เกี่ยวกับ Mashare
Mashare (หรือ มาแชร์) เป็นแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยภายใต้การบริหารของ บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตรองเท้าที่เน้นกลุ่มตลาดแมส มีสินค้าหลัก ได้แก่ รองเท้าผ้าใบแคนวาส รองเท้ากีฬา รองเท้านักเรียน และรองเท้าลำลองสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน จุดเด่นสำคัญของแบรนด์คือการเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตที่มีโรงงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์แฟชั่นทั่วไปที่มักจ้างผลิตจากภายนอก
Mashare วางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มราคาประหยัด เน้นประโยชน์ใช้สอย ความทนทาน และความหลากหลายของสีสัน โดยไม่ได้มุ่งเน้นภาพลักษณ์ด้านแฟชั่นระดับสูงหรือความหรูหรา นอกจากการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกและค้าส่งภายในประเทศแล้ว บริษัทยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) ให้กับลูกค้าในต่างประเทศอีกด้วย
ข้อมูลทั่วไป
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Mashare / มาแชร์ |
| ชื่อบริษัท | บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด |
| อุตสาหกรรม | ผลิตรองเท้า / การผลิต |
| ประเทศต้นกำเนิด | ประเทศไทย 🇹🇭 |
| สำนักงานใหญ่ / โรงงาน | Nong Khaem, Bangkok, Thailand |
| ประเภทสินค้า | รองเท้าลำลอง กีฬา นักเรียน และรองเท้าทั่วไป |
| กลุ่มเป้าหมาย | ชาย หญิง และเด็ก |
| รูปแบบธุรกิจ | แบรนด์ของตนเอง + การผลิต + OEM/ODM |
| เริ่มต้นกิจการผลิต | ปี 1998 ตามข้อมูลประวัติบริษัท |
| เปิดตัวแบรนด์ Mashare | ปี 2002 ตามข้อมูลโปรไฟล์บริษัท |
| ประวัติทางกฎหมาย | จดทะเบียนนิติบุคคลปี 2004 ในชื่อเดิม และเปลี่ยนชื่อเป็นปัจจุบันในปี 2010 |
| ตลาดที่จัดจำหน่าย | ประเทศไทย และส่งออกเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา รัสเซีย และอื่นๆ |
ข้อสังเกตเกี่ยวกับปี พ.ศ. ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลต่างๆ มีความแตกต่างกันระหว่างปี 1998, 2004 และ 2010 ซึ่งเกิดจากความแตกต่างระหว่าง “ประวัติการดำเนินกิจการ” กับ “สถานะนิติบุคคลปัจจุบัน” โดยโปรไฟล์บริษัทระบุว่าเริ่มดำเนินธุรกิจรองเท้าตั้งแต่ปี 1998 แต่ข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ระบุว่านิติบุคคลปัจจุบันจดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2004 ภายใต้ชื่อ Enter Group Co., Ltd. ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2010
ประวัติ
จุดเริ่มต้น
รากฐานของ Mashare มาจากอุตสาหกรรมการผลิตรองเท้าในประเทศไทย โดยตามข้อมูลประวัติโรงงาน ธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 1998 ในฐานะผู้จัดหาวัตถุดิบสำหรับการผลิตรองเท้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจุดกำเนิดของบริษัทไม่ได้เริ่มจากการเป็นแบรนด์แฟชั่นโดยตรง แต่เกิดจากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดมาเป็นแบรนด์สินค้าของตนเอง
ในปี 2002 บริษัทได้เริ่มผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าภายใต้แบรนด์ Mashare อย่างเป็นทางการ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ประกอบการด้านซัพพลายเชนและการผลิต มาสู่การเป็นแบรนด์รองเท้าสำหรับผู้บริโภคในตลาดไทย
แม้ข้อมูลทะเบียนบริษัทจะระบุการก่อตั้งนิติบุคคลในปัจจุบันไว้ที่ปี 2004 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 5 ล้านบาท ในชื่อ Enter Group Co., Ltd. และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2010 แต่ในทางปฏิบัติ กิจการผลิตรองเท้าของ Mashare ได้ดำเนินการมาก่อนหน้าโครงสร้างนิติบุคคลในปัจจุบัน
ตัวแบรนด์ Mashare
Mashare พัฒนาขึ้นโดยมีแนวคิดหลักในการนำเสนอรองเท้าสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้บริโภคชาวไทยวงกว้าง แบรนด์ได้รับการยอมรับในเรื่องราคาที่จับต้องได้ สีสันที่หลากหลาย และการผสมผสานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับรูปแบบร่วมสมัย โดยมีสินค้าครอบคลุมทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ทำให้ไม่ใช่แบรนด์ที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มประชากรใดประชากรหนึ่ง
ลักษณะเด่นประการหนึ่งของ Mashare คือการเน้นรองเท้าลำลองแบบ Unisex ซึ่งรายการสินค้าในร้านค้าปลีกยังคงแสดงให้เห็นถึงรองเท้าผ้าใบทรงเตี้ยและดีไซน์เรียบง่ายที่สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ดังนั้น แบรนด์จึงจัดอยู่ในกลุ่มรองเท้าเพื่อการสวมใส่ทั่วไปที่เน้นความคุ้มค่า มากกว่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแบรนด์สนีกเกอร์พรีเมียมระดับโลกอย่าง Nike, Adidas หรือ New Balance
กลุ่มผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ของ Mashare ครอบคลุมหลายหมวดหมู่หลัก ดังนี้
1. รองเท้าผ้าใบแคนวาส
รองเท้าผ้าใบเป็นหมวดหมู่ที่สร้างการจดจำให้กับแบรนด์มากที่สุด รุ่นที่เป็นที่รู้จักอย่าง Mashare 191 มีการวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในช่องทางค้าปลีกไทย โดยมีลักษณะเป็นรองเท้าผ้าใบทรงเตี้ย ดีไซน์เรียบง่าย มีหลายสีและขนาด วัสดุที่ใช้ประกอบด้วยตัวรองเท้าทำจากผ้าฝ้าย/แคนวาส และพื้นยาง เหมาะสำหรับการสวมใส่ลำลองในชีวิตประจำวัน
2. รองเท้าลำลอง
นอกจากผ้าใบแล้ว Mashare ยังผลิตรองเท้าลำลองแบบสวมและรองเท้าทรงเตี้ยอื่นๆ เช่น รุ่น M-101 ซึ่งเป็นรองเท้าผ้าใบแบบสวม (Buddy style) ที่มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และมีพื้นที่ด้านหน้ากว้าง
3. รองเท้ากีฬาและสไตล์แอทเลติก
บริษัทเคยผลิตรองเท้ากีฬาและรองเท้าสไตล์สปอร์ตสำหรับสวมใส่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งทางการตลาดของ Mashare แตกต่างจากแบรนด์กีฬาระดับนานาชาติที่เน้นสมรรถนะทางการกีฬา โดยสินค้าของ Mashare มุ่งเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นหลัก
4. รองเท้านักเรียน
รองเท้านักเรียนเป็นอีกหมวดหมู่ที่สำคัญ โดย Mashare ผลิตรองเท้านักเรียนผ้าใบทั้งสีดำและสีขาวที่เหมาะกับเครื่องแบบนักเรียนไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นรองเท้าผลิตในไทย พื้นยาง ทนทาน และมีราคาไม่สูงนัก สอดคล้องกับกลยุทธ์โดยรวมของบริษัทที่ต้องการนำเสนอสินค้าที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่า
5. รองเท้าแตะและรองเท้าสลิปเปอร์
ขีดความสามารถในการผลิตของบริษัทยังครอบคลุมถึงรองเท้าแตะและรองเท้าสลิปเปอร์ที่ทำจากวัสดุ PVC, EVA/Phylon และยาง
6. รองเท้าเด็ก
Mashare มีสินค้ารองเท้าสำหรับเด็กวางจำหน่ายควบคู่ไปกับสินค้าสำหรับผู้ใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการผลิต
การผลิตถือเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ Mashare เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตรองเท้าในประเทศไทยเอง ไม่ใช่เพียงการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปมาติดฉลาก จากข้อมูลโปรไฟล์โรงงานในอดีต บริษัทมีกำลังการผลิตต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ:
- รองเท้าแบบวัลคาไนซ์ (Vulcanized shoes): 225,000–250,000 คู่
- รองเท้าแบบฉีดขึ้นรูป (Injection-molded shoes): 50,000–75,000 คู่
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายสายการผลิตไปสู่รองเท้า EVA และมีโรงงานผลิตเป็นของตนเองในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากช่วงปี 2016 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากกำลังการผลิตในปัจจุบัน
ภูมิหลังด้านการผลิตทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการทำงานกับวัสดุและเทคนิคการผลิตที่หลากหลาย ทั้งในส่วน Upper และ Sole ของรองเท้า
ธุรกิจ OEM และ ODM
นอกเหนือจากการขายปลีกภายใต้แบรนด์ตนเองแล้ว Mashare ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการด้านการผลิต ได้แก่:
- การรับจ้างผลิต (OEM)
- การออกแบบและผลิต (ODM)
- การผลิตภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า (Buyer-label)
- การผลิตรองเท้าตามสั่ง
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และดีไซน์
- การผลิตเพื่อส่งออกไปยังผู้ซื้อต่างประเทศ
ศักยภาพด้านการผลิตนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานร่วมกับโรงงานเพื่อผลิตรองเท้าภายใต้แบรนด์อื่นหรือ Private Label ได้ ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมตัวตนของ Mashare ในฐานะผู้ผลิตจึงมีความโดดเด่นมากกว่าภาพลักษณ์แบรนด์ผู้บริโภคในบางบริบท
การกระจายสินค้าในระดับสากล
แม้ Mashare จะเป็นแบรนด์ไทยเป็นหลัก แต่ธุรกิจการผลิตมีเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยมีรายงานว่ามีตัวแทนจำหน่ายและผู้นำเข้าในตลาดต่างๆ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว รัสเซีย ตลาดในแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย อเมริกา และภูมิภาคอื่นๆ นอกจากนี้ บริษัทยังรับคำสั่งซื้อแบบ Buyer-label และ Custom จากลูกค้าต่างประเทศด้วย
ดังนั้น Mashare จึงมีสถานะเป็นทั้ง “แบรนด์รองเท้าผู้บริโภคของไทย” และ “บริษัทผลิตรองเท้าไทยที่ให้บริการลูกค้าระดับสากล” ไปพร้อมกัน
ปรัชญาการออกแบบ
ปรัชญาการออกแบบของ Mashare เน้นความเรียบง่ายและการเข้าถึงได้ง่าย มากกว่าการสร้างสถานะทางสังคม รูปแบบรองเท้าส่วนใหญ่ใช้ซิลูเอตที่คุ้นเคย เช่น ผ้าใบทรงเตี้ย แบบสวม รองเท้านักเรียน รองเท้ากีฬาง่ายๆ รองเท้าแตะ และรองเท้าลำลอง ซึ่งเหมาะสำหรับการแต่งกายในชีวิตประจำวันมากกว่าการเป็นสินค้าแฟชั่นตามฤดูกาล
วัสดุและโครงสร้าง
วัสดุที่ใช้ขึ้นอยู่กับรุ่นของสินค้า โดยวัสดุที่พบบ่อย ได้แก่ ผ้าแคนวาส/ผ้าฝ้าย ยาง EVA PVC Phylon และวัสดุฉีดขึ้นรูป ตัวอย่างเช่น รุ่น Mashare 191 ใช้ Upper เป็นผ้าฝ้าย/แคนวาส และ Outsole เป็นยาง สะท้อนถึงความหลากหลายในฐานะผู้ผลิตที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าประเภทเดียว
ตำแหน่งทางการตลาด
Mashare วางตำแหน่งในตลาดกลุ่ม: ผลิตในไทย → ราคาประหยัด → ใช้งานได้จริง → ลำลอง → แมส
จุดแข็งในการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่นวัตกรรมเทคโนโลยีหรือความหรูหรา แต่อยู่ที่ ราคา + ฟังก์ชันการใช้งาน + ดีไซน์ที่คุ้นเคย + การผลิตในประเทศ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มอื่นๆ อย่างชัดเจน
| กลุ่มตลาด | จุดขายหลัก |
|---|---|
| แบรนด์กีฬาระดับโลก | สมรรถนะ เทคโนโลยี การรับรู้แบรนด์ทั่วโลก |
| แบรนด์สนีกเกอร์พรีเมียม | ดีไซน์ ความพิเศษ แฟชั่น/สถานะ |
| แบรนด์รองเท้าแฟชั่น | เทรนด์ตามฤดูกาล สไตล์ |
| Mashare | ราคาที่จับต้องได้ ประโยชน์ใช้สอย และการสวมใส่ทุกวัน |
| รองเท้าไม่มีแบรนด์ | ราคาเป็นหลัก |
ด้วยเหตุนี้ สินค้า Mashare จึงมักมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายในตลาดออนไลน์ไทย โดยรุ่นยอดนิยมอย่าง 191 และ M-101 มักมีราคาอยู่ในช่วงหลักร้อยบาทตอนต้นถึงตอนกลาง ขึ้นอยู่กับผู้ขายและช่วงเวลา
อัตลักษณ์ความเป็นไทย
หนึ่งในจุดเด่นของ Mashare คืออัตลักษณ์ “Made in Thailand” หรือ “ผลิตในประเทศไทย” ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในรายละเอียดสินค้า ทำให้แบรนด์มีความแตกต่างจากรองเท้าราคาประหยัดจำนวนมากที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และสะท้อนถึงประเพณีการผลิตรองเท้าในประเทศที่ผสมผสานการผลิตท้องถิ่นเข้ากับสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
รุ่นที่น่าสนใจ
ชื่อรุ่นของ Mashare ที่ปรากฏในเอกสารประวัติและร้านค้าปลีก ได้แก่:
- Mashare 191
- Mashare 999
- Mashare VC5
- Mashare 38
- Mashare V Series
- Mashare 55
- M-101
- V-9
- JACKAL
- Kung Fu / กังฟู
- Super Scott / ซุปเปอร์สก๊อต
- UNI5
- OSAGA
โดยรุ่น 191 ถือเป็นรุ่นที่มีการวางจำหน่ายต่อเนื่องยาวนานและยังคงพบเห็นได้ในตลาด
ข้อมูลองค์กร
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์คือ บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 25 ถนนบางบอน 3 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร โดยจัดอยู่ในหมวดธุรกิจการผลิตรองเท้า
จากข้อมูลผู้บริหารในอดีต ดร. อรุณ คงเจริญ เคยถูกระบุว่าเป็นผู้บริหารหลักที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในวงการผลิตรองเท้า
ความแตกต่างระหว่างแบรนด์และบริษัท
- Mashare (แบรนด์): ตราสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่จำหน่ายรองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ และรองเท้านักเรียน
- บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด (นิติบุคคล): องค์กรธุรกิจที่มีหน้าที่ผลิตรองเท้า และรับจ้างผลิต (OEM/ODM) ให้กับแบรนด์อื่น
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญเนื่องจากบริษัทสามารถผลิตรองเท้าให้กับแบรนด์อื่นได้ ในขณะที่ Mashare เป็นเพียงหนึ่งในไลน์สินค้าของบริษัทเท่านั้น
ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ในตลาด
ชื่อเสียงของ Mashare ในประเทศไทยผูกพันกับคำว่า “คุ้มค่า” เป็นหลัก โดยไม่ได้วางตำแหน่งเป็นแบรนด์หรู แต่เป็นรองเท้าที่ราคาถูก เรียบง่าย ทนทาน จับคู่ง่าย มีหลายสี เหมาะกับทุกวัย และผลิตในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับคำบรรยายสินค้าที่เน้นเรื่องน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และใช้งานได้จริง
บทบาทในอุตสาหกรรมรองเท้าไทย
ในมุมมองอุตสาหกรรม Mashare เป็นตัวแทนของภาคการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยโรงงาน (Manufacturing-led brand) ซึ่งแตกต่างจากดีไซเนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ วิวัฒนาการของบริษัทสะท้อนเส้นทางทั่วไปของผู้ผลิตในเอเชีย: จากผู้จัดหาวัตถุดิบ → ผู้ผลิตรองเท้า → เจ้าของแบรนด์ → ผู้ส่งออก OEM/ODM
ไทม์ไลน์
- 1998: เริ่มต้นธุรกิจในกรุงเทพฯ ในฐานะผู้จัดหาวัตถุดิบผลิตรองเท้า
- 2002: เริ่มผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าภายใต้แบรนด์ Mashare
- 2004: จดทะเบียนนิติบุคคลปัจจุบันในชื่อ Enter Group Co., Ltd.
- 2010: เปลี่ยนชื่อนิติบุคคลเป็น บริษัท มาแชร์ (ประเทศไทย) จำกัด
- ทศวรรษ 2010: ดำเนินงานในฐานะผู้ผลิตและแบรนด์รองเท้าไทย พร้อมการส่งออกและรับจ้างผลิต
- 2016: มีข้อมูลกำลังการผลิตขนาดใหญ่และการขยายสายการผลิตสู่รองเท้า EVA
- ทศวรรษ 2020: สินค้า Mashare ยังคงวางจำหน่ายในตลาดออนไลน์ไทย ครอบคลุมทั้งผ้าใบ ลำลอง และรองเท้านักเรียน