เกี่ยวกับ Winsor & Newton
Winsor & Newton เป็นแบรนด์วัสดุศิลปะสัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงลอนดอนเมื่อปี 1832 โดยมีชื่อเสียงในระดับสากลในฐานะผู้ผลิตสี พู่กัน อุปกรณ์วาดเขียน กระดาษ และวัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ สำหรับศิลปินวิจิตรศิลป์ระดับมืออาชีพ แบรนด์นี้ถือกำเนิดจากความร่วมมือระหว่าง William Winsor นักเคมี และ Henry Newton ศิลปิน ปัจจุบัน Winsor & Newton อยู่ภายใต้การบริหารของ Colart ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทวัสดุศิลปะระดับโลกที่มีเจ้าของเป็นกลุ่มการลงทุนครอบครัวชาวสวีเดนชื่อ Lindéngruppen 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ภาพรวม
| คุณลักษณะ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | Winsor & Newton |
| ปีที่ก่อตั้ง | 1832 |
| สถานที่ก่อตั้ง | London, England |
| ผู้ก่อตั้ง | William Winsor และ Henry Newton |
| อุตสาหกรรม | วัสดุวิจิตรศิลป์ |
| บริษัทแม่ | Colart |
| ผู้ถือหุ้นใหญ่สุด | Lindéngruppen |
| ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง | สีน้ำ, สีน้ำมัน, พู่กัน, อุปกรณ์วาดเขียน |
| กลุ่มผู้ใช้หลัก | ศิลปินมืออาชีพ, นักเรียนนักศึกษา, นักวาดภาพประกอบ, ผู้ทำงานอดิเรก |
| มรดกทางประวัติศาสตร์ | เกือบสองศตวรรษ |
| ตำแหน่งทางการตลาดปัจจุบัน | แบรนด์วัสดุศิลปะระดับพรีเมียม/มืออาชีพ |
Colart บรรยายว่า Winsor & Newton เป็นหนึ่งในแบรนด์หลักของกลุ่ม และมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์วัสดุศิลปะที่กว้างขวางที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ประวัติศาสตร์
การก่อตั้งในปี 1832
Winsor & Newton เริ่มต้นกิจการในปี 1832 ที่อาคารเลขที่ 38 Rathbone Place กรุงลอนดอน โดย William Winsor ได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเคมีมาประยุกต์ใช้ ขณะที่ Henry Newton นำประสบการณ์ความเป็นศิลปินเข้ามาผสมผสาน เป้าหมายร่วมกันคือการสร้างวัสดุศิลปะที่มีคุณภาพดีขึ้นและมีความสม่ำเสมอมากกว่าเดิม 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
การผสมผสานระหว่าง วิทยาศาสตร์และประสบการณ์ทางศิลปะ นี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์องค์กร แทนที่จะผลิตเพียงสีสำหรับศิลปินแบบดั้งเดิม Winsor & Newton ได้พัฒนาแนวทางที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในการคัดเลือกเม็ดสี การกำหนดสูตร ความคงทน ความสม่ำเสมอ และการบรรจุภัณฑ์ ต่อมาบริษัทจึงกลายเป็นหนึ่งใน ผู้ผลิตสีสำหรับศิลปิน (artists’ colourmen) ที่สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักร ซึ่ง National Portrait Gallery ได้ระบุว่า Winsor & Newton เติบโตจนเป็นบริษัทที่มีความสำคัญที่สุดในบรรดาผู้จัดจำหน่ายวัสดุศิลปะของอังกฤษ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
นวัตกรรมในยุคแรกเริ่ม
ข้อได้เปรียบทางประวัติศาสตร์ประการหนึ่งของ Winsor & Newton คือความเต็มใจที่จะนำการปฏิบัติทางศิลปะแบบดั้งเดิมมาผสานกับเทคโนโลยีเคมีและการผลิต หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทคือการทำให้ สีน้ำแบบชื้น (moist watercolour) กลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ เอกสารทางประวัติศาสตร์ของบริษัทระบุว่า Henry Newton และ William Winsor ได้เปิดตัวสีน้ำแบบชื้นเป็นครั้งแรกในปี 1841 ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ช่วยให้ศิลปินสามารถใช้สีน้ำได้อย่างสะดวกและพกพาง่ายขึ้น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ต่อมาแบรนด์ได้สร้างชื่อเสียงอย่างแข็งแกร่งในด้าน:
- สีน้ำ
- สีน้ำมัน
- พู่กันสำหรับศิลปิน
- อุปกรณ์วาดเขียน
- เม็ดสี
- ตัวกลางและน้ำยาเคลือบภาพ
- กระดาษสำหรับศิลปิน
- อุปกรณ์เสริมสำหรับการระบายสี
ด้วยเหตุนี้ Winsor & Newton จึงมักถูกกล่าวถึงในฐานะผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวงการวัสดุศิลปะระดับมืออาชีพสมัยใหม่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ความสัมพันธ์กับราชวงศ์และพู่กัน Series 7
เหตุการณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Winsor & Newton เกิดขึ้นในยุควิกตอเรีย ในปี 1841 สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงมอบหมายให้ Winsor & Newton ผลิตพู่กันรุ่น Series 7 ซึ่ง Colart ระบุว่าเป็น ตราตั้งพระราชทาน (Royal Warrant) ฉบับแรกของ компании และ Series 7 ยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Winsor & Newton มาจนถึงปัจจุบัน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
Series 7 มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจาก พู่กันสีน้ำขนเซเบิลโคลินสกี (Kolinsky sable) ซึ่งได้รับการยกย่องในเรื่องความสามารถในการอุ้มน้ำและสีได้ดีเยี่ยม ในขณะที่ยังคงรักษาปลายพู่กันให้แหลมคมได้เสมอ ความสัมพันธ์กับราชวงศ์ในอดีตช่วยตอกย้ำชื่อเสียงของ Winsor & Newton ในฐานะผู้ผลิตวัสดุระดับมืออาชีพคุณภาพสูง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ความสัมพันธ์กับศิลปินชื่อดัง
ประวัติศาสตร์ของ Winsor & Newton มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับศิลปินชั้นนำ ตามข้อมูลที่ Colart เปิดเผย ศิลปินที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ประกอบด้วย:
- J. M. W. Turner
- Pablo Picasso
- David Hockney
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ความสัมพันธ์กับศิลปินเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการส่งเสริมการขายเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของบริษัท ศิลปินได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับสี การใช้งาน ความคงทน พู่กัน และวัสดุอื่นๆ ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้ผลิตนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาแบรนด์ในปัจจุบัน โดย Winsor & Newton อธิบายแนวทางสมัยใหม่ว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่าง ศิลปินและนักวิทยาศาสตร์/นักเคมี ในการพัฒนาวัสดุ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
การเติบโตในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20
Winsor & Newton มีการขยายตัวอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 การดำเนินงานด้านการผลิตมีขนาดใหญ่โตขึ้น รวมถึงโรงงานที่ Wealdstone, Harrow ในขณะที่บริษัทยังคงรักษาความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับกรุงลอนดอนไว้ บริษัทได้พัฒนาแคตตาล็อกสินค้าที่หลากหลายแทนที่จะเน้นเฉพาะสื่อชนิดใดชนิดหนึ่ง ทำให้ Winsor & Newton กลายเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่สำหรับจิตรกรมืออาชีพ นักวาดภาพประกอบ นักออกแบบ โรงเรียน และศิลปินกลุ่มอื่นๆ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
National Portrait Gallery บันทึกว่าบริษัทดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงสีและพู่กันสำหรับศิลปิน และต่อมาได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยที่มีนักเคมีประจำการ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของ Winsor & Newton จากผู้ผลิตสีแบบดั้งเดิมในยุควิกตอเรีย สู่ผู้ผลิตวัสดุศิลปะที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
โครงสร้างความเป็นเจ้าของ
Winsor & Newton ไม่ได้เป็นบริษัทวัสดุศิลปะของครอบครัวที่เป็นอิสระอีกต่อไป ประวัติศาสตร์องค์กรสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของครั้งสำคัญหลายครั้ง
Reckitt & Colman
ในปี 1976 Winsor & Newton ถูกเข้าซื้อโดย Reckitt & Colman 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้ Winsor & Newton เข้าไปอยู่ในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ขึ้น และส่งผลต่อความสัมพันธ์ของบริษัทกับแบรนด์ศิลปินอื่นๆ ของอังกฤษในที่สุด
Colart
ในปี 1990 Winsor & Newton ถูกเข้าซื้อโดยกลุ่มบริษัทที่มีฐานในสวีเดนซึ่งต่อมาคือ Colart 4 จากนั้น Colart ได้พัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่มีแบรนด์วัสดุศิลปะสำคัญหลายแบรนด์ ได้แก่:
- Winsor & Newton
- Liquitex
- Lefranc Bourgeois
- Conté à Paris
- Snazaroo
- Reeves
Lindéngruppen
ปัจจุบัน Colart เป็นส่วนหนึ่งของ Lindéngruppen ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจครอบครัวชาวสวีเดน Colart บรรยายตนเองว่าเป็นบริษัทแม่ระดับโลกของ Winsor & Newton และแบรนด์สร้างสรรค์อื่นๆ อีกหลายแบรนด์ 6 ดังนั้นโครงสร้างองค์กรแบบย่อคือ:
Winsor & Newton → Colart → Lindéngruppen
การเปลี่ยนแปลงด้านการผลิต
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 ในอดีต Winsor & Newton มีการดำเนินงานการผลิตที่สำคัญในสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม Colart ได้ทำการรวมศูนย์การผลิตในเวลาต่อมา
ตามข้อมูลของ National Portrait Gallery การผลิตวัสดุ Winsor & Newton ได้ย้ายไปยัง โรงงาน Lefranc Bourgeois ใน Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2010 และโรงงานเก่าแก่ที่ Wealdstone ได้ปิดตัวลงในปี 2011 7 ข้อเท็จจริงนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ Winsor & Newton จะเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งในอังกฤษ แต่การผลิตในยุคสมัยใหม่ไม่ได้เป็นเพียงความต่อเนื่องของระบบโรงงานดั้งเดิมในลอนดอนเท่านั้น ปัจจุบันแบรนด์นี้เป็นธุรกิจระหว่างประเทศที่ดำเนินงานภายในเครือข่ายการผลิตและการจัดจำหน่ายระดับโลกของ Colart 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
กลุ่มผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน Winsor & Newton มีช่วงผลิตภัณฑ์วัสดุวิจิตรศิลป์ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ Colart อธิบายว่าพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมผลิตภัณฑ์ด้านการระบายสี วาดเขียน กราฟิก และอุปกรณ์เสริม 8 9
สีน้ำ
สีน้ำเป็นสื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับ Winsor & Newton มากที่สุด ช่วงผลิตภัณฑ์ที่สำคัญประกอบด้วย:
- Professional Water Colour
- Cotman Water Colour
- ตัวกลางสำหรับสีน้ำ
- อุปกรณ์เสริมสีน้ำ
- พู่กันสีน้ำ
กลุ่ม Professional Water Colour เน้นคุณภาพเม็ดสี ความเข้มข้น ความโปร่งแสง และความคงทน ส่วน Cotman วางตำแหน่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า มุ่งเน้นไปที่นักเรียนและศิลปินที่ต้องการเริ่มต้นใช้สีน้ำของ Winsor & Newton ในราคาที่ประหยัดกว่า 14 15
สีน้ำมัน
Winsor & Newton เป็นผู้ผลิตสีน้ำมันรายใหญ่เช่นกัน พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย:
- Artists’ Oil Colour
- Winton Oil Colour
- ตัวกลางสำหรับสีน้ำมัน
- น้ำยาเคลือบภาพ
- ตัวทำละลาย
- อุปกรณ์เสริมการระบายสี
Artists’ Oil Colour เป็นสายผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมสำหรับมืออาชีพ ในขณะที่ Winton ออกแบบมาเพื่อให้เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
สีอะคริลิก
บริษัทผลิตสีอะคริลิกและตัวกลางที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์อะคริลิกออกแบบมาสำหรับศิลปินที่ต้องการคุณสมบัติแห้งเร็ว ความหลากหลาย การลงสีซ้อนทับ สีสันที่เข้มข้น และความเข้ากันได้กับพื้นผิวหลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ในพอร์ตโฟลิโอของ Colart นั้น Liquitex คือแบรนด์เฉพาะทางที่มีความเกี่ยวข้องกับงานสีอะคริลิกมากที่สุด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
กัวช
Winsor & Newton ผลิตวัสดุกัวชทั้งระดับมืออาชีพและระดับนักเรียน กัวชเป็นสีน้ำแบบทึบแสงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม:
- นักวาดภาพประกอบ
- นักออกแบบ
- นักเรียนนักศึกษา
- ศิลปินพฤกษศาสตร์
- ศิลปินกราฟิก
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
การวาดเขียนและภาพประกอบ
พอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ยังขยายออกไปนอกเหนือจากการระบายสีแบบดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย:
- ดินสอวาดเขียน
- ปากกาตัดเส้น
- มาร์กเกอร์กราฟิก
- หมึก
- วัสดุวาดเขียนเทคนิค
Colart ระบุรายการมาร์กเกอร์กราฟิก ปากกาตัดเส้น และดินสอ ไว้ในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของ Winsor & Newton 9
พู่กัน
พู่กันเป็นอีกหมวดหมู่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดคือพู่กันสีน้ำ Series 7 ซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 19 3 พอร์ตโฟลิโอสมัยใหม่ประกอบด้วยพู่กันสำหรับ:
- สีน้ำ
- สีน้ำมัน
- สีอะคริลิก
- กัวช
- ภาพประกอบ
- การใช้ในสตูดิโอทั่วไป
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
กระดาษและพื้นผิว
Winsor & Newton ยังนำเสนอวัสดุต่างๆ เช่น:
- กระดาษสีน้ำ
- ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผ้าใบ
- พื้นผิวระบายสี
- พื้นผิววาดเขียน
- อุปกรณ์เสริม
ผลลัพธ์ที่ได้คือแบรนด์ที่ทำหน้าที่เป็น ผู้จัดจำหน่ายวัสดุวิจิตรศิลป์ครบวงจร มากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงผู้ผลิตสีเท่านั้น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ระดับมืออาชีพเทียบกับระดับนักเรียน
ลักษณะที่น่าสนใจประการหนึ่งของ Winsor & Newton คือการแยกความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ระดับ มืออาชีพ และระดับ นักเรียน อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น:
| เน้นระดับมืออาชีพ | เน้นระดับนักเรียน/ผู้เริ่มต้น |
|---|---|
| Artists’ Oil Colour | Winton Oil Colour |
| Professional Water Colour | Cotman Water Colour |
| พู่กัน Series 7 | พู่กัน Cotman |
| ความเข้มข้นของเม็ดสีสูงกว่า | สูตรที่ประหยัดกว่า |
กลยุทธ์นี้ทำให้ Winsor & Newton สามารถครองตลาดได้หลายระดับราคาโดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ระดับพรีเมียมสำหรับมืออาชีพ กล่าวคือ ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ของ Winsor & Newton ที่จะถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าหรูหราสำหรับมืออาชีพ แบรนด์นี้ให้บริการทั้งศิลปินมืออาชีพ นักเรียน ผู้ทำงานอดิเรก และผู้สร้างสรรค์อื่นๆ โดย Colart ระบุอย่างชัดเจนว่าแบรนด์นี้รองรับศิลปินกลุ่มกว้าง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ปรัชญาของแบรนด์
แนวคิดหลักเบื้องหลัง Winsor & Newton สามารถสรุปได้ว่า:
ประเพณีทางศิลปะที่ได้รับการสนับสนุนด้วยการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์
ปรัชญานี้มีรากฐานมาจากจุดเริ่มต้นโดยตรง William Winsor มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์/เคมี ในขณะที่ Henry Newton เป็นศิลปิน บริษัทจึงเริ่มต้นด้วยการผสมผสานระหว่าง เคมีและการปฏิบัติทางศิลปะ แทนที่จะมองว่าการผลิตสีเป็นเพียงงานฝีมือทางศิลปะล้วนๆ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
Winsor & Newton ในยุคปัจจุบันยังคงดำเนินตามแนวทางนี้ผ่านทีมงานที่ประกอบด้วยทั้งศิลปินและผู้ที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์/เคมี 10
ชื่อเสียงและสถานะในตลาด
Winsor & Newton ครองตำแหน่งที่โดดเด่นในตลาดวัสดุศิลปะ โดยทั่วไปแล้ว แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับในฐานะ แบรนด์มืออาชีพที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับผู้ผลิตวัสดุศิลปะเฉพาะทางชั้นนำอื่นๆ ชื่อเสียงของแบรนด์สร้างขึ้นจากปัจจัยหลายประการ:
ความยาวนาน
มีแบรนด์วัสดุศิลปะหลักจำนวนน้อยมากที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่ปี 1832
การใช้งานระดับมืออาชีพ
ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกใช้งานโดยศิลปินมืออาชีพมาหลายรุ่น
ความเชี่ยวชาญด้านสี
ในอดีต บริษัทลงทุนอย่างหนักในการคัดเลือกเม็ดสี การกำหนดสูตร ความคงทน และความสม่ำเสมอของสี
ความหลากหลาย
ต่างจากบริษัทที่เชี่ยวชาญเฉพาะสื่อชนิดเดียว Winsor & Newton ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในสตูดิโอของศิลปิน
มรดกของแบรนด์
ชื่อของ Turner, Picasso, Hockney, สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย, Series 7 และ Rathbone Place ล้วนมีส่วนเสริมสร้างอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ 11
ตำแหน่งทางการตลาดและระดับราคา
ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า Winsor & Newton ไม่ใช่แค่บริษัทผลิตสีพรีเมียม เท่านั้น แต่แบรนด์ดำเนินงานครอบคลุมหลายระดับชั้น ตัวอย่างเช่น:
ระดับมืออาชีพ → Artists’ Oil Colour, Professional Water Colour, Series 7
ระดับนักเรียน/ผู้เริ่มต้น → Winton, Cotman
ดังนั้น การพบเห็นผลิตภัณฑ์ Winsor & Newton ที่มีราคาค่อนข้างย่อมเยา ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์จะถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าราคาถูก แต่บริษัทใช้สูตรผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันเพื่อรองรับงบประมาณและระดับประสบการณ์ที่หลากหลาย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ความยั่งยืนและทิศทางสมัยใหม่
บริษัทในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น Colart ระบุว่ากลยุทธ์ปัจจุบันประกอบด้วย:
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน
- การจัดซื้อจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ
- การลดการใช้พลังงาน
- การลดการใช้น้ำ
- การลดของเสีย
- การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์
- โครงการสังคมและชุมชน
- สุขภาวะของศิลปินและพนักงาน
นอกจากนี้ Colart ยังเป็น Certified B Corporation ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่ประกาศไว้ในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม 12 Winsor & Newton จึงเป็นตัวแทนของการผสมผสานที่น่าสนใจระหว่าง มรดกจากศตวรรษที่ 19 กับลำดับความสำคัญด้านการผลิตและความยั่งยืนร่วมสมัย
การกระจายตัวทั่วโลก
แม้ Winsor & Newton จะมีต้นกำเนิดในลอนดอน แต่ปัจจุบันเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติ Colart ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีจำหน่ายใน มากกว่า 130 ประเทศ ทั่วทั้งธุรกิจโดยรวม ในขณะที่แถลงการณ์ปี 2023 ของ Colart ระบุเจาะจงว่า Winsor & Newton มีจำหน่ายในตลาดมากกว่า 100 แห่ง 13 แบรนด์นี้จึงเป็นที่คุ้นเคยของศิลปินนอกเหนือจากสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในยุโรป อเมริกาเหนือ เอเชีย และตลาดวัสดุศิลปะสำคัญอื่นๆ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ศิลปะและธุรกิจ
จากมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะและธุรกิจ Winsor & Newton มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:
- ช่วยทำให้วัสดุศิลปะเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม: บริษัทอยู่ในยุคที่วัสดุศิลปะเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตงานฝีมือขนาดเล็กไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ที่ได้มาตรฐาน
- เชื่อมโยงเคมีเข้ากับศิลปะ: หุ้นส่วนผู้ก่อตั้งที่เป็นนักเคมีและศิลปินได้สร้างโมเดลที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตสีระดับมืออาชีพ
- ช่วยสถาปนาสีน้ำสมัยใหม่: การพัฒนาสีน้ำแบบชื้นมีอิทธิพลอย่างยิ่ง
- กลายเป็นมาตรฐานสากล: Winsor & Newton พัฒนาจากซัพพลายเออร์ในอังกฤษสู่แบรนด์วัสดุศิลปะที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
- อยู่รอดผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกศิลปะ: ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ การพิมพ์เชิงพาณิชย์ สีอะคริลิก ภาพประกอบดิจิทัล การผลิตเชิงอุตสาหกรรม หรือศิลปะดิจิทัล ล้วนเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่ Winsor & Newton ยังคงเป็นแบรนด์วัสดุศิลปะดั้งเดิมที่สำคัญ
เส้นเวลาสำคัญ
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 1832 | William Winsor และ Henry Newton ก่อตั้ง Winsor & Newton ในลอนดอน |
| 1841 | สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียทรงสั่งทำพู่กัน Series 7; บริษัทได้รับตราตั้งพระราชทานฉบับแรก |
| ศตวรรษที่ 19 | บริษัทขยายธุรกิจสี พู่กัน และวัสดุศิลปะ |
| ศตวรรษที่ 20 | Winsor & Newton กลายเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายวัสดุศิลปะชั้นนำของอังกฤษ |
| 1976 | ถูกเข้าซื้อโดย Reckitt & Colman |
| 1990 | ถูกเข้าซื้อโดยกลุ่มบริษัทที่มีฐานในสวีเดนซึ่งต่อมาคือ Colart |
| 2010 | ย้ายการผลิตจากโรงงานเก่าแก่ในสหราชอาณาจักรไปยัง Le Mans ฝรั่งเศส |
| 2011 | โรงงานเก่าแก่ที่ Wealdstone ปิดตัวลง |
| ทศวรรษ 2010–2020 | Winsor & Newton ขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง |
| 2023 | Winsor & Newton/Colart เน้นย้ำเรื่องการรับรอง B Corp และความยั่งยืนต่อสาธารณะ |
| 2026 | Winsor & Newton ยังคงเป็นแบรนด์วัสดุศิลปะหลักระดับโลกของ Colart |
ข้อมูลวันที่ทางประวัติศาสตร์ข้างต้นได้รับการสนับสนุนจาก Colart เอกสารประวัติศาสตร์ของ Winsor & Newton เอง และการวิจัยของ National Portrait Gallery 14
อัตลักษณ์องค์กรในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน ควรพิจารณา Winsor & Newton ในฐานะ แบรนด์ที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์ มากกว่าผู้ผลิตดั้งเดิมของอังกฤษที่เป็นเอกเทศ อัตลักษณ์ของแบรนด์สามารถลำดับได้ดังนี้:
มรดกแบบอังกฤษ
↓
ก่อตั้งในลอนดอนปี 1832
↓
วัสดุวิจิตรศิลป์ระดับมืออาชีพ
↓
แบรนด์ระดับนานาชาติ
↓
เป็นเจ้าของ/บริหารภายใต้ Colart
↓
เป็นส่วนหนึ่งของ Lindéngruppen
พอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของ Colart วางตำแหน่ง Winsor & Newton เคียงข้างแบรนด์สร้างสรรค์เฉพาะทางอื่นๆ เช่น Liquitex, Lefranc Bourgeois, Conté à Paris, Snazaroo และ Reeves 15 16 17 18 19 20 21
บทสรุป
Winsor & Newton คือแบรนด์วัสดุวิจิตรศิลป์ที่ก่อตั้งในอังกฤษ ณ กรุงลอนดอน เมื่อปี 1832 โดย William Winsor นักเคมี และ Henry Newton ศิลปิน จากการเริ่มต้นในฐานะผู้จัดจำหน่ายสีสำหรับศิลปิน แบรนด์นี้ได้เติบโตเป็นผู้ผลิตสีระดับมืออาชีพ สีน้ำ พู่กัน อุปกรณ์วาดเขียน ตัวกลาง และกระดาษ ที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รวมถึงความร่วมมือกับศิลปินอย่าง J. M. W. Turner การสร้างพู่กัน Series 7 อันเลื่องชื่อสำหรับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีความสำคัญเชิงพาณิชย์ หลังจากการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของที่เกี่ยวข้องกับ Reckitt & Colman แบรนด์นี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Colart ในปี 1990 ปัจจุบัน Winsor & Newton ยังคงเป็นแบรนด์วัสดุศิลปะระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกภายใต้ Colart ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Lindéngruppen โดยผสมผสานมรดกทางศิลปะเกือบสองศตวรรษเข้ากับวิทยาศาสตร์ด้านสีสมัยใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความคิดริเริ่มด้านความยั่งยืน 16 17 18 19 20 21
References
- Winsor & Newton | Colart
- About us – Winsor & Newton NA
- Perfecting the Fine Art
- New Winsor & Newton website | Colart
- Terms & Conditions – Winsor & Newton NA
- Winsor & Newton – 柯雅中国
- 品牌 – 柯雅中国
- WINSOR & NEWTON LTD persons with significant control – Find and update company information – GOV.UK
- WINSOR & NEWTON LTD filing history – Find and update company information – GOV.UK
- WINSOR & NEWTON LTD overview – Find and update company information – GOV.UK
- About us – Winsor & Newton NA
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton NA
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton NA
- Watercolour – Winsor & Newton NA
- Five Winsor & Newton watercolour innovations throughout history – Winsor & Newton EU
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton NA
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton UK
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton EU
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton UK
- Winsor & Newton – Since 1832 – Winsor & Newton NA
- ホーム – winsorandnewtonjp ページ!





