เกี่ยวกับ De’Longhi
ภาพรวม
De’Longhi เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในบ้านจากประเทศอิตาลี ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลในฐานะผู้ผลิต เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซและกาแฟ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับ ความสะดวกสบายภายในบ้าน อุปกรณ์ทำอาหารเช้า และครัว บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Treviso แคว้น Veneto ประเทศอิตาลี และเป็นแบรนด์หลักของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่าง De’Longhi Group ในปัจจุบัน De’Longhi มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านการชงกาแฟระดับพรีเมียมที่บ้าน โดยผสมผสานการออกแบบสไตล์อิตาลี วิศวกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และเทคโนโลยีการชงกาแฟแบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน
ข้อสังเกตสำคัญ: ชื่อ “De’Longhi” อาจหมายถึง แบรนด์สินค้า De’Longhi สำหรับผู้บริโภค หรือในความหมายกว้างกว่านั้นคือ De’Longhi S.p.A./De’Longhi Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทเจ้าของพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ต่างๆ ได้แก่ De’Longhi, Kenwood, Braun, NutriBullet, Ariete, Eversys และ La Marzocco
ข้อมูลพื้นฐาน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | De’Longhi |
| ชื่อภาษาอิตาลี | De’Longhi |
| ประเทศต้นกำเนิด | อิตาลี |
| สำนักงานใหญ่ | Treviso, Veneto, Italy |
| อุตสาหกรรม | อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค / เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก |
| ความเชี่ยวชาญหลัก | เครื่องชงกาแฟและเอสเพรสโซ |
| หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ | อุปกรณ์ทำอาหารเช้า, การประกอบอาหาร, ระบบปรับอากาศ, เครื่องทำความร้อน และความสบายภายในบ้าน |
| บริษัทแม่ | De’Longhi S.p.A. / De’Longhi Group |
| จุดเริ่มต้นของแบรนด์ | พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) ในฐานะธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ De’Longhi |
| รากฐานองค์กร | โรงงานช่างของตระกูล De’Longhi ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 |
| สถานะในตลาดหลักทรัพย์ | จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อิตาลี (Borsa Italiana) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 |
| การขยายตัวทั่วโลก | จำหน่ายสินค้าในกว่า 120 ตลาด |
| ประธานและซีอีโอของกลุ่มบริษัท | Fabio de’ Longhi |
| จำนวนพนักงาน | มากกว่า 10,500 คน (เฉลี่ยในปี 2025) |
| รายได้ของกลุ่มบริษัท (2025) | 3.80 พันล้านยูโร |
ความแตกต่างระหว่าง รากฐานองค์กรในช่วงต้นทศวรรษ 1900 และ จุดเริ่มต้นของแบรนด์ในปี 1974 เป็นเรื่องสำคัญ ตระกูล De’Longhi ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชิ้นแรกที่ถูกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ De’Longhi นั้นเกิดขึ้นในปี 1974
De’Longhi คืออะไร?
De’Longhi คือ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจากอิตาลีที่เน้นตลาดระดับพรีเมียม โดยมีอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด围绕อยู่กับเรื่องกาแฟ
คำอธิบายของบริษัทเองเน้นย้ำถึงความผสมผสานระหว่าง สไตล์ ประสิทธิภาพ นวัตกรรม และการออกแบบสไตล์อิตาลี พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในปัจจุบันครอบคลุม 3 ด้านหลัก:
- กาแฟ
- อุปกรณ์ทำอาหารเช้า / ครัว
- ความสะดวกสบายภายในบ้าน
กาแฟถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในอัตลักษณ์ของ De’Longhi ในยุคปัจจุบัน บริษัทกล่าวถึงเครื่องชงกาแฟว่าเป็น “หัวใจ” ของแบรนด์ และระบุตนเองว่าเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดเครื่องชงกาแฟ
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซขนาดกะทัดรัด ไปจนถึงเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มีความซับซ้อน สามารถบดเมล็ดกาแฟ ชงเอสเพรสโซ เตรียมเครื่องดื่มที่มีนมเป็นส่วนผสม ปรับสูตรเครื่องดื่ม และในรุ่นใหม่ๆ สามารถผลิตเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นได้
จุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์ในยุคแรก
แม้ว่า แบรนด์ De’Longhi จะเริ่มขึ้นในปี 1974 แต่รากฐานของบริษัทนั้นย้อนกลับไปไกลกว่านั้นมาก
ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ตระกูล De’Longhi ได้ก่อตั้งโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ตลอดหลายทศวรรษต่อมา ธุรกิจได้พัฒนาไปสู่การผลิตสินค้าสำเร็จรูปให้กับบริษัทอื่น
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่แบรนด์ De’Longhi สำหรับผู้บริโภคสมัยใหม่เกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อบริษัทแนะนำ หม้อน้ำไฟฟ้าแบบน้ำมัน ภายใต้ชื่อ De’Longhi
หม้อน้ำดังกล่าวประสบความสำเร็จและสร้างรูปแบบการทำงานที่จะเป็นลักษณะเฉพาะของบริษัทไปอีกหลายทศวรรษ นั่นคือการนำฟังก์ชันการใช้งานทั่วไปในบ้านมาพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและใส่ใจในการออกแบบ
ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 De’Longhi ขยายธุรกิจไปยัง:
- เครื่องเป่าลมร้อนไฟฟ้า
- เครื่องทำความร้อนแบบพกพา
- ระบบปรับอากาศ
- เครื่องทำความร้อนแบบแคตาไลติก
- ผลิตภัณฑ์เพื่อความสบายภายในบ้านอื่นๆ
ช่วงเวลานี้ทำให้ De’Longhi กลายเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอีกต่อไป
ยุคของ Pinguino
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคแรกของ De’Longhi คือ Pinguino ซึ่งเปิดตัวในปี 1986
Pinguino เป็นระบบปรับอากาศแบบพกพาที่กลายเป็นหนึ่งในสินค้าซิกเนเจอร์ของบริษัท De’Longhi อธิบายว่าเป็นผลิตภัณฑ์ไอคอนิกที่ช่วยให้บริษัทเป็นที่จดจำในฐานะผู้นำด้านเครื่องปรับอากาศแบบพกพา
ความสำคัญของ Pinguino มีมากกว่าแค่เชิงพาณิชย์ มันแสดงให้เห็นกลยุทธ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ De’Longhi:
นำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน้าที่ชัดเจน มาผสมผสานกับการออกแบบที่โดดเด่นและการใช้งานที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภค
ปรัชญานี้จะมีความสำคัญอย่างมากในภายหลัง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องชงกาแฟ
การขยายสู่ตลาดกาแฟ
กาแฟกลายเป็นหมวดหมู่ที่กำหนดทิศทางของ De’Longhi ในที่สุด
บริษัทเข้าสู่ตลาดเครื่องชงกาแฟในปี 1993 ด้วยเครื่องชงเอสเพรสโซแบบปั๊ม ในปี 1995 บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยี IFD (Instant Froth Dispenser) ซึ่งเป็นก้าวแรกของการเตรียมฟองนมอัตโนมัติ
จากนั้นจึงมาถึงหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท:
Magnifica
ในปี 2003 De’Longhi เปิดตัว Magnifica หนึ่งในเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Super-automatic) รุ่นแรกๆ ของบริษัท
แนวคิดนี้ถือเป็นการปฏิวัติสำหรับตลาดผู้บริโภค เพราะช่วยให้ผู้ใช้สามารถชงเครื่องดื่มกาแฟเอสเพรสโซได้โดยลดแรงงานที่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง แทนที่จะให้ผู้ใช้งานต้องดำเนินการทุกขั้นตอนตามวิธีการชงกาแฟแบบดั้งเดิม เครื่องจักรจะทำงานอัตโนมัติในส่วนใหญ่ของกระบวนการ
ภายในปี 2007 เพียงสี่ปีหลังจากเปิดตัว Magnifica De’Longhi ก็ได้สถาปนาตัวเองเป็นผู้นำในตลาดเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเต็มรูปแบบ 1
นี่อาจถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ De’Longhi เปลี่ยนจากรูปแบบบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของอิตาลี กลายเป็น ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องชงกาแฟระดับโลก
ความร่วมมือกับ Nespresso
อีกก้าวสำคัญหนึ่งเกิดขึ้นในปี 2004 เมื่อ De’Longhi เข้าทำข้อตกลงทางประวัติศาสตร์กับ Nespresso เกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟแคปซูล
สิ่งนี้นำไปสู่ไลน์ผลิตภัณฑ์ Lattissima ซึ่งเปิดตัวในปี 2007
Lattissima มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นการรวมเอาการชงกาแฟแบบแคปซูลเข้ากับการเตรียมเครื่องดื่มที่มีนมเช่น คาปูชิโน และ ลาเต้ อัตโนมัติ ช่วยสร้างตำแหน่งให้ De’Longhi เป็นผู้เล่นรายสำคัญไม่เพียงแต่ในตลาดเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซแบบดั้งเดิม แต่ยังรวมถึงตลาดกาแฟแบ่งบรรจุที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 2
ความสัมพันธ์นี้ไม่ควรสับสนกับการเป็นเจ้าของ: Nespresso และ De’Longhi เป็นแบรนด์/บริษัทที่แยกขาดจากกัน แม้ว่า De’Longhi จะเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องชงกาแฟที่รองรับ Nespresso ภายใต้ข้อตกลงใบอนุญาตก็ตาม
การขยายตัวทั่วโลก
De’Longhi เริ่มขยายตัวไปต่างประเทศก่อนหน้าที่จะมีชื่อเสียงด้านกาแฟเสียอีก
บริษัทเริ่มทำการตลาดผลิตภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และได้เปิดสาขาต่างประเทศแห่งแรกใน นิวยอร์ก ปี 1985 ซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร Empire State
เมื่อเวลาผ่านไป De’Longhi ได้พัฒนาระบบเครือข่ายการขายทั่วโลก
ตามข้อมูลองค์กรปัจจุบันของกลุ่มบริษัท ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกจำหน่ายใน มากกว่า 120 ตลาดทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากสาขาทางการค้าและสำนักงานท้องถิ่นมากกว่า 50 แห่ง 3
การเติบโตเป็นกลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ขึ้น
การเติบโตของ De’Longhi ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในเท่านั้น แต่ยังขยายตัวผ่านการควบรวมกิจการและการบูรณาการแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่แล้ว
Kenwood และ Ariete
ในปี 2001 De’Longhi ได้เข้าซื้อกิจการ Kenwood ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องใช้ในครัวจากอังกฤษที่มีชื่อเสียง รวมถึง Ariete แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจากอิตาลี
Kenwood ช่วยให้กลุ่มบริษัทมีตำแหน่งที่แข็งแกร่งในด้าน:
- เครื่องเตรียมอาหาร
- เครื่องใช้ในครัว
- เครื่องตีส่วนผสมแบบตั้งโต๊ะ
- การเตรียมอาหาร
Ariete ช่วยขยายการปรากฏตัวในด้าน:
- การประกอบอาหาร
- การทำความสะอาด
- การรีดผ้า
- เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี 2001 เมื่อหุ้นของ De’Longhi เริ่มซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์มิลาน
ดังนั้น บริษัทจึงวิวัฒนาการจากผู้ผลิตของครอบครัวชาวอิตาลี กลายเป็นกลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคข้ามชาติที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แม้ว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว แต่ตระกูล De’Longhi ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบริษัท
ณ ปี 2026 Fabio de’ Longhi ดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มบริษัทมายาวนานหลายปี และกลับมารับตำแหน่ง CEO อีกครั้งในเดือนกันยายน 2022; เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบริษัทในเดือนเมษายน 2025
Braun เข้าร่วมกลุ่มบริษัท
ในปี 2012 ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เกี่ยวข้องกับ Braun ได้เข้าร่วมกลุ่ม De’Longhi
- การเตรียมอาหาร
- เครื่องปั่นมือถือ
- เครื่องใช้ในครัว
- การรีดผ้า
ซึ่งช่วยขยายขอบเขตของกลุ่มบริษัทเกินกว่ากาแฟและเครื่องควบคุมอุณหภูมิ
ปัจจุบัน Braun ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักภายในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของกลุ่ม De’Longhi
การเข้าสู่ตลาดกาแฟมืออาชีพ
De’Longhi ต่อมาได้ขยายจากการใช้งานในครัวเรือนไปสู่ อุปกรณ์กาแฟระดับมืออาชีพ
ในปี 2017 กลุ่มบริษัทได้เข้าซื้อหุ้น 40% ใน Eversys ซึ่งเป็นบริษัทจากสวิตเซอร์แลนด์ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซอัตโนมัติระดับมืออาชีพ พร้อมตัวเลือกในการซื้อหุ้นที่เหลือ
Eversys ทำให้ De’Longhi มีสถานะในสภาพแวดล้อมระดับมืออาชีพ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่เชิงพาณิชย์อื่นๆ
สิ่งนี้สร้างความแตกต่างที่สำคัญ:
กาแฟ De’Longhi สำหรับผู้บริโภค
→ เครื่องชงเอสเพรสโซและกาแฟอัตโนมัติสำหรับบ้าน
Eversys
→ เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติระดับมืออาชีพ
NutriBullet และ Capital Brands
ในปี 2020 De’Longhi ได้เข้าซื้อกิจการ Capital Brands Holdings ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์:
- NutriBullet
- Magic Bullet
การเคลื่อนไหวนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของ De’Longhi ในตลาดเครื่องปั่นส่วนตัวและอุปกรณ์โภชนาการ
NutriBullet ปัจจุบันเป็นหนึ่งในแบรนด์หลักในพอร์ตโฟลิโอเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของกลุ่มบริษัท เคียงข้าง De’Longhi, Kenwood, Braun และ Ariete
La Marzocco
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุดคือการเพิ่ม La Marzocco เข้ามา
ในปี 2024 De’Longhi ได้เสร็จสิ้นกระบวนการรวมกิจการกับ La Marzocco ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซระดับไฮเอนด์มืออาชีพจากอิตาลีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
La Marzocco มีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ:
- กาแฟพิเศษ (Specialty coffee)
- เครื่องชงเอสเพรสโซระดับมืออาชีพ
- อุปกรณ์บาริสต้าแบบดั้งเดิม
- งานฝีมือคุณภาพสูง
- ร้านกาแฟและร้านอาหารระดับพรีเมียม
ร่วมกับ Eversys, La Marzocco มอบตำแหน่งที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับ De’Longhi ในตลาดกาแฟระดับมืออาชีพ
นั่นหมายความว่าระบบนิเวศกาแฟของ De’Longhi ในวงกว้างครอบคลุมเกือบทั้งตลาด:
ที่บ้าน → อัตโนมัติ → พรีเมียมที่บ้าน → มืออาชีพอัตโนมัติ → เอสเพรสโซมืออาชีพแบบดั้งเดิม
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของ De’Longhi
☕ กาแฟ
กาแฟคือแกนกลางของแบรนด์ De’Longhi ในยุคปัจจุบัน
พอร์ตโฟลิโอของบริษัทประกอบด้วย:
- เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
- เครื่องชงกาแฟแบบบดสดชงสด (Bean-to-cup)
- เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซแบบแมนนวล
- เครื่องชงกาแฟแคปซูล
- เครื่องบดกาแฟ
- ระบบตีฟองนม
- เครื่องชงกาแฟพิเศษ
- ระบบเครื่องดื่มร้อนและเย็น
ตระกูลผลิตภัณฑ์หลักเคยรวมถึง:
Magnifica
ซีรีส์อัตโนมัติเต็มรูปแบบคลาสสิกและเป็นหนึ่งในตระกูลผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ De’Longhi
Dinamica
ตระกูลเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติขั้นสูง
PrimaDonna
ซีรีส์อัตโนมัติระดับพรีเมียมที่เน้นการปรับแต่งเครื่องดื่มอย่างละเอียด
Eletta
ตระกูลเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติระดับสูง
La Specialista
ซีรีส์แบบแมนนวล/กึ่งอัตโนมัติ ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ “ร้านกาแฟ” แบบดั้งเดิมมากขึ้น
Dedica
ซีรีส์เครื่องชงเอสเพรสโซแบบแมนนวลขนาดกะทัดรัด มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคที่มีพื้นที่ในครัวจำกัด
บริษัทยังคงพัฒนาเครื่องอัตโนมัติที่มีฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การปรับตัวตามเมล็ดกาแฟ หน้าจอสัมผัส โปรไฟล์ผู้ใช้เฉพาะบุคคล ระบบนมอัตโนมัติ และเครื่องดื่มสไตล์ Cold Brew
🏠 ความสะดวกสบายภายในบ้าน
ก่อนที่กาแฟจะเป็นหมวดหมู่หลัก De’Longhi เคยมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องเครื่องทำความร้อนและปรับอากาศ
บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจในด้าน ความสะดวกสบายภายในบ้าน รวมถึง:
- เครื่องปรับอากาศแบบพกพา
- เครื่องทำความร้อน
- เครื่องลดความชื้น
- การบำบัดอากาศ
- ผลิตภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ
ตระกูลเครื่องปรับอากาศแบบพกพา Pinguino ยังคงเป็นหนึ่งในสายผลิตภัณฑ์ที่จดจำได้ง่ายที่สุดของแบรนด์
สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไม De’Longhi จึงยังเป็นมากกว่าบริษัทเครื่องชงกาแฟ แม้ว่าการกาแฟจะครอบครองภาพลักษณ์แบรนด์ในปัจจุบัน
🍳 เครื่องใช้ในครัวและอาหารเช้า
De’Longhi ยังมีเครื่องใช้ในครัวขนาดเล็กและอุปกรณ์ทำอาหารเช้า
ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ:
- การปิ้งขนมปัง
- การเตรียมอาหารเช้า
- การเตรียมน้ำร้อน
- การประกอบอาหาร
- การเตรียมอาหาร
แบรนด์เน้นย้ำถึงการออกแบบสไตล์อิตาลีและแนวคิดในการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันในบ้านให้เป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น
ปรัชญาแบรนด์
การวางตำแหน่งแบรนด์ของ De’Longhi สามารถสรุปได้ด้วยแนวคิดหลัก 4 ประการ:
1. การออกแบบสไตล์อิตาลี
De’Longhi ใช้ตัวตนความเป็นอิตาลีเป็นองค์ประกอบสำคัญของภาพลักษณ์แบรนด์
วัตถุประสงค์ไม่เพียงแต่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ดีเท่านั้น แต่ยังตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ดูเหมาะสมกับบ้านสมัยใหม่
2. เทคโนโลยี
บริษัทลงทุนอย่างมากในวิศวกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีกาแฟ
ตัวอย่างเช่น:
- การบดอัตโนมัติ
- การชงที่โปรแกรมได้
- การควบคุมอุณหภูมิ
- การเตรียมนมอัตโนมัติ
- การปรับแต่งเครื่องดื่ม
- หน้าจอสัมผัส
- การปรับตัวตามเมล็ดกาแฟ
3. ความสะดวกสบาย
De’Longhi พยายามลดความซับซ้อนของการเตรียมเครื่องดื่มสไตล์คาเฟ่ที่บ้าน
เครื่องอัตโนมัติเต็มรูปแบบสามารถทำงานส่วนใหญ่ของกระบวนการ—ตั้งแต่การบดเมล็ดกาแฟ ผ่านการชง และการเตรียมนม—ด้วยการแทรกแซงของผู้ใช้น้อยที่สุด
4. ประสบการณ์ระดับพรีเมียม
แทนที่จะวางตำแหน่งตัวเองเป็นเพียงผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก De’Longhi มักเน้นที่ การออกแบบ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์รอบๆ ผลิตภัณฑ์
สโลแกนองค์กรของบริษัทคือ **“Better every day.”
เหตุผลที่ De’Longhi มีชื่อเสียงด้านกาแฟเป็นพิเศษ
มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ De’Longhi ถูกเชื่อมโยงอย่างแน่นหนากับเอสเพรสโซ
ประการแรก บริษัทเข้าสู่ตลาดเครื่องชงเอสเพรสโซค่อนข้างเร็วและลงทุนต่อเนื่องในหมวดหมู่นี้
ประการที่สอง พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับระดับความชำนาญที่แตกต่างกัน—ตั้งแต่เครื่องอัตโนมัติง่ายๆ ไปจนถึงเครื่องแมนนวลสำหรับผู้ที่ต้องการการควบคุมมากขึ้น
ประการที่สาม มีส่วนร่วมในการเติบโตของกาแฟแคปซูลผ่านความสัมพันธ์กับ Nespresso
ประการที่สี่ บริษัทสามารถผสมผสานเทคโนโลยีกาแฟเข้ากับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคได้อย่างลงตัว
สุดท้าย การเข้าซื้อกิจการ Eversys และ La Marzocco ทำให้กลุ่ม De’Longhi ในวงกว้างมีสถานะในตลาดกาแฟระดับมืออาชีพด้วย
ผลลัพธ์คือ “De’Longhi” ได้กลายเป็นหนึ่งในชื่อผู้บริโภคที่จดจำได้ง่ายที่สุดในตลาดเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซที่บ้าน
พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ของ De’Longhi Group
เป็นประโยชน์ที่จะมอง De’Longhi เป็นศูนย์กลางของครอบครัวที่ใหญ่กว่ามาก
| แบรนด์ | พื้นที่หลัก |
|---|---|
| De’Longhi | กาแฟ, อาหารเช้า, ความสะดวกสบาย |
| Kenwood | เครื่องใช้ในครัวและการเตรียมอาหาร |
| Braun | การเตรียมอาหารและการรีดผ้า |
| NutriBullet | เครื่องปั่นส่วนตัวและโภชนาการ |
| Ariete | การประกอบอาหาร ทำความสะอาด รีดผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก |
| Eversys | กาแฟอัตโนมัติระดับมืออาชีพ |
| La Marzocco | เอสเพรสโซระดับมืออาชีพพรีเมียม |
กลุ่มบริษัทแบ่งอย่างเป็นทางการออกเป็น แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (Household division) และ แผนกกาแฟระดับมืออาชีพ (Professional Coffee division)
พอร์ตโฟลิโอนี้มีความน่าสนใจเชิงกลยุทธ์เพราะ De’Longhi ไม่จำเป็นต้องใช้แบรนด์เดียวสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม แต่สามารถดำเนินงานแบรนด์ต่างๆ ในระดับราคาและหมวดหมู่ที่แตกต่างกันได้
De’Longhi ในปัจจุบัน
ณ ปี 2026 กลุ่ม De’Longhi เป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและอุปกรณ์กาแฟข้ามชาติขนาดใหญ่
รายงานประจำปี 2025 รายงานว่า:
- รายได้รวม 3.80 พันล้านยูโร
- พนักงานเฉลี่ย มากกว่า 10,500 คน
- สาขาการค้าและสำนักงานท้องถิ่นมากกว่า 50 แห่ง
- ผลิตภัณฑ์จำหน่ายใน มากกว่า 120 ตลาด
- 7 แบรนด์ไอคอนิก
- โรงงานผลิต 9 แห่ง ทั่วปฏิบัติการ
สัดส่วนรายได้ในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกาแฟ:
- 55.4% — กาแฟสำหรับ家用 (Household coffee)
- 12.8% — กาแฟระดับมืออาชีพ (Professional coffee)
- 21.4% — โภชนาการ (Nutrition)
- 10.0% — หมวดหมู่อื่นๆ
ดังนั้น ประมาณ 68% ของรายได้กลุ่มบริษัทในปี 2025 เกี่ยวข้องกับกาแฟ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้วิวัฒนาการอย่างลึกซึ้งจากรากฐานเดิมด้านเครื่องทำความร้อนและปรับอากาศ
โครงสร้างองค์กร
ในระดับองค์กร บริษัทแม่คือ De’Longhi S.p.A.
กลุ่ม De’Longhi ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟรายเดียว แต่เป็นกลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าข้ามชาติที่จัดการแบรนด์และธุรกิจหลายรายการ
สำนักงานใหญ่ยังคงตั้งอยู่ที่ Treviso, Italy ในขณะที่ปฏิบัติการทางการค้า การผลิต วิจัยและพัฒนา ครอบคลุมหลายภูมิภาค กลุ่มบริษัทรายงานว่ามี ศูนย์วิจัยและพัฒนา 7 แห่ง และโรงงานผลิต 9 แห่ง ทั่วโลก
กลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อิตาลีและจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2001
การผลิต
ความเข้าใจผิดทั่วไปคือผลิตภัณฑ์ De’Longhi ทุกชิ้นผลิตในอิตาลี
ความจริงซับซ้อนกว่านั้น
De’Longhi เป็น บริษัทอิตาลีและแบรนด์ที่ออกแบบในอิตาลี แต่เครือข่ายการผลิตทั่วโลกของบริษัทรวมถึงโรงงานนอกประเทศอิตาลี
รายงานประจำปี 2025 ระบุโรงงานผลิตภาคครัวเรือนใน:
- อิตาลี
- โรมาเนีย
- จีน
และการผลิตกาแฟระดับมืออาชีพใน:
- อิตาลี
- สวิตเซอร์แลนด์
ดังนั้น “แบรนด์อิตาลี” ไม่ได้หมายความว่า “Made in Italy” เสมอไปสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า De’Longhi แต่ละชิ้น
ตำแหน่งของ De’Longhi ในตลาด
De’Longhi ครอบครองตำแหน่งที่น่าสนใจระหว่างวัฒนธรรมกาแฟเอสเพรสโซอิตาลีแบบดั้งเดิมกับอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคสมัยใหม่
เครื่องชงเอสเพรสโซแบบดั้งเดิมต้องการให้ผู้ใช้งานเข้าใจ:
- การบด
- การตวง
- การอัดแท่ง (Tamping)
- การสกัด
- การสตรีมนม
- อุณหภูมิ
- แรงดัน
เครื่องอัตโนมัติของ De’Longhi พยายาม ทำงานเหล่านี้ให้อัตโนมัติ
สิ่งนี้ทำให้แบรนด์น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ:
กาแฟสไตล์คาเฟ่โดยไม่ต้องกลายเป็นบาริสต้ามืออาชีพ
ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ขายเครื่องแบบแมนนวลเช่นซีรีส์ La Specialista สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมมากขึ้น
สิ่งนี้สร้างสเปกตรัม:
ความสะดวก ← เครื่องอัตโนมัติ De’Longhi → เครื่องแมนนวล De’Longhi → อุปกรณ์ La Marzocco/มืออาชีพ → บาริสต้าแบบดั้งเดิม
ช่วงเวลาสำคัญในภาพรวม
| ปี | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| ต้นทศวรรษ 1900 | ตระกูล De’Longhi ก่อตั้งโรงงานชิ้นส่วนอุตสาหกรรม |
| 1974 | เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแบรนด์ De’Longhi ชิ้นแรก: หม้อน้ำน้ำมัน |
| 1985 | เปิดสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่นิวยอร์ก |
| 1986 | เปิดตัวเครื่องปรับอากาศแบบพกพา Pinguino |
| 1993 | De’Longhi เข้าสู่ตลาดเครื่องชงเอสเพรสโซ |
| 1995 | เทคโนโลยี IFD ตีฟองนมอัตโนมัติ |
| 2001 | ซื้อกิจการ Kenwood และ Ariete; De’Longhi เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มิลาน |
| 2003 | เปิดตัวเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเต็มรูปแบบ Magnifica |
| 2004 | ข้อตกลงทางประวัติศาสตร์กับ Nespresso |
| 2007 | เปิดตัว Lattissima; De’Longhi กลายเป็นผู้นำด้านกาแฟอัตโนมัติเต็มรูปแบบ |
| 2012 | ผลิตภัณฑ์ Braun เข้าร่วมกลุ่มบริษัท |
| 2017 | การลงทุนใน Eversys นำ De’Longhi สู่กาแฟอัตโนมัติระดับมืออาชีพ |
| 2020 | ซื้อกิจการ Capital Brands/NutriBullet |
| 2024 | เสร็จสิ้นการรวมกิจการกับ La Marzocco |
| 2025 | รายได้กลุ่มบริษัทแตะ 3.80 พันล้านยูโร |
| 2026 | De’Longhi ยังคงเป็นผู้นำโลกด้านกาแฟที่บ้านและกลุ่มกาแฟมืออาชีพขนาดใหญ่ |
อะไรทำให้ De’Longhi แตกต่าง?
ในแง่เรียบง่าย อัตลักษณ์การแข่งขันของ De’Longhi สามารถสรุปได้ว่า:
มรดกอิตาลี + วิศวกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า + ความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ + การออกแบบ + ระบบอัตโนมัติ
ไม่ใช่ผู้ผลิตเครื่องชงเอสเพรสโซที่เก่าแก่ที่สุด และไม่ใช่ว่าจะเป็นบริษัทกาแฟโดยเฉพาะ ความสำเร็จที่โดดเด่นคือการนำ วัฒนธรรมเอสเพรสโซเข้าสู่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกระแสหลัก
เครื่องชงเอสเพรสโซแบบดั้งเดิมอาจน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป กลยุทธ์ของ De’Longhi คือการเปลี่ยนเทคโนโลยีกาแฟที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคธรรมดาสามารถใช้งานได้ที่บ้าน
นั่นคือเหตุผลที่แบรนด์กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมวด เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
De’Longhi กับ De’Longhi Group
ความแตกต่างนี้值得จดจำ:
De’Longhi
แบรนด์อิตาลีสำหรับผู้บริโภคที่คุณเห็นบนเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ในครัว
De’Longhi Group
บรรษัทข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลังพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ต่างๆ
ในเชิงแนวคิด:
De’Longhi Group
↳ De’Longhi — กาแฟและความสะดวกสบายที่บ้าน
↳ Kenwood — ครัว/การเตรียมอาหาร
↳ Braun — เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
↳ NutriBullet — โภชนาการส่วนบุคคล/เครื่องปั่น
↳ Ariete — เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
↳ Eversys — กาแฟอัตโนมัติระดับมืออาชีพ
↳ La Marzocco — เอสเพรสโซระดับมืออาชีพ
สรุปภาพรวม
ประวัติศาสตร์ของ De’Longhi โดยพื้นฐานแล้วเป็นเรื่องของ ธุรกิจการผลิตของครอบครัวชาวอิตาลีที่แปลงร่างเป็นกลุ่มบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก
เริ่มต้นจากชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ทำความร้อนในปี 1974 มีชื่อเสียงจากผลิตภัณฑ์เช่น Pinguino ขยายตัวไปทั่วโลก เข้าสู่ตลาดกาแฟ พัฒนา Magnifica และตระกูลเครื่องชงเอสเพรสโซอื่นๆ ที่สำคัญ และในที่สุดก็สร้างพอร์ตโฟลิโอระดับโลกที่หลากหลายผ่านการควบรวมกิจการ
ปัจจุบัน กาแฟคือเสาหลักกลางของอัตลักษณ์ De’Longhi การขยายตัวของกลุ่มบริษัทสู่ Eversys และ La Marzocco ยังหมายความว่าบริษัทมีส่วนร่วมทั้งสองด้านของอุตสาหกรรมกาแฟ: กาแฟที่บ้านและอุปกรณ์เอสเพรสโซระดับมืออาชีพ
ในประโยคเดียว:
De’Longhi เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับพรีเมียมจากอิตาลี whose modern identity is built around making sophisticated espresso and coffee preparation accessible at home, while its parent group has expanded into a much broader global ecosystem of household and professional coffee brands.





