ามชาติจำนวนมาก
แบรนด์ไม่ได้พยายามปิดบังอายุอานัมของตน
แต่กลับเปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ
ในขณะที่บริษัทมีอายุเกือบแปดทศวรรษ ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาดในยุคปัจจุบันกลับถูกออกแบบมาให้แข่งขันกับแบรนด์เครื่องสำอางร่วมสมัยได้อย่างทัดเทียม1
กรณีของ Srichand จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการ ฟื้นฟูแบรนด์ (Brand Revitalization) โดยการนำสินค้าเก่าแก่ที่เคยตกยุคมาปรับตำแหน่งใหม่เพื่อให้โดนใจคนรุ่นใหม่ โดยไม่ต้องละทิ้งรากเหง้าเดิม
การตลาดและวัฒนธรรมสมัยนิยม
Srichand ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคเยาวชนมากขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ BamBam (กุลพิมุกต์ ภู่สกุล) ศิลปิน K-pop สัญชาติไทย สมาชิกวง GOT7
ทางบริษัทระบุว่า BamBam เข้ามาเป็น Global Artist ให้กับ Srichand ในช่วงปลายปี 2024 เพื่อช่วยเสริมสร้างการรับรู้ในระดับสากลผ่านแคมเปญ “SRICHAND IN-SKIN”1
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแบรนด์ในปัจจุบันนำเสนอภาพของ BamBam คู่กับจุดยืน IN-SKIN อย่างโดดเด่น3
นี่คือวิวัฒนาการอีกขั้นของแบรนด์:
ทศวรรษ 1940–2000: แบรนด์ประจำครัวเรือนไทยแบบดั้งเดิม
→ ทศวรรษ 2010: แบรนด์เครื่องสำอางไทยสมัยใหม่
→ ทศวรรษ 2020: แบรนด์ความงามไทยที่มุ่งสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ
กลุ่มเป้าหมายของ Srichand
ในอดีต ลูกค้าของ Srichand คือผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามราคาประหยัดและใช้งานได้จริง
แต่วันนี้ กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์มีความกว้างขวางขึ้นมาก
กลุ่มเป้าหมายหลัก
- ผู้บริโภคชาวไทย
- วัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น
- ผู้ใช้งานเมคอัพ
- ผู้สนใจดูแลผิวพรรณ
- ผู้มองหาผลิตภัณฑ์ความงามราคาปานกลางถึงประหยัด
- ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น/แบบเอเชีย
กลุ่มเป้าหมายรอง
Srichand ยังดึงดูดผู้บริโภคต่างชาติที่สนใจใน Thai Beauty / Asian Beauty (T-beauty)
มรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 20 คือสิ่งที่แบรนด์เกิดใหม่จำนวนมากไม่มี และเป็นจุดแข็งที่สร้างความน่าเชื่อถือ
บทบาทในวงการความงามไทย
Srichand มักได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เคยหยิบยก Srichand ขึ้นมาเป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่มีส่วนปั้นแต่งอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศ โดยระบุว่าเป็นแบรนด์ไทยที่มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1948 และมีการขยายผลจากแป้งฝุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์2
ความสำคัญของ Srichand ไม่ได้อยู่ที่การเป็นบริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
แต่อยู่ที่การเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจาก ผลิตภัณฑ์ความงามไทยแบบดั้งเดิม สู่เครื่องสำอางไทยสมัยใหม่
อัตลักษณ์ทางธุรกิจ
นิติบุคคลผู้ดำเนินกิจการคือ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด
มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร และยังคงเป็นธุรกิจที่บริหารงานโดยครอบครัว โดยมีคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร1
บริษัทกำหนดทิศทางธุรกิจกว้างๆ ไว้ภายใต้แนวคิด Health, Wellness, and Beauty (HWB) ซึ่งบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะเติบโตไปไกลกว่าแค่เครื่องสำอางตกแต่งสีสันแบบดั้งเดิม1
เหตุผลที่ Srichand น่าสนใจในมุมมองการสร้างแบรนด์
ในแง่มุมของการทำธุรกิจและการสร้างแบรนด์ Srichand มีความน่าสนใจเป็นพิเศษจาก 5 ปัจจัย:
1. มีรากเหง้าท้องถิ่นที่ลึกซึ้ง
มีแบรนด์ความงามไทยสมัยใหม่จำนวนน้อยมากที่สามารถสืบย้อนประวัติไปได้ถึงปี 19481
2. ประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูแบรนด์สูงวัย
แทนที่จะปล่อยให้แบรนด์แป้งดั้งเดิมหายไป บริษัทเลือกที่จะปลุกชีพและทำให้ทันสมัย
3. รักษาอัตลักษณ์เดิมไว้ได้
แบรนด์ไม่ได้ทิ้งชื่อ Srichand หรือความเป็นไทยไปจนหมดสิ้น
4. ขยายขอบเขตเกินกว่าสินค้าเรือธง
แป้ง → เมคอัพ → สกินแคร์ → กันแดด → ความงามและสุขภาพ
5. เปลี่ยนคำว่า “ไทย” ให้เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
แทนที่จะมองว่าต้นกำเนิดแบบไทยเป็นอุปสรรค Srichand ยุคใหม่ใช้ ความเข้าใจผิวคนไทย เป็นจุดขายหลัก
เส้นเวลาสำคัญ
1948 — ก่อตั้งห้างขายยาศรีจันทร์สหโอสถ หลังจากคุณพงษ์ หาญอุตสาหะ ได้รับสูตรแป้งหอมศรีจันทร์1
ทศวรรษ 1950–1990 — แป้งหอมศรีจันทร์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่คุ้นเคยในสังคมไทย
1988 — เปลี่ยนชื่อองค์กรเป็น บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ตามเส้นเวลาประวัติศาสตร์ของบริษัท1
2006 — รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 เข้าร่วมบริหารงานและเริ่มกระบวนการฟื้นฟูแบรนด์ครั้งใหญ่1
2014 — แบรนด์แป้งดั้งเดิมผ่านการรีแบรนด์สู่ SRICHAND ยุคใหม่1
2015 — Watsons รายงานว่า Srichand Translucent Powder เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย2
2017 เป็นต้นไป — บริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ และมุ่งเป้าสู่การเป็นแบรนด์เครื่องสำอางระดับประเทศและนานาชาติ2
ทศวรรษ 2020 — Srichand ขยายเข้าสู่หมวดหมู่สกินแคร์ กันแดด และความงาม/สุขภาพที่กว้างขึ้น1
2024 — BamBam ร่วมงานกับแบรนด์ในฐานะ Global Artist สำหรับแคมเปญ IN-SKIN สนับสนุนภาพลักษณ์สู่เวทีโลก1
2026 — Srichand นำเสนอตนเองในฐานะแบรนด์ความงามไทยที่ครอบคลุมทั้งเมคอัพ สกินแคร์ และกันแดด พร้อมความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันด้านความงามและสุขภาพที่ครบวงจร1
แผนภาพวิวัฒนาการของแบรนด์ Srichand
ร้านขายยาแผนโบราณไทย
│
▼
แป้งหอมศรีจันทร์
│
▼
แป้งทาหน้าสัญลักษณ์ของไทย
│
│ ความนิยมลดลง
▼
การฟื้นฟูแบรนด์
(ตั้งแต่ปี 2006)
│
▼
การรีแบรนด์ปี 2014
│
▼
SRICHAND
│
┌────┼─────────┐
▼ ▼ ▼
เมคอัพ สกินแคร์ กันแดด
│ │ │
└────┼─────────┘
▼
ความงาม + สุขภาพ (Wellness)
│
▼
มรดกไทย + ความทันสมัย
ความงามแบบเอเชีย/เมืองร้อน
บทสรุปโดยรวม
Srichand ควรได้รับการพิจารณาในฐานะกรณีศึกษาของการแปลงโฉมแบรนด์มรดกทางวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าการเป็นเพียงแบรนด์แป้งของไทย
ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันดั้งเดิมคือแป้งทาหน้าแบบไทย แต่ข้อได้เปรียบในยุคปัจจุบันมีความกว้างขวางกว่านั้นมาก ได้แก่ ความรู้เฉพาะถิ่น มรดกความเป็นไทย ความงามในราคาที่เข้าถึงได้ สูตรผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมท้องถิ่น และประวัติศาสตร์ที่จดจำได้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการก้าวข้ามจาก:
“แป้งของคุณยาย”
ไปสู่:
“แบรนด์ความงามไทยสมัยใหม่ที่เข้าใจผิวของฉัน”
นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เรื่องราวของ Srichand มีความน่าสนใจยิ่งไปกว่าแค่รายการสินค้า เพราะเป็นบทพิสูจน์ว่าแบรนด์ท้องถิ่นอายุเกือบ 80 ปีสามารถใช้มรดกทางประวัติศาสตร์เป็นฐานในการสร้างความทันสมัย แทนที่จะปล่อยให้ประวัติศาสตร์นั้นฉุดรั้งให้แบรนด์ดูเก่าเชย





