เกี่ยวกับ Toys R Us
Toys R Us (หรือในชื่อทางการค้า Toys“R”Us) เป็นแบรนด์ค้าปลีกของเล่นที่มีชื่อเสียงในระดับโลก โดยมีความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายของเล่น เกม สินค้าเพื่อการศึกษา ของสะสม ผลิตภัณฑ์สำหรับทารก และสินค้าสำหรับเด็ก ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1948 โดย Charles Lazarus บริษัทได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกของเล่นที่ใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการบุกเบิกแนวคิดร้านค้าของเล่นแบบ “Big-box” ที่เน้นพื้นที่จำหน่ายขนาดใหญ่ ปัจจุบัน แบรนด์ Toys R Us ยังคงดำเนินการผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งร้านเรือธง (Flagship stores) ความร่วมมือแบบ Shop-in-shop ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในหลายประเทศ 1
ประวัติความเป็นมา
การก่อตั้ง (1948–1957)
จุดเริ่มต้นของบริษัทสามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี 1948 เมื่อ Charles Lazarus เปิดร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์เด็กชื่อ Children’s Supermart ใน Washington, D.C. จากการสังเกตว่าผู้ปกครองมักกลับมาซื้อของเล่นบ่อยครั้งเมื่อลูกๆ เติบโตขึ้น Lazarus จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจุดเน้นทางธุรกิจจากเฟอร์นิเจอร์เด็กมาเป็นของเล่นแทน
ในปี 1957 บริษัทได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น Toys R Us พร้อมใช้ตัวอักษร “R” กลับด้านอันเป็นเอกลักษณ์เพื่อให้คล้ายกับลายมือของเด็ก ซึ่งการออกแบบโลโก้ที่มีความสนุกสนานนี้ทำให้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การค้าปลีกที่จดจำได้ง่ายที่สุดในโลก 2
การเติบโตและการขยายกิจการ
ในช่วงทศวรรษ 1960 ถึง 1990 Toys R Us ได้ปฏิวัติวงการค้าปลีกของเล่นด้วยนวัตกรรมสำคัญ ได้แก่:
- ร้านค้าขนาดใหญ่สไตล์โกดังสินค้า
- การรวบรวมสินค้านับพันรายการไว้ในที่เดียว
- ราคาที่มีความแข่งขันสูง
- การเปิดขายของเล่นตลอดทั้งปี แทนที่จะจำกัดเฉพาะฤดูกาล
- การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้ผลิตของเล่นชั้นนำ
บริษัทมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ยุโรป ออสเตรเลีย เอเชีย และลาตินอเมริกา ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 Toys R Us ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ค้าปลีกของเล่นรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสาขามากกว่า 1,400 แห่งทั่วโลก และครองส่วนแบ่งตลาดของเล่นทั่วโลกประมาณ 25% ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด 3
อัตลักษณ์ของแบรนด์
Toys R Us มีองค์ประกอบของแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์และเป็นที่จดจำมากมาย
Geoffrey the Giraffe
มาสคอตประจำบริษัทอย่าง Geoffrey the Giraffe ปรากฏตัวครั้งแรกในทศวรรษ 1960 และได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในมาสคอตค้าปลีกที่โด่งดังที่สุดในโลก โดยเป็นตัวแทนของจินตนาการ ความสนุก วัยเด็ก การผจญภัย และการเรียนรู้ผ่านการเล่น
เพลงโฆษณาอันโด่งดัง
ผู้ค้าปลีกรายนี้เป็นที่รู้จักในระดับสากลจากสโลแกนโทรทัศน์ที่ว่า:
“I don’t want to grow up, I’m a Toys ‘R’ Us kid.”
เพลงโฆษณาจิงเกิลนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในแคมเปญโฆษณาที่รู้จักกันดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการค้าปลีก และผูกพันกับภาพลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน 4
หมวดหมู่สินค้า
Toys R Us จำหน่ายสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ได้แก่:
- แอ็กชันฟิกเกอร์
- ตุ๊กตา
- ของเล่นเสริมทักษะการก่อสร้าง
- ชุดตัวต่อ LEGO
- เกมกระดาน
- วิดีโอเกม
- ของเล่น STEM และเพื่อการศึกษา
- ของเล่นกลางแจ้ง
- ศิลปะและงานประดิษฐ์
- ตุ๊กตาผ้า
- รถยนต์นั่งเล่น
- ของเล่นทารก
- ผลิตภัณฑ์สำหรับทารก (ผ่าน Babies R Us)
- ของสะสม
- สินค้าตามฤดูกาล
นอกจากสินค้าจากผู้ผลิตรายใหญ่แล้ว ร้านยังมีสินค้าจากแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟและแบรนด์เฮาส์แบรนด์ของตนเองด้วย
Babies R Us
นอกเหนือจากของเล่น บริษัทยังได้เปิดตัว Babies R Us ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีกเฉพาะทางด้านผลิตภัณฑ์สำหรับทารก โดยนำเสนอสินค้าดังนี้:
- รถเข็นเด็ก
- เตียงนอนเด็กอ่อน
- คาร์ซีท
- อุปกรณ์ป้อนอาหาร
- เสื้อผ้าเด็กอ่อน
- เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องเด็ก
- ของใช้จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
ปัญหาทางการเงิน
ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา Toys R Us ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจาก Walmart, Target, Amazon ผู้ค้าปลีกออนไลน์ และคลับขายส่งราคาประหยัด การเข้าซื้อกิจการแบบ Leveraged buyout ในปี 2005 ทำให้บริษัทมีภาระหนี้สินมหาศาล ซึ่งจำกัดความสามารถในการปรับปรุงร้านค้าให้ทันสมัยและการลงทุนด้านอีคอมเมิร์ซ เมื่อประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค แรงกดดันเหล่านี้จึงนำไปสู่ยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 5
การล้มละลาย
ในปี 2017 Toys R Us ยื่นคำร้องขอคุ้มครองการล้มละลายภายใต้ Chapter 11 ในสหรัฐอเมริกา
ต่อมาในปี 2018 บริษัทประกาศชำระบัญชีกิจการในสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้องปิดสาขาลงประมาณ 700 แห่ง และมีการเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 30,000 คน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในต่างประเทศยังคงดำเนินต่อไปได้ในหลายประเทศ เนื่องจากมีการบริหารจัดการโดยบริษัทแยกต่างหากหรือผ่านผู้ได้รับสิทธิ์ 6
การฟื้นฟูแบรนด์
แม้จะประสบปัญหาล้มละลาย แต่แบรนด์ Toys R Us ไม่ได้หายไปจากตลาด สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาได้ถูกโอนไปยัง Tru Kids, Inc. ซึ่งพยายามฟื้นฟูแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ได้แก่:
- การเปิดร้านเรือธงแห่งใหม่
- ร้านค้าแบบ Pop-up
- แนวคิด Shop-in-shop
- ความร่วมมือด้านลิขสิทธิ์
- การขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ
ในสหรัฐอเมริกา ยังได้มีการเปิดแผนกสินค้าภายใต้แบรนด์ Toys R Us ภายในห้างสรรพสินค้า Macy’s อีกด้วย 7
การดำเนินงานระหว่างประเทศ
ปัจจุบัน Toys R Us ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างความเป็นเจ้าของและข้อตกลงลิขสิทธิ์ที่หลากหลายทั่วโลก ตัวอย่างเช่น:
- Toys”R”Us Asia บริหารจัดการร้านค้านับร้อยแห่งทั่วเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ในฟิลิปปินส์ ดำเนินงานผ่านความร่วมมือด้านใบอนุญาตกับ Robinsons Supermarket Corporation โดยมีทั้งสาขาเดี่ยวและแผนกสินค้าภายใน Robinsons Department Stores 8
พันธกิจ
ตามที่บริษัทระบุ พันธกิจหลักคือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ผ่านพลังแห่งการเล่น โดยการนำเสนอของเล่นที่น่าเชื่อถือ สินค้าคุณภาพ และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดึงดูดใจ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ 9
มรดกทางธุรกิจ
Toys R Us ได้เปลี่ยนแปลงวงการค้าปลีกของเล่นด้วยการนำเสนอรูปแบบร้านค้าเฉพาะทางขนาดใหญ่ ที่มอบทางเลือกของสินค้าที่หลากหลายอย่างไม่เคยมีมาก่อน และทำให้การซื้อของเล่นกลายเป็นประสบการณ์จุดหมายปลายทางที่สำคัญ แม้จะประสบกับความตกต่ำอย่างหนักและการล้มละลายในช่วงปลายทศวรรษ 2010 แต่แบรนด์นี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่จดจำได้ง่ายที่สุดในอุตสาหกรรมของเล่นโลก และยังคงขยายตัวต่อไปผ่านความร่วมมือด้านการค้าปลีกสมัยใหม่และตลาดระหว่างประเทศ 10
References
- Toys “R” Us
- Inside the Rise and Fall of Toys ‘R’ Us | HISTORY
- Author James Patterson Reminisces About His Surprise Side Gig: Writing the Toys “R” Us Jingle
- How Toys R Us Succumbed to Its Nasty Debt Problem
- No, Toys ‘R’ Us Isn’t Closing All Its Stores After Filing for Bankruptcy
- Inside the rise, fall, and resurrection of Toys R Us, the chain that once commanded a quarter of the toy market
- About Us – Toys”R”Us
- About – Toys”R”Us
- Toys ‘R’ Us | Company Overview & News
- sec.gov





