เกี่ยวกับ Taste Of The Wild
Taste Of The Wild เป็นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงสัญชาติอเมริกันที่มุ่งเน้นการผลิตอาหารสำหรับสุนัขและแมว โดยเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากสูตรอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพฤติกรรมการกินของบรรพบุรุษในธรรมชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับโปรตีนจากสัตว์ แหล่งโปรตีนที่มีความโดดเด่น รวมถึงมีทั้งสูตรที่ไม่มีธัญพืช (Grain-Free) และสูตรที่มีธัญพืชโบราณ (Ancient Grains) แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ในเครือของบริษัท Diamond Pet Foods ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกาซึ่งดำเนินกิจการโดยครอบครัว 1
ภาพรวมแบรนด์
| หมวดหมู่ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | Taste Of The Wild |
| อุตสาหกรรม | อาหารสัตว์เลี้ยง |
| ผลิตภัณฑ์ | อาหารสุนัขและอาหารแมว |
| บริษัทแม่ | Diamond Pet Foods / Schell & Kampeter, Inc. |
| รูปแบบความเป็นเจ้าของ | กิจการครอบครัว |
| สำนักงานใหญ่ / สถานที่ผลิต | สหรัฐอเมริกา |
| ตลาดหลัก | สหรัฐอเมริกา และจัดจำหน่ายในระดับสากล |
| ประเภทอาหาร | อาหารเม็ดและอาหารเปียก |
| สายผลิตภัณฑ์หลัก | Taste Of The Wild; Taste Of The Wild PREY |
| ปรัชญาผลิตภัณฑ์ | โภชนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวิถีบรรพบุรุษ |
| แหล่งโปรตีนเด่น | เนื้อวัว, ควายไบสัน, กวาง, แกะ, แซลมอน, เทราต์, ไก่งวง, เป็ด, หมูป่า และอื่นๆ |
| ตัวเลือกธัญพืช | สูตรไม่มีธัญพืช และสูตรธัญพืชโบราณ |
| โพรไบโอติก | K9 Strain® สำหรับอาหารเม็ดสุนัข; Viables® สำหรับอาหารเม็ดแมว |
ปัจจุบันเครื่องมือค้นหาสูตรอาหารบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการได้รวบรวมรายการผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งสุนัขและแมว ครอบคลุมทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก สูตรสำหรับลูกสัตว์และสัตว์โตเต็มวัย ตลอดจนสูตรที่ไม่มีธัญพืชและสูตรที่มีธัญพืช 2
ประวัติและที่มา
Taste Of The Wild เป็นส่วนหนึ่งของ Diamond Pet Foods ซึ่งมีรากฐานทางธุรกิจย้อนกลับไปในปี 1970 โดยผู้ก่อตั้งคือ Gary Schell และ Richard Kampeter ซึ่งเป็นพี่น้องเขยกัน ทั้งคู่มีความตั้งใจที่จะผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ จึงได้เข้าซื้อกิจการโรงสีเก่าในเมือง Meta รัฐ Missouri เพื่อเริ่มต้นสร้างธุรกิจ Diamond 3
ต่อมา Diamond ได้ขยายเครือข่ายการผลิตไปทั่วสหรัฐอเมริกา โดยมีโรงงานที่ได้รับการจัดตั้งหรือขยายกำลังการผลิตในรัฐต่างๆ ได้แก่ Missouri, California, South Carolina, Arkansas และ Kansas บริษัทระบุว่าปัจจุบันทายาทรุ่นที่สองของตระกูล Schell และ Kampeter ยังคงเป็นเจ้าของและดำเนินการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 4
Taste Of The Wild ได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะ แบรนด์ที่เป็นเจ้าของโดย Diamond Pet Foods ทั้งหมด ตามข้อมูลของบริษัท แบรนด์นี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ Diamond มาตั้งแต่ต้น และถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดในการนำเสนออาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่สุนัขและแมวจะแสวงหาตามสัญชาตญาณดั้งเดิมของบรรพบุรุษ 5
ปรัชญาหลักของแบรนด์สามารถสรุปได้ว่า:
โภชนาการจากธรรมชาติ + โปรตีนสัตว์ที่โดดเด่น + ราคาที่เข้าถึงได้
แทนที่จะพยายามเลียนแบบอาหารของสัตว์ป่าอย่างตรงตัว Taste Of The Wild ใช้แนวคิดเรื่องโภชนาการตามวิวัฒนาการเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาคำสูตรอาหาร
ปรัชญาแบรนด์
แนวคิดหลักเบื้องหลัง Taste Of The Wild คือความเชื่อว่าสุนัขและแมวเลี้ยงในบ้านยุคใหม่ยังคงมีลักษณะทางชีวภาพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
ดังนั้น แบรนด์จึงให้ความสำคัญกับ โปรตีนจากสัตว์ และส่วนผสมที่เกี่ยวข้องกับอาหารตามวิถีธรรมชาติ การสื่อสารการตลาดมักเน้นย้ำถึงแหล่งโปรตีน เช่น ควายไบสัน กวาง แซลมอน เทราต์ เนื้อวัว แกะ และสัตว์ปีก 6
ปรัชญานี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายดั้งเดิมของบริษัทที่ต้องการทำให้โภชนาการระดับพรีเมียมสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่ย่อมเยากว่าแบรนด์เฉพาะทางระดับสูงบางราย Taste Of The Wild นิยามตัวเองว่าเป็นผู้แสวงหา โภชนาการคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า 7
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ “Taste Of The Wild” เป็น แนวคิดของแบรนด์ ไม่ใช่การอ้างว่าอาหารนั้นเก็บเกี่ยวจากป่าโดยตรง หรือสัตว์เลี้ยงควรกินอาหารเหมือนกับสัตว์ป่าทุกประการ
กลุ่มผลิตภัณฑ์
Taste Of The Wild ผลิตอาหารสำหรับ สุนัขและแมว เป็นหลัก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันประกอบด้วย:
อาหารสุนัข
สูตรอาหารสุนัขประกอบด้วยสูตรที่ใช้โปรตีนหลากหลายชนิด เช่น:
- ควายไบสัน
- กวาง
- เนื้อวัว
- แกะ
- แซลมอน
- เทราต์
- ไก่งวง
- เป็ด
- หมูป่า
- โปรตีนจากสัตว์ปีกชนิดต่างๆ
ฐานข้อมูลสูตรอาหารอย่างเป็นทางการในปัจจุบันมีทั้งตัวเลือก แบบไม่มีธัญพืชและแบบมีธัญพืช รวมถึงสูตรสำหรับลูกสุนัขและสุนัขโตเต็มวัย 8
อาหารแมว
แบรนด์ยังมีสูตรสำหรับแมว ซึ่งรวมถึงสูตรที่ใช้โปรตีนจากปลา สัตว์ปีก และเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสูตรอาหารเม็ดสำหรับแมวนั้น บริษัทได้ใส่ระบบโพรไบโอติก Viables® เข้าไปเป็นพิเศษ 9
อาหารเปียก
Taste Of The Wild ยังจำหน่ายสูตรอาหารกระป๋องหรืออาหารเปียก ซึ่งบริษัทอธิบายว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเนื้อสัตว์และผักในน้ำเกรวี่ พร้อมเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น 10
Taste Of The Wild PREY
หนึ่งในสายผลิตภัณฑ์ย่อยที่มีความโดดเด่นที่สุดของแบรนด์คือ Taste Of The Wild PREY
PREY ถูกออกแบบมาด้วย แนวทางส่วนผสมจำกัด (Limited-ingredient) แทนที่จะใช้ส่วนผสมของโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่หลากหลาย สูตรอาหารนี้จะสร้างขึ้นจากวัตถุดิบหลักจำนวนน้อยชนิด
ตามข้อมูลที่บริษัทระบุ สูตร PREY สำหรับสุนัขมีส่วนผสมหลัก 4 ชนิด ได้แก่:
- โปรตีนจากสัตว์หลัก
- ถั่วเลนทิล
- มะเขือเทศอบแห้ง (Tomato pomace)
- ไขมันไก่
ในขณะที่สูตรสำหรับแมวจะมีโครงสร้างส่วนผสมที่เรียบง่ายยิ่งกว่า 11
ตัวอย่างแหล่งโปรตีนในไลน์ PREY ได้แก่:
- เนื้อวัว Angus ที่เลี้ยงในทุ่งหญ้า
- ไก่งวงที่เลี้ยงแบบไม่ขังกรง
- ปลาเทราต์
บริษัทระบุว่าสูตร PREY ไม่มีส่วนผสมของเนื้อป่นหรือผลพลอยได้จากสัตว์ (By-product meals) และได้รับการปรุงแต่งเพื่อให้โภชนาการที่สมบูรณ์และสมดุล 12
ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างสองไลน์ผลิตภัณฑ์คือ:
Taste Of The Wild:
การผสมผสานที่หลากหลายของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ผลไม้ และผัก
Taste Of The Wild PREY:
สูตรส่วนผสมจำกัดที่เรียบง่ายกว่า โดยเน้นโปรตีนจากสัตว์เป็นหลัก
ส่วนผสมสำคัญ
ส่วนผสมถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของอัตลักษณ์ Taste Of The Wild
บริษัทเน้นการใช้โปรตีนจากสัตว์ที่โดดเด่นและส่วนผสมต่างๆ เช่น:
- ควายไบสัน
- กวาง
- แซลมอน
- เทราต์
- เนื้อวัว
- แกะ
- ไก่งวง
- เป็ด
- ธัญพืชโบราณ
- ถั่วเลนทิล
- คีนัว
- เมล็ดเจีย
- ผักและผลไม้
ยกตัวอย่างเช่น ในสูตรธัญพืชโบราณจะใช้ส่วนผสมอย่าง ข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างหางหมา (Millet) คีนัว และเมล็ดเจีย 13
นอกจากนี้ แบรนด์ยังใช้เทคนิคการเตรียมอาหารที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มความน่ากิน เว็บไซต์ของบริษัทเน้นย้ำถึงรสชาติแบบย่างและรมควันว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านรสชาติ 14
สูตรไม่มีธัญพืชและสูตรธัญพืชโบราณ
Taste Of The Wild มีความเกี่ยวข้องกับ อาหารสัตว์เลี้ยงแบบไม่มีธัญพืช อย่างแน่นแฟ้น เนื่องจากสูตรแรกเริ่มและสูตรเรือธงหลายตัวใช้แหล่งคาร์โบไฮเดรตทางเลือกอื่น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแบรนด์ ไม่ได้มีเฉพาะสูตรไม่มีธัญพืชเท่านั้น
พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยทั้งสองกลุ่ม:
สูตรไม่มีธัญพืช (Grain-free)
โดยทั่วไปจะใช้ส่วนผสมอย่างถั่วและมันฝรั่งเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต
สูตรธัญพืชโบราณ (Ancient-grain)
ใช้ธัญพืชชนิดต่างๆ เช่น:
- ข้าวฟ่าง
- ข้าวฟ่างหางหมา (Millet)
- คีนัว
- เมล็ดเจีย
การมีอยู่ของทั้งสองหมวดหมู่ช่วยให้แบรนด์ตอบโจทย์เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องการทั้งอาหารแบบไม่มีธัญพืชและแบบที่มีธัญพืช 15
โพรไบโอติก
จุดเด่นที่สำคัญของอาหารเม็ด Taste Of The Wild คือการใช้โพรไบโอติกที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ
ตามข้อมูลของบริษัท:
- สูตรอาหารเม็ดสุนัข ใช้ K9 Strain® Probiotics
- สูตรอาหารเม็ดแมว ใช้ Viables® Probiotics
Taste Of The Wild ระบุว่าโพรไบโอติกเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับใช้ในอาหารสุนัขและแมวของตน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสุขภาพระบบย่อยอาหาร 16
คุณสมบัตินี้กลายเป็นส่วนสำคัญของจุดยืนด้านโภชนาการของแบรนด์ นอกเหนือจากการเน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว
กระบวนการผลิต
Taste Of The Wild ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของตน พัฒนาและผลิตในสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันบริษัทแจ้งว่าผลิตภัณฑ์ถูกผลิตใน โรงงานผลิต 7 แห่ง ในสหรัฐฯ และมีการจัดหาวัตถุดิบจากทั้งภายในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆ ของโลก 1
ข้อเท็จจริงที่ควรทราบคือ:
“Made in the USA” ไม่ได้หมายความว่าส่วนผสมทุกอย่างเป็นของอเมริกา
จุดยืนของบริษัทคือ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปถูกผลิตในโรงงานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ในขณะที่วัตถุดิบอาจมาจากซัพพลายเออร์ทั้งในและต่างประเทศ 2
ในทำนองเดียวกัน Diamond Pet Foods ก็ระบุว่าโรงงานผลิตของตนตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 3
การควบคุมคุณภาพ
คุณภาพและความปลอดภัยทางอาหารเป็นส่วนสำคัญในจุดยืนองค์กรของ Diamond
Taste Of The Wild ระบุว่าวัตถุดิบจะต้องผ่านการประเมินจากผู้จัดจำหน่าย และบริษัทยังทำการตรวจสอบวัตถุดิบ สภาพแวดล้อมในการผลิต และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง 4
Diamond ระบุว่ามีการเก็บและทดสอบตัวอย่างจากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ผลิตขึ้น และเก็บรักษาตัวอย่างไว้เป็นเวลาประมาณอายุการรับประกันของผลิตภัณฑ์ ซึ่งโดยปกติคือ 12 เดือน 5
Taste Of The Wild ยังระบุด้วยว่าผู้จัดจำหน่ายเนื้อสัตว์ของตน ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดย USDA และบริษัทได้มีการติดตามห่วงโซ่อุปทานและความปลอดภัยของส่วนผสมอย่างใกล้ชิด 6
มาตรฐานโภชนาการ
Taste Of The Wild ระบุว่าสูตรอาหารของตนได้รับการปรุงแต่งเพื่อให้ โภชนาการที่สมบูรณ์และสมดุล และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและโภชนาการที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ
บริษัทระบุว่าสูตรอาหารปฏิบัติตามแนวทางของ AAFCO สำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงที่สมบูรณ์และสมดุล 7
AAFCO หรือ Association of American Feed Control Officials มีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของสหรัฐฯ เนื่องจากโปรไฟล์สารอาหารและกฎระเบียบต้นแบบขององค์กรนี้ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานอย่างกว้างขวางสำหรับการแถลงความเพียงพอทางโภชนาการ
ประวัติการเรียกคืนสินค้าและประเด็นถกเถียง
ประวัติของ Taste Of The Wild ยังมีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางอาหารที่สำคัญ
ตามข้อมูลที่แบรนด์เปิดเผยเอง มีการ เรียกคืนสินค้าโดยสมัครใจในปี 2012 เนื่องจากความเสี่ยงในการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม Taste Of The Wild ระบุว่าการทดสอบในภายหลังพบว่า ไม่มีผลิตภัณฑ์ Taste Of The Wild รายการใดที่มีการปนเปื้อน 8
Diamond ก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกคืนสินค้าปี 2012 ในลักษณะเดียวกัน โดยอธิบายว่าเป็นการเรียกคืนโดยสมัครใจเพื่อป้องกันไว้ก่อน และการทดสอบในภายหลังไม่พบการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ 9
ประเด็นเรื่องการเรียกคืนอาหารสัตว์เลี้ยงควรพิจารณาแยกจากสถานะปัจจุบันของผลิตภัณฑ์ องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) มีฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเรียกคืนและถอนสินค้าอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการตรวจสอบมาตรการกำกับดูแลในปัจจุบัน 10
ประเด็นถกเถียงเรื่อง Grain-free และโรค DCM
Taste Of The Wild ยังถูกกล่าวถึงในบริบทของการถกเถียงเรื่อง อาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชและโรคกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายขยายใหญ่ผิดปกติในสุนัข (DCM)
บริษัทระบุว่า FDA ยังไม่สามารถพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ ระหว่างอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งกับโรค DCM และโรค DCM เป็นโรคที่มีความซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ 11
ในประเด็นนี้ ไม่ควรสรุปอย่างง่ายว่า “อาหารไม่มีธัญพืชปลอดภัย” หรือ “อาหารไม่มีธัญพืชทำให้เกิดโรค DCM” การอภิปรายทางวิทยาศาสตร์และกฎระเบียบมีความซับซ้อนมากกว่านั้น และสุนัขแต่ละตัวก็มีความต้องการทางโภชนาการที่แตกต่างกัน
สำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว สัตวแพทย์หรือนักโภชนาการสัตวแพทย์คือแหล่งข้อมูลที่適切ที่สุดสำหรับการตัดสินใจเลือกอาหาร
จุดยืนทางการตลาด
Taste Of The Wild ครองตำแหน่งที่น่าสนใจในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง
โดยทั่วไป แบรนด์นำเสนอตัวเองในฐานะ:
เน้นธรรมชาติมากกว่าอาหารซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
↓
เน้นโปรตีนและใส่ใจในส่วนผสม
↓
แต่ยังคงรักษาระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
การสร้างแบรนด์พึ่งพาภาพลักษณ์ของ:
- ป่าเขาและธรรมชาติ
- ภูเขา
- ป่าไม้
- สัตว์ป่า
- การล่าเหยื่อ
- การผจญภัย
- ทิวทัศน์ธรรมชาติ
สิ่งนี้สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ที่แข็งแกร่งระหว่าง มุมมองต่อธรรมชาติของเจ้าของสัตว์เลี้ยง กับความต้องการทางโภชนาการของสุนัขหรือแมวเลี้ยงในบ้าน
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
แบรนด์นี้ดึงดูดเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะดังนี้:
- ต้องการอาหารที่เน้นโปรตีนจากสัตว์
- ชอบโปรตีนทางเลือก เช่น ควายไบสัน หรือกวาง
- ชื่นชอบการสร้างแบรนด์แนวธรรมชาติ
- สนใจอาหารแบบไม่มีธัญพืชหรือธัญพืชโบราณ
- ต้องการทางเลือกอื่นนอกเหนือจากสูตรไก่/เนื้อวัวทั่วไป
- ต้องการอาหารแนวพรีเมียมโดยไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารเฉพาะทางที่มีราคาสูงสุด
- สนใจอาหารส่วนผสมจำกัดผ่านไลน์ผลิตภัณฑ์ PREY
ดังนั้น Taste Of The Wild จึงตอบโจทย์กลุ่มตลาด อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมและเมนสตรีมพรีเมียม ได้อย่างดียิ่ง
การกระจายสินค้าทั่วโลก
ความสัมพันธ์กับ Diamond Pet Foods
นี่คือหนึ่งในข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับ Taste Of The Wild
Taste Of The Wild ไม่ใช่บริษัทอิสระที่แยกออกจาก Diamond Pet Foods
ความสัมพันธ์ทางองค์กรเป็นดังนี้:
Schell & Kampeter, Inc.
↓
Diamond Pet Foods
↓
Taste Of The Wild
↓
ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว
Diamond Pet Foods เองเป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัว ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 และยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูล Schell และ Kampeter 15
เครื่องหมายการค้า Taste Of The Wild ซึ่งรวมถึง Taste Of The Wild และ Taste Of The Wild PREY เป็นเครื่องหมายการค้าของ Diamond Pet Foods 16
ลักษณะเด่นสำคัญ
หากสรุปคุณสมบัติที่กำหนดอัตลักษณ์ของ Taste Of The Wild จะประกอบด้วย:
🥩 เน้นโปรตีน
โปรตีนจากสัตว์เป็นหัวใจสำคัญของสูตรอาหารและการตลาดของแบรนด์
🌲 แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
สูตรอาหารและการสร้างแบรนด์อิงตามแนวคิดเรื่องอาหารตามวิถีบรรพบุรุษและธรรมชาติ
🦬 โปรตีนทางเลือก
ควายไบสัน กวาง เทราต์ หมูป่า และโปรตีนที่ไม่ธรรมดาอื่นๆ ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์
🌾 ปรัชญาคาร์โบไฮเดรตที่หลากหลาย
ปัจจุบันบริษัทมีทั้งสูตรไม่มีธัญพืชและสูตรธัญพืชโบราณ
🦠 เน้นโพรไบโอติก
มีการใส่โพรไบโอติกในสูตรอาหารเม็ดทั้งสุนัขและแมว
🇺🇸 ผลิตในสหรัฐฯ
แบรนด์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาและผลิตในโรงงานในสหรัฐฯ
👨👩👧👦 บริษัทแม่แบบกิจการครอบครัว
Taste Of The Wild เป็นของ Diamond Pet Foods ซึ่งยังคงเป็นกิจการครอบครัว
💰 พรีเมียมที่คุ้มค่า
แบรนด์พยายามผสมผสานส่วนผสมและจุดยืนแบบพรีเมียมเข้ากับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
อัตลักษณ์แบรนด์
ชื่อ “Taste Of The Wild” สื่อสารปรัชญาการตลาดทั้งหมดของบริษัทได้อย่างชัดเจน
“Taste” (รสชาติ) → ความน่ากินและรสชาติที่ถูกปาก
“Wild” (ธรรมชาติ/ hoang dã) → สัญชาตญาณบรรพบุรุษและอาหารตามธรรมชาติ
แบรนด์ไม่ได้อ้างว่าสุนัขและแมวเลี้ยงเป็นสัตว์ป่า แต่ใช้อนุวัฒนาการของพวกมันเป็นแรงบันดาลใจในการเลือกประเภทโปรตีนและส่วนผสมในสูตรอาหาร
สโลแกนอย่างเป็นทางการคือ “A modern diet, inspired by nature.” 16
วลีนี้สามารถอธิบายตัวตนของแบรนด์ได้ดีกว่าชื่อเสียอีก: Taste Of The Wild คือ อาหารสัตว์เลี้ยงเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ที่ออกแบบขึ้นบนแนวคิดโภชนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
บทสรุป
Taste Of The Wild เป็นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงจากสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของ Diamond Pet Foods ซึ่งเป็นกิจการครอบครัว แบรนด์ผลิตอาหารสุนัขและแมวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารตามวิถีบรรพบุรุษ โดยเน้นโปรตีนจากสัตว์ เช่น ควายไบสัน กวาง แซลมอน เทราต์ และเนื้อวัว พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก สูตรไม่มีธัญพืชและธัญพืชโบราณ ตลอดจนไลน์ส่วนผสมจำกัดอย่าง PREY แบรนด์ผลิตสินค้าในสหรัฐอเมริกาและทำการตลาดโดยเน้นโภชนาการจากธรรมชาติ โปรตีนที่โดดเด่น โพรไบโอติก ความปลอดภัยทางอาหาร และโภชนาการระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ 15
โดยสรุปแล้ว Taste Of The Wild ควรได้รับการเข้าใจในฐานะแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เน้นโปรตีนและได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ภายใต้ร่มเงาของ Diamond Pet Foods ไม่ใช่ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่แยกเป็นอิสระ จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือแนวคิดอาหารตามวิถีบรรพบุรุษ ทางเลือกโปรตีนที่ไม่ซ้ำใคร ไลน์ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมจำกัด PREY และการผสมผสานจุดยืนแบบพรีเมียมเข้ากับราคาที่คุ้มค่า 16
References
- About Our Company — Taste of the Wild Pet Food
- What company owns Taste of the Wild? – Taste of the Wild Pet Food
- Recipe Finder — Taste of the Wild Pet Food
- Taste of the Wild Pet Food | Dog and Cat Food Brands
- Recipe Finder — Taste of the Wild Pet Food
- Taste of the Wild Frequently Asked Questions
- Taste of the Wild Copyright & Trademark Information
- Taste of the Wild › Dog Food Reviews
- Taste of the Wild Recall History and Pet Food Brand Info | Petful
- Is Taste of the Wild family-owned? – Taste of the Wild Pet Food
- Quality & Composition – Taste of the Wild
- Taste of the Wild Pet Food Recall History | PawDiet
- テイストオブザワイルドとは | ブランドについて | Taste of the Wild Japan
- テイストオブザワイルド Japan | プレミアムグレインフリーペットフード
- Home
- OUR BRAND





