T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ TOKICO

TOKICO (トキโค) เป็นแบรนด์ชิ้นส่วนยานยนต์ระยะยาวจากประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นที่รู้จักในระดับสากลในด้าน โช้คอัพ ระบบช่วงล่าง และเทคโนโลยีแชสซีที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากบริษัท Tokyo Kiki Kogyo ซึ่งก่อตั้งขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1937 ต่อมาบริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น TOKICO, Ltd. และได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจยานยนต์ของ Hitachi ในปี ค.ศ. 2004 ก่อนที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Astemo อย่างเต็มรูปแบบภายหลังการควบรวมกิจการระหว่าง Hitachi Automotive Systems, Keihin, Showa และ Nissin ในปี ค.ศ. 2021 1 2

ในปัจจุบัน TOKICO ทำหน้าที่เป็นแบรนด์สินค้าและอะไหล่ทดแทนเป็นหลัก มิใช่ชื่อของผู้ผลิตรถยนต์อิสระ โดย Astemo ยังคงทำการตลาดผลิตภัณฑ์โช้คอัพและระบบช่วงล่างภายใต้ชื่อ TOKICO ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงกับการใช้งานแบบอุปกรณ์ติดตั้งเดิม (OE) สำหรับรถยนต์ญี่ปุ่นและเอเชีย 4 5

ข้อมูลพื้นฐาน

รายการ ข้อมูล
แบรนด์ TOKICO
ชื่อภาษาญี่ปุ่น トキコ
ประเทศต้นกำเนิด ญี่ปุ่น
บริษัท前身 Tokyo Kiki Kogyo, Ltd.
ปีที่ก่อตั้ง 1937
ปีที่เริ่มใช้ชื่อ TOKICO 1965
อุตสาหกรรมดั้งเดิม ชิ้นส่วนยานยนต์ / อุปกรณ์อุตสาหกรรม
ผลิตภัณฑ์หลักในปัจจุบัน โช้คอัพและระบบช่วงล่าง
บริษัทแม่ในอดีต Hitachi, Ltd.
กลุ่มบริษัทปัจจุบัน Astemo
การใช้งานหลัก รถยนต์นั่ง รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถจักรยานยนต์
ตำแหน่งทางการตลาด ชิ้นส่วน OE และอะไหล่ทดแทน

ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ TOKICO มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่าชื่อองค์กร Astemo ในปัจจุบันมาก เนื่องจาก Astemo ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2021 ในขณะที่สายธารประวัติศาสตร์ของ TOKICO ย้อนกลับไปได้ถึงทศวรรษที่ 1930 1

ประวัติความเป็นมา

ทศวรรษ 1930 — จุดกำเนิด

ประวัติศาสตร์ของ TOKICO สามารถย้อนรอยไปถึง Tokyo Gas Electric Industry ซึ่งมีส่วนร่วมในการผลิตชิ้นส่วนไฟฟ้าและกลไกสำหรับยานยนต์

ในปี ค.ศ. 1934 องค์กรต้นกำเนิดได้ผลิตสิ่งที่บันทึกประวัติองค์กรระบุว่าเป็น โช้คอัพแบบก้านโยกชนิดใบพัด (impeller-type lever-arm shock absorbers) รุ่นแรกของญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1935 บริษัทได้ผลิต กระบอกสูบเบรก รุ่นแรกของญี่ปุ่นและเริ่มการผลิตเต็มรูปแบบ

ในปี ค.ศ. 1937 แผนกอุปกรณ์วัดผลของ Tokyo Gas Electric Industry ได้แยกตัวออกมาเพื่อก่อตั้ง Tokyo Kiki Kogyo, Ltd. และในปีเดียวกันนั้น บริษัทได้เริ่มส่งมอบโช้คอัพแบบกระบอกสูบสองชั้น (cylindrical twin-tube shock absorbers) 2

การเน้นย้ำเทคโนโลยีการเบรกและระบบช่วงล่างในช่วงแรกเริ่มนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นรากฐานที่ทำให้ TOKICO กลายเป็นแบรนด์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ การควบคุมการขับขี่และชิ้นส่วนแชสซี อย่างแน่นแฟ้นในเวลาต่อมา

ค.ศ. 1938 — ความเชื่อมโยงกับ Hitachi

ในปี ค.ศ. 1938 Tokyo Kiki Kogyo ได้กลายเป็นบริษัทในเครือของ Hitachi, Ltd.

ความสัมพันธ์นี้ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานหลายทศวรรษ และนำไปสู่การที่ TOKICO กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจระบบยานยนต์เฉพาะทางของ Hitachi ในที่สุด 2

การเปลี่ยนชื่อเป็น TOKICO

ในปี ค.ศ. 1965 Tokyo Kiki Kogyo ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น TOKICO, Ltd.

นับจากจุดนี้เป็นต้นไป TOKICO จึงกลายเป็นชื่อองค์กรและชื่อทางการค้าที่เป็นที่จดจำในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัท 2

ในช่วงหลายทศวรรษต่อมา บริษัทได้ขยายพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

  • 1934: โช้คอัพแบบก้านโยก
  • 1935: กระบอกสูบเบรก
  • 1937: โช้คอัพแบบกระบอกสูบสองชั้น
  • 1965: เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น TOKICO
  • 1978: คาร์บูเรเตอร์ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์
  • 1998: ระบบกันสะเทือนกึ่งแอ็กทีฟ (Semi-active suspension)
  • 2004: TOKICO รวมเข้ากับธุรกิจยานยนต์ของ Hitachi 2

TOKICO กับ Hitachi

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2004

TOKICO และ Hitachi Unisia Automotive ได้ควบรวมกิจการเข้ากับ Hitachi กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรระบบยานยนต์ของ Hitachi 2

ดังนั้น ชื่อ TOKICO จึงไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์อีกต่อไปตามที่เคยเป็นมาในอดีต

ต่อมา Hitachi ได้จัดตั้ง Hitachi Automotive Systems ขึ้นในปี ค.ศ. 2009 โดยการแยกธุรกิจระบบยานยนต์ออกมาเป็นเอกเทศ 3

ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ TOKICO ยังคงได้รับการพัฒนาและส่งต่อภายในองค์กรยานยนต์แห่งนี้

จาก Hitachi Automotive Systems สู่ Astemo

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถัดมาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2021

Hitachi Automotive Systems, Keihin, Showa และ Nissin Kogyo ได้ถูกรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างซัพพลายเออร์ยานยนต์รายใหม่ชื่อ Hitachi Astemo โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบขับเคลื่อน แชสซี ระบบเบรก ระบบกันสะเทือน ระบบรถจักรยานยนต์ และเทคโนโลยีการเคลื่อนที่อื่นๆ เข้าด้วยกัน 4

ในปี ค.ศ. 2025 บริษัทได้ปรับลดชื่อให้เรียบง่ายเป็น Astemo, Ltd.

ดังนั้น สายธารองค์กรสามารถสรุปได้ดังนี้:

Tokyo Kiki Kogyo → TOKICO → Hitachi Automotive Systems → Hitachi Astemo → Astemo

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ TOKICO ได้หายไป แต่อย่างใด ในทางกลับกัน TOKICO ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในพอร์ตโฟลิโอของ Astemo 4 5

ผลิตภัณฑ์ของ TOKICO

ในปัจจุบัน หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ TOKICO มากที่สุดคือ ระบบช่วงล่าง

Astemo ระบุว่า TOKICO มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ระบบช่วงล่าง โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้าน ผู้ผลิตรถยนต์ OE ในเอเชีย 4 5

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก

โช้คอัพ

นี่คือหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ TOKICO ครอบคลุมโช้คอัพสำหรับ:

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
  • รถจักรยานยนต์
  • การใช้งานแบบอุปกรณ์ติดตั้งเดิม (OE)
  • การใช้งานเป็นอะไหล่ทดแทนในตลาดหลังการขาย

ปัจจุบัน Astemo ระบุว่าโช้คอัพ TOKICO ครอบคลุมทั้ง ยานยนต์สองล้อและสี่ล้อ 5 14

เทคโนโลยีระบบช่วงล่าง

การพัฒนาในอดีตของบริษัทครอบคลุมทั้งโช้คอัพไฮดรอลิกแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีระบบช่วงล่างที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น บันทึกประวัติศาสตร์ของ TOKICO ระบุถึงการเริ่มต้น การผลิตระบบกันสะเทือนกึ่งแอ็กทีฟในปี ค.ศ. 1998 2

เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบเบรก

ระบบเบรกเคยเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตโฟลิโอวิศวกรรมในอดีตของ TOKICO โดยบริษัทผลิตกระบอกสูบเบรกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 อย่างไรก็ตาม อัตลักษณ์ของ TOKICO ในตลาดอะไหล่ทดแทนยุคใหม่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับ โช้คอัพและระบบช่วงล่าง มากกว่าระบบเบรกอย่างชัดเจน 14

ตลาด OE และตลาดอะไหล่ทดแทน

ประเด็นสำคัญประการหนึ่งในการทำความเข้าใจ TOKICO คือความเชื่อมโยงกับ การผลิตแบบ OEM

OEM

OEM ย่อมาจาก Original Equipment Manufacturer หมายถึงชิ้นส่วนที่จัดส่งเพื่อติดตั้งในยานพาหนะระหว่างกระบวนการผลิตรถยนต์

ในอดีต TOKICO จัดส่งชิ้นส่วนระบบช่วงล่างให้กับผู้ผลิตรถยนต์ และ Astemo ระบุว่าโช้คอัพ TOKICO ได้รับการใช้งานเป็นอุปกรณ์ OE ในการประกาศเกี่ยวกับแบรนด์ปี ค.ศ. 2026 Astemo เปิดเผยว่า รถยนต์ใหม่หนึ่งในห้าคันผลิตขึ้นโดยใช้โช้คอัพ OE จาก Astemo 6 9

สิ่งนี้แตกต่างจากการเป็นเพียงแบรนด์อะไหล่ทดแทนทั่วไป

ตลาดอะไหล่ทดแทน

TOKICO ยังถูกจำหน่ายในฐานะแบรนด์อะไหล่ทดแทนอีกด้วย

ปัจจุบัน ธุรกิจอะไหล่ทดแทนของ Astemo นำเสนอโช้คอัพ TOKICO ขณะที่พอร์ตโฟลิโอที่กว้างขึ้นยังรวมถึงแบรนด์อื่นๆ เช่น Astemo, HÜCO, NISSIN, SHOWA และ KEIHIN 4 7

ดังนั้น TOKICO จึงมีบทบาทในตลาดทั้งสองด้าน:

การผลิตรถยนต์ → ชิ้นส่วน OEM

ตลาดอะไหล่ทดแทน → ชิ้นส่วน Aftermarket

TOKICO ในประเทศไทย

ประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์การผลิตในระดับภูมิภาคของ TOKICO

ตามข้อมูลวัสดุตลาดอะไหล่ของไทย TOKICO ได้จัดตั้ง สำนักงานและโรงงานผลิตในปี ค.ศ. 1995นิคมอุตสาหกรรมสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา (โคราช)

การจัดตั้งกิจการในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อการขยายตัวของการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบ

แหล่งข้อมูลเดียวกันระบุว่า กำลังการผลิตของโรงงานในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 400,000 ชิ้นต่อเดือน 4 6

นอกจากนี้ องค์กรในไทยยังระบุว่า TOKICO มีการดำเนินงานหรือสาขาในตลาดต่างๆ ได้แก่:

  • ญี่ปุ่น
  • สหรัฐอเมริกา
  • โคลอมเบีย
  • เกาหลีใต้
  • ไต้หวัน
  • จีน
  • มาเลเซีย
  • สิงคโปร์
  • อินโดนีเซีย
  • อินเดีย
  • เยอรมนี
  • ไทย 4 7

สิ่งนี้ยืนยันว่าประเทศไทยมิใช่เพียงตลาดขายอะไหล่ทดแทนเท่านั้น แต่ยังเป็น ฐานการผลิตที่สำคัญ ของผลิตภัณฑ์ TOKICO อีกด้วย 9

ความสำคัญของ TOKICO ในวงการระบบช่วงล่าง

ชื่อเสียงของ TOKICO เกิดจากความจริงที่ว่าวิศวกรรมระบบช่วงล่างเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจมาเป็นเวลา เกือบหนึ่งศตวรรษ

ประวัติศาสตร์ของบริษัทครอบคลุมเทคโนโลยีโช้คอัพหลายรุ่น:

ทศวรรษ 1930
→ โช้คอัพแบบก้านโยกเชิงกล

ตั้งแต่ปี 1937 เป็นต้นมา
→ โช้คอัพแบบกระบอกสูบสองชั้น

ทศวรรษต่อมา
→ การพัฒนาระบบช่วงล่างไฮดรอลิกและยานยนต์

ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา
→ เทคโนโลยีระบบช่วงล่างแบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์และกึ่งแอ็กทีฟขั้นสูง

ความก้าวหน้าเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า TOKICO มิใช่เพียงแค่บริษัทอะไหล่ทดแทนที่เริ่มขายโช้คอัพทีหลัง แต่มีรากฐานมาจาก วิศวกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และการผลิตอุปกรณ์ติดตั้งเดิม โดยตรง 9 10

มอเตอร์สปอร์ตและการพัฒนาศักยภาพ

TOKICO/Astemo ยังใช้กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี

Astemo ระบุว่าผลิตภัณฑ์ระบบช่วงล่างของตนถูกใช้ในการแข่งขันทั้ง รถจักรยานยนต์และรถยนต์ ซึ่งเทคโนโลยีได้รับการทดสอบภายใต้สภาวะที่หนักหน่วง บริษัทอธิบายโดยเฉพาะว่ากิจกรรมการแข่งขันมีส่วนช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีและการตรวจสอบสมรรถนะ 9

สิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ TOKICO เนื่องจากชิ้นส่วนระบบช่วงล่างมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่อไปนี้:

  • คุณลักษณะการหน่วงแรง
  • ความทนทานต่อความร้อน
  • การเคลื่อนที่ความถี่สูง
  • เสถียรภาพของยานพาหนะ
  • การสัมผัสพื้นผิวถนนของยาง
  • การควบคุมการขับขี่
  • ความทนทาน

ดังนั้น มอเตอร์สปอร์ตจึงเป็นสภาพแวดล้อมสุดขั้วที่สามารถใช้ประเมินคุณลักษณะเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสัมพันธ์กับแบรนด์ญี่ปุ่นอื่น ๆ

เนื่องจาก TOKICO เป็นส่วนหนึ่งของ Astemo ในปัจจุบัน จึงควรแยกแยะบทบาทออกจากแบรนด์ชิ้นส่วนยานยนต์ญี่ปุ่นอื่นๆ ดังนี้:

แบรนด์ ความเกี่ยวข้องทั่วไป
TOKICO โช้คอัพ / ระบบช่วงล่าง
SHOWA ระบบช่วงล่างและแชสซีรถจักรยานยนต์
NISSIN ระบบเบรกรถจักรยานยนต์
KEIHIN ระบบเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์/รถยนต์
Astemo เทคโนโลยียานยนต์และการเคลื่อนที่ในวงกว้าง

แบรนด์เหล่านี้มีต้นกำเนิดทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน แต่ได้ถูกรวมเข้าด้วยกันภายใต้องค์กร Astemo ผ่านการควบรวมกิจการในปี ค.ศ. 2021 4 7

สถานะองค์กรของ TOKICO ในปัจจุบัน

TOKICO ไม่ได้เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อิสระในความหมายดั้งเดิมอีกต่อไป

นี่เป็นหนึ่งในประเด็นที่ก่อให้เกิดความสับสนบ่อยที่สุดเมื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ TOKICO

ในอดีต:

TOKICO, Ltd. เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชาวญี่ปุ่น

หลังการควบรวมปี 2004:

TOKICO กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ธุรกิจยานยนต์ของ Hitachi

หลังการรวมกิจการปี 2021:

ธุรกิจดังกล่าวกลายเป็น Hitachi Astemo

ปัจจุบัน:

Astemo คือองค์กรบริษัท ในขณะที่ TOKICO ดำเนินการต่อในฐานะชื่อผลิตภัณฑ์/แบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ระบบช่วงล่าง

เอกสารตลาดอะไหล่ทดแทนปัจจุบันของ Astemo ระบุอย่างชัดเจนว่า TOKICO เป็นหนึ่งในแบรนด์ของตน และระบุว่าระบบช่วงล่างเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ TOKICO 4 8

ข้อควรระวัง: TOKICO กับ “Tokico System Solutions”

มีอีกบริษัทหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดความสับสนเนื่องจากใช้ชื่อ TOKICO

Tokico System Solutions, Ltd. เป็นสายธุรกิจที่แยกต่างหาก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องในอดีตกับกิจการ เครื่องมือวัด/มาตรวิทยา ของ TOKICO

แผนกเครื่องมือวัดได้ถูกรวมเข้ากับ TOKICO Technology ต่อมากลายเป็น Hitachi Automotive Systems Measurement และในปี ค.ศ. 2019 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tokico System Solutions 3 8

ดังนั้น:

แบรนด์ยานยนต์ TOKICO
→ ปัจจุบันเกี่ยวข้องกับ Astemo → โช้คอัพ/ระบบช่วงล่าง

Tokico System Solutions
→ ธุรกิจผู้สืบทอดที่แยกต่างหาก → ระบบวัดผล/เครื่องมือวัด

ทั้งสองมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ร่วมกัน แต่ ไม่ควรถือเป็นธุรกิจเดียวกันในปัจจุบัน 3 8

ตำแหน่งทางการตลาด

แบรนด์ TOKICO ยุคใหม่สามารถนิยามได้ว่า:

แบรนด์ระบบช่วงล่างที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น เน้นมาตรฐาน OE และมีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านวิศวกรรมโช้คอัพ

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดประกอบด้วย:

🇯🇵 มรดกทางวิศวกรรมญี่ปุ่น

รากฐานของ TOKICO ย้อนกลับไปถึงยุคเริ่มต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น

🏭 มรดกการผลิตแบบ OE

ประวัติศาสตร์ของแบรนด์มีความเชื่อมโยงอย่างมากกับการจัดหาชิ้นส่วนให้ผู้ผลิตรถยนต์ มิใช่เป็นเพียงบริษัทอะไหล่ทดแทน

🚗 ความเชี่ยวชาญด้านระบบช่วงล่าง

การสร้างแบรนด์ TOKICO ยุคใหม่เน้นหนักไปที่โช้คอัพและระบบช่วงล่าง

🌏 การผลิตระดับนานาชาติ

การดำเนินงานได้ขยายออกไปนอกประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ 4 9

🔧 ความพร้อมในตลาดอะไหล่ทดแทน

แบรนด์ยังคงวางจำหน่ายในฐานะอะไหล่ทดแทนผ่านเครือข่ายหลังการขายของ Astemo 7 13

🏁 การพัฒนาศักยภาพ

บริษัทมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบช่วงล่างและใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นช่องทางหนึ่งในการตรวจสอบเทคโนโลยี 9

เส้นเวลา

1934 — พัฒนาโช้คอัพแบบก้านโยกชนิดใบพัดรุ่นแรกของญี่ปุ่น
1935 — เริ่มการผลิตกระบอกสูบเบรกเต็มรูปแบบ
1937 — ก่อตั้ง Tokyo Kiki Kogyo; เริ่มส่งมอบโช้คอัพแบบกระบอกสูบสองชั้น
1938 — กลายเป็นบริษัทในเครือของ Hitachi
1965 — Tokyo Kiki Kogyo เปลี่ยนชื่อเป็น TOKICO, Ltd.
1978 — พัฒนาคาร์บูเรเตอร์ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์
1998 — เริ่มการผลิตระบบกันสะเทือนกึ่งแอ็กทีฟ
2004 — TOKICO และ Hitachi Unisia Automotive ควบรวมเข้ากับ Hitachi
2009 — ก่อตั้ง Hitachi Automotive Systems
2011 — รวมการดำเนินงานของ TOKICO ในทวีปอเมริกาเข้ากับ Hitachi Automotive Systems Americas
2021 — Hitachi Automotive Systems, Keihin, Showa และ Nissin รวมตัวกันจัดตั้ง Hitachi Astemo
2022 — โช้คอัพ TOKICO เริ่มวางจำหน่ายผ่านคลังสินค้าอะไหล่ทดแทนยุโรปของ Astemo
2025 — Hitachi Astemo เปลี่ยนชื่อเป็น Astemo
2026 — Astemo ยังคงทำการตลาดโช้คอัพ TOKICO สำหรับยานยนต์สองล้อและสี่ล้อ 1 5 10 11 12 13 15

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง