เกี่ยวกับ Wacom
Wacom Co., Ltd. หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ Wacom เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตแท็บเล็ตกราฟิก จอแสดงผลพร้อมปากกา ปากกาดิจิทัล และเทคโนโลยีหมึกดิจิทัล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1983 โดยบริษัทมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมปากกาดิจิทัลสมัยใหม่ และกลายเป็นแบรนด์หลักที่เกี่ยวข้องกับงาน иллюстраชันดิจิทัล แอนิเมชัน การถ่ายภาพ การออกแบบกราฟิก การสร้างโมเดล 3 มิติ งาน CAD การศึกษา และกระบวนการทำงานเชิงสร้างสรรค์อื่นๆ 1
สำนักงานใหญ่ของ Wacom ตั้งอยู่ที่เมือง Kazo จังหวัด Saitama ประเทศญี่ปุ่น และมีหุ้นจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange Prime Market) ภายใต้รหัสหลักทรัพย์ 6727 ปัจจุบัน Wacom ดำเนินธุรกิจในระดับสากล โดยมีศูนย์ปฏิบัติการระดับภูมิภาคที่สำคัญในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก 1
ภาพรวมองค์กร
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อบริษัท | Wacom Co., Ltd. (株式会社ワコム) |
| แบรนด์ | Wacom |
| อุตสาหกรรม | อุปกรณ์อินพุตดิจิทัล เทคโนโลยีปากกาดิจิทัล เทคโนโลยีเพื่อการสร้างสรรค์ |
| วันก่อตั้ง | 12 กรกฎาคม 1983 |
| สถานที่ก่อตั้ง | Saitama, Japan |
| สำนักงานใหญ่ | Kazo, Saitama, Japan |
| ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร | Nobutaka Ide |
| ตลาดหลักทรัพย์ | Tokyo Stock Exchange, Prime Market |
| รหัสหุ้น | 6727 |
| ผลิตภัณฑ์หลัก | แท็บเล็ตปากกา, จอแสดงผลปากกา, ปากกาดิจิทัล, Smartpads, ซอฟต์แวร์และบริการ |
| แบรนด์สำคัญ | Cintiq, Intuos, Wacom One, Movink, Bamboo |
| กลุ่มลูกค้าหลัก | ศิลปิน นักออกแบบ ช่างภาพ ผู้สร้างแอนิเมชัน นักการศึกษา องค์กรธุรกิจ และผู้ผลิตเทคโนโลยี |
ข้อมูลองค์กรของ Wacom ระบุวันที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการคือ 12 กรกฎาคม 1983 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Kazo และมี Nobutaka Ide ดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1
ประวัติความเป็นมา
การก่อตั้ง: ปี 1983
Wacom ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 ที่จังหวัด Saitama ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงแรกธุรกิจของบริษัทมุ่งเน้นไปที่แท็บเล็ตปากกาและซอฟต์แวร์ CAD สำหรับงานวิศวกรรมไฟฟ้า 2
ชื่อ “Wacom” มีที่มาที่น่าสนใจจากแนวคิด “World Computer” โดยใช้คำว่า “Wa” แทน “World” ซึ่งตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น 和 (wa) มีความหมายสื่อถึงความกลมกลืน Wacom อธิบายว่าชื่อนี้สะท้อนถึงเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ที่ลงตัวระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ 2 แนวคิดนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ แทนที่ผู้ใช้จะโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ผ่านเมาส์และคีย์บอร์ดเป็นหลัก ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับเนื้อหาดิจิทัลด้วยเครื่องมือที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายคลึงกับปากกาแบบดั้งเดิม
ปี 1984: แท็บเล็ตปากกาไร้สาย
หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในช่วงแรกของบริษัทเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อ Wacom เปิดตัวสิ่งที่บริษัทเรียกว่าแท็บเล็ตปากกาไร้สายรุ่นแรกของโลก 1 นวัตกรรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากทำให้ปากกาดิจิทัลให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์วาดเขียนแบบดั้งเดิม
ต่อมา Wacom ได้พัฒนาเทคโนโลยี Electromagnetic Resonance (EMR) ขึ้น ในปี 1987 ซีรีส์ SD ของบริษัทได้นำเสนอปากกาไร้สายที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่โดยอาศัยเทคโนโลยี EMR ซึ่งเป็นการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่ยังคงมีความสำคัญต่อระบบปากกาดิจิทัลของ Wacom มาจนถึงปัจจุบัน 3
การขยายตัวสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึง 1990 Wacom เริ่มขยายบทบาทเข้าสู่การประยุกต์ใช้ในงานสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพมากขึ้น ในปี 1988 บริษัทได้จัดตั้ง Wacom Europe ขึ้นในประเทศเยอรมนี ตามด้วยการจัดตั้ง Wacom Technology ในสหรัฐอเมริกาในปี 1991 1
เทคโนโลยีของ Wacom เริ่มปรากฏในกระบวนการทำงานออกแบบระดับมืออาชีพ โดยแท็บเล็ตของบริษัทถูกนำไปใช้ในกระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต่อมาได้รับการยอมรับจากสตูดิโอผลิตภาพยนตร์ แอนิเมชัน และเกม 4 หลักไมล์สำคัญเกิดขึ้นในปี 1990 เมื่อ Walt Disney นำเทคโนโลยีปากกาของ Wacom ไปใช้ในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง Beauty and the Beast 2 เหตุการณ์นี้ช่วยตอกย้ำสถานะของ Wacom ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีเพื่อการสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพ ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ทั่วไป
วิวัฒนาการผลิตภัณฑ์หลัก
Intuos
Intuos เป็นหนึ่งในตระกูลผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Wacom เปิดตัวในปี 1998 โดยเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ระดับมืออาชีพที่แสดงถึงการก้าวสู่แท็บเล็ตกราฟิกประสิทธิภาพสูงสำหรับศิลปินและนักออกแบบ 1 แตกต่างจากจอแสดงผลปากกา แท็บเล็ต Intuos แบบดั้งเดิมจะ ไม่มีหน้าจอ ผู้ใช้จะวาดลงบนแผ่นแท็บเล็ตขณะมองดูผลลัพธ์บนจอภาพคอมพิวเตอร์แยกต่างหาก รูปแบบการใช้งานนี้ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มศิลปินดิจิทัล นักวาดภาพประกอบ ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก ศิลปิน 3D ผู้สร้างแอนิเมชัน และผู้ใช้ CAD ปัจจุบัน ตระกูล Intuos ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง ในขณะที่ Intuos Pro มุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ 1
Cintiq
Cintiq ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดรุ่นหนึ่งของ Wacom เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 ในฐานะจอแสดงผล LCD แบบ Interactive Pen Display 1 ความแตกต่างหลักระหว่างแท็บเล็ตสไตล์ Intuos กับ Cintiq คือ:
Intuos: วาดบนแท็บเล็ตโดยมองจอภาพแยก
Cintiq: วาดโดยตรงบนหน้าจอ
นวัตกรรมนี้ทำให้การวาดภาพดิจิทัลมีความใกล้เคียงกับการวาดบนกระดาษหรือวาดบนผืนผ้าใบมากขึ้น Cintiq จึงกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์จอแสดงผลปากกามืออาชีพที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในวงการสร้างสรรค์ ปัจจุบัน Wacom มีรุ่น Cintiq และ Cintiq Pro ให้เลือกหลากหลายขนาดและการตั้งค่า 1
Wacom One
Wacom ได้ขยายตลาดออกไปนอกเหนือจากกลุ่มมืออาชีพด้วยตระกูล Wacom One ซึ่งออกแบบมาเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้เริ่มสนใจงานสร้างสรรค์ดิจิทัล ตระกูลผลิตภัณฑ์นี้ประกอบด้วยทั้ง จอแสดงผลปากกาและแท็บเล็ตปากกาแบบไม่มีหน้าจอ 1 ผลิตภัณฑ์ Wacom One ในปัจจุบันรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การวาดภาพดิจิทัล การระบายสี การจดบันทึก การใส่คำอธิบายประกอบ การศึกษา การทำงานร่วมกันออนไลน์ และงานอดิเรกเชิงสร้างสรรค์ ตัวอย่างรุ่นในปัจจุบัน ได้แก่ Wacom One 12, Wacom One 13 touch, Wacom One M และ Wacom One S 1
กลุ่มผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Wacom สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้ดังนี้
1. แท็บเล็ตปากกา (Pen Tablets)
เป็นแท็บเล็ตแบบไม่มีหน้าจอที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่รองรับ ผู้ใช้จะวาดบนแท็บเล็ตด้วยปากกาที่ตรวจจับแรงกดขณะมองดูผลลัพธ์บนจอภาพ ตระกูลผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Intuos, Intuos Pro, Wacom One และแท็บเล็ตเฉพาะทางอื่นๆ 1
2. จอแสดงผลปากกา (Pen Displays)
เป็นอุปกรณ์ที่ผสานจอแสดงผลเข้ากับปากกาตรวจจับแรงกด ช่วยให้ศิลปินวาดภาพโดยตรงบนหน้าจอ ตระกูลผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ Cintiq, Cintiq Pro, Wacom One และ Movink 1
3. อุปกรณ์สร้างสรรค์แบบพกพา (Portable Creative Devices)
Wacom ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แบบพกพามากขึ้น รวมถึงตระกูล Movink และ MovinkPad โดยเฉพาะ Movink ที่เน้นความบางและน้ำหนักเบา Wacom บรรยายว่า Movink เป็นจอแสดงผลปากกาที่เบาและบางที่สุดของบริษัท ออกแบบมาสำหรับผู้สร้างสรรค์ที่ต้องการทำงานนอกเหนือจากโต๊ะทำงานแบบเดิม 1
4. ปากกาดิจิทัลและสไตลัส (Digital Pens and Styluses)
Wacom พัฒนาเทคโนโลยีปากกาดิจิทัลอย่างเป็นอิสระจากแท็บเล็ตของตนเอง โดยเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปบูรณาการในคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนของผู้ผลิตรายอื่นได้ Wacom จัดให้ส่วนนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจ Technology Solutions 1
5. Smartpads และหมึกดิจิทัล (Smartpads and Digital Ink)
นอกเหนือจากแท็บเล็ตวาดภาพ Wacom ยังพัฒนาเทคโนโลยีที่จับลายมือเขียนและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล กลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันประกอบด้วย Smartpads และเทคโนโลยีหมึกดิจิทัล 1
เทคโนโลยีหลักของ Wacom
Electromagnetic Resonance (EMR)
เทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้องกับ Wacom มากที่สุดคือ Electromagnetic Resonance (EMR) ในเชิงเทคนิค แท็บเล็ตจะสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำปฏิกิริยากับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในปากกา ทำให้แท็บเล็ตสามารถระบุตำแหน่งและข้อมูลอื่นๆ ของปากกาได้ โดยในหลายระบบของ Wacom ปากกาไม่จำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ในตัว 3 เทคโนโลยีนี้ทำให้ปากกาของ Wacom มีคุณสมบัติสำคัญสำหรับศิลปิน เช่น การติดตามตำแหน่ง ความไวต่อแรงกด การตรวจจับมุมเอียง การระบุตัวตนของปากกา และการทำงานโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ในระบบส่วนใหญ่ การพัฒนาเทคโนโลยีปากกาไร้สายและไม่ใช้แบตเตอรี่ในอดีตเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Wacom มีอิทธิพลอย่างมากในตลาดแท็บเล็ตกราฟิก 3
ความไวต่อแรงกด (Pressure Sensitivity)
ข้อได้เปรียบสำคัญของปากกาดิจิทัลสไตล์ Wacom คือความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการแยกแยะระดับแรงกดที่แตกต่างกัน เช่น แรงกดเบาจะให้เส้นที่บางและจาง ในขณะที่แรงกดหนักจะให้เส้นที่หนาและเข้มขึ้น คุณสมบัตินี้ช่วยให้ศิลปินใช้เทคนิคที่คล้ายคลึงกับการวาดและระบายสีแบบดั้งเดิม เมื่อใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์วาดภาพหรือแต่งภาพ ความไวต่อแรงกดจะทำให้แท็บเล็ตทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางศิลปะมากกว่าแค่เมาส์
การตรวจจับมุมเอียง (Tilt Detection)
ปากกา Wacom รุ่นใหม่ๆ สามารถตรวจจับมุมที่ถือปากกาได้ ซึ่งมีประโยชน์ในการจำลองพฤติกรรมของเครื่องมือแบบดั้งเดิม เช่น ดินสอ พู่กัน ปากกาเมจิก แอร์บรัช และเครื่องมือเขียนพู่กันจีน สำหรับศิลปินดิจิทัลมืออาชีพ คุณสมบัตินี้มีความสำคัญเนื่องจากพฤติกรรมของหัวแปรงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามทั้งแรงกดและมุมเอียง
โครงสร้างธุรกิจหลักสองด้าน
โครงสร้างองค์กรของ Wacom กว้างขวางกว่าเพียงแค่แท็บเล็ตวาดภาพสำหรับผู้บริโภค โดยบริษัทแบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็นสองส่วนหลัก:
Branded Products
เป็นส่วนที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมากที่สุด ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้แท็บเล็ตปากกาและจอแสดงผลปากกาสำหรับกลุ่มครีเอทีฟมืออาชีพ ผู้ใช้งานทั่วไป การศึกษา องค์กรธุรกิจ ลายเซ็นดิจิทัล และการใช้งานระดับมืออาชีพอื่นๆ
Technology Solutions
Wacom ยังให้การอนุญาตใช้สิทธิและจัดหาเทคโนโลยีปากกาดิจิทัลแก่ผู้ผลิตรายอื่น โดยเทคโนโลยีปากกาของบริษัทสามารถนำไปใช้ในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต พีซี และอุปกรณ์อื่นๆ Wacom ระบุชัดเจนว่าผู้ผลิตอย่าง Samsung และ Lenovo เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีปากกาดิจิทัลของตน 4 นั่นหมายความว่า Wacom ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายแท็บเล็ตวาดภาพภายใต้แบรนด์ตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็น ผู้จัดหาเทคโนโลยีให้กับระบบนิเวศปากกาดิจิทัลในวงกว้าง ด้วย
Wacom ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
เทคโนโลยีของบริษัทได้ขยายออกไปนอกเหนือจากแท็บเล็ตกราฟิกเฉพาะทาง ประวัติองค์กรของ Wacom บันทึกถึงการนำเทคโนโลยีปากกาไปใช้ในสมาร์ทโฟนตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 1 ต่อมาเทคโนโลยีนี้ได้ปรากฏในผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ ตัวอย่างเช่น เอกสารประวัติของบริษัทระบุว่ามีการนำเทคโนโลยีปากกาดิจิทัลไปใช้ในซีรีส์ Galaxy Note ของ Samsung และต่อมาในผลิตภัณฑ์ Galaxy S และ Galaxy Tab 2 ส่วนนี้มีความสำคัญต่อธุรกิจของ Wacom เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาจได้สัมผัสกับ เทคโนโลยี Wacom โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของแท็บเล็ตแบรนด์ Wacom
Wacom กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
Wacom มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพ โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทมักเกี่ยวข้องกับการใช้งานในด้านต่างๆ ดังนี้:
- Illustration: ศิลปินใช้แท็บเล็ตปากกาและจอแสดงผลปากกาสำหรับการวาดภาพดิจิทัล การ์ตูน Concept Art และงาน иллюстраชัน
- Animation: อุปกรณ์ Wacom ใช้ในการออกแบบตัวละคร สตอรี่บอร์ด แอนิเมชัน 2 มิติ และขั้นตอนการผลิตอื่นๆ
- Film และ VFX: ศิลปินดิจิทัลใช้จอแสดงผลปากกาสำหรับการทำ Compositing, Matte Painting, งานเท็กซ์เจอร์ และวิชวลเอฟเฟกต์
- Video Games: แท็บเล็ต Wacom ใช้สำหรับ Concept Art การออกแบบตัวละคร การออกแบบสภาพแวดล้อม การสร้างเท็กซ์เจอร์ และงานพัฒนาเกมอื่นๆ
- Photography: ช่างภาพใช้ปากกาที่ไวต่อแรงกดสำหรับการรีทัชภาพและการทำ Masking
- Graphic Design: นักออกแบบใช้แท็บเล็ตสำหรับการวาดภาพ ตัวพิมพ์ การจัดแต่งภาพ และงานเลย์เอาต์เชิงสร้างสรรค์
- 3D Design: แท็บเล็ตปากกาสามารถใช้ควบคู่กับแอปพลิเคชันการสร้างโมเดลและปั้นโมเดล 3 มิติ
- CAD และ Industrial Design: รากฐานของ Wacom เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน CAD และเทคโนโลยีของบริษัทถูกใช้ในกระบวนการออกแบบระดับมืออาชีพมาหลายทศวรรษ 4
การศึกษา
Wacom ได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับ การศึกษาและการเรียนรู้ดิจิทัล มากขึ้น ครูอาจารย์สามารถใช้จอแสดงผลปากกาและแท็บเล็ตเพื่อใส่คำอธิบายประกอบในเอกสาร วาดแผนภาพ อธิบายแนวคิดทางคณิตศาสตร์ ตรวจการบ้าน นำเสนอบทเรียน และทำงานร่วมกันทางไกล กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ Wacom รวมการศึกษาไว้พร้อมกับแอปพลิเคชันเชิงสร้างสรรค์และกระบวนการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน 1
การประยุกต์ใช้ในองค์กร
Wacom ยังดำเนินธุรกิจในนอกตลาดศิลปะและการออกแบบ ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรประกอบด้วย แท็บเล็ตลายเซ็นและจอแสดงผลปากกาแบบ Interactive ที่ออกแบบมาสำหรับการลงนามเอกสารดิจิทัลและกระบวนการทำงานแบบไร้กระดาษ 6 เทคโนโลยีหมึกดิจิทัลของบริษัทยังสามารถใช้สำหรับการจับลายมือเขียนและการตรวจสอบลายเซ็น ดังนั้น ธุรกิจของ Wacom จึงประกอบด้วยสามส่วนที่ทับซ้อนกันคือ เทคโนโลยีเพื่อการสร้างสรรค์ + เทคโนโลยีปากกาดิจิทัล + หมึกดิจิทัลสำหรับองค์กร
การดำเนินงานระดับโลก
แม้ Wacom จะเป็นบริษัทญี่ปุ่น แต่มีการดำเนินงานในระดับสากลอย่างมาก บริษัทจัดตั้ง Wacom Europe ในเยอรมนีเมื่อปี 1988 และ Wacom Technology ในสหรัฐฯ เมื่อปี 1991 จากนั้นได้ขยายการดำเนินงานทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงจีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และอินเดีย 1 นอกจากนี้ Wacom ยังได้จัดตั้ง Wacom Vietnam Science and Technology ขึ้นในปี 2023 2 สถานที่ดำเนินงานระดับภูมิภาคที่สำคัญครอบคลุมญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อินเดีย จีน เกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และเวียดนาม 1
พัฒนาการขององค์กร
Wacom กลายเป็นบริษัทมหาชนในช่วงที่มีการขยายตัว โดยจดทะเบียนในตลาด JASDAQ เมื่อปี 2003 และต่อมาจดทะเบียนในตลาด First Section ของ Tokyo Stock Exchange เมื่อปี 2005 หลังจากการปรับโครงสร้างตลาดของ Tokyo Stock Exchange หุ้นของบริษัทปัจจุบันซื้อขายในตลาด Prime Market ภายใต้รหัส 6727 1
บริษัทยังได้ผ่านระยะยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายช่วง Wacom เรียกว่า “Wacom Chapter 2” ซึ่งเริ่มต้นภายใต้ทีมผู้บริหารชุดใหม่ในปี 2018 และ “Wacom Chapter 3” ซึ่งเริ่มต้นในปี 2021 2
อัตลักษณ์แบรนด์
แบรนด์ Wacom มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับแนวคิดเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ดิจิทัลที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและใช้งานง่าย ข้อเสนอหลักของบริษัทคือการทำให้การสร้างงานดิจิทัลให้ความรู้สึกเหมือนการใช้เครื่องมือสร้างสรรค์จริง ดังนั้น Wacom จึงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของปากกา การตอบสนองต่อแรงกด ความแม่นยำ สรีรศาสตร์ และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมือผู้ใช้กับผืนผ้าใบดิจิทัล การสร้างแบรนด์ของบริษัทอธิบายว่าปากกาเป็นส่วนขยายตามธรรมชาติของประสาทสัมผัสของผู้ใช้ และเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างมือ สายตา และกระบวนการทำงานเชิงสร้างสรรค์ 1
คู่แข่งหลัก
Wacom ดำเนินธุรกิจในตลาดที่มีการแข่งขันสูง คู่แข่งหรือทางเลือกที่สำคัญบางส่วน ได้แก่ Huion, XP-Pen, Xencelabs, Apple (โดยเฉพาะระบบนิเวศ iPad + Apple Pencil), Microsoft (ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ Surface Pen) และผู้ผลิตเทคโนโลยีปากกาและจอแสดงผลที่เปิดใช้งานปากกาอีกหลายราย อย่างไรก็ตาม Wacom มีจุดยืนที่โดดเด่นเนื่องจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน การยอมรับในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพ เทคโนโลยีปากกาที่เป็นกรรมสิทธิ์ และระบบนิเวศแท็บเล็ตและจอแสดงผลปากกาที่กว้างขวาง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็น Wacom ถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบแท็บเล็ตวาดภาพระดับมืออาชีพ
ตารางสรุปตระกูลผลิตภัณฑ์หลักของ Wacom
| ตระกูล | ตำแหน่งทางการตลาด | แนวคิดหลัก |
|---|---|---|
| Wacom One | มือใหม่ / การศึกษา / งานอดิเรก | จุดเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับการสร้างสรรค์ดิจิทัล |
| Intuos | ผู้ใช้งานเชิงสร้างสรรค์ | แท็บเล็ตวาดภาพแบบไม่มีหน้าจอ |
| Intuos Pro | มืออาชีพ | แท็บเล็ตมืออาชีพแบบไม่มีหน้าจอขั้นสูง |
| Cintiq | ผู้ใช้งานเชิงสร้างสรรค์ | จอแสดงผลปากกาสำหรับวาดโดยตรงบนหน้าจอ |
| Cintiq Pro | มืออาชีพ | จอแสดงผลปากการะดับไฮเอนด์สำหรับมืออาชีพ |
| Movink | มืออาชีพ/เคลื่อนที่ | จอแสดงผลปากกาที่บางและพกพาได้ |
| MovinkPad | การสร้างสรรค์แบบพกพา | กระบวนการทำงานสร้างสรรค์แบบสแตนด์อโลน/พกพา |
| Bamboo | ผู้บริโภคทั่วไป / อินพุตดิจิทัล | ตระกูลผลิตภัณฑ์ยุคก่อนหน้าที่เน้นผู้บริโภคทั่วไป |
| Wacom for Business | องค์กรธุรกิจ | โซลูชันลายเซ็นและปากกาแบบ Interactive |
รายชื่อผลิตภัณฑ์ที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา แต่หมวดหมู่เหล่านี้อธิบายโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ของ Wacom 1
เส้นเวลา
- 1983 — ก่อตั้ง Wacom ที่ Saitama ประเทศญี่ปุ่น 1
- 1984 — เปิดตัวแท็บเล็ตปากกาไร้สาย 3
- 1987 — เปิดตัวเทคโนโลยีปากกาไร้สาย/ไม่ใช้แบตเตอรี่ berbasis EMR 3
- 1988 — จัดตั้ง Wacom Europe ในเยอรมนี 1
- 1990 — Walt Disney นำเทคโนโลยีปากกา Wacom ไปใช้ใน Beauty and the Beast 2
- 1991 — จัดตั้ง Wacom Technology ในสหรัฐอเมริกา 1
- 1998 — เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์มืออาชีพ Intuos 1
- 1999 — เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Graphire/FAVO สำหรับผู้บริโภค 5
- 2001 — เปิดตัวจอแสดงผลปากกาแบบ Interactive Cintiq 1
- 2003 — จดทะเบียนในตลาด JASDAQ 1
- 2005 — จดทะเบียนในตลาด First Section ของ Tokyo Stock Exchange 1
- 2007 — เปิดตัวซีรีส์ Bamboo สำหรับผู้บริโภคทั่วไป 5
- 2010 — จัดตั้ง Wacom India 5
- 2011 — เทคโนโลยีปากกา Wacom เริ่มปรากฏในสมาร์ทโฟน 1
- 2018 — เริ่มต้นระยะยุทธศาสตร์ “Wacom Chapter 2” 2
- 2020 — เปิดตัว Wacom One ในฐานะแพลตฟอร์มจอแสดงผลปากกาเชิงสร้างสรรค์ที่เข้าถึงง่าย 2
- 2021 — เริ่มต้น “Wacom Chapter 3” 2
- 2023 — จัดตั้ง Wacom Vietnam Science and Technology 2
- ทศวรรษ 2020 — ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยผลิตภัณฑ์เช่น Movink, MovinkPad, รุ่น Wacom One ใหม่ และผลิตภัณฑ์ Intuos Pro ที่ออกแบบใหม่ 1





