เกี่ยวกับ King’s Stella
King’s Stella (คิงส์สเตลล่า) เป็นแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคของไทยที่มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและน้ำหอมในบ้าน โดยถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 1963 จากการที่ Suthep Kittikasemsak ผู้ก่อตั้ง ได้พัฒนาสเปรย์ปรับอากาศซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นสเปรย์ปรับอากาศกระป๋องแรกของประเทศ ต่อมาแบรนด์ได้ขยายขอบเขตจากผลิตภัณฑ์ปรับอากาศไปสู่กลุ่มสินค้าดูแลบ้านและของใช้ส่วนตัวที่หลากหลายมากขึ้น
ในปัจจุบัน King’s Stella ถือเป็นแบรนด์หลักภายใต้ King Stella Group (KSG) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวของคนไทยที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้ง BEARING Petcare และ WaxOne โดย KSG ยึดมั่นในปรัชญาการดำเนินธุรกิจว่า “Empowering Family Lovers” มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันของครอบครัวให้สะดวกสบายและมีความสุขยิ่งขึ้น 1
ภาพรวม
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | King’s Stella |
| ชื่อภาษาไทย | คิงส์สเตลล่า |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1963 |
| ผู้ก่อตั้ง | Suthep Kittikasemsak |
| กลุ่มบริษัทแม่ | King Stella Group (KSG) |
| ผลิตภัณฑ์เริ่มต้น | สเปรย์ปรับอากาศ |
| ความเชี่ยวชาญหลัก | ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและน้ำหอมในบ้าน |
| หมวดหมู่ที่ขยายเพิ่มเติม | ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน, ของใช้ส่วนตัว, ดูแลรถยนต์, ดูแลสัตว์เลี้ยง |
| ตลาด | ประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ |
| ปรัชญาของกลุ่มบริษัทปัจจุบัน | “Empowering Family Lovers” |
| จุดยืนของแบรนด์ | “Smell Good, Smooth Life” |
ในปัจจุบัน บริษัทนำเสนอ King’s Stella ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและทำความสะอาด 89
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นในปี 1963
รากฐานของ King’s Stella เริ่มต้นขึ้นในปี 1963 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลของ King Stella Group ผู้ก่อตั้งอย่าง Suthep Kittikasemsak ได้เล็งเห็นถึงปัญหาสำคัญที่เกิดจากสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย นั่นคือปัญหากลิ่นอับและไม่พึงประสงค์
สิ่งนี้นำไปสู่การพัฒนาสเปรย์ปรับอากาศที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สภาพแวดล้อมในประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งบริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะ สเปรย์ปรับอากาศกระป๋องแรกของประเทศไทย และเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ King’s Stella นับตั้งแต่นั้นมา
ในช่วงแรก แบรนด์ดำเนินการภายใต้ บริษัท สยามพูลทรัพย์ อินเตอร์เคมิคอล จำกัด และสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านผลิตภัณฑ์ควบคุมหากลิ่นและน้ำหอม โดยมีสโลแกนโฆษณาในยุคแรกเริ่มที่ช่วยทำให้ King’s Stella กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยในครัวเรือนไทยว่า:
“กลิ่นดอกไม้นานา ชื่นอุราจริง ๆ …คิงส์สเตลล่า”
ตลาดในยุคเริ่มต้น
ในทางประวัติศาสตร์ ลูกค้ากลุ่มแรกของ King’s Stella ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้บริโภคตามบ้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น แต่รวมถึง บาร์ คาเฟ่ โรงแรม และสถานบันเทิง ต่าง ๆ ซึ่งการควบคุมกลิ่นไม่พึงประสงค์ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการให้บริการ ต่อมาแบรนด์จึงได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก และครัวเรือนทั่วไป
การเปลี่ยนแปลงจากผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับสถานประกอบการสู่สินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปนี้ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ King’s Stella เติบโตจากสินค้ากำจัดกลิ่นเฉพาะกลุ่มมาเป็นแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคระดับแมสในตลาดไทย
การพัฒนาแบรนด์
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ King’s Stella มีความผูกพันอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ สเปรย์ปรับอากาศแบบกระป๋อง โดยมีจุดแข็งทางการแข่งขันที่สำคัญ ได้แก่:
- กลิ่นหอมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์
- ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศและวิถีชีวิตของคนไทย
- ราคาที่จับต้องได้
- ความหลากหลายของกลิ่น
- บรรจุภัณฑ์แบบสเปรย์ที่ใช้งานสะดวก
- เน้นการกำจัดกลิ่นและความสดชื่น
จากสเปรย์ปรับอากาศสู่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดของ King’s Stella คือการขยายสายผลิตภัณฑ์ไปไกลกว่าสเปรย์ปรับอากาศดั้งเดิม โดยบริษัทได้ทยอยเข้าสู่หมวดหมู่สินค้าที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ (Air Care)
นี่คือหัวใจหลักทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย:
- สเปรย์ปรับอากาศแบบกระป๋อง
- เจลปรับอากาศ
- สเปรย์น้ำหอม
- ก้านหอมปรับอากาศ
- ผลิตภัณฑ์สร้างกลิ่นหอมในห้อง
- ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่น
ไลน์ผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ของ King’s Stella ครอบคลุมถึงซีรีส์ต่าง ๆ เช่น Pure Nature, Mini Fresh Gel, Freshy Bear Gel, Classic Series รวมถึงคอลเลกชันน้ำหอมรุ่นใหม่ ๆ 8910
ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน (Home Care)
King’s Stella ได้ขยายเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นภายในบ้าน รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดและสินค้าอื่น ๆ ที่ช่วยให้การดูแลรักษาบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน Home Care ถือเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care)
กลุ่มบริษัทยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลภายใต้ชื่อ King’s Stella ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ King’s Stella Hand Sanitizer ซึ่งกลายเป็นสินค้ายอดนิยมในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมีรายงานข่าวธุรกิจระบุว่ายอดขายเจลล้างมือในช่วงเวลาดังกล่าวสูงเกินกว่า 100 ล้านบาท
ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ (Car Care)
ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์เป็นอีกส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอที่กว้างขึ้นของ KSG อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแบรนด์หลักที่กลุ่มบริษัทใช้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ทั้งภายในและภายนอกคือ WaxOne 11
ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง (Pet Care)
ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นอีกพื้นที่เติบโตสำคัญของ King Stella Group โดยขับเคลื่อนหลักผ่านแบรนด์ BEARING Petcare การขยายตัวเข้าสู่ตลาดนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของธุรกิจจากเดิมที่เน้นเรื่องน้ำหอมและของใช้ในบ้าน สู่การเป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ตอบสนองความต้องการของครอบครัวอย่างรอบด้าน 23
King’s Stella กับ King Stella Group
มีความจำเป็นต้องแยกแยะระหว่าง King’s Stella และ King Stella Group ให้ชัดเจน:
- King’s Stella คือแบรนด์ผู้บริโภคที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ น้ำหอม และของใช้ในบ้าน
- King Stella Group (KSG) คือกลุ่มองค์กรธุรกิจที่บริหารจัดการหลายแบรนด์และหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน
KSG ระบุว่ามี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่:
- King’s Stella — ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและทำความสะอาด
- BEARING Petcare — ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและขนสัตว์เลี้ยง
- WaxOne — ผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์
โดยกลุ่มบริษัทระบุว่าธุรกิจปัจจุบันครอบคลุมทั้ง Air Care, Home Care, Pet Care, Car Care และ Personal Care 3
ในปี 2023 กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรวมบริษัทที่เคยแยกกันดำเนินงานมาก่อน เช่น สยามพูลทรัพย์ อินเตอร์เคมิคอล, Bearing Petcare Thailand และ King’s Stella Laboratory เข้าไว้ภายใต้โครงสร้าง King Stella Group อย่างเป็นเอกภาพ
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์
assortment สินค้าปัจจุบันของ King’s Stella มีความหลากหลายมากกว่าสเปรย์กระป๋องในอดีตอย่างมาก ตัวอย่างเช่น:
ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ
- สเปรย์ปรับอากาศ
- เจลปรับอากาศ
- เจลน้ำหอม
- ก้านหอม
- น้ำหอมในห้อง
- ผลิตภัณฑ์ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
คอลเลกชันน้ำหอม
แบรนด์ได้ยกระดับไปสู่การสร้าง ประสบการณ์น้ำหอมในบ้าน (Home Fragrance) ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดกลิ่นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น คอลเลกชัน Feel The Bloom ในปัจจุบัน ประกอบด้วย:
- เจลปรับอากาศ
- ก้านหอม
- สเปรย์น้ำหอมในห้อง
ร้านค้าอย่างเป็นทางการของ KSG ได้วางจำหน่ายน้ำหอมอย่าง Lush Around ภายใต้คอลเลกชัน Feel The Bloom นี้ด้วย 10 ซึ่งแสดงถึงวิวัฒนาการจากภาพลักษณ์เดิมของบริษัทสเปรย์ปรับอากาศ สู่การเป็น แบรนด์น้ำหอมในบ้าน อย่างเต็มตัว
อัตลักษณ์แบรนด์
จุดยืนของ King’s Stella ในภาษาอังกฤษยุคปัจจุบันคือ:
“Smell Good, Smooth Life”
วลีนี้สรุปข้อเสนอหลักของแบรนด์ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านโซลูชันด้านน้ำหอมและการทำความสะอาด
ในระดับองค์กร KSG ใช้แนวคิดที่กว้างขึ้นว่า:
“Empowering Family Lovers”
ปรัชญาของบริษัทตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของครอบครัว แทนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอิงจากเทคโนโลยีหรือขีดความสามารถในการผลิตเพียงอย่างเดียว 4
ดังนั้น วิวัฒนาการของ King’s Stella สามารถสรุปได้อย่างกว้าง ๆ ว่า:
ปัญหาเรื่องกลิ่น → สเปรย์ปรับอากาศ → น้ำหอมในบ้าน → ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน → ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สำหรับครอบครัวที่กว้างขึ้น
นวัตกรรมและการผลิต
นวัตกรรมเป็นส่วนสำคัญของบริษัทมาโดยตลอด บริษัทอธิบายถึงจุดกำเนิดของตนว่าเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเฉพาะจุด คือกลิ่นอับในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย และระบุว่ากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังคงเริ่มต้นจากการค้นหา “Pain Points” ในชีวิตประจำวันที่ครอบครัวต้องเผชิญ
King Stella Group รายงานข้อมูลในปัจจุบันว่า:
- มีลูกค้าที่พึงพอใจ 50 ล้านคน
- มีจำนวน SKU 650 รายการ
- มีสมาชิกในทีม 580 คน
- จำหน่ายผลิตภัณฑ์ใน กว่า 20 ประเทศ
นอกจากนี้ เว็บไซต์ของกลุ่มบริษัทยังระบุว่าพอร์ตโฟลิโอโดยรวมมีจำนวนมากกว่า 1,500 SKUs เมื่อพิจารณาจากธุรกิจทั้งหมดและตลาดระหว่างประเทศ 56 ความแตกต่างของตัวเลขเหล่านี้เกิดจากวิธีการนับผลิตภัณฑ์ข้ามแบรนด์และหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเทียบเท่ากันโดยตรง
การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ
แม้ว่า King’s Stella จะเป็น แบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากไทย อย่างแท้จริง แต่ธุรกิจได้ขยายออกไปนอกประเทศแล้ว โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายใน มากกว่า 20 ประเทศ 5
การขยายตลาดต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริษัทมาช้านาน ตั้งแต่ประกาศในปี 2010 ที่ระบุถึงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียและตะวันออกกลางว่าเป็นตลาดส่งออกเป้าหมาย 6 ทำให้ King’s Stella มีสถานะที่น่าสนใจ กล่าวคือ เป็นทั้ง แบรนด์ครัวเรือนไทยที่อยู่คู่สังคมมาอย่างยาวนาน และ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่กำลังเติบโตในระดับสากล ไปพร้อมกัน
ความยั่งยืน
ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนสำคัญในอัตลักษณ์องค์กรยุคใหม่ของ King’s Stella โดย KSG ระบุว่าได้นำหลักการ ESG มาใช้ในหลายด้าน ได้แก่:
- บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การลงทุนพลังงานสะอาด
- กระบวนการทางธุรกิจที่โปร่งใสมากขึ้น
- การพัฒนาชุมชน
- การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
- การผลิตที่ยั่งยืน
กลุ่มบริษัทยังส่งเสริม ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ โดยอธิบายว่าฐานน้ำหอมได้รับการออกแบบให้ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติหลังการใช้งาน และบรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ 100%
กิจกรรมด้านความยั่งยืนยังรวมถึงโครงการชุมชนที่ใช้ เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำของชุมชนเกษตรกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ ดังนั้น บริษัทจึงนำเสนอตนเองในฐานะองค์กรที่มุ่ง追求 “Better Living for All” ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตน้ำหอมเท่านั้น
วัฒนธรรมองค์กรและธุรกิจครอบครัว
King’s Stella ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของ ธุรกิจครอบครัว ไว้อย่างเหนียวแน่น บริษัทอธิบายว่าปรัชญาของตนมีรากฐานมาจากความคิดที่ว่าทุกสิ่งเริ่มต้นที่ครอบครัว: การเข้าใจปัญหาที่ครอบครัวประสบ การสัมผัสปัญหานั้นด้วยตนเอง และการสร้างโซลูชันเพื่อแก้ไข
ปรัชญานี้ยังคงมีความเกี่ยวข้องแม้ว่าบริษัทจะส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังของตระกูล Kittikasemsak แล้วก็ตาม ตัวอย่างเช่น กรณีศึกษาของ Google Cloud ระบุถึง Chutiphon Kittikasemsak หลานชายของผู้ก่อตั้ง ว่าเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความทันสมัยให้กับบริษัท 1
ความสำคัญของ King’s Stella ในประเทศไทย
King’s Stella มีความโดดเด่นเนื่องจากไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคไทยร่วมสมัย แต่ยังมี ประวัติศาสตร์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ความสำคัญสามารถพิจารณาได้จากหลายมุมมอง:
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดสเปรย์ปรับอากาศสมัยใหม่ของไทย โดยบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์ปี 1963 ของตนเป็นสเปรย์ปรับอากาศกระป๋องแรกของประเทศ
ความสำคัญต่อผู้บริโภค
แบรนด์กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยในครัวเรือนผ่านผลิตภัณฑ์ควบคุมหากลิ่นและน้ำหอมในราคาที่จับต้องได้
ความสำคัญทางธุรกิจ
แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของบริษัทครอบครัวไทยที่สามารถเปลี่ยนจากความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์เดียว สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความหลากหลาย
ความสำคัญทางวัฒนธรรม
บรรจุภัณฑ์สเปรย์สีม่วงและอัตลักษณ์ที่เน้นเรื่องกลิ่นหอม กลายเป็นองค์ประกอบที่จดจำได้ในวัฒนธรรมการบริโภคประจำวันของคนไทย
ความสำคัญด้านนวัตกรรม
บริษัทได้ขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์จากสเปรย์กระป๋องดั้งเดิม สู่เจล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน ของใช้ส่วนตัว และรูปแบบน้ำหอมในบ้านรุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
วิวัฒนาการของแบรนด์
ไทม์ไลน์แบบย่อมีดังนี้:
1963
→ Suthep Kittikasemsak ก่อตั้งธุรกิจและแนะนำสเปรย์ปรับอากาศ King’s Stella
ทศวรรษ 1960–1980
→ King’s Stella สร้างฐานะในตลาดสเปรย์ปรับอากาศของไทย และขยายช่องทางจัดจำหน่ายจากสถานบันเทิงและโรงแรมสู่ร้านค้าปลีกทั่วไป
ทศวรรษ 1990–2000
→ ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและของใช้ในบ้าน
ทศวรรษ 2010
→ เทคโนโลยีปรับอากาศใหม่ กลิ่นหอมใหม่ และความมุ่งมั่นในการส่งออก; ขยายสู่หมวดหมู่ของใช้ในบ้านที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง 7
2020–2022
→ การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล โดยเฉพาะเจลล้างมือ ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ปรับอากาศที่มีอยู่เดิม
2023 เป็นต้นมา
→ การรวมโครงสร้างองค์กรเป็น King Stella Group พร้อมเน้นย้ำเรื่อง Pet Care, Car Care, ความยั่งยืน และการเติบโตในระดับสากลมากขึ้น
ปัจจุบัน
→ King’s Stella ดำเนินงานในฐานะ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ/ดูแลบ้านหลัก ของกลุ่ม ขณะที่ KSG บริหารจัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่กว้างขึ้น
สถานะปัจจุบัน
ในปัจจุบัน การนิยาม King’s Stella เพียงว่าเป็น “แบรนด์สเปรย์ปรับอากาศ” นั้นไม่ถูกต้องครบถ้วน แม้จะเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์แต่ก็ไม่สมบูรณ์
ลักษณะที่แม่นยำกว่าคือ:
King’s Stella เป็นแบรนด์น้ำหอมในบ้านและผลิตภัณฑ์ดูแลครัวเรือนของไทยที่ก่อตั้งมายาวนาน โดยมีจุดเริ่มต้นจากสเปรย์ปรับอากาศ และได้วิวัฒนาการมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของครอบครัว
มรดกที่แข็งแกร่งที่สุดยังคงเป็น น้ำหอมและการปรับอากาศ ในขณะที่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่กว้างขึ้นในปัจจุบันครอบคลุมถึงการดูแลบ้าน ดูแลส่วนบุคคล ดูแลสัตว์เลี้ยง และดูแลรถยนต์
ช่องทางอย่างเป็นทางการ
สำหรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและน่าเชื่อถือที่สุด แหล่งอ้างอิงหลักคือ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ King Stella Group และสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ KSG Shop 8
References
- King’s Stella Case Study | Google Cloud
- King’s Stella เปิดตัว “King’s Stella Feel the Bloom” ครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ เดินหน้ากลยุทธ์ Experience Marketing แบบ O2O ผ่านแนวคิด This is My New Thai
- King’s Stella เปิดตัว ‘King’s Stella Feel the Bloom’ กลางกรุงเทพฯ
- PROFILE : บริษัท คิงส์สเตลล่า แลบบอราทอรี่ จำกัด | KING’S STELLA LABORATORY CO., LTD
- King’s Stella | KSG Shop
- King’s Stella | KSG Shop
- โฮมโปร | King’s Stella Group
- King’s Stella (คิงส์สเตลล่า) x KAKAO FRIENDS Fresh Gel เจลน้ำหอมปรับอากาศ เนื้อเจลจากธรรมชาติ หอมนานกว่า 30 วัน 180g After Shower | Makro PRO
- King’s Stella (คิงส์สเตลล่า) Into Nature Gel เจล น้ำหอมปรับอากาศ หอมยาวนาน 30 วัน 180g Clean home | Makro PRO
- King’s Stella x Give me museums เจลหอมปรับอากาศ สดชื่นราวอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ 4 สไตล์ Feel The Bloom Air Freshener Gel BLOOMING SPHERE | Makro PRO
- King’s Stella (คิงส์สเตลล่า) x KAKAO FRIENDS Air Freshener แผ่นน้ำหอมปรับอากาศ แขวนรถยนต์ ด้วยหัวน้ำหอมฝรั่งเศส Sexy Night | Makro PRO





