T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Zoom

Zoom Communications, Inc. หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Zoom เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและความร่วมมือของสหรัฐอเมริกาที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ San Jose รัฐ California ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 โดย Eric S. Yuan ในช่วงแรกบริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มการประชุมผ่านวิดีโอที่ใช้งานง่ายและมีความเสถียรสูง ก่อนที่จะขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มการทำงานและการสื่อสารแบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมทั้งการประชุม การแชทในทีม ระบบโทรศัพท์ธุรกิจ ศูนย์ติดต่อลูกค้า การจัดอีเวนต์ ผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI) และเครื่องมือความร่วมมือในที่ทำงาน 1

ปัจจุบัน Zoom นิยามธุรกิจของตนว่าเป็น แพลตฟอร์มการทำงานแบบเปิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นอันดับแรก (AI-first, open work platform) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสาร ทำงานร่วมกัน และเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ มากกว่าการเป็นเพียงผู้ให้บริการประชุมวิดีโอเท่านั้น 2

ภาพรวมองค์กร

หมวดหมู่ ข้อมูล
แบรนด์ Zoom
ชื่อนิติบุคคล Zoom Communications, Inc.
ก่อตั้ง เมษายน 2011
ผู้ก่อตั้ง Eric S. Yuan
สำนักงานใหญ่ San Jose, California, United States
อุตสาหกรรม เทคโนโลยีการสื่อสาร, ซอฟต์แวร์ความร่วมมือ, คลาวด์ซอฟต์แวร์
ธุรกิจหลัก การสื่อสารและความร่วมมือในที่ทำงาน
ผลิตภัณฑ์หลัก Zoom Workplace, Zoom Meetings, Zoom Phone, Zoom Contact Center, Zoom Events, Zoom AI Companion และบริการที่เกี่ยวข้อง
ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ
สัญลักษณ์หุ้น ZM
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Eric S. Yuan
จำนวนพนักงาน 7,438 คน (เต็มเวลา ณ วันที่ 31 มกราคม 2026)
รายได้ปีงบประมาณ 2026 4.8688 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เว็บไซต์ทางการ zoom.com

บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งในรัฐ Delaware และมีสำนักงานบริหารหลักตั้งอยู่ที่เลขที่ 55 Almaden Boulevard เมือง San Jose รัฐ California ณ วันที่ 31 มกราคม 2026 Zoom รายงานว่ามีพนักงานเต็มเวลาจำนวน 7,438 คน แบ่งเป็นพนักงานในสหรัฐอเมริกา 3,457 คน และพนักงานในต่างประเทศอีก 3,981 คน 3

ประวัติความเป็นมา

การก่อตั้ง

Zoom ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 โดย Eric S. Yuan อดีตผู้บริหารของ Cisco และหนึ่งในผู้นำทีมวิศวกรรมยุคเริ่มต้นของ WebEx เป้าหมายของ Yuan คือการสร้างผลิตภัณฑ์การประชุมผ่านวิดีโอที่ใช้งานง่ายกว่าคู่แข่งในตลาด และสามารถให้การสื่อสารที่มีคุณภาพสูงได้อย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะใช้งานผ่านอุปกรณ์ประเภทใดหรืออยู่ในสภาพเครือข่ายแบบใดก็ตาม 4

ในช่วงแรก บริษัทใช้ชื่อว่า SaaSbee, Inc. เมื่อเดือนเมษายน 2011 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อองค์กรหลายครั้งดังนี้:

  • 2011: SaaSbee, Inc.
  • กุมภาพันธ์ 2012: Zoom Communications, Inc.
  • พฤษภาคม 2012: Zoom Video Communications, Inc.
  • พฤศจิกายน 2024: Zoom Communications, Inc. 5

การกลับมาใช้ชื่อ Zoom Communications ที่สั้นลง สะท้อนถึงการขยายขอบเขตธุรกิจของบริษัทที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประชุมผ่านวิดีโออีกต่อไป

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ช่วงต้น

ในระยะเริ่มต้น Zoom มุ่งเน้นไปที่การทำให้การสื่อสารผ่านวิดีโอออนไลน์เป็นเรื่องตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งอุปสรรคทางเทคนิค ทีมงานดั้งเดิมประกอบด้วยวิศวกรประมาณ 40 คน ผลิตภัณฑ์ Zoom Meetings ถูกเปิดตัวหลังจากก่อตั้งบริษัทได้ราวสองปี ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น Zoom Chat, Zoom Webinars และ Zoom Rooms 6

บริษัทค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในด้าน:

  • ความง่ายในการตั้งค่าการประชุม
  • ความเสถียรของภาพและเสียง
  • ความเข้ากันได้ข้ามแพลตฟอร์ม
  • การแชร์หน้าจอ
  • การรองรับอุปกรณ์มือถือ
  • การปรับใช้บนระบบคลาวด์
  • การรองรับการประชุมระดับองค์กรขนาดใหญ่

จากสตาร์ทอัพสู่บริษัทมหาชน

Zoom มีการเติบโตอย่างรวดเร็วตลอดช่วงทศวรรษ 2010 ในปี 2017 บริษัทมีมูลค่าประเมินสูงถึงประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่สถานะ “ยูนิคอร์น” นอกจากนี้ยังได้จัดงาน Zoomtopia เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นงานประชุมผู้ใช้ประจำปีที่กลายเป็นกิจกรรมสำคัญสำหรับบริษัทและชุมชนลูกค้า 7

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือน เมษายน 2019 เมื่อ Zoom เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ภายใต้สัญลักษณ์ ZM โดยการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในครั้งนั้น ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ IPO ด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว 8

ยุค COVID-19 และความนิยมระดับโลก

ช่วงเวลาที่ Zoom เติบโตอย่างก้าวกระโดดที่สุดคือปี 2020 ซึ่งเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บังคับให้โรงเรียน ธุรกิจ หน่วยงานรัฐ และองค์กรต่างๆ ต้องหันมาใช้เครื่องมือสื่อสารทางไกล

แม้ว่า Zoom จะพัฒนาแพลตฟอร์มมานานเกือบทศวรรษก่อนเกิดโรคระบาด แต่การเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานและการเรียนทางไกลอย่างกะทันหัน ได้ผลักดันให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ชื่อเรียก “Zoom” กลายเป็นคำที่แทบจะมีความหมายเดียวกับ “การประชุมออนไลน์” บริการนี้ถูกนำไปใช้ในหลากหลายบริบท ได้แก่:

  • การประชุมทางธุรกิจ
  • การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยและโรงเรียน
  • การสัมภาษณ์งาน
  • งานสัมมนาและคอนเฟอเรนซ์
  • การรวมตัวของครอบครัว
  • การปรึกษาทางการแพทย์
  • การประชุมหน่วยงานราชการ
  • พิธีกรรมทางศาสนา
  • อีเวนต์ออนไลน์

ช่วงเวลาดังกล่าวเปลี่ยนการรับรู้ของสาธารณชนต่อ Zoom อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นผลิตภัณฑ์ความร่วมมือสำหรับองค์กรเป็นหลัก ได้กลายมาเป็นแบรนด์ผู้บริโภคและวัฒนธรรมสมัยนิยมที่ทุกคนคุ้นเคย ทางบริษัทเองก็ระบุว่าผู้คนจำนวนมากเริ่มรู้จัก Zoom ในช่วงต้นปี 2020 ทั้งที่บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว 9

การขยายธุรกิจเกินกว่าการประชุมวิดีโอ

กลยุทธ์ระยะยาวของ Zoom คือการไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ของการเป็น “บริษัทประชุมวิดีโอ” เพียงอย่างเดียว บริษัทจึงได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ด้านการสื่อสารและความร่วมมือเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

Zoom Meetings

บริการเรือธงด้านการประชุมผ่านวิดีโอ รองรับการประชุมด้วยภาพและเสียง การแชร์หน้าจอ ความร่วมมือ การบันทึก และฟังก์ชันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม

Zoom Chat

บริการส่งข้อความและร่วมมือในที่ทำงาน ออกแบบมาเพื่อการสนทนาอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการประชุม

Zoom Rooms

โซลูชันสำหรับห้องประชุมจริง ช่วยให้องค์กรสามารถผสานรวมฮาร์ดแวร์ในห้องประชุมเข้ากับแพลตฟอร์มคลาวด์ของ Zoom ได้

Zoom Phone

ระบบโทรศัพท์ธุรกิจบนคลาวด์ที่เปิดตัวในปี 2019 เป็นการขยายขีดความสามารถของ Zoom จากการประชุมออนไลน์ไปสู่ระบบโทรศัพท์ธุรกิจดั้งเดิมและการสื่อสารแบบรวมศูนย์ (Unified Communications) 10

Zoom Webinars และ Events

บริการสำหรับการนำเสนอเสมือนจริง เว็บินาร์ คอนเฟอเรนซ์ และอีเวนต์ขนาดใหญ่

Zoom Contact Center

แพลตฟอร์มศูนย์ติดต่อลูกค้าบนคลาวด์ สำหรับการจัดการงานบริการลูกค้าและประสบการณ์ลูกค้า

Zoom Revenue Accelerator

ผลิตภัณฑ์วิเคราะห์ข้อมูลการขายและบทสนทนาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยทีมขายวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและปรับปรุงกระบวนการสร้างรายได้

Zoom AI Companion

ผู้ช่วยอัจฉริยะแบบ Generative AI ของ Zoom ที่บูรณาการอยู่ในส่วนต่างๆ ของแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยในงานสรุปการประชุม ค้นหาข้อมูล ร่างเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในรูปแบบอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์จาก “การประชุมวิดีโอ” → “การสื่อสารแบบรวมศูนย์” → “ความร่วมมือในที่ทำงานและ AI” เอกสารยื่นต่อทางการในปีงบประมาณ 2026 ระบุว่าแพลตฟอร์มของ Zoom ครอบคลุมทั้งการประชุม แชท โทรศัพท์ ศูนย์ติดต่อ อีเวนต์ และเวิร์กโฟลว์อื่นๆ โดยมีการผสานรวม AI Companion ไว้ในประสบการณ์การใช้งานด้วย 11

การรีแบรนด์ในปี 2024

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในเดือน พฤศจิกายน 2024 เมื่อบริษัทประกาศเปลี่ยนชื่อนิติบุคคลจาก Zoom Video Communications, Inc. เป็น Zoom Communications, Inc.

การเปลี่ยนแปลงนี้มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์มากกว่าแค่เรื่องภาพลักษณ์ คำว่า “Video” เริ่มกลายเป็นข้อจำกัดเนื่องจาก Zoom ไม่ได้ขายแค่การประชุมวิดีโออีกต่อไป บริษัทต้องการให้อัตลักษณ์องค์กรสะท้อนถึงพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงการสื่อสาร ความร่วมมือ ระบบโทรศัพท์ ประสบการณ์ลูกค้า และ AI 12

บริษัทเรียกการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า “Zoom 2.0” เพื่อเน้นย้ำแนวทาง AI-first ต่อการทำงานในยุคใหม่ 13

สถานะปัจจุบันของ Zoom

ณ ปี 2026 Zoom วางตำแหน่งตนเองเป็น แพลตฟอร์มการทำงานและการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นอันดับแรก แทนที่จะเป็นเพียงแอปพลิเคชันประชุมวิดีโอ

เอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) บรรยายว่า Zoom เป็น “แพลตฟอร์มการทำงานแบบเปิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI และสร้างขึ้นเพื่อการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์” โดยมีเป้าหมายช่วยให้ลูกค้าร่วมมือ สื่อสาร และสร้างผลลัพธ์ผ่านการประชุม แชท โทรศัพท์ ศูนย์ติดต่อ และอีเวนต์ 14

นั่นหมายความว่า Zoom กำลังแข่งขันในหลายหมวดหมู่เทคโนโลยีพร้อมกัน:

การประชุมวิดีโอ
→ Microsoft Teams, Google Meet, Cisco Webex

การสื่อสารธุรกิจ / UCaaS
→ Microsoft, Cisco, RingCentral และอื่นๆ

ระบบโทรศัพท์ธุรกิจบนคลาวด์
→ Microsoft Teams Phone, RingCentral และผู้ให้บริการรายอื่น

ศูนย์ติดต่อลูกค้า
→ Salesforce, Cisco, Genesys, NICE และอื่นๆ

AI เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน
→ Microsoft Copilot, Google Gemini และแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรอื่นๆ

กลยุทธ์ของ Zoom ไม่ใช่การพึ่งพาแอปพลิเคชันเดียว แต่คือการรวบรวมฟังก์ชันการสื่อสารเหล่านี้ไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์หลักและระบบนิเวศ

โครงสร้างระบบนิเวศของ Zoom สามารถแบ่งได้ดังนี้:

Zoom Workplace

  • Meetings
  • Team Chat
  • Calendar
  • Whiteboard
  • Clips
  • Docs
  • AI Companion
  • เครื่องมือความร่วมมืออื่นๆ

Zoom Business Services

  • Zoom Phone
  • Zoom Contact Center
  • Zoom Revenue Accelerator
  • Zoom Events
  • Zoom Webinars
  • Zoom Rooms
  • บริการสื่อสารระดับองค์กรอื่นๆ

บริษัทระบุว่ารายได้หลักมาจากการสมัครสมาชิก Zoom Workplace และ Zoom Business Services โดยมีข้อเสนอที่ปรับแต่งเฉพาะสำหรับภาคส่วนต่างๆ เช่น การศึกษา สุขภาพ และภาครัฐ 15

โมเดลธุรกิจ

Zoom ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Software-as-a-Service (SaaS) เป็นหลัก ลูกค้าจะชำระค่าสมาชิกรายเดือนหรือรายปีเพื่อเข้าถึงความสามารถและระดับบริการที่แตกต่างกัน กลุ่มลูกค้ามีตั้งแต่บุคคลทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่

โมเดลธุรกิจพื้นฐานสามารถสรุปได้ดังนี้:

การเข้าถึงฟรี/ระดับเริ่มต้น

แผนส่วนบุคคล/มืออาชีพแบบเสียเงิน

แผนธุรกิจ

สัญญาระดับองค์กร

บริการเสริม เช่น Phone, Contact Center, Events และ AI

โมเดลนี้ช่วยให้ Zoom สามารถดึงดูดผู้ใช้ผ่านผลิตภัณฑ์การประชุมที่เข้าถึงง่าย และขยายความสัมพันธ์กับองค์กรผ่านผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมในภายหลัง

ขนาดทางการเงิน

Zoom เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ารายได้หลายพันล้านดอลลาร์ สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2026 บริษัทรายงานตัวเลขดังนี้:

  • รายได้: 4.8688 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • กำไรขั้นต้น: 3.7497 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • กำไรสุทธิ: 1.9001 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • พนักงานเต็มเวลา: 7,438 คน 16

รายได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 4.665 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2025 และ 4.527 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2024 17

นอกจากนี้ Zoom ยังรายงานผลการดำเนินงานในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในปีงบประมาณ 2026 โดยรายได้จากกลุ่มนี้มีมูลค่าประมาณ 2.934 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการเติบโต 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 18

ผู้บริหาร

Eric S. Yuan

Eric Yuan เป็นผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zoom ก่อนหน้านี้ Yuan เคยทำงานที่ Cisco โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ความร่วมมือ และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ WebEx 19

Yuan มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปรัชญาผลิตภัณฑ์ของ Zoom โดยเฉพาะการเน้นย้ำในเรื่อง:

  • ความง่ายในการใช้งาน
  • การสื่อสารที่เชื่อถือได้
  • ความพึงพอใจของลูกค้า
  • การเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์
  • ความร่วมมือที่ไร้แรงเสียดทาน

ความเป็นผู้นำของเขายังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของ Zoom จากสตาร์ทอัพด้านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปสู่บริษัทด้านการสื่อสารที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

อัตลักษณ์แบรนด์

ชื่อ Zoom สั้น กระชับ จำง่าย และออกเสียงได้ในหลายภาษา อัตลักษณ์ทางภาพของแบรนด์เน้นย้ำถึงความเรียบง่ายและการเข้าถึงได้ง่ายมาโดยตลอด

บริษัทจงใจสร้างภาพลักษณ์ที่เน้นเรื่อง การเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์ มากกว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคล้วนๆ ปรัชญาหนึ่งที่บริษัทยึดถือมายาวนานคือ “Delivering Happiness” (ส่งมอบความสุข) ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารควรทำให้ปฏิสัมพันธ์ง่ายขึ้นและน่าพึงพอใจยิ่งขึ้น ไม่ใช่สร้างความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

ปรัชญานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงพัฒนาการยุคต้นของ Zoom เมื่อบริษัทพยายามสร้างความแตกต่างผ่านความเรียบง่ายและประสบการณ์ผู้ใช้ 20

ปัจจัยความสำเร็จ

มีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลให้ Zoom ประสบความสำเร็จ:

1. ความง่ายในการใช้งาน

ประสบการณ์การประชุมของ Zoom ถูกออกแบบมาให้เรียบง่ายเมื่อเทียบกับระบบคอนเฟอเรนซ์ระดับองค์กรหลายเจ้าในตลาด

2. ความเข้ากันได้ข้ามแพลตฟอร์ม

ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมการประชุมผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์อื่นๆ

3. สถาปัตยกรรมคลาวด์

องค์กรไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานการประชุมวิดีโอของตนเอง

4. คุณภาพวิดีโอที่ดี

Zoom เน้นย้ำเรื่องวิดีโอเรียลไทม์คุณภาพสูง พร้อมทั้งพยายามรักษาความสามารถในการใช้งานภายใต้สภาพเครือข่ายที่ท้าทาย บริษัตระบุว่าแพลตฟอร์มถูกออกแบบมาให้ส่งมอบวิดีโอคุณภาพสูงแม้ในสภาวะแบนด์วิดท์ต่ำ 21

5. การแจกจ่ายแบบ Freemium

ความพร้อมใช้งานของประสบการณ์การประชุมฟรีหรือเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้ Zoom แพร่กระจายอย่างเป็นธรรมชาติในกลุ่มบุคคลและองค์กร

6. การขยายฐานในองค์กร

เมื่อ Zoom เข้าไปตั้งมั่นในองค์กรแล้ว ผลิตภัณฑ์เช่น Zoom Phone, Rooms และ Contact Center จะเปิดโอกาสให้ขยายความสัมพันธ์ทางธุรกิจเพิ่มเติม

7. จังหวะเวลา

การแพร่ระบาดของ COVID-19 เร่งความต้องการสื่อสารผ่านวิดีโออย่างมหาศาล ทำให้ Zoom ได้รับกระแสตอบรับระดับโลกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

เนื่องจาก Zoom จัดการกับการสื่อสารทางธุรกิจ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวจึงเป็นส่วนสำคัญของจุดยืนองค์กร บริษัทยืนยันว่าแพลตฟอร์มใช้การเข้ารหัสและมี ศูนย์ข้อมูลที่ colocated กันจำนวน 20 แห่งทั่วโลก ณ วันที่ 31 มกราคม 2026 22

นอกจากนี้ Zoom ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบด้าน AI มากขึ้น ในเอกสารยื่นประจำปีงบประมาณ 2026 บริษัทระบุว่า ไม่นำเนื้อหาการสื่อสารของลูกค้า เช่น เสียง วิดีโอ แชท การแชร์หน้าจอ ไฟล์แนบ หรือเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ไปใช้ในการฝึกโมเดล AI ของ Zoom หรือของบุคคลที่สาม 23

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ Zoom ก้าวลึกเข้าไปในพื้นที่ Generative AI เนื่องจากลูกค้าองค์กรมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลลับในที่ทำงาน

Zoom กับปัญญาประดิษฐ์

AI กลายเป็นองค์ประกอบหลักในกลยุทธ์ปัจจุบันของ Zoom บริษัทกำลังเคลื่อนย้ายจากแนวคิด:

“มาประชุมกันเถอะ”

ไปสู่:

“มาใช้การสื่อสารเพื่อให้งานเสร็จสิ้นกันเถอะ”

กลยุทธ์ AI ของบริษัทครอบคลุมเครื่องมือต่างๆ เช่น Zoom AI Companion, ผู้ช่วยการประชุมที่ขับเคลื่อนด้วย AI, การวิเคราะห์ข้อมูลการขาย, แอปพลิเคชันประสบการณ์ลูกค้า และ AI Agents

ในปี 2026 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Zoom เน้นย้ำเรื่อง AI Agents และเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติมากขึ้น การประกาศผลิตภัณฑ์ในปีดังกล่าวรวมถึงเครื่องมือประสบการณ์ลูกค้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI, AI Agents, Zoom AI On-Prem สำหรับองค์กรที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบเข้มงวด และผลิตภัณฑ์ที่ทำงานที่รองรับ AI 24

นี่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอัตลักษณ์ของบริษัท: AI กำลังกลายเป็นชั้นที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์การสื่อสารของ Zoom เข้าด้วยกัน แทนที่จะเป็นเพียงฟีเจอร์เสริมสำหรับการประชุม

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

Zoom ให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าหลักหลายกลุ่ม:

บุคคลทั่วไป

ผู้ที่ใช้งาน Zoom เพื่อการสื่อสารส่วนตัว สัมภาษณ์ เรียนหนังสือ และการประชุมอื่นๆ

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

บริษัทที่ต้องการการสื่อสารบนคลาวด์ที่ค่อนข้างเรียบง่าย โดยไม่ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ซับซ้อน

องค์กรขนาดใหญ่

องค์กรข้ามชาติที่ใช้ Zoom สำหรับการประชุมนภายใน การสื่อสาร โทรศัพท์ การบริการลูกค้า และความร่วมมือ

ภาคการศึกษา

โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษา ใช้ Zoom สำหรับการเรียนการสอนแบบออนไลน์และไฮบริด

ภาคสาธารณสุข

องค์กรด้านสุขภาพสามารถใช้เทคโนโลยีการสื่อสารของ Zoom สำหรับการสื่อสารเสมือนจริงและเวิร์กโฟลว์ที่เกี่ยวข้อง

ภาครัฐ

หน่วยงานรัฐบาลเป็นอีกตลาดเป้าหมายหนึ่ง ซึ่งมีข้อเสนอพิเศษและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเฉพาะ

รายงานประจำปีของ Zoom ระบุชัดเจนว่า ภาคการศึกษา สาธารณสุข และภาครัฐ เป็นตลาดแนวตั้ง (Vertical Markets) ที่สำคัญสำหรับบริการของบริษัท

ตำแหน่งทางการแข่งขัน

คู่แข่งหลักของ Zoom แตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์:

ตลาด คู่แข่งหลัก
การประชุมวิดีโอ Microsoft Teams, Google Meet, Cisco Webex
ความร่วมมือในที่ทำงาน Microsoft Teams, Google Workspace, Slack
โทรศัพท์บนคลาวด์ Microsoft Teams Phone, RingCentral, Cisco และอื่นๆ
ศูนย์ติดต่อลูกค้า Genesys, NICE, Cisco, Salesforce และอื่นๆ
เครื่องมือ AI ที่ทำงาน Microsoft Copilot, Google Gemini และแพลตฟอร์ม AI องค์กรอื่นๆ

ความท้าทายของ Zoom คือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งสามารถมัดรวมบริการการสื่อสารไว้ในระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่กว้างกว่า ตัวอย่างเช่น Microsoft สามารถรวม Teams ไว้ใน Microsoft 365 ในขณะที่ Google สามารถรวม Meet ไว้ใน Google Workspace ดังนั้น Zoom จึงสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มการสื่อสารเฉพาะทาง และการขยายไปสู่เวิร์กโฟลว์ด้าน AI และประสบการณ์ลูกค้า

แผนภาพการเปลี่ยนแปลงของ Zoom

วิธีที่มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของบริษัทคือ:

2011
ก่อตั้ง Zoom

การประชุมวิดีโอ

Zoom Meetings

Chat + Webinars + Rooms

Zoom Phone

การสื่อสารแบบรวมศูนย์

Contact Center + Events + Revenue Accelerator

Zoom Workplace

AI Companion + เวิร์กโฟลว์ขับเคลื่อนด้วย AI

2024: Zoom Video Communications → Zoom Communications

2026: แพลตฟอร์มการสื่อสาร/การทำงานแบบ AI-first

วิวัฒนาการนี้มีความสำคัญเพราะคำว่า “Zoom” ในปัจจุบันเป็นตัวแทนของระบบนิเวศเทคโนโลยีที่กว้างไกลกว่าแอปพลิเคชันประชุมที่ทำให้บริษัทมีชื่อเสียง

หลักไมล์สำคัญของบริษัท

ปี เหตุการณ์สำคัญ
2011 Eric Yuan ก่อตั้ง Zoom
2012 พัฒนา Zoom Meetings และเปลี่ยนชื่อบริษัท
2013 เปิดตัว Zoom Meetings
2015 บริษัทมีพนักงานครบ 100 คน
2017 บรรลุสถานะยูนิคอร์น; จัดงาน Zoomtopia ครั้งแรก
2019 IPO บน NASDAQ; เปิดตัว Zoom Phone
2020 การใช้งานทั่วโลกเร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วง COVID-19
2022 Zoom Phone มีผู้ใช้ครบ 4 ล้านที่นั่ง; เปิดตัว Zoom Contact Center
2024 เปลี่ยนชื่อนิติบุคคลเป็น Zoom Communications
2025 ยังคงเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มที่ทำงานแบบ AI-first
2026 รายได้แตะ 4.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับ FY2026; AI Agents และผลิตภัณฑ์สื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลายเป็นศูนย์กลางกลยุทธ์มากขึ้น

หลักไมล์ประวัติศาสตร์จนถึงปี 2024 ได้รับการบันทึกโดยตัวบริษัทเอง ขณะที่ตัวเลขทางการเงินและกำลังคนของปีงบประมาณ 2026 มาจากเอกสารยื่นประจำปีล่าสุด

สิ่งที่แบรนด์ Zoom ยึดถือ

ในระดับแบรนด์ Zoom สามารถเข้าใจได้ผ่านแนวคิดหลักสี่ประการ:

การเชื่อมต่อ (Connection)
ช่วยให้ผู้คนสื่อสารกันได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ทางกายภาพ

ความเรียบง่าย (Simplicity)
ทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อนเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย

ความร่วมมือ (Collaboration)
ก้าวข้ามการประชุมไปสู่การทำงานเป็นทีมและการสื่อสารในที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered productivity)
ใช้ AI เพื่อสรุป วิเคราะห์ ทำงานอัตโนมัติ และดำเนินการกับข้อมูลที่เกิดจากบทสนทนา

สองแนวคิดแรกกำหนดตัวตนของ Zoom ในยุคเริ่มต้น ส่วนสองแนวคิดหลังกำลังกำหนด Zoom รุ่นถัดไป มากขึ้นเรื่อยๆ

สรุป

Zoom Communications, Inc. เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ San Jose ก่อตั้งโดย Eric Yuan ในปี 2011 ซึ่งวิวัฒนาการจากสตาร์ทอัพด้านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปสู่แพลตฟอร์มระดับโลกด้านการสื่อสาร ความร่วมมือ โทรศัพท์บนคลาวด์ ประสบการณ์ลูกค้า และ AI สำหรับที่ทำงาน

Zoom Communications, Inc. หรือที่รู้จักกันในชื่อ Zoom เป็นบริษัทเทคโนโลยีการสื่อสารของอเมริกาที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ San Jose รัฐ California ก่อตั้งโดย Eric Yuan ในปี 2011 โดยในช่วงแรกเป็นที่รู้จักจากซอฟต์แวร์ประชุมวิดีโอบนคลาวด์ชื่อ Zoom Meetings บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 2019 และได้รับการยอมรับใช้งานทั่วโลกอย่างกว้างขวางในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากนั้นได้ขยายธุรกิจไปสู่การสื่อสารแบบรวมศูนย์ โทรศัพท์บนคลาวด์ ศูนย์ติดต่อลูกค้า อีเวนต์ ความร่วมมือในที่ทำงาน และปัญญาประดิษฐ์ ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อนิติบุคคลจาก Zoom Video Communications, Inc. เป็น Zoom Communications, Inc. เพื่อสะท้อนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น ณ ปี 2026 Zoom นิยามตนเองว่าเป็นแพลตฟอร์มการทำงานแบบเปิดที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นอันดับแรก มุ่งเน้นการช่วยให้องค์กรสื่อสาร ร่วมมือ และเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นเวิร์กโฟลว์ที่สำเร็จลุล่วง

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง