T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Philips Lighting

Philips Lighting เป็นชื่อบริษัทในอดีตของธุรกิจแสงสว่างระดับโลก ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ Royal Philips ก่อนที่จะแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2016 ต่อมาในปี 2018 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อองค์กรอย่างเป็นทางการเป็น Signify N.V. แต่ยังคงใช้ชื่อ Philips เป็นแบรนด์หลักสำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่างภายใต้ข้อตกลงสิทธิ์การใช้งานกับ Royal Philips 1

ในปัจจุบัน ชื่อ “Philips Lighting” จึงมีสถานะเป็นชื่อองค์กรในเชิงประวัติศาสตร์เป็นหลัก ในขณะที่ Philips ยังคงเป็นแบรนด์สินค้าแสงสว่างรายใหญ่ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Signify

ภาพรวม

หัวข้อ ข้อมูล
ชื่อองค์กรเดิม Philips Lighting N.V.
ชื่อองค์กรปัจจุบัน Signify N.V.
จุดเริ่มต้นธุรกิจแสงสว่าง Philips 1891
ผู้ก่อตั้งดั้งเดิม Gerard Philips และ Frederik Philips
สถานที่ก่อตั้ง Eindhoven, Netherlands
การแยกตัวจาก Philips 2016
การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Amsterdam, 2016
สัญลักษณ์หุ้น LIGHT
การเปลี่ยนชื่อองค์กร Philips Lighting → Signify, พฤษภาคม 2018
ความสัมพันธ์กับ Philips ในปัจจุบัน สิทธิ์การใช้แบรนด์ Philips ภายใต้สัญญาอนุญาต
อุตสาหกรรมหลัก แสงสว่างและเทคโนโลยีแสงสว่าง
ผลิตภัณฑ์ หลอดไฟ, ระบบแสงสว่าง LED, โคมไฟ, สมาร์ทไลท์ติ้ง, ระบบแสงสว่างแบบเชื่อมต่อและระบบควบคุม
ตลาดเป้าหมาย ผู้บริโภค, มืออาชีพ, พาณิชย์, อุตสาหกรรม และภาครัฐ
แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง Philips, Philips Hue, Interact, Color Kinetics
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (มรดกทางประวัติศาสตร์) Eindhoven, Netherlands

รากฐานของธุรกิจแสงสว่าง Philips ย้อนกลับไปถึงปี 1891 ขณะที่บริษัท Philips Lighting ในฐานะนิติบุคคลอิสระนั้นเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างเพื่อแยกธุรกิจแสงสว่างออกจาก Philips ในปี 2016 2

ประวัติความเป็นมา

จุดเริ่มต้นในยุคแรก (1891–ทศวรรษ 1910)

เรื่องราวของ Philips Lighting เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Gerard Philips และ Frederik Philips ก่อตั้งบริษัท Philips ขึ้นที่เมือง Eindhoven ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 1891

ในช่วงแรก ธุรกิจของบริษัทมีความผูกพันอย่างมากกับการผลิตหลอดไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีแสงสว่างด้วยไฟฟ้ายังเป็นเรื่องใหม่ การพัฒนาหลอดไส้ที่ใช้งานได้เสถียรจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากยุคแสงสว่างด้วยก๊าซและน้ำมันไปสู่ยุคไฟฟ้า

ตลอดหลายทศวรรษต่อมา แสงสว่างกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่กำหนดตัวตนของ Philips โดยบริษัทได้เติบโตจากผู้ผลิตหลอดไฟกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งยังคงยึดถือมรดกทางประวัติศาสตร์ด้านแสงสว่างที่ยาวนานนับตั้งแต่ปี 1891 3

การก้าวสู่การเป็นบริษัทแสงสว่างระดับโลก

ในช่วงศตวรรษที่ 20 Philips ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์แสงสว่างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของบริษัทขยายออกไปไกลกว่าหลอดไส้สำหรับครัวเรือนทั่วไป ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีหลากหลายประเภท ได้แก่:

  • หลอดไส้
  • หลอดฟลูออเรสเซนต์
  • หลอดฮาโลเจน
  • หลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์
  • หลอดดิสชาร์จ
  • ระบบแสงสว่างสำหรับยานยนต์
  • โคมไฟระดับมืออาชีพ
  • ระบบแสงสว่างสถาปัตยกรรม
  • ระบบแสงสว่างภายนอกอาคารและถนน
  • ระบบแสงสว่าง LED
  • ระบบควบคุมแสงสว่างอิเล็กทรอนิกส์

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ Philips จาก ผู้ผลิตหลอดไฟ ไปสู่ผู้ให้บริการระบบแสงสว่างครบวงจร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีแสงสว่างวิวัฒนาการจากหลอดไฟเดี่ยวๆ ไปสู่ระบบที่ผสานรวม LED เซนเซอร์ เครือข่าย และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี LED

หนึ่งในจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Philips Lighting คือการเปลี่ยนจากเทคโนโลยีแสงสว่างแบบดั้งเดิมไปสู่ LED (ไดโอดเปล่งแสง)

เทคโนโลยี LED มีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเดิม เช่น:

  • ใช้พลังงานต่ำกว่า
  • อายุการใช้งานยาวนานกว่า
  • ขนาดกะทัดรัด
  • สามารถควบคุมด้วยระบบดิจิทัลได้
  • ปรับแต่งสีสันได้
  • เชื่อมต่อกับเซนเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ง่าย
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Connected/IoT

Philips มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านนี้ จนกระทั่งในช่วงทศวรรษ 2010 ธุรกิจของ Philips Lighting ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขายหลอดไฟทดแทนอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ โคมไฟ LED, ระบบแสงสว่างแบบเชื่อมต่อ, ระบบควบคุม และระบบแสงสว่างดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ

การแยกตัวจาก Royal Philips

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วง ทศวรรษ 2010 เมื่อ Royal Philips ตัดสินใจแยกธุรกิจแสงสว่างออกจากส่วนอื่นๆ ขององค์กร เพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปที่เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

โครงสร้างบริษัทอิสระสำหรับธุรกิจแสงสว่างได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2016 และต่อมา Philips Lighting ได้กลายเป็นบริษัทที่จดทะเบียนแยกต่างหาก 4

การเสนอขายหุ้น IPO ปี 2016

ในเดือน พฤษภาคม 2016 Philips Lighting ได้นำเสนอหุ้นต่อสาธารณชนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Amsterdam โดยใช้สัญลักษณ์หุ้น LIGHT

เหตุการณ์นี้เป็นการเปลี่ยนสถานะของ Philips Lighting จากแผนกหนึ่งของ Royal Philips สู่การเป็นบริษัทมหาชนอิสระอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของธุรกิจ 5

การเปลี่ยนชื่อเป็น Signify

หลังจากการแยกตัวจาก Royal Philips บริษัทจำเป็นต้องสร้างอัตลักษณ์องค์กรใหม่เนื่องจากไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างบริษัทแม่เดิมอีกต่อไป

ในเดือนมีนาคม 2018 Philips Lighting ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Signify โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อถึงวิสัยทัศน์ที่มองว่าแสงสว่างเป็น “ภาษาอัจฉริยะ” ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน ระบบ และข้อมูลเข้าด้วยกัน 6

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2018 บริษัทได้ประกาศการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการจาก:

Philips Lighting N.V. → Signify N.V.

โดยยังคงใช้สัญลักษณ์หุ้น LIGHT ตามเดิม

สถานะของแบรนด์ Philips ในปัจจุบัน

แม้ชื่อองค์กรจะเปลี่ยนไปเป็น Signify แต่ชื่อ Philips ยังคงปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์แสงสว่างอย่างต่อเนื่อง

Signify ได้ทำข้อตกลงสิทธิ์การใช้งานกับ Royal Philips เพื่อให้สามารถใช้แบรนด์ Philips สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านแสงสว่างต่อไปได้

ลำดับความสัมพันธ์ทางธุรกิจสามารถสรุปได้ดังนี้:

1891

ธุรกิจแสงสว่าง Philips

2016 — Philips Lighting แยกตัวเป็นบริษัทอิสระ

2018 — Philips Lighting เปลี่ยนชื่อเป็น Signify

ปัจจุบัน — Signify บริหารจัดการผลิตภัณฑ์แสงสว่างภายใต้แบรนด์ Philips

ดังนั้น แม้ Philips ≠ Signify ในเชิงนิติบุคคล แต่ผลิตภัณฑ์แสงสว่างแบรนด์ Philips ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ Signify

ความหมายของ Philips ในวงการแสงสว่างยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบัน Philips ยังคงเป็นแบรนด์แสงสว่างระดับโลกหลักของ Signify ซึ่งระบุว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Philips ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่บ้านเรือน สำนักงาน อุตสาหกรรม แสงสว่างถนน พืชสวน และสนามกีฬา

นั่นหมายความว่า เมื่อผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น:

  • หลอด LED Philips
  • โคมเพดาน Philips
  • โคมไฟนอกอาคาร Philips
  • โคมไฟระดับมืออาชีพ Philips
  • ผลิตภัณฑ์แสงสว่างถนน Philips
  • ผลิตภัณฑ์แสงสว่างอุตสาหกรรม Philips

ตราสินค้าบนผลิตภัณฑ์จะระบุว่าเป็น Philips แต่บริษัทผู้ผลิตและผู้ดำเนินการเบื้องหลังคือ Signify

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

ทั้งในอดีตและปัจจุบัน Philips Lighting ครอบคลุมผลิตภัณฑ์แสงสว่างที่หลากหลายอย่างยิ่ง

แสงสว่างสำหรับผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ตามที่พักอาศัยทั่วไป ประกอบด้วย:

  • หลอด LED
  • โคมไฟตกแต่ง
  • โคมเพดาน
  • ดาวน์ไลท์
  • สปอตไลท์
  • แสงสว่างนอกอาคารสำหรับที่พักอาศัย
  • สมาร์ทไลท์ติ้ง

โดยส่วนใหญ่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

แสงสว่างระดับมืออาชีพ

เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนทางเทคนิคสูงกว่า ครอบคลุมการใช้งานใน:

  • สำนักงาน
  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • ร้านค้าปลีก
  • โรงพยาบาล
  • โรงเรียน
  • โรงแรม
  • สนามบิน
  • สนามกีฬา
  • ถนน
  • อาคารสาธารณะ
  • สถานประกอบการอุตสาหกรรม

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้อาจรวมถึงโคมไฟสำเร็จรูป ระบบควบคุม เซนเซอร์ และซอฟต์แวร์ ไม่ใช่เพียงแค่หลอดไฟทดแทนเท่านั้น ซึ่ง Signify ระบุว่า Philips เป็นแบรนด์หลักสำหรับแสงสว่างระดับมืออาชีพของบริษัท

แสงสว่างถนนและนอกอาคาร

ผลิตภัณฑ์แสงสว่างแบรนด์ Philips มีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะมาอย่างยาวนาน ครอบคลุม:

  • แสงสว่างถนน
  • ทางหลวง
  • อุโมงค์
  • ทางเดินเท้า
  • ลานสาธารณะ
  • ที่จอดรถ
  • แสงสว่างในเมือง

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี LED ช่วยให้ไฟถนนมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ดียิ่งขึ้น

แสงสว่างสถาปัตยกรรม

แสงสว่างถูกใช้เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและความสวยงาม นอกเหนือจากหน้าที่ในการให้แสงสว่างเท่านั้น ใช้งานใน:

  • อาคาร
  • สะพาน
  • อนุสาวรีย์
  • สถานที่บันเทิง
  • โรงแรม
  • โครงการพาณิชย์
  • ผิวหน้าอาคาร

นอกจากนี้ Signify ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ Color Kinetics ซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบแสงสว่างสถาปัตยกรรมแบบไดนามิกโดยเฉพาะ 7

Philips Hue

หนึ่งในผลิตภัณฑ์แสงสว่างสำหรับผู้บริโภคที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดภายใต้ชื่อ Philips คือ Philips Hue

Hue เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจากแสงสว่างแบบดั้งเดิมไปสู่ สมาร์ทโฮมไลท์ติ้ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถ:

  • ปรับระดับความสว่าง
  • เปลี่ยนสี
  • เลือกฉากแสง
  • ตั้งค่าอัตโนมัติ
  • ควบคุมไฟจากระยะไกล
  • เชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทโฮม

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ Philips Hue เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ของ Signify แม้จะใช้ชื่อแบรนด์ Philips ก็ตาม

ระบบแสงสว่างแบบเชื่อมต่อและ IoT

การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ของ Philips Lighting คือการมุ่งสู่ Connected Lighting

ในขณะที่แสงสว่างแบบดั้งเดิมทำงานในรูปแบบ: หลอดไฟ → ไฟฟ้า → แสง

ระบบแสงสว่างแบบเชื่อมต่อทำงานในรูปแบบ: แสง → เซนเซอร์ → เครือข่าย → ซอฟต์แวร์ → ข้อมูล → การควบคุม

ระบบติดตั้งสมัยใหม่สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ:

  • การเข้าใช้งานพื้นที่
  • การใช้พลังงาน
  • สภาพแวดล้อม
  • สถานะการทำงาน
  • รูปแบบการใช้งาน

สิ่งนี้ทำให้ระบบแสงสว่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน Internet of Things (IoT) ในวงกว้าง ซึ่ง Signify เน้นย้ำกลยุทธ์ในการเชื่อมโยงแสงสว่างเข้ากับ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ เซนเซอร์ และแพลตฟอร์ม IoT

Interact

สำหรับระบบแสงสว่างแบบเชื่อมต่อระดับมืออาชีพ Signify ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Interact ขึ้นมา

Interact คือระบบนิเวศซอฟต์แวร์และระบบสำหรับจัดการแสงสว่างมืออาชีพแบบเชื่อมต่อ ซึ่งสามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ประกอบด้วย:

  • โคมไฟแบบเชื่อมต่อ
  • เซนเซอร์
  • ระบบควบคุม
  • เครือข่าย
  • ซอฟต์แวร์
  • ข้อมูล

Signify นิยาม Interact ว่าเป็นแบรนด์ซอฟต์แวร์และระบบสำหรับแสงสว่างแบบเชื่อมต่อระดับมืออาชีพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของบริษัทจากการขาย หลอดไฟ สู่การขาย ระบบแสงสว่างและบริการดิจิทัล

แสงสว่างสำหรับพืชสวน

อีกสาขาหนึ่งที่มีความเฉพาะทางสูงคือ พืชสวน (Horticulture)

แสงประดิษฐ์ถูกใช้ในการเกษตรและการปลูกพืชในสภาพแวดล้อมควบคุมเพื่อส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ครอบคลุมการใช้งานใน:

  • เรือนกระจก
  • ฟาร์มในร่ม
  • ฟาร์มแนวตั้ง
  • วิจัยพืช
  • พืชสวนเชิงพาณิชย์

Philips/Signify ได้พัฒนาเทคโนโลยีแสงสว่างเฉพาะทางสำหรับสภาพแวดล้อมเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้แสงเป็น เครื่องมือควบคุมกระบวนการทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงเพื่อการมองเห็นเท่านั้น

แสงสว่างยานยนต์

ในอดีต Philips เคยเป็นผู้จัดหาหลอดไฟสำหรับยานยนต์รายใหญ่ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เช่น:

  • ไฟหน้า
  • ไฟสัญญาณ
  • ไฟภายในรถ
  • หลอดไฟทดแทนสำหรับยานยนต์

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Signify ในปัจจุบันไม่ควรสับสนกับทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่างที่เคยอยู่ในเครือ Philips เนื่องจากพอร์ตโฟลิโอโดยรวมขององค์กรมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากตลอดเวลา

วิวัฒนาการทางเทคโนโลยี

ประวัติย่อของเทคโนโลยี Philips Lighting สามารถสรุปได้ดังนี้:

ยุคสมัย เทคโนโลยีหลัก
ทศวรรษ 1890–ต้นทศวรรษ 1900 หลอดไฟฟ้าแบบไส้
ศตวรรษที่ 20 หลอดไส้ + ฟลูออเรสเซนต์ + หลอดพิเศษ
ปลายศตวรรษที่ 20 ฮาโลเจน, คอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์, ดิสชาร์จ
ทศวรรษ 2000 การนำ LED เชิงพาณิชย์มาใช้ในช่วงแรก
ทศวรรษ 2010 การเปลี่ยนผ่านสู่ LED อย่างรวดเร็ว
ทศวรรษ 2010–2020 Connected lighting, เซนเซอร์ และ Smart lighting
ปัจจุบัน LED + IoT + ซอฟต์แวร์ + ข้อมูล + บริการ

วิวัฒนาการนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนอัตลักษณ์จาก Philips Lighting เป็น Signify เนื่องจากขอบเขตธุรกิจได้ขยายออกไปไกลกว่าการผลิตหลอดไฟ

อัตลักษณ์องค์กรกับอัตลักษณ์ของผู้บริโภค

ความแตกต่างระหว่างหน่วยงานต่างๆ มีความสำคัญและควรทำความเข้าใจให้ชัดเจน:

Royal Philips

Royal Philips คือบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพสัญชาติดัตช์ที่เหลืออยู่หลังจากการแยกธุรกิจแสงสว่างออกไป

Signify

Signify N.V. คือบริษัทแสงสว่างอิสระที่กำเนิดมาจาก Philips Lighting

Philips Lighting

Philips Lighting คือชื่อบริษัทในช่วงระหว่างการแยกตัวจาก Philips และการเปลี่ยนชื่อในปี 2018

Philips

Philips คือแบรนด์แสงสว่างที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานโดย Signify

Philips Hue

Philips Hue คือแบรนด์สมาร์ทไลท์ติ้งที่อยู่ภายใต้ Signify

การแยกตัวขององค์กรและการเปลี่ยนชื่อในเวลาต่อมาได้รับการบันทึกไว้โดยทั้ง Signify และ Royal Philips 8

การวางตำแหน่งแบรนด์

ผลิตภัณฑ์แสงสว่าง Philips ได้รับการวางตำแหน่งโดยเน้นคุณลักษณะสำคัญหลายประการ:

ความน่าเชื่อถือ

Philips สั่งสมการยอมรับในด้านผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและแสงสว่างที่มีความทนทานมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ

ประสิทธิภาพพลังงาน

การเปลี่ยนผ่านจากหลอดไส้สู่ฟลูออเรสเซนต์และ LED ทำให้ประสิทธิภาพพลังงานกลายเป็นจุดเด่นสำคัญของแบรนด์

นวัตกรรม

บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีแสงสว่างใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลอดไฟยุคแรกจนถึง LED และ Connected Lighting

ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

แตกต่างจากแบรนด์ที่เน้นเฉพาะหลอดไฟในบ้าน Philips มีรากฐานที่แข็งแกร่งมากในตลาดแสงสว่างระดับมืออาชีพ

สมาร์ทไลท์ติ้ง

ผลิตภัณฑ์อย่าง Philips Hue เป็นตัวแทนของการก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแบบเชื่อมต่อ

เว็บไซต์แสงสว่าง Philips ในปัจจุบันนำเสนอแบรนด์โดยเน้นเรื่อง คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ นวัตกรรม และประสิทธิภาพพลังงาน 9

การดำเนินงานในระดับโลก

Philips Lighting เติบโตจากธุรกิจที่จำกัดอยู่ในเนเธอร์แลนด์จนกลายเป็นธุรกิจระดับโลก

ณ ช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทในปี 2018 Signify รายงานว่ามี operations ใน กว่า 70 ประเทศ มีพนักงานประมาณ 32,000 คน และมียอดขายในปี 2017 ประมาณ €7 พันล้านยูโร

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทรองรับทั้ง:

ตลาดผู้บริโภค

  • บ้าน
  • อะพาร์ตเมนต์
  • ผู้บริโภคทั่วไป

และ

ตลาดมืออาชีพ

  • ภาคธุรกิจ
  • รัฐบาล
  • โครงสร้างพื้นฐาน
  • สถานประกอบการอุตสาหกรรม
  • อาคารพาณิชย์
  • พื้นที่สาธารณะ

Philips Lighting ในอินโดนีเซีย

Philips มีการรับรู้แบรนด์ที่สูงเป็นพิเศษในประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แสงสว่างแบรนด์ Philips มายาวนาน

เว็บไซต์แสงสว่าง Philips ประจำประเทศอินโดนีเซียระบุชัดเจนว่า Signify คือบริษัทที่ได้รับสิทธิ์และดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์แสงสว่าง Philips พร้อมระบุขอบเขตการใช้งานที่ครอบคลุมบ้านเรือน สำนักงาน อุตสาหกรรม แสงสว่างถนน พืชสวน และกีฬา 10

ดังนั้น การเห็นตรา “Philips” บนผลิตภัณฑ์แสงสว่างในอินโดนีเซีย ไม่ได้หมายความว่าบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพ Royal Philips ในปัจจุบันเป็นผู้ผลิตหรือดำเนินธุรกิจดังกล่าวโดยตรง แต่แบรนด์แสงสว่าง Philips อยู่ภายใต้สิทธิ์การใช้งานของ Signify 11

แบรนด์หลักภายใต้ Signify

พอร์ตโฟลิโอแสงสว่างของ Signify ไม่ได้มีเพียง Philips เท่านั้น

แบรนด์ บทบาทหลัก
Philips แบรนด์แสงสว่างระดับโลกหลักสำหรับผู้บริโภคและมืออาชีพ
Philips Hue สมาร์ทโฮมไลท์ติ้ง
Interact ซอฟต์แวร์และระบบ Connected Lighting ระดับมืออาชีพ
Color Kinetics ระบบแสงสว่างสถาปัตยกรรมแบบไดนามิก

Signify ระบุถึงแบรนด์เหล่านี้ในฐานะแบรนด์แสงสว่างระดับโลกของบริษัท 12

คุณค่าของชื่อ Philips

ชื่อ Philips มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเป็นพิเศษในวงการแสงสว่าง

แบรนด์มีความผูกพันกับแสงสว่างมาตั้งแต่ปี 1891 ทำให้มีการสั่งสมการยอมรับจากผู้บริโภคและกลุ่มมืออาชีพมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ 13

นี่คือคำอธิบายสำหรับโครงสร้างองค์กรที่ไม่เหมือนใคร:

Signify เป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจแสงสว่าง แต่ Philips ยังคงเป็นแบรนด์แสงสว่างที่ผู้บริโภคจดจำ

โครงสร้างนี้ช่วยให้ Signify มีอัตลักษณ์องค์กรที่เป็นอิสระ ในขณะเดียวกันก็ยังคงประโยชน์จากการรับรู้แบรนด์อันมหาศาลของ Philips ไว้ได้

มรดกทางประวัติศาสตร์

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Philips Lighting ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์เท่านั้น

บริษัทมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญหลายครั้งในประวัติศาสตร์แสงสว่างประดิษฐ์:

แสงสว่างไฟฟ้า → หลอดไฟมวลชน → ฟลูออเรสเซนต์ → ฮาโลเจน → LED → สมาร์ท/คอนเนคเต็ดไลท์ติ้ง

การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันคือการเปลี่ยนผ่านครั้งสุดท้าย

แสงสว่างกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ไม่ใช่เพียงแหล่งกำเนิดแสงอีกต่อไป โคมไฟแบบเชื่อมต่อสมัยใหม่สามารถทำหน้าที่เป็น:

แสง + อิเล็กทรอนิกส์ + เซนเซอร์ + จุดเชื่อมต่อเครือข่าย + อินเทอร์เฟซซอฟต์แวร์

การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นหัวใจสำคัญของวิวัฒนาการเชิงกลยุทธ์จาก Philips Lighting สู่ Signify

เส้นเวลา

1891

Gerard และ Frederik Philips ก่อตั้ง Philips ขึ้นที่ Eindhoven ประเทศเนเธอร์แลนด์ แสงสว่างกลายเป็นรากฐานของธุรกิจในยุคเริ่มต้น 14

ศตวรรษที่ 20

Philips กลายเป็นผู้ผลิตแสงสว่างระดับนานาชาติรายใหญ่ ขยายไปสู่เทคโนโลยีหลอดไฟและแสงสว่างมากมาย

ปลายศตวรรษที่ 20 – ต้นศตวรรษที่ 21

Philips ขยายสู่แสงสว่างระดับมืออาชีพ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี LED และโคมไฟที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น

2016

Philips แยกกิจกรรมด้านแสงสว่างออกเป็น Philips Lighting N.V.

พฤษภาคม 2016

Philips Lighting จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Euronext Amsterdam ภายใต้สัญลักษณ์ LIGHT 15

มีนาคม 2018

Philips Lighting ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Signify โดยยังคงใช้แบรนด์ Philips สำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่าง

พฤษภาคม 2018

Philips Lighting N.V. เปลี่ยนชื่อเป็น Signify N.V. อย่างเป็นทางการ

2018 เป็นต้นมา

Signify พัฒนาผลิตภัณฑ์แสงสว่างแบรนด์ Philips ต่อไป พร้อมทั้งขยายระบบ Connected Lighting, IoT, ซอฟต์แวร์, สมาร์ทโฮม และระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพ

ปัจจุบัน

Philips คือแบรนด์แสงสว่าง; Signify คือบริษัทที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจแสงสว่างแบรนด์ Philips

สรุป

Philips Lighting คือแผนกแสงสว่างของ Royal Philips ที่แยกตัวเป็นบริษัทอิสระในปี 2016 และเปลี่ยนชื่อเป็น Signify ในปี 2018 โดย Signify ยังคงจำหน่ายผลิตภัณฑ์แสงสว่างภายใต้แบรนด์ Philips ที่ได้รับสิทธิ์ ทำให้ Philips เป็นหนึ่งในแบรนด์แสงสว่างสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก 16

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง