T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Siemens

ภาพรวม

Siemens AG หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Siemens เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่เก่าแก่ที่สุดและมีความสำคัญในระดับนานาชาติมากที่สุดของเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นใน Berlin เมื่อปี 1847 โดยเริ่มต้นจากโรงงานวิศวกรรมไฟฟ้าขนาดเล็กก่อนจะเติบโตเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้ง อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง และสุขภาพ ในปัจจุบัน กลยุทธ์หลักของบริษัทคือการเชื่อมโยง โลกกายภาพ อันได้แก่ โรงงาน อาคาร ระบบสายส่งไฟฟ้า ระบบขนส่ง และเครื่องจักร เข้ากับ โลกดิจิทัล ที่ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ ข้อมูล ดิจิทัลทวิน และปัญญาประดิษฐ์ 1

ข้อมูลพื้นฐาน

รายการ ข้อมูล
ชื่อบริษัทตามกฎหมาย Siemens AG
ชื่อสามัญ / แบรนด์ Siemens
วันก่อตั้ง 1 ตุลาคม 1847
ผู้ก่อตั้ง Werner von Siemens และ Johann Georg Halske
ชื่อเดิม Telegraphen-Bauanstalt von Siemens & Halske
สถานที่กำเนิด Berlin, Kingdom of Prussia
สำนักงานใหญ่ Munich และ Berlin, Germany
อุตสาหกรรม เทคโนโลยี, ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม, ซอฟต์แวร์, โครงสร้างพื้นฐาน, การคมนาคม, การใช้ไฟฟ้า
ตลาดหลัก อุตสาหกรรม, โครงสร้างพื้นฐาน, การขนส่ง, สุขภาพ
จำนวนพนักงาน ประมาณ 318,000 คนทั่วโลก
รายได้ปีงบประมาณ 2025 €78.9 พันล้าน
ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทมหาชนจดทะเบียนในเยอรมนี; เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 1899
จุดเน้นเชิงกลยุทธ์ปัจจุบัน ดิจิทัลไลเซชัน, AI ทางอุตสาหกรรม, ระบบอัตโนมัติ, ดิจิทัลทวิน, การใช้ไฟฟ้า และความยั่งยืน
พันธกิจ “We create technology to transform the everyday, for everyone.”

ตัวเลขจำนวนพนักงานและรายได้ข้างต้นเป็นข้อมูลที่ Siemens รายงานสำหรับปีงบประมาณ 2025 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2025 2

ลักษณะธุรกิจของ Siemens

โดยสาระสำคัญแล้ว Siemens คือบริษัทเทคโนโลยีที่สร้างและจัดหาเทคโนโลยีเบื้องหลังระบบอุตสาหกรรมและระบบเมืองสมัยใหม่

แตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นผู้บริโภคอย่าง Apple หรือ Samsung ตรงที่ Siemens เป็นบริษัทเทคโนโลยีแบบ ธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) เป็นหลัก ลูกค้าของบริษัทประกอบด้วยผู้ผลิต โรงงาน บริษัทพลังงาน ผู้ให้บริการรถไฟ เจ้าของอาคาร ผู้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยงานรัฐ และองค์กรด้านสาธารณสุข

แนวทางการทำความเข้าใจบทบาทของ Siemens ที่ชัดเจนที่สุดคือ:

Siemens เชื่อมโยงเครื่องจักรและโครงสร้างพื้นฐานในโลกกายภาพเข้ากับซอฟต์แวร์ ข้อมูล และ AI ในโลกดิจิทัล

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ได้แก่:

  • โรงงานสามารถใช้ระบบอัตโนมัติของ Siemens เพื่อควบคุมเครื่องจักรการผลิต
  • ซอฟต์แวร์ของ Siemens สามารถสร้าง ดิจิทัลทวิน ของโรงงานดังกล่าวได้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจริง
  • เซนเซอร์สามารถส่งข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์
  • AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวและแนะนำหรือดำเนินการปรับปรุง
  • ระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของ Siemens สามารถบริหารจัดการพลังงานภายในโรงงาน
  • เทคโนโลยีของ Siemens ยังช่วยเชื่อมโยงโรงงานเข้ากับห่วงโซ่อุปทานที่กว้างขึ้น

การบูรณาการระหว่างฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการนี้ ถือเป็นคุณลักษณะที่กำหนดเอกลักษณ์ของธุรกิจ Siemens ในยุคปัจจุบัน 3

ประวัติศาสตร์

การก่อตั้งในปี 1847

Siemens มีจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงวันที่ 1 ตุลาคม 1847 เมื่อ Werner von Siemens และช่างกลละเอียด Johann Georg Halske ร่วมกันก่อตั้ง Telegraphen-Bauanstalt von Siemens & Halske ขึ้นใน Berlin

ในช่วงแรก บริษัทมีพนักงานเพียงประมาณ 10 คน และผลิตอุปกรณ์โทรเลข ความสำเร็จในยุคต้นเกิดจากการผสมผสานวิศวกรรมไฟฟ้าเข้ากับการใช้งานเชิงพาณิชย์ในทางปฏิบัติ 4

ดังนั้น บริษัทดั้งเดิมจึงไม่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะกลุ่มกิจการอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ แต่เริ่มต้นในฐานะ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ที่มุ่งเน้นการสื่อสารและวิศวกรรมไฟฟ้าเป็นหลัก

การขยายตัวสู่วิศวกรรมไฟฟ้า

ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 Siemens ได้ขยายกิจการไปไกลกว่าการโทรเลข

พัฒนาการที่สำคัญอย่างยิ่งคือผลงานของ Werner von Siemens เกี่ยวกับ หลักการไดนาโม-อิเล็กทริก และการผลิตกำลังไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้ Siemens กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่กำลังก่อตัวขึ้น

บริษัทได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานด้านต่างๆ มากขึ้น ได้แก่:

  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • มอเตอร์
  • ระบบจ่ายไฟ
  • ระบบไฟฟ้าสำหรับรถไฟ
  • โทรคมนาคม
  • ระบบแสงสว่าง
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าอุตสาหกรรม

โครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่ระดับนานาชาติมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน Siemens จากบริษัทในเยอรมนีให้กลายเป็นองค์กรข้ามชาติ 5

การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

ในปี 1897 Siemens & Halske ได้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทมหาชนเพื่อรองรับตลาดวิศวกรรมไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากนั้นหุ้นของบริษัทก็ได้รับการจดทะเบียน โดย Siemens เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน มีนาคม 1899 6

เหตุการณ์นี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญ เนื่องจาก Siemens ต้องการเงินทุนมหาศาลมากขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

Siemensstadt

การขยายตัวของบริษัทยานำไปสู่การพัฒนา Siemensstadt ซึ่งเป็นย่านอุตสาหกรรมใน Berlin

พื้นที่แห่งนี้มีความผูกพันแน่นแฟ้นกับกิจกรรมการผลิต วิจัย และวิศวกรรมของ Siemens และยังคงเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้ 7

Siemens ในช่วงศตวรรษที่ 20

ช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงเวลาที่มีความผันผวนอย่างมากสำหรับ Siemens

แม้บริษัทจะขยายกิจการไปยังต่างประเทศ แต่ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สำคัญหลายประการ ได้แก่:

  • สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
  • ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
  • ยุคเยอรมนีนาซี
  • สงครามโลกครั้งที่สอง

ประวัติศาสตร์ของ Siemens ในช่วงยุคเยอรมนีนาซีเป็นส่วนที่สำคัญและละเอียดอ่อนในหน้าประวัติองค์กร Siemens ยอมรับว่ากิจกรรมในช่วงสงครามรวมถึงการ ใช้แรงงานบังคับ 8

สงครามโลกครั้งที่สองสร้างความเสียหายทางกายภาพและเศรษฐกิจอย่างมหาศาลแก่ Siemens ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของบริษัท ระบุว่าได้สูญเสียทรัพย์สินไปประมาณ สี่ในห้าของสินทรัพย์ทั้งหมดทั้งในเยอรมนีและต่างประเทศ 9

หลังสิ้นสุดสงคราม Siemens ได้ฟื้นฟูการดำเนินงานและค่อยๆ สร้างฐานะกลับมาเป็นบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลกอีกครั้ง

การจัดตั้ง Siemens AG

จุดเปลี่ยนสำคัญด้านโครงสร้างองค์กรเกิดขึ้นในปี 1966

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1966 Siemens ได้รวมสามบริษัทบรรพบุรุษหลัก ได้แก่:

  • Siemens & Halske AG
  • Siemens-Schuckertwerke AG
  • Siemens-Reiniger-Werke AG

เข้าด้วยกันเป็น Siemens AG 10

การควบรวมครั้งนี้ก่อให้เกิดโครงสร้างองค์กรซึ่งเป็นรากฐานของ Siemens ในยุคต่อมา

ในช่วงหลายทศวรรษถัดมา Siemens ได้ขยายเข้าสู่สาขาเทคโนโลยีมากมาย รวมถึง:

  • ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม
  • โทรคมนาคม
  • คอมพิวเตอร์
  • พลังงานไฟฟ้า
  • เทคโนโลยีทางการแพทย์
  • การคมนาคมขนส่ง
  • อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
  • ระบบควบคุมอุตสาหกรรม

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นคือ SIMATIC ซึ่งเปิดตัวในปี 1959 และช่วยวางรากฐานให้ Siemens กลายเป็นผู้นำด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม 11

การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

ในอดีต ชื่อเสียงของ Siemens มักผูกติดกับ วิศวกรรมไฟฟ้าและอุตสาหกรรมหนัก เป็นหลัก

แต่ภาพลักษณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ในช่วงทศวรรษ 2000 และ 2010 Siemens ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางไปสู่:

เทคโนโลยีอุตสาหกรรม + ซอฟต์แวร์ + ระบบอัตโนมัติ + ดิจิทัลไลเซชัน

บริษัทได้ขายหรือแยกธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลักออกจากกัน ขณะเดียวกันก็เสริมความแข็งแกร่งในด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ซอฟต์แวร์ การใช้ไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจาก Siemens ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าอีกต่อไป

แต่นิยามตนเองในฐานะ บริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมดิจิทัล อย่างชัดเจน

ธุรกิจหลักในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Siemens มุ่งเน้นการดำเนินงานในสี่ด้านหลัก ได้แก่:

1. Digital Industries

2. Smart Infrastructure

3. Mobility

4. Healthcare ผ่าน Siemens Healthineers

Siemens กำหนดกรอบการดำเนินงานโดยรวมไว้ที่ อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และสุขภาพ 12

Digital Industries

Digital Industries อาจกล่าวได้ว่าเป็นส่วนธุรกิจของ Siemens ที่สะท้อนถึงกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจนที่สุด

หน่วยงานนี้มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ผลิตและบริษัทอุตสาหกรรมในการ ทำให้การดำเนินงานเป็นระบบอัตโนมัติและดิจิทัล

เทคโนโลยีภายใต้หน่วยงานนี้ประกอบด้วย:

  • ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม
  • ตัวควบคุมตรรกะแบบโปรแกรมได้ (PLC)
  • ระบบควบคุมอุตสาหกรรม
  • ซอฟต์แวร์การผลิต
  • การจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
  • การจำลองสถานการณ์
  • อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งทางอุตสาหกรรม (IIoT)
  • ดิจิทัลทวิน
  • AI ทางอุตสาหกรรม
  • ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม

ตัวอย่างเปรียบเทียบอย่างง่าย:

โรงงานแบบดั้งเดิม

วิศวกร → เครื่องจักร → การผลิต → ข้อมูล

วิสัยทัศน์องค์กรดิจิทัลของ Siemens

การออกแบบ → ดิจิทัลทวิน → การจำลอง → ระบบอัตโนมัติ → การผลิต → ข้อมูลเรียลไทม์ → AI → การเพิ่มประสิทธิภาพ

นี่คือเหตุผลที่ Siemens ต้องแข่งขันไม่เพียงแต่กับบริษัทอุตสาหกรรมดั้งเดิม แต่ยังรวมถึงผู้ให้บริการซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมและซอฟต์แวร์วิศวกรรมรายใหญ่อื่นๆ ด้วย

Siemens Xcelerator

หนึ่งในแพลตฟอร์มสมัยใหม่ที่สำคัญที่สุดของ Siemens คือ Siemens Xcelerator

Xcelerator ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัลแบบเปิดที่ผสานรวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการดิจิทัลของ Siemens เข้ากับเทคโนโลยีจากพันธมิตร

แนวคิดหลักคือการทำให้การนำดิจิทัลไลเซชันไปใช้ในอุตสาหกรรมเป็นเรื่องง่ายขึ้น

แพลตฟอร์มนี้ครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น:

  • ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม
  • ระบบอัตโนมัติ
  • การจำลองสถานการณ์
  • ดิจิทัลทวิน
  • IoT
  • เทคโนโลยีคลาวด์
  • AI
  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรม
  • วิศวกรรม

Siemens วางตำแหน่ง Xcelerator ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงโลกกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน 13

Industrial AI

ปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูงสุดของ Siemens

อย่างไรก็ตาม แนวทางของ Siemens มีความแตกต่างจากบริษัท AI สำหรับผู้บริโภคอยู่บ้าง

แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่แชทบอทหรือ AI อเนกประสงค์เป็นหลัก Siemens กลับให้ความสำคัญกับ Industrial AI

Industrial AI ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมที่:

  • เครื่องจักรต้องทำงานได้อย่างเชื่อถือได้
  • กระบวนการผลิตไม่สามารถหยุดชะงักได้ง่าย
  • ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
  • ข้อมูลทางวิศวกรรมมีความจำเป็น
  • ต้องมีการสร้างแบบจำลองกระบวนการทางกายภาพ
  • การตัดสินใจของ AI ต้องโต้ตอบกับอุปกรณ์จริงได้

Siemens นิยาม Industrial AI ว่าเป็น AI ที่สร้างขึ้นเพื่อโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งรวมถึงโรงงาน ระบบสายส่ง อาคาร และระบบขนส่ง 14

ในกลยุทธ์ปัจจุบัน Siemens ประกาศแผนการลงทุน มากกว่า €1 พันล้านใน AI ภายในระยะเวลาสามปี 15

ดิจิทัลทวิน

ดิจิทัลทวิน เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ gắn liềnกับชื่อเสียงของ Siemens

ดิจิทัลทวินคือการแสดงตัวแทนในรูปแบบดิจิทัลของวัตถุ เครื่องจักร โรงงาน อาคาร ระบบขนส่ง หรือกระบวนการทางกายภาพ

ตัวอย่างเช่น ก่อนที่จะก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงงาน วิศวกรสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:

  1. สร้างแบบจำลองดิจิทัล
  2. จำลองพฤติกรรมของเครื่องจักร
  3. ทดสอบกระแสการผลิต
  4. ระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  5. เพิ่มประสิทธิภาพของการออกแบบ
  6. นำการออกแบบที่ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพไปใช้งานจริง

กลยุทธ์ปี 2026 ของ Siemens เน้นการผสมผสานดิจิทัลทวินเข้ากับข้อมูลเรียลไทม์และ AI มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Digital Twin Composer ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลทวินของ Siemens เข้ากับเทคโนโลยี NVIDIA Omniverse และข้อมูลทางวิศวกรรม 16

Smart Infrastructure

Smart Infrastructure ของ Siemens มุ่งเน้นระบบที่ทำให้ อาคาร เมือง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสามารถทำงานได้

ขอบเขตการดำเนินงานประกอบด้วย:

  • การกระจายกระแสไฟฟ้า
  • ระบบอัตโนมัติในอาคาร
  • การจัดการพลังงาน
  • การบริหารจัดการอาคาร
  • ระบบป้องกันอัคคีภัย
  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • อาคารอัจฉริยะ
  • เทคโนโลยีระบบสายส่ง
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

แนวคิดพื้นฐานคือการทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีคุณสมบัติ:

มีประสิทธิภาพ + ฉลาด + เชื่อมต่อกัน + ยั่งยืน

ยกตัวอย่างเช่น อาคารสมัยใหม่สามารถใช้เซนเซอร์และซอฟต์แวร์เพื่อตรวจสอบ:

  • การใช้ไฟฟ้า
  • ระบบทำความร้อน
  • ระบบทำความเย็น
  • ระบบแสงสว่าง
  • การเข้าใช้งานพื้นที่
  • ประสิทธิภาพของอุปกรณ์

จากนั้น AI และระบบอัตโนมัติจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเหล่านี้

Siemens Mobility

Siemens Mobility คือหน่วยธุรกิจด้านการคมนาคมขนส่งของ Siemens

หน่วยงานนี้มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการขนส่งมานานกว่า 160 ปี และดำเนินงานในฐานะบริษัทที่มีการบริหารจัดการแยกต่างหากภายในกลุ่ม Siemens 17

กิจกรรมทางธุรกิจประกอบด้วย:

ยานพาหนะราง

รถไฟ หัวรถจักร และรถไฟความเร็วสูง

ระบบอัตโนมัติทางราง

เทคโนโลยีอาณัติสัญญาณและระบบควบคุมรถไฟ

ระบบไฟฟ้าทางราง

ระบบจ่ายไฟฟ้าสำหรับเครือข่ายรถไฟ

ระบบจราจรอัจฉริยะ

เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการการขนส่ง

ระบบขนส่งแบบครบวงจร

โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จ

หนึ่งในตระกูลรถไฟที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดของ Siemens คือ Velaro ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรถไฟความเร็วสูง

Siemens Mobility มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะทำให้ Siemens ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มระยะยาวของโลกที่มุ่งไปสู่:

  • การขยายตัวของเมือง
  • การขนส่งสาธารณะ
  • การใช้ไฟฟ้าในระบบรถไฟ
  • รถไฟความเร็วสูง
  • ระบบขนส่งอัตโนมัติ
  • การคมนาคมที่ยั่งยืน

สุขภาพ — Siemens Healthineers

สุขภาพเป็นอีกส่วนสำคัญของระบบนิเวศ Siemens แต่มีความแตกต่างที่ต้องทำความเข้าใจ

Siemens Healthineers AG เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการบริหารจัดการแยกต่างหาก และมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม Siemens มากกว่าที่จะเป็นเพียงฝ่ายปฏิบัติการหนึ่งของ Siemens AG 18

เทคโนโลยีของบริษัทประกอบด้วย:

  • การถ่ายภาพทางการแพทย์
  • MRI
  • CT
  • เอกซเรย์
  • การถ่ายภาพระดับโมเลกุล
  • การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ
  • การรักษาโรคมะเร็ง
  • สุขภาพดิจิทัล
  • บริการทางคลินิก

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมชื่อ Siemens จึงปรากฏบนอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาโครงสร้างองค์กรสมัยใหม่ การแยกแยะระหว่าง Siemens AG กับ Siemens Healthineers AG ออกจากกันจะมีความถูกต้องแม่นยำกว่า

Siemens Financial Services

Siemens ยังมีธุรกิจบริการทางการเงินอีกด้วย

Siemens Financial Services (SFS) ให้บริการโซลูชันทางการเงินสำหรับลูกค้าองค์กร ประกอบด้วย:

  • สินเชื่อเพื่อการจัดซื้ออุปกรณ์
  • การเช่าซื้อ
  • สินเชื่อโครงการ
  • การจัดโครงสร้างทางการเงิน

บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อซื้อเทคโนโลยีของ Siemens และอุปกรณ์อุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ 19

รูปแบบธุรกิจ

รูปแบบธุรกิจของ Siemens สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่าง:

ฮาร์ดแวร์

อุปกรณ์ทางกายภาพ เช่น ระบบอัตโนมัติ โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า และรถไฟ

ซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ด้านวิศวกรรม การจำลอง การผลิต และการจัดการอุตสาหกรรม

บริการ

การให้คำปรึกษา การบำรุงรักษา บริการดิจิทัล และการจัดการวงจรชีวิต

การเงิน

โซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดซื้อเทคโนโลยี

องค์ประกอบเหล่านี้ก่อให้เกิดระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างบูรณาการ

ตัวอย่างเช่น:

โรงงาน

→ ฮาร์ดแวร์ระบบอัตโนมัติของ Siemens
→ ซอฟต์แวร์วิศวกรรมของ Siemens
→ ดิจิทัลทวิน
→ Industrial IoT
→ คลาวด์/ข้อมูล
→ AI
→ บริการบำรุงรักษา

การบูรณาการนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของ Siemens

ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน

ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมที่ยาวนาน

มีบริษัทเทคโนโลยีจำนวนน้อยมากที่มีประวัติศาสตร์เทียบเคียงได้ Siemens ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1847 ซึ่งมอบประสบการณ์ด้านวิศวกรรมยาวนานกว่า 175 ปี 20

องค์ความรู้เฉพาะด้านอุตสาหกรรม

Siemens เข้าใจอุตสาหกรรมทางกายภาพที่ซับซ้อน ไม่ใช่เพียงแค่ซอฟต์แวร์

บริษัทมีความเชี่ยวชาญใน:

  • วิศวกรรมไฟฟ้า
  • การผลิต
  • ระบบอัตโนมัติ
  • การคมนาคม
  • พลังงาน
  • อาคาร
  • สุขภาพ

องค์ความรู้เฉพาะด้านนี้จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อนำ AI มาประยุกต์ใช้กับระบบทางกายภาพ

ฐานการติดตั้งในภาคอุตสาหกรรม

เทคโนโลยีของ Siemens ถูกนำไปใช้งานในโรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายการขนส่งมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ

สิ่งนี้สร้างระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยลูกค้า องค์ความรู้ทางวิศวกรรม และข้อมูลการดำเนินงาน

การบูรณาการซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์

บริษัทที่จัดหาทั้งฮาร์ดแวร์อุตสาหกรรมและซอฟต์แวร์วิศวกรรม มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด

การเข้าถึงระดับโลก

Siemens ดำเนินงานในระดับนานาชาติและมีฐานธุรกิจในยุโรป เอเชีย อเมริกา และตลาดอื่นๆ อย่างกว้างขวาง

ความยั่งยืน

ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนใจกลางของกลยุทธ์ Siemens ในปัจจุบัน

บริษัทระบุว่า มากกว่า 90% ของธุรกิจเอื้อต่อการสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านความยั่งยืนให้แก่ลูกค้า โดยระบุประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การลดคาร์บอน
  • ประสิทธิภาพพลังงาน
  • ประสิทธิภาพทรัพยากร
  • เศรษฐกิจหมุนเวียน
  • การให้ความสำคัญกับคน
  • ผลกระทบต่อสังคม

Siemens ยังรายงานด้วยว่า ลูกค้าของบริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อย CO₂e สะสมได้ประมาณ 694 ล้านเมตริกตัน ภายในปี 2025 ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง 21

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงส่วนสำคัญของรูปแบบธุรกิจ Siemens:

โดยทั่วไป Siemens ไม่ได้วางตำแหน่งความยั่งยืนเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อการกุศล แต่มองว่าเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนเป็นตลาดเพื่อการเติบโตเชิงพาณิชย์

กลยุทธ์ ONE Tech Company

หนึ่งในความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ล่าสุดของ Siemens คือโครงการ ONE Tech Company

วัตถุประสงค์คือการทำให้ Siemens มีการบูรณาการระหว่างหน่วยธุรกิจต่างๆ มากขึ้น โดยเน้นย้ำในเรื่อง:

  • การมุ่งเน้นลูกค้า
  • เทคโนโลยีร่วมกัน
  • ดิจิทัลไลเซชัน
  • AI
  • ซอฟต์แวร์
  • นวัตกรรมที่รวดเร็วขึ้น
  • โซลูชันระดับโลกที่ปรับขยายได้

Siemens อธิบายแนวทางนี้ว่าตั้งอยู่บนรากฐานร่วมด้าน ข้อมูล เทคโนโลยี และการขาย ซึ่งช่วยให้หน่วยธุรกิจต่างๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น 22

พื้นที่การเติบโตเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วย:

Grow Digital + Grow Regions + Grow Verticals + Grow AI

บริษัทได้ระบุกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสำหรับการเติบโต ได้แก่ รถไฟ อากาศยานและการป้องกันประเทศ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูล และโรงงาน AI 23

วิวัฒนาการด้าน AI ของ Siemens

วิวัฒนาการของ Siemens สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้:

1847
การโทรเลข

ปลายศตวรรษที่ 19
วิศวกรรมไฟฟ้า

ศตวรรษที่ 20
การใช้ไฟฟ้า + วิศวกรรมอุตสาหกรรม

ปลายศตวรรษที่ 20
ระบบอัตโนมัติ + อิเล็กทรอนิกส์ + ระบบอุตสาหกรรม

ศตวรรษที่ 21
ดิจิทัลไลเซชัน + ซอฟต์แวร์

ปัจจุบัน
ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม + ดิจิทัลทวิน + AI + โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ

นี่อาจเป็นเรื่องราวที่สำคัญที่สุดเบื้องหลังแบรนด์ Siemens ในยุคสมัยใหม่

บทบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

Siemens ครองตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครเนื่องจากตั้งอยู่ตรงกลางของหลายอุตสาหกรรม

ภาคส่วน บทบาทของ Siemens
การผลิต ระบบอัตโนมัติ, ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม, ดิจิทัลทวิน
พลังงาน การใช้ไฟฟ้า, สายส่ง และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
อาคาร ระบบอัตโนมัติในอาคารและการจัดการพลังงาน
การคมนาคม รถไฟ, อาณัติสัญญาณ, โครงสร้างพื้นฐานทางราง
สุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ผ่าน Siemens Healthineers
ซอฟต์แวร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรม, การจำลอง และ PLM
AI Industrial AI และวิศวกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและไฟฟ้า
ความยั่งยืน ประสิทธิภาพพลังงาน, การลดคาร์บอน และประสิทธิภาพทรัพยากร

สิ่งนี้ทำให้ Siemens แตกต่างจากแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคทั่วๆ ไปอย่างสิ้นเชิง

เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์หลัก

เทคโนโลยีและตระกูลผลิตภัณฑ์ของ Siemens ที่เป็นรู้จักกันอย่างแพร่หลาย ได้แก่:

  • SIMATIC — ระบบอัตโนมัติและควบคุมอุตสาหกรรม
  • SINAMICS — ไดรฟ์อุตสาหกรรม
  • SINUMERIK — ระบบควบคุม CNC
  • MindSphere — เทคโนโลยี Industrial IoT
  • Siemens Xcelerator — แพลตฟอร์มธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล
  • Teamcenter — การจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์
  • NX — ซอฟต์แวร์วิศวกรรมและออกแบบผลิตภัณฑ์
  • Tecnomatix — การผลิตดิจิทัล
  • เทคโนโลยี Digital Twin
  • Building X — แพลตฟอร์มอาคารอัจฉริยะ
  • ระบบอัตโนมัติและอาณัติสัญญาณทางราง
  • Velaro — รถไฟความเร็วสูง
  • MAGNETOM — ระบบ MRI ผ่าน Siemens Healthineers

รายชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางของพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีของ Siemens

อัตลักษณ์แบรนด์

แบรนด์ Siemens สื่อถึงคุณลักษณะหลายประการตามธรรมเนียมปฏิบัติ:

วิศวกรรม

ความน่าเชื่อถือ

ความแม่นยำ

ความเชี่ยวชาญทางอุตสาหกรรม

มรดกทางเทคโนโลยีเยอรมัน

นวัตกรรม

โครงสร้างพื้นฐาน

ความทนทานระยะยาว

ดังนั้น อัตลักษณ์ของแบรนด์จึงแตกต่างจากแบรนด์ที่ผู้คนจดจำในแง่ของไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง หรืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค

เมื่อผู้คนเห็นชื่อ Siemens บนรถไฟ ตัวควบคุมโรงงาน เครื่องสแกน MRI ระบบไฟฟ้า หรือแพ็กเกจซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ความเชื่อมโยงพื้นฐานที่มักนึกถึงคือ เทคโนโลยีวิศวกรรมสำหรับระบบโลกแห่งความจริงที่ซับซ้อน

ความแตกต่างระหว่าง Siemens AG, Siemens Healthineers และ Siemens Mobility

การแยกแยะต่อไปนี้มีความสำคัญ:

Siemens AG

บริษัทแม่และกลุ่มเทคโนโลยี Siemens ส่วนกลาง

Siemens Mobility

บริษัทในเครือ Siemens ที่มีการบริหารจัดการแยกต่างหาก โดยมุ่งเน้นด้านการคมนาคมขนส่ง

Siemens Healthineers

บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการบริหารจัดการแยกต่างหากและเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม Siemens

ดังนั้น การเหมารวมว่าทุกบริษัทที่ใช้ชื่อ Siemens เป็นเพียงฝ่ายปฏิบัติการหนึ่งของ Siemens AG จึงไม่ถูกต้องตามหลักโครงสร้างองค์กร 24

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ในมุมมองทางประวัติศาสตร์ Siemens มีความสำคัญเนื่องจากพัฒนาการของบริษัทสะท้อนถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่

ประวัติศาสตร์ของบริษัทก้าวผ่านการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งสำคัญหลายยุค:

โทรเลข → ไฟฟ้า → การอุตสาหกรรม → การใช้ไฟฟ้า → ระบบอัตโนมัติ → อิเล็กทรอนิกส์ → ซอฟต์แวร์ → ดิจิทัลไลเซชัน → AI

มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่ได้มีส่วนร่วมในยุคเทคโนโลยีที่ต่อเนื่องกันมากมายเช่นนี้

นั่นอาจเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดว่าเหตุใด Siemens จึงอยู่รอดมาได้เกือบ 180 ปี พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขสำคัญในปัจจุบัน

จากข้อมูลปีงบประมาณล่าสุดที่ Siemens รายงาน:

  • ก่อตั้ง: 1847
  • พนักงาน: ประมาณ 318,000 คน
  • รายได้ FY2025: ประมาณ €78.9 พันล้าน
  • ภาคส่วนหลัก: อุตสาหกรรม, โครงสร้างพื้นฐาน, การคมนาคม และสุขภาพ
  • ตำแหน่งด้านดิจิทัล: Siemens นิยามตนเองว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและติดอันดับท็อป 10 บริษัทซอฟต์แวร์
  • ความยั่งยืน: มากกว่า 90% ของธุรกิจถูกอธิบายว่าเอื้อต่อการสร้างผลกระทบเชิงบวกด้านความยั่งยืนให้แก่ลูกค้า 25

ในปีงบประมาณ 2026 Siemens ยังคงเน้นย้ำเรื่อง AI และดิจิทัลไลเซชัน ตัวอย่างเช่น ในครึ่งแรกของ FY2026 Siemens รายงาน การเติบโต 19% ในธุรกิจดิจิทัล พร้อมทั้งประกาศลงทุนเพิ่มเติมใน AI และพอร์ตโฟลิโอซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม 26

ทิศทางในอนาคต

วิธีที่น่าสนใจที่สุดในการทำความเข้าใจ Siemens ในวันนี้คือการมองว่าไม่ใช่แค่ “บริษัทไฟฟ้า” ธรรมดา

ความทะเยอทะยานระยะยาวของบริษัทใกล้เคียงกับ:

แพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกสำหรับเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมและกายภาพ

ในทางปฏิบัติ Siemens ต้องการช่วยให้ลูกค้าแสดงตัวแทน ดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโลกกายภาพในรูปแบบดิจิทัล

ตัวอย่างเช่น:

โรงงานกายภาพ

→ เครื่องจักร
→ เซนเซอร์
→ ระบบอัตโนมัติ
→ ระบบไฟฟ้า

ผสานรวมกับ:

โรงงานดิจิทัล

→ ซอฟต์แวร์
→ ดิจิทัลทวิน
→ คลาวด์
→ ข้อมูล
→ AI

เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างเส้นใยดิจิทัลที่ต่อเนื่องตั้งแต่ การออกแบบ → วิศวกรรม → การผลิต → การดำเนินงาน → การบำรุงรักษา → การเพิ่มประสิทธิภาพ 27

ความสำคัญของ Siemens

Siemens มีความสำคัญเนื่องจากเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่บริษัทผลิตนั้นทำงานอยู่ เบื้องหลัง

ผู้บริโภคอาจไม่ได้โต้ตอบกับ Siemens โดยตรงในชีวิตประจำวัน แต่เทคโนโลยีของ Siemens อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้:

  • การผลิต
  • การกระจายกระแสไฟฟ้า
  • การขนส่งทางราง
  • อาคารอัจฉริยะ
  • การผลิตทางอุตสาหกรรม
  • การวินิจฉัยทางการแพทย์
  • โลจิสติกส์
  • การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

สิ่งนี้มอบคุณลักษณะพิเศษให้แก่ Siemens:

เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตภัณฑ์มักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทอื่นต้องพึ่งพา

สรุปภาพรวม

Siemens AG เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นใน Berlin เมื่อปี 1847 โดย Werner von Siemens และ Johann Georg Halske เดิมทีก่อตั้งขึ้นในฐานะธุรกิจโทรเลขและวิศวกรรมไฟฟ้า ก่อนจะขยายไปสู่การผลิตไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม โทรคมนาคม การขนส่ง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และในที่สุดคือซอฟต์แวร์และดิจิทัลไลเซชัน ปัจจุบัน Siemens มุ่งเน้นหลักที่อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคม ขณะที่ธุรกิจสุขภาพดำเนินงานผ่าน Siemens Healthineers ที่บริหารจัดการแยกต่างหาก กลยุทธ์สมัยใหม่ของบริษัทมุ่งเน้นการเชื่อมโยงโลกกายภาพและดิจิทัลผ่านระบบอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ดิจิทัลทวิน Siemens Xcelerator การใช้ไฟฟ้า และ Industrial AI ที่ทวีความสำคัญมากขึ้น ด้วยจำนวนพนักงานประมาณ 318,000 คนและรายได้ €78.9 พันล้านในปีงบประมาณ 2025 ทำให้ Siemens เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมรายใหญ่ของโลกและเป็นหนึ่งในแบรนด์เทคโนโลยีของเยอรมนีที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากที่สุด 28

สรุปในประโยคเดียว

Siemens คือกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่มีอายุเกือบ 180 ปี ซึ่งวิวัฒนาการจากบริษัทโทรเลขสู่ผู้นำระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม ซอฟต์แวร์วิศวกรรม และ Industrial AI

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง