T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Oriental Princess

Oriental Princess เป็นแบรนด์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลสัญชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1990 โดยอยู่ภายใต้การบริหารของ SSUP Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านความงามและสุขภาพของไทยที่มีแบรนด์ในเครือหลากหลาย เช่น Cute Press, Bisous Bisous, Lalil, Cos Marché, Amazing, Ri En และ GNC จุดเด่นของ Oriental Princess คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาความงามแบบเอเชียและตะวันออก วัตถุดิบจากธรรมชาติ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกเฉพาะทางที่เข้าถึงได้ง่าย 1

ภาพรวม

หัวข้อ ข้อมูล
ชื่อแบรนด์ Oriental Princess
ชื่อภาษาไทย โอเรียนทอล พริ้นเซส
ปีที่ก่อตั้ง 1990
ประเทศต้นกำเนิด ประเทศไทย
อุตสาหกรรม ความงาม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
กลุ่มบริษัทแม่ SSUP Group
ผู้ก่อตั้ง คุณสมศักดิ์ และคุณอุดมพร
จุดยืนของแบรนด์ แบรนด์ความงามและไลฟ์สไตล์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและภูมิปัญญาความงามตะวันออก
หมวดหมู่สินค้าหลัก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, เมคอัพ, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, น้ำหอม, ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวกาย, ไลฟ์สไตล์ และเซนซอรี่เธอราพี
ช่องทางจัดจำหน่าย มากกว่า 340 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูลจาก SSUP)
สโลแกนปัจจุบัน “Live Beautiful”
แนวคิดหลัก ธรรมชาติ + ภูมิปัญญาความงามตะวันออก + งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

แบรนด์ระบุถึงปรัชญาการดำเนินงานว่ามุ่งเน้นการส่งต่อ “ภูมิปัญญาความงามตะวันออก” ควบคู่ไปกับการใช้พลังจากคนและธรรมชาติเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปัจจุบัน SSUP ระบุว่า Oriental Princess เป็นผู้นำตลาดร้านค้าปลีกความงามเฉพาะทางในประเทศไทย โดยมีสาขามากกว่า 340 แห่งทั่วประเทศ 2

ประวัติความเป็นมา

จุดเริ่มต้น

Oriental Princess ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับสารสกัดจากธรรมชาติและพืชพรรณมากขึ้น

ตามประวัติองค์กรของ SSUP ผู้ก่อตั้งคือ คุณสมศักดิ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากความนิยมในเครื่องสำอางสารสกัดธรรมชาติระหว่างการเยือนประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา จึงได้เปิดตัว Oriental Princess ขึ้นในปี 1990 โดย SSUP ระบุว่านี่คือเครือข่ายร้านค้าปลีกแห่งแรกของไทยที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ 3

อัตลักษณ์ของแบรนด์ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียงแบรนด์เมคอัพทั่วไป แต่สร้างขึ้นจากแนวคิดว่าภูมิปัญญาความงามแบบไทยและเอเชีย รวมถึงวัตถุดิบจากพืช สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ความงามสมัยใหม่ที่เข้าถึงได้ในเชิงพาณิชย์

ต่อมาในปี 1991 กลุ่มบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น SSUP เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้ง ได้แก่ คุณสมศักดิ์ และภรรยา คุณอุดมพร 2

การพัฒนาในช่วงแรก

การพัฒนาแบรนด์ Oriental Princess ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและการวิจัยของ SSUP โดยในปี 1984 กลุ่มบริษัทได้สร้างโรงงานขนาด 3,000 ตารางเมตร ณ นิคมอุตสาหกรรมบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไว้แล้ว ต่อมาในปี 1996 หน่วยวิจัยและพัฒนาได้ยกระดับเป็น สถาบันวิทยาศาสตร์ความงามและสุขภาพ (Institute of Beauty and Health Sciences) พร้อมจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์เพื่อเพาะปลูกและศึกษาพืชที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้กับเครื่องสำอาง 3

โครงสร้างดังกล่าวทำให้ Oriental Princess มีความแตกต่างจากแบรนด์ความงามทั่วไป เนื่องจากประวัติศาสตร์ของแบรนด์มีความเชื่อมโยงไม่เพียงแต่กับการค้าปลีก แต่ยังรวมถึงการผลิต การวิจัยและพัฒนา และการศึกษาพฤกษศาสตร์อย่างเป็นระบบ

ปรัชญาของแบรนด์

ปรัชญาหลักของ Oriental Princess สามารถสรุปได้ว่า:

ภูมิปัญญาความงามตะวันออก + ธรรมชาติ + วิทยาศาสตร์สมัยใหม่

บริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์ของตนเป็นการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบธรรมชาติกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง โดยมองว่าความงามแบบ “ธรรมชาติ” และ “วิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งที่เสริมกัน ไม่ใช่สิ่งที่ตรงข้ามกัน 4

ธรรมชาติ

วัตถุดิบจากพืชและสารสกัดธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์นับตั้งแต่ก่อตั้ง ซึ่งสะท้อนถึงแรงบันดาลใจดั้งเดิมและยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจุดยืนในปัจจุบัน

ภูมิปัญญาความงามตะวันออก

คำว่า “Oriental” มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของแบรนด์ โดยสื่อถึงประเพณีความงาม ภูมิความรู้ด้านพืชพรรณ และพิธีกรรมทางประสาทสัมผัสแบบเอเชีย ซึ่งแบรนด์ได้นำแนวคิดเหล่านี้มาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและดูแลส่วนบุคคลในยุคสมัยใหม่

วิทยาศาสตร์

Oriental Princess ไม่ได้วางตำแหน่งตนเองเป็นแบรนด์สมุนไพรดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว คำอธิบายอย่างเป็นทางการเน้นย้ำถึงการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบธรรมชาติและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงกับกิจกรรม R&D ของ SSUP 4

ไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งวิวัฒนาการที่สำคัญคือ Oriental Princess ได้ก้าวข้ามการเป็นแบรนด์สกินแคร์ไปสู่การเป็น “แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่แท้จริง” ตามนิยามของ SSUP ซึ่งครอบคลุมทั้งสกินแคร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวกาย สินค้าไลฟ์สไตล์ และเซนซอรี่เธอราพี 5

กลุ่มผลิตภัณฑ์

Oriental Princess มีช่วงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายอย่างโดดเด่นสำหรับแบรนด์ความงามของไทย

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare)

สกินแคร์เป็นหนึ่งในหมวดหมู่หลักของแบรนด์ โดย ассортимент ออนไลน์ปัจจุบันครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังนี้:

  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า
  • โทนเนอร์
  • ผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด
  • เซรั่มและพรีเซรั่ม
  • มอยส์เจอร์ไรเซอร์
  • สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า
  • มาสก์หน้า
  • ครีมกันแดด
  • ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาและริมฝีปาก

นอกจากนี้ ร้านค้าอย่างเป็นทางการยังจัดหมวดหมู่สกินแคร์ตามปัญหาผิว เช่น ผิวขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ ผิวแพ้ง่าย/ผิวแห้ง จุดด่างดำ ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และสิว 6

เมคอัพ (Makeup)

แบรนด์ยังมีผลิตภัณฑ์ตกแต่งสีสัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเมคอัพได้ภายใต้แบรนด์เดียว

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Haircare)

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีความหลากหลาย ประกอบด้วย:

  • แชมพู
  • ครีมนวดผม
  • ทรีตเมนต์และมาสก์หมักผม
  • น้ำมันบำรุงผม
  • สเปรย์จัดแต่งทรงผม

เว็บไซต์ระดับนานาชาติของแบรนด์จัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมตามปัญหาต่างๆ เช่น ผมทำเคมี ผมร่วง ผมชี้ฟู ผมแห้ง/มัน และปลายผมแตก 6

น้ำหอม (Fragrance)

น้ำหอมมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อ Oriental Princess เนื่องจากแบรนด์มองว่ากลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ความงามและไลฟ์สไตล์ที่กว้างขึ้น เว็บไซต์ระดับนานาชาติปัจจุบันนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับน้ำหอม เช่น “Charisma – The Art of Fragrance Layering” 7

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวกาย (Bath & Body)

แบรนด์ยังผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับ:

  • การทำความสะอาดผิวกาย
  • การบำรุงความชุ่มชื้นผิวกาย
  • การดูแลมือและร่างกาย
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับแช่น้ำ
  • น้ำหอมสำหรับผิวกาย

ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และเซนซอรี่ (Lifestyle and Sensory Products)

ในส่วนนี้ แนวคิดของแบรนด์ขยายออกไปไกลกว่าเครื่องสำอางทั่วไป โดย SSUP ระบุชัดเจนว่า ไลฟ์สไตล์และเซนซอรี่เธอราพี เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ของ Oriental Princess 5

อัตลักษณ์ของแบรนด์

Oriental Princess ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในตลาดความงาม แม้จะเป็นแบรนด์ไทย แต่ชื่อและภาษาภาพได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่เป็นสากลและดูสง่างาม

คำว่า “Oriental” สื่อถึงมรดกทางวัฒนธรรมเอเชีย ในขณะที่ “Princess” เพิ่มมิติของความอ่อนหวาน ความหรูหรา และความงดงาม

ด้วยเหตุนี้ แบรนด์จึงพยายามผสมผสานองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้:

อัตลักษณ์ไทย/เอเชีย

วัตถุดิบธรรมชาติและพืชพรรณ

วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสมัยใหม่

การนำเสนอที่ดูพรีเมียมและมีความเป็นสตรี

ร้านค้าปลีกเฉพาะทางที่เข้าถึงง่าย

การผสมผสานนี้ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับ Oriental Princess จากทั้งเครื่องสำอางไทยในตลาดแมส และแบรนด์นำเข้าจากตะวันตก เกาหลี หรือญี่ปุ่น

โมเดลการค้าปลีก

หนึ่งในข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของ Oriental Princess คือเครือข่ายร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty Store)

แทนที่จะพึ่งพาห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงอย่างเดียว แบรนด์ได้พัฒนาระบบร้านค้าปลีกของตนเองในประเทศไทย ปัจจุบัน SSUP รายงานว่ามีร้าน Oriental Princess มากกว่า 340 สาขาทั่วประเทศ และระบุว่าเป็นผู้นำตลาดร้านค้าปลีกความงามเฉพาะทางของไทย 2

นั่นหมายความว่า Oriental Princess ทำหน้าที่พร้อมกันในฐานะ:

  1. แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงาม
  2. ผู้ค้าปลีก
  3. คอนเซปต์ไลฟ์สไตล์
  4. ช่องทางสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคโดยตรง

กลยุทธ์การค้าปลีกนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความยั่งยืนมายาวนาน ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ Oriental Princess ในฐานะสภาพแวดล้อมของแบรนด์ที่ครบวงจร แทนที่จะเห็นเพียงสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ต

ความสัมพันธ์กับ SSUP Group

Oriental Princess ไม่ใช่บริษัทเครื่องสำอางข้ามชาติที่เป็นอิสระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ SSUP Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพของไทย

ประวัติศาสตร์ของ SSUP ย้อนกลับไปถึงช่วงทศวรรษ 1970 ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มครอบคลุมหลายแบรนด์ด้านความงามและสุขภาพ โดย Oriental Princess ถือเป็นคอนเซปต์ร้านค้าปลีกความงามเฉพาะทางหลักของบริษัท 8

ความสัมพันธ์สามารถสรุปได้ดังนี้:

SSUP Group
Oriental Princess
→ Skincare / Makeup / Haircare / Fragrance / Bath & Body / Lifestyle

นอกจากนี้ SSUP ยังเป็นเจ้าของหรือดำเนินการแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ Cute Press, Lalil, Bisous Bisous, Cos Marché, Amazing, Ri En และ GNC 8

การผลิตและการวิจัยพัฒนา

ประเด็นที่น่าสังเกตในประวัติศาสตร์ของ Oriental Princess คือการให้ความสำคัญกับการผลิตและการวิจัยในประเทศ

ก่อนที่ Oriental Princess จะเปิดตัวในปี 1990 SSUP ได้สร้างขีดความสามารถในการผลิตภายในประเทศไว้แล้ว จากนั้นบริษัทได้พัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์ความงามและสุขภาพขึ้นในปี 1996 9

สวนพฤกษศาสตร์ของสถาบันวิจัยมีความเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ของ Oriental Princess เป็นพิเศษ เนื่องจากเชื่อมโยงการเน้นย้ำเรื่องพืชพรรณและวัตถุดิบธรรมชาติในการสื่อสารการตลาด เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยจริงของบริษัท

ดังนั้น ในเชิงแนวคิด โมเดลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สามารถแสดงได้ดังนี้:

ทรัพยากรพฤกษศาสตร์
การวิจัยและสูตรผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง
ประสบการณ์ผู้บริโภค

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ในอดีต Oriental Princess ดึงดูดกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นผู้หญิงซึ่งสนใจผลิตภัณฑ์ความงามที่มีสไตล์และเข้าถึงได้ โดยเฉพาะผู้ที่มองหาการผสมผสานของ:

  • สุนทรียภาพแบบสตรี
  • กลิ่นหอม
  • การบำรุงผิว
  • วัตถุดิบจากธรรมชาติ/พืชพรรณ
  • ราคาที่ไม่แพงจนถึงปานกลาง
  • ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
  • แบรนด์ไทยที่มีความน่าเชื่อถือ

ความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์หมายความว่า ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์เท่านั้น บางคนอาจเดินเข้าร้าน Oriental Princess เพื่อหาน้ำหอม โลชั่นทาตัว แชมพู เมคอัพ หรือครีมบำรุงผิวหน้าก็ได้

ความกว้างขวางของสินค้านี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่แบรนด์ควรถูกนิยามว่าเป็น แบรนด์ไลฟ์สไตล์ด้านความงาม มากกว่าบริษัทสกินแคร์เพียงอย่างเดียว

ลักษณะสำคัญของแบรนด์

1. มรดกความเป็นไทย

Oriental Princess เป็นแบรนด์ความงามที่สร้างสรรค์โดยคนไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่แบรนด์นานาชาติที่เข้ามาปรับให้เข้ากับตลาดไทย

2. วัตถุดิบจากธรรมชาติ

สารสกัดธรรมชาติและพืชพรรณเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์แบรนด์นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1990

3. การพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์

แบรนด์เน้นย้ำถึงการบูรณาการวัตถุดิบธรรมชาติเข้ากับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 10

4. พอร์ตโฟลิโอที่กว้างขวาง

ครอบคลุมเกือบทุกขั้นตอนการดูแลความงามส่วนบุคคล: ใบหน้า ร่างกาย เส้นผม เมคอัพ และน้ำหอม

5. เครือข่ายร้านค้าปลีกที่แข็งแกร่ง

เครือข่ายร้านค้าเฉพาะทางที่ครอบคลุมเป็นลักษณะเด่นที่กำหนดตัวตนของแบรนด์ โดย SSUP รายงานว่ามีมากกว่า 340 สาขาในไทย

6. ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

น้ำหอม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย และผลิตภัณฑ์เซนซอรี่เธอราพี ช่วยให้ Oriental Princess นำเสนอ ไลฟ์สไตล์ความงาม แบบองค์รวม ไม่ใช่แค่สกินแคร์เพื่อการบำบัดรักษา

บทบาทในประวัติศาสตร์ความงามไทย

Oriental Princess มีความสำคัญในฐานะตัวแทนของแบรนด์ความงามไทยยุคใหม่รุ่นแรกๆ

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยมีขนาดใหญ่และทันสมัย โดยมีบริษัทสกินแคร์และเมคอัพของไทยจำนวนมากแข่งขันกับแบรนด์จากเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกา

อย่างไรก็ตาม Oriental Princess เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมาก ในปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริโภคไทยเริ่มเปิดรับเทรนด์ความงามสากล แต่อุตสาหกรรมความงามในประเทศยังอยู่ในระยะพัฒนา ประวัติของ SSUP ระบุชัดเจนว่าแบรนด์เป็นผู้บุกเบิกร้านค้าปลีกเฉพาะทางสำหรับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ใช้สารสกัดธรรมชาติในไทย 3

ความสำคัญในระยะยาวของแบรนด์จึงมาจากการผสมผสาน:

  • แบรนด์ที่พัฒนาโดยคนไทย
  • การผลิตในประเทศ
  • จุดยืนด้านพฤกษศาสตร์/ธรรมชาติ
  • ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง
  • พอร์ตโฟลิโอไลฟ์สไตล์ที่กว้างขวาง

โมเดลดังกล่าวช่วยสร้างแนวคิดที่ว่า บริษัทความงามของไทยสามารถสร้างแบรนด์ความงามระดับชาติที่เป็นที่จดจำได้ ไม่ใช่เพียงแค่รับจ้างผลิตสินค้าให้บริษัทอื่น

วิวัฒนาการของแบรนด์

แบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างมากนับตั้งแต่ปี 1990

ทศวรรษ 1990

เน้นหนักไปที่สารสกัดจากธรรมชาติ การดูแลความงาม และร้านค้าปลีกเฉพาะทาง

ทศวรรษ 2000

พอร์ตโฟลิโอขยายตัวสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ความงามที่กว้างขึ้น เพิ่มหมวดหมู่สินค้าและประสบการณ์การค้าปลีกที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

ทศวรรษ 2010

Oriental Princess พัฒนาสกินแคร์ น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย และพอร์ตโฟลิโอความงามอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็รักษาเครือข่ายร้านค้าในไทยไว้ได้อย่างมั่นคง

ทศวรรษ 2020

แบรนด์ได้บูรณาการอีคอมเมิร์ซและการช้อปปิ้งดิจิทัลเข้ากับเครือข่ายร้านค้าจริง เว็บไซต์อย่างเป็นทางการให้บริการช้อปปิ้งออนไลน์ การค้นหาผลิตภัณฑ์ตามปัญหาผิวและหมวดหมู่ บัญชีสมาชิก การติดตามการจัดส่ง และบริการดิจิทัลอื่นๆ 11

การสื่อสารของแบรนด์ในปัจจุบันเน้นย้ำถึงความยั่งยืน วัตถุดิบธรรมชาติ และความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นการตีความแนวคิดความงามจากธรรมชาติในรูปแบบสมัยใหม่ 11

การขยายตัวในระดับสากล

แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นตลาดหลัก แต่ Oriental Princess ก็มีการสร้างการรับรู้ในระดับสากลผ่านเว็บไซต์ระดับโลกและการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับต่างประเทศ แพลตฟอร์มระดับโลกปัจจุบันนำเสนอหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์รวมถึงสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ครีมกันแดด และน้ำหอม 12

อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจว่า Oriental Princess เป็นแบรนด์ความงามระดับภูมิภาคของไทย มากกว่าที่จะเป็นบริษัทข้ามชาติระดับโลกในระดับเดียวกับ L’Oréal, Estée Lauder หรือ Shiseido

คุณค่าของแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดยังคงผูกพันอยู่กับประเทศไทย

ตำแหน่งทางการแข่งขัน

ในตลาดไทย Oriental Princess อยู่ในจุดยืนกึ่งกลางที่น่าสนใจ

ตำแหน่ง Oriental Princess
แหล่งกำเนิด ไทย
ภาพลักษณ์แบรนด์ สตรี สง่างาม ธรรมชาติ ตะวันออก
จุดแข็งหลัก พอร์ตโฟลิโอไลฟ์สไตล์ความงามที่กว้างขวาง
จุดยืนด้านธรรมชาติ แข็งแกร่ง
จุดยืนด้านวิทยาศาสตร์ ปานกลาง/แข็งแกร่ง
ช่องทางจัดจำหน่าย แข็งแกร่งมาก
ความหลากหลายของสินค้า กว้างขวางมาก
ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ปี 1990
ตลาดหลัก ประเทศไทย
โมเดลธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ + ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง + อีคอมเมิร์ซ

ความแตกต่างของแบรนด์จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่ถูกที่สุด หรือบริษัทสกินแคร์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด แต่เป็นการแข่งขันด้วยประวัติศาสตร์ การเข้าถึงง่าย ความหลากหลายของสินค้า ประสบการณ์ในร้านค้า และอัตลักษณ์ความงามแบบไทย/ตะวันออก

สโลแกนและแนวคิดของแบรนด์

ปัจจุบัน Oriental Princess ใช้ “Live Beautiful” เป็นการแสดงออกหลักของแบรนด์ 13

วลีนี้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของบริษัทจากผู้ค้าปลีกเครื่องสำอางสารสกัดธรรมชาติ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่กว้างขึ้น

แนวคิดหลักคือความงามไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมคอัพหรือสกินแคร์ แต่ครอบคลุมถึง:

ผิว → เส้นผม → ร่างกาย → กลิ่นหอม → ประสาทสัมผัส → ไลฟ์สไตล์ → สุขภาวะ

นี่คือเหตุผลที่พอร์ตโฟลิโอปัจจุบันขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์เซนซอรี่และไลฟ์สไตล์ นอกเหนือจากเครื่องสำอางทั่วไป

ไทม์ไลน์องค์กร

1976 — เริ่มต้นประวัติศาสตร์องค์กรของ SSUP กลุ่มบริษัทพัฒนาสู่ธุรกิจความงามและสุขภาพของไทย 14

1984 — SSUP จัดตั้งโรงงานผลิตขนาด 3,000 ตร.ม. ที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี สมุทรปราการ 15

1990 — เปิดตัว Oriental Princess โดยได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากความสนใจในเครื่องสำอางสารสกัดธรรมชาติในระดับสากล 16

1991 — กลุ่มบริษัทใช้ชื่อ SSUP เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้ง คุณสมศักดิ์ และคุณอุดมพร 17

1996 — หน่วยงาน R&D ของ SSUP เปลี่ยนสถานะเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ความงามและสุขภาพ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยพฤกษศาสตร์ 18

1998 — SSUP ได้รับสิทธิ์ Master Franchisee ของ GNC ในไทย ขยายพอร์ตโฟลิโอด้านความงามและสุขภาพของกลุ่ม 19

ทศวรรษ 2020 — Oriental Princess ดำเนินงานในฐานะร้านค้าปลีกความงามเฉพาะทางรายใหญ่ของไทยที่มีมากกว่า 340 สาขาทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับธุรกิจออนไลน์ 20

อะไรที่ทำให้ Oriental Princess มีความโดดเด่น

หากสรุปคุณสมบัติที่กำหนดตัวตนของแบรนด์ออกเป็น 5 ข้อ ได้แก่:

🇹🇭 ไทย

เป็นแบรนด์ความงามที่เติบโตจากในประเทศ มีประสบการณ์ในตลาดไทยมาหลายทศวรรษ

🌿 ธรรมชาติ

วัตถุดิบจากพืชและธรรมชาติเป็นรากฐานของอัตลักษณ์นับตั้งแต่ปี 1990

🧪 วิทยาศาสตร์

แบรนด์ผสมผสานวัตถุดิบธรรมชาติเข้ากับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แทนที่จะวางตำแหน่งเป็นเครื่องสำอางสมุนไพรดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว

👑 สตรีและตะวันออก

ชื่อ บรรจุภัณฑ์ และโลกของแบรนด์เน้นย้ำถึงความอ่อนหวาน ความสง่างาม และมรดกความงามแบบเอเชีย

🏬 ขับเคลื่อนด้วยการค้าปลีก

เครือข่ายร้านค้าเฉพาะทางที่กว้างขวางเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ และสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ความงามไทยยุคใหม่ที่เน้นออนไลน์เป็นหลัก

สรุปภาพรวม

Oriental Princess เป็นแบรนด์ความงามและไลฟ์สไตล์สัญชาติไทยที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 โดยคุณสมศักดิ์ ภายใต้กลุ่ม SSUP ด้วยแรงบันดาลใจจากความนิยมในเครื่องสำอางสารสกัดธรรมชาติ แบรนด์จึงถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดการผสมผสานภูมิปัญญาความงามตะวันออกและวัตถุดิบจากพืชเข้ากับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสมัยใหม่ ตลอดระยะเวลาสามทศวรรษ แบรนด์ได้ขยายจากเครื่องสำอางสารสกัดธรรมชาติสู่พอร์ตโฟลิโอความงามไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร ครอบคลุมสกินแคร์ เมคอัพ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำและบำรุงผิวกาย สินค้าไลฟ์สไตล์ และเซนซอรี่เธอราพี ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดคือเครือข่ายร้านค้าปลีกเฉพาะทางที่ครอบคลุมในไทย ซึ่ง SSUP ระบุว่ามีมากกว่า 340 สาขาในปัจจุบัน วันนี้ Oriental Princess วางตำแหน่งภายใต้แนวคิด “Live Beautiful” โดยเน้นย้ำถึงธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ ความงาม และความยั่งยืน 21

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง