เกี่ยวกับ COVERMARK
ภาพรวมแบรนด์
COVERMARK เป็นแบรนด์ความงามที่มีชื่อเสียงในระดับสากล โดยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มต้นที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1928 จากการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางโดย Lydia O’Leary เพื่อใช้ปกปิดรอย birthmark แผลเป็น และความผิดปกติของสีผิวโดยเฉพาะ 13 แม้จะมีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา แต่ในปัจจุบัน COVERMARK ได้พัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์เครื่องสำอางระดับพรีเมียมของประเทศญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์รองพื้น (Foundation) และเทคโนโลยีการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ 2
ในประเทศไทย COVERMARK ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงและมีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้งในห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตั้งแต่รองพื้น คอนซีลเลอร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ไปจนถึงเมกอัพสีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับการวางแผน พัฒนา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพและสภาพผิวของผู้บริโภคในเอเชีย 11
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | COVERMARK |
| ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม | นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1928 |
| ผู้ก่อตั้ง | Lydia O’Leary |
| วัตถุประสงค์ดั้งเดิม | ปกปิดรอย birthmark แผลเป็น และความผิดปกติของสีผิว |
| การเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น | เริ่มต้นในปีทศวรรษ 1960 |
| อัตลักษณ์ปัจจุบัน | เครื่องสำอางระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น / ผู้เชี่ยวชาญด้านรองพื้น |
| หมวดหมู่หลัก | รองพื้นและเบสเมกอัพ |
| หมวดหมู่อื่นๆ | สกินแคร์, เมกอัพ, คอนซีลเลอร์, แป้ง และอุปกรณ์เสริม |
| บริษัทในญี่ปุ่น | COVERMARK Corporation |
| สำนักงานใหญ่ | Osaka, Japan |
| กลุ่มบริษัทแม่ | PIAS Group |
| จุดยืนของแบรนด์ | “ผู้เชี่ยวชาญด้านรองพื้น” / ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับสีผิว |
ข้อเท็จจริงที่สำคัญประการหนึ่งคือ ความแตกต่างระหว่างจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์ในนิวยอร์กเมื่อปี 1928 กับธุรกิจ COVERMARK ในยุคปัจจุบัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าทั้งในญี่ปุ่นและไทย ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่นทั้งสิ้น
จุดกำเนิด: Lydia O’Leary
เรื่องราวของ COVERMARK เริ่มต้นจาก Lydia O’Leary หญิงสาวชาวอเมริกันที่เกิดมาพร้อมกับรอย birthmark ขนาดใหญ่บนใบหน้าด้านซ้าย 34 ในยุคนั้น รอยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงานและการเข้าสังคม เนื่องจากลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์สำคัญในการรับเข้าทำงานค้าปลีก เธอจึงมุ่งมั่นค้นหาวิธีที่จะปกปิดรอยนี้ให้เป็นธรรมชาติที่สุด 4
จากการทดลองผสมสีและเนื้อสัมผัสเพื่อเลียนแบบสีผิวจริงของเธอ ในที่สุด O’Leary ก็สามารถพัฒนาสูตรเครื่องสำอางที่สามารถปกปิดความแตกต่างของสีผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ COVERMARK จึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1928 57 แนวคิดเริ่มต้นของแบรนด์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงามตามแฟชั่น แต่มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ขาดความมั่นใจจากความบกพร่องของผิวพรรณ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง 610 ปรัชญานี้ยังคงถูกสืบทอดมาจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในยุคหลัง ที่เน้นการปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติควบคู่ไปกับการฟื้นฟูจิตใจของผู้ใช้ 12
การขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและวิวัฒนาการ
COVERMARK ถูกนำเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 1960 โดยการก่อตั้ง Japan O’Leary Corporation ขึ้นในปี ค.ศ. 1960 เพื่อทำหน้าที่นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 8 เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ COVERMARK เปลี่ยนสถานะจากผลิตภัณฑ์ปกปิดพิเศษ กลายเป็นแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา
ไทม์ไลน์ที่สำคัญ
- 1928 — นิวยอร์ก: Lydia O’Leary พัฒนา COVERMARK เพื่อปกปิดรอย birthmark แผลเป็น และความผิดปกติของสีผิว 5
- 1960 — ญี่ปุ่น: ก่อตั้ง Japan O’Leary Corporation และเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์ COVERMARK สู่ตลาดญี่ปุ่น 8
- 1963 — COVERMARK S: เปิดตัวเวอร์ชันสำหรับการใช้งานทั่วไปที่ยังคงความสามารถในการปกปิดสูงไว้ แต่เหมาะสำหรับแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน
- 1979 — Excellent COVERMARK E: พัฒนารองพื้นรุ่นใหม่ที่ต่อยอดเทคโนโลยีการปกปิดสูง
- 1986 — Soft Foundation: แนะนำรองพื้นรูปแบบอิมัลชั่น/แพ็ค ที่ให้ความปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติ
- 1993 — Essence Foundation: ผสานแนวคิดการบำรุงผิวเข้ากับรองพื้น
- 1996 — Soft ES Pact: พัฒนารองพื้นที่เพิ่มคุณสมบัติความชุ่มชื้น
- 1998 — Jasmin Color Essence Foundation: นำเสนอทฤษฎีโทนสีผิว Jasmin Color ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
- 2001 — Sensory Rose Color Extra Formula: พัฒนาทฤษฎีสีผิวอีกมิติหนึ่งที่ช่วยให้ผิวดูมีเลือดฝาดและเป็นธรรมชาติแม้จะปกปิดสูง
- 2003 — Basic Formula: รวมเทคโนโลยีจาก COVERMARK S และ Excellent COVERMARK E ไว้ภายใต้ชื่อ Basic Formula
- 2006 — Moisture Veil: เปิดตัวแป้งผสมรองหน้าที่เน้นความชุ่มชื้นและงานผิวธรรมชาติ
- 2010 — Moisture Veil LX: อัปเกรดแป้งผสมรองพื้นด้วยเทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำมันส่วนเกินให้กลายเป็นความโกลว์สวย
- 2011 — Flawless Fit: เปิดตัวรองพื้นที่เป็น culmination ของการวิจัยด้านรองพื้นมายาวนานหลายทศวรรษ
ความเชี่ยวชาญด้านรองพื้น (Foundation Expert)
COVERMARK นิยามตนเองว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านรองพื้น” (Foundation Expert) โดยมองว่ารองพื้นไม่ใช่เพียงชั้นสีที่ทาทับผิว แต่เป็นองค์ประกอบรวมของปัจจัยต่างๆ ได้แก่:
- ระดับการปกปิด
- ความแม่นยำของสี
- เนื้อสัมผัสของผิวหลังทา
- ความติดทน
- ความชุ่มชื้น
- ความสบายผิว
- ความเป็นธรรมชาติ
พอร์ตโฟลิโอรองพื้นของ COVERMARK ในปัจจุบันจึงมีความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบครีม คอมแพ็ค ลิควิด แป้ง และบาล์ม โดยจัดกลุ่มตามความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ระดับการปกปิด ความโกลว์ เนื้อสัมผัส และความติดทน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุด
ศาสตร์แห่งสีผิว: Jasmin Color
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ COVERMARK คือระบบการเลือกสีรองพื้นที่เรียกว่า <Jasmin Color> ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับ Essence Foundation ในปี ค.ศ. 1998 ระบบนี้ไม่ได้แบ่งสีผิวตามความอ่อน-เข้มเพียงอย่างเดียว แต่จำแนกตามอันเดอร์โทน (Undertone) เป็น Blue-base และ Yellow-base
ตัวอย่างเช่น Essence Foundation ในปัจจุบันมีให้เลือกถึง 14 เฉดสี ซึ่งจัดเรียงตามตระกูลสี Blue-base และ Yellow-base แนวคิดหลักคือการเลือกสีรองพื้นที่กลมกลืนกับ “บุคลิกของสีผิว” (Skin Character) ไม่ใช่แค่ความสว่างหรือมืดของผิวเท่านั้น แบรนด์จึงแนะนำให้ลูกค้าใหม่เข้ารับบริการวิเคราะห์สีผิวจากผู้เชี่ยวชาญที่เคาน์เตอร์เพื่อให้ได้สีที่ตรงกับผิวที่สุด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ Makeup Base ในตระกูล Jasmin Color ที่แยกเป็น Blue-base และ Yellow-base เช่นกัน เพื่อสร้างความสม่ำเสมอของโทนสีก่อนลงรองพื้น
การปกปิดสูงที่ไม่ดูหนาหนัก
COVERMARK มีความโดดเด่นในการผสาน การปกปิดสูงเข้ากับงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ จากเดิมที่แบรนด์เชี่ยวชาญด้านการปกปิดรอยโรค ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องการความสวยงามทันสมัย
- Basic Formula: ให้ความปกปิดสูงมาก กันน้ำ และปกปิดจุดด่างดำได้ดีเยี่ยม
- Jasmin Color Essence Foundation: เน้นผิวฉ่ำวาว ดูโปร่งแสง และชุ่มชื้น
- Flawless Fit: ให้ความปกปิดสูงพร้อมความโกลว์และผิวสัมผัสที่เหมือนผิวจริง
ปรัชญาของแบรนด์คือ ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ต้องการเทคโนโลยีการปกปิดและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ดังนั้น COVERMARK จึงไม่ใช่แบรนด์ที่มีรองพื้นเพียงสูตรเดียวสำหรับทุกคน แต่เป็นการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ใช้ค้นพบรองพื้นที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
กลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้นหลัก
Basic Formula
ทายาทโดยตรงของเทคโนโลยีรองพื้นดั้งเดิม เป็นรองพื้นแบบครีม/ก้อนที่ ปกปิดสูงและกันน้ำ เวอร์ชันญี่ปุ่นปัจจุบันมี 23 เฉดสี ออกแบบมาเพื่อปกปิดจุดด่างดำและฝ้ากระได้อย่างแน่นสนิท มีชื่อเสียงในด้านความปกปิดสูงสุด ความติดทน และการปรับสีผิวแบบคลาสสิกของ COVERMARK
Flawless Fit
รองพื้นยอดนิยมในยุคใหม่ของ COVERMARK มาในรูปแบบคอมแพ็คครีม ที่มอบการปกปิดสูงแต่ยังคง ความโกลว์และเป็นธรรมชาติเหมือนผิวจริง มีให้เลือก 10 เฉดสี ในไลน์อัปญี่ปุ่น โดดเด่นเรื่องความปกปิดที่มาพร้อมความชุ่มฉ่ำและไม่ดูปลอม
Jasmin Color Essence Foundation
ผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ที่ใช้ระบบ Jasmin Color เน้นความชุ่มชื้นและผิวที่ดูใส ปัจจุบันมี 14 เฉดสี แบ่งเป็นตระกูล Blue-base และ Yellow-base มีชื่อเสียงเรื่องการแมทช์สีที่แม่นยำ งานผิวธรรมชาติ และความรู้สึกเหมือนทาครีมบำรุง
Jasmin Color Essence Foundation Liquid
เวอร์ชันลิควิดของคอนเซปต์ Jasmin Color มี 15 เฉดสี ในตลาดญี่ปุ่น เน้นผิวที่ดูสดชื่นและชุ่มชื้น
Sensory Rose Color Extra Formula
ไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แนวทางสีผิวเฉพาะตัว มุ่งเน้นการปกปิดที่ดีแต่ยังคงรักษามิติของสีผิวธรรมชาติ ทำให้ผิวดูสุขภาพดีและมีชีวิตชีวา
คอนซีลเลอร์และการปกปิดเฉพาะจุด
นอกจากเบสเมกอัพแล้ว COVERMARK ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น Bright Up Foundation ซึ่งเป็นทั้งรองพื้นและคอนซีลเลอร์สำหรับบริเวณที่ต้องการการแก้ไขเป็นพิเศษ ออกแบบมาเพื่อปกปิดโดยไม่ให้เห็นร่องรอยการแต่งหน้า มี 4 เฉดสี แบ่งเป็น Blue-base และ Yellow-base สะท้อนปรัชญาที่ว่า การปกปิดควรแก้ปัญหาทางสายตาโดยไม่ทำให้ตัวเมกอัพเองกลายเป็นสิ่งที่สะดุดตาที่สุด
สกินแคร์และเมกอัพอื่นๆ
แม้รองพื้นจะเป็นหัวใจสำคัญ แต่ COVERMARK ในปัจจุบันเป็นแบรนด์ความงามที่ครบวงจร โดยเฉพาะในตลาดไทยที่มีการจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ดังนี้:
เบสเมกอัพ
- รองพื้น
- คอนซีลเลอร์
- เมกอัพเบส
- CC ครีม
- แป้ง
- ฟองน้ำและอุปกรณ์แต่งหน้า
สกินแคร์
- คลีนเซอร์
- โลชั่น
- เซรั่ม/เอสเซนส์
- ครีม
- สกินแคร์เฉพาะจุด
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลางวัน
คัลเลอร์คอสเมติก
- ผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปาก
- เมกอัพดวงตา
- บลัชออน
- ผลิตภัณฑ์เขียนคิ้ว
วิจัยและเทคโนโลยี
COVERMARK ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างมาก โดยครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีสูตรตำรับ การพัฒนาส่วนผสม วิทยาศาสตร์ผิวหนัง และความงามเชิงสุขภาพ รวมถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย เป้าหมายคือการสร้างเครื่องสำอางที่มีประสิทธิภาพรองรับด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มากกว่าการวิ่งตามเทรนด์ระยะสั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความเป็น เทคนิคและเน้นผลลัพธ์เรื่องผิว มากกว่าความเป็นแฟชั่นตามฤดูกาล
ความสัมพันธ์กับ O’Leary และโครงสร้างองค์กร
ในอดีต O’Leary เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ COVERMARK ผ่านร้านเสริมสวย แต่ในปี ค.ศ. 1992 COVERMARK ได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระและก่อตั้ง COVERMARK Corporation ขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางสำหรับตลาดมวลชน 9 วันที่ปรากฏในข้อมูลองค์กรจึงมีความแตกต่างกันตามบริบท:
- 1928: กำเนิดแนวคิด COVERMARK ในนิวยอร์ก
- 1960: การนำเข้า COVERMARK สู่ญี่ปุ่น
- 1992: การจัดตั้ง COVERMARK ในฐานะธุรกิจเครื่องสำอางอิสระในญี่ปุ่น
- 2001: วันที่จดทะเบียนของบริษัท COVERMARK Corporation ปัจจุบัน
ปัจจุบัน COVERMARK เป็นส่วนหนึ่งของ PIAS Group กลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพของญี่ปุ่น ที่มีแบรนด์อื่นในเครือเช่น ACSEINE และ Kesalan Patharan โดยแต่ละแบรนด์มีจุดยืนและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
สถานะความเป็นชาติของแบรนด์
คำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคำถามว่า COVERMARK เป็นแบรนด์อเมริกันหรือญี่ปุ่น คือ “มีต้นกำเนิดจากอเมริกา แต่มีอัตลักษณ์และการพัฒนาในยุคสมัยใหม่เป็นแบบญี่ปุ่น” แม้จะถือกำเนิดในนิวยอร์กปี 1928 แต่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันโดยเฉพาะในไทยและญี่ปุ่น ล้วนวางแผน พัฒนา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นในบริบทของตลาดเครื่องสำอางร่วมสมัย COVERMARK จึงเป็น แบรนด์ความงามระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีรากเหง้าจากอเมริกา
การดำเนินงานในประเทศไทยและนานาชาติ
นอกเหนือจากตลาดหลักในญี่ปุ่น COVERMARK ยังมีการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในหลายประเทศทั่วเอเชีย ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน สำหรับในประเทศไทย มีเว็บไซต์ทางการและร้านค้าออนไลน์ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ครบทุกหมวดหมู่ ทั้งรองพื้น สกินแคร์ เมกอัพ และอุปกรณ์เสริม ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับและความสำคัญของตลาดไทยต่อกลยุทธ์ระดับภูมิภาคของแบรนด์
ปรัชญาแบรนด์
แก่นแท้ของ COVERMARK สามารถสรุปได้เป็น 5 เสาหลัก:
- การปกปิด: DNA ของแบรนด์มาจากความสามารถในการปกปิดความบกพร่องของผิว
- ความเป็นธรรมชาติ: เป้าหมายไม่ใช่การสร้างหน้ากากทึบแสง แต่คือการทำให้ผิวดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
- ความแม่นยำของสี: การลงทุนวิจัยอันเดอร์โทนเพื่อจับคู่สีรองพื้นกับผิวแต่ละคน
- ความสบายผิว: การผสานประสิทธิภาพเมกอัพกับความชุ่มชื้นและความสบายผิว
- ความมั่นใจ: เป้าหมายสูงสุดคือการช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจและสบายใจกับรูปลักษณ์ของตนเอง
จุดแตกต่างจากแบรนด์ทั่วไป
เมื่อเทียบกับแบรนด์เมกอัพกระแสหลัก COVERMARK มีอัตลักษณ์ที่เข้มข้นในเรื่อง Complexion หรืองานผิวเป็นพิเศษ:
| ลักษณะ | COVERMARK |
|---|---|
| ความเชี่ยวชาญดั้งเดิม | รองพื้นเพื่อการแก้ไข/ปกปิดสูง |
| ความเชี่ยวชาญหลัก | รองพื้น |
| การแมทช์สี | ให้ความสำคัญสูงสุด |
| ระดับการปกปิด | ตั้งแต่ธรรมชาติจนถึงสูงมาก |
| งานผิว | แมตต์, ธรรมชาติ, โกลว์ ตามแต่ละผลิตภัณฑ์ |
| ระบบอันเดอร์โทน | เน้น Blue/Yellow base อย่างชัดเจน |
| อัตลักษณ์ตามเทรนด์ | ต่ำ |
| อัตลักษณ์เชิงเทคนิค/ฟังก์ชัน | สูงมาก |
| มรดกทางประวัติศาสตร์ | ตั้งแต่ปี 1928 |
| ตลาดหลักปัจจุบัน | ความงามระดับพรีเมียมในญี่ปุ่น/เอเชีย |
ดังนั้น คู่แข่งที่แท้จริงของ COVERMARK จึงไม่ใช่ “แฟชั่นเมกอัพ” แต่เป็น “พรีซิชั่นคอมเพล็กซ์ชั่นเมกอัพ” (Precision Complexion Makeup) หรือเครื่องสำอางเพื่อความสมบูรณ์แบบของผิวอย่างแม่นยำ
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
จากเดิมที่มุ่งเน้นผู้ที่มีความบกพร่องของผิว ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ COVERMARK กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่:
- ต้องการรองพื้นที่ ปกปิดสูง
- มีความกังวลเรื่อง จุดด่างดำ ฝ้ากระ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ต้องการการปกปิดที่ดีแต่ ไม่ดูหนาหนัก
- หาโทนสีรองพื้นที่เข้ากับอันเดอร์โทนของตัวเองได้ยาก
- ชื่นชอบเครื่องสำอางระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น
- ให้ความสำคัญกับความติดทนของรองพื้น
- สนใจสกินแคร์ที่เน้นเรื่องงานผิว
- ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเลือกสี
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีความเกี่ยวข้องกับความต้องการของ ผิววัยผู้ใหญ่ (Mature Skin) เป็นพิเศษ เนื่องจากปรัชญาผลิตภัณฑ์เน้นเรื่องเนื้อผิว ความชุ่มชื้น และการปกปิดที่เป็นธรรมชาติ มากกว่าเทรนด์ “No-makeup” แบบวัยรุ่น
นัยสำคัญทางประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ของ COVERMARK สะท้อนวิวัฒนาการของวงการรองพื้นโลก:
- ทศวรรษ 1920: รองพื้น/คอนซีลเลอร์ในฐานะทางออกสำหรับผู้มีความบกพร่องของผิว
- ทศวรรษ 1960–1980: เทคโนโลยีการปกปิดพิเศษถูกปรับใช้กับการแต่งหน้าทั่วไป
- ทศวรรษ 1990: เน้นทฤษฎีสีผิว ความสบายผิว และคุณสมบัติคล้ายสกินแคร์
- ทศวรรษ 2000: ขยายไปสู่เนื้อสัมผัสและงานผิวที่หลากหลาย
- ทศวรรษ 2010: การผสานการปกปิดสูงเข้ากับงานผิวโกลว์ที่เป็นธรรมชาติ
- ปัจจุบัน: แบรนด์ความงามพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญหลักอยู่ที่ รองพื้นและงานผิว
ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์นี้คือสิ่งที่ทำให้ COVERMARK มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และเป็นมากกว่าแบรนด์รองพื้นธรรมดา เพราะคือแบรนด์ที่เติบโตมาจากความเชื่อว่า เมกอัพสามารถทำได้มากกว่าการตกแต่ง นั่นคือ การแก้ไขความบกพร่องและการคืนความมั่นใจให้กับผู้คน
References
- COVERMARK – France Health
- COVERMARK – France Health
- Lydia O’Leary – Wikipedia
- Lydia O’Leary – Wikipedia
- Brand Story – Covermark Singapore
- Brand Story – Covermark Singapore
- Brand Story – Covermark Singapore
- Brand Story – Covermark Singapore
- Brand Story – Covermark Singapore
- Brand Story – Covermark Singapore
- About Us – COVERMARK
- COVERMARK – France Health





