T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ SIAMES

SIAMES (เขียนในรูปแบบ SIAMÉS หรือบางครั้งใช้ SIAMÉƧ) เป็นวงดนตรีแนวอินดี้ร็อก อิเล็กโทรป็อป และโปรเจกต์สื่อผสมจากประเทศอาร์เจนตินา ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการผสมผสานดนตรีอัลเทอร์เนทีฟป๊อปที่มีพลังเข้ากับมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันที่มีสไตล์ชัดเจน รวมถึงการสร้างจักรวาลทางภาพที่เป็นของตัวเอง โปรเจกต์นี้ถือกำเนิดขึ้นใน Buenos Aires และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างมากจากการเผยแพร่ผลงานด้วยตนเองและการเล่าเรื่องผ่านแอนิเมชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง “The Wolf” 1

หมายเหตุ: SIAMES เป็น กลุ่มศิลปินและโปรเจกต์เชิงสร้างสรรค์ มิใช่แบรนด์แฟชั่นหรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป การดำเนินงานด้านสินค้าที่ระลึกอย่างเป็นทางการเป็นส่วนขยายของอัตลักษณ์ทางภาพของวงเท่านั้น 2

ข้อมูลสังเขป

หมวดหมู่ ข้อมูล
ชื่อ SIAMÉS
รูปแบบการเขียน SIAMÉS / SIAMÉƧ
ถิ่นกำเนิด อาร์เจนตินา
ฐานปฏิบัติการ Buenos Aires / อาร์เจนตินา
ก่อตั้ง 2013–2015
แนวเพลง อินดี้ร็อก, อินดี้ป๊อป, อิเล็กโทรป๊อป
ช่วงเวลาที่ hoạt động ทศวรรษ 2010–ปัจจุบัน
ผลงานแจ้งเกิด The Wolf
อัลบั้มเปิดตัว Bounce Into The Music (2016)
อัลบั้มที่สอง HOME (2020)
อัลบั้มที่สาม Melodramatic (2024)
จุดเด่น มิวสิกวิดีโอแอนิเมชัน, การเล่าเรื่องด้วยภาพ, เสียงแบบอัลเทอร์เนทีฟป๊อป
สินค้าที่ระลึกทางการ SIAMES Merch

มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับปีการก่อตั้งวง โดยบันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่าง Stoltz และ Blakk ไว้ที่ปี 2013 ในขณะที่ Apple Music ระบุว่า SIAMES ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 3

ภาพรวม

SIAMES มีตำแหน่งแห่งที่ที่ไม่ธรรมดาในวงการดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร่วมสมัย เนื่องจากโปรเจกต์นี้ไม่ได้สร้างขึ้นจากดนตรีเพียงอย่างเดียว อัตลักษณ์ของวงประกอบด้วย สามองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ได้แก่:

  1. ดนตรี — แนวอินดี้ร็อก/ป๊อปที่มีพลังและการผลิตแบบอิเล็กทรอนิกส์
  2. แอนิเมชันและศิลปะทัศนศิลป์ — โดยเฉพาะมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันที่มีลักษณะเฉพาะ
  3. การเล่าเรื่องและการออกแบบตัวละคร — การใช้ภาพซ้ำและโลกสมมติที่ทำให้บทเพลงมีอัตลักษณ์ทางภาพที่จดจำได้ง่าย

ทางวงได้บรรยายว่า “The Wolf” เป็นเพลงฮิตระดับโลกเพลงแรกและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพการงานของพวกเขา มิวสิกวิดีโอแอนิเมชันของเพลงนี้ได้กลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ และช่วยสร้างฐานแฟนคลับนานาชาติให้กับ SIAMES 4

การผสมผสานระหว่างดนตรีและแอนิเมชันนับเป็นคุณลักษณะที่กำหนดตัวตนของโปรเจกต์นี้ คำบรรยายจาก Le Poisson Rouge ในนิวยอร์กเมื่อปี 2026 ก็ระบุถึง SIAMES ในฐานะวงอินดี้ร็อกป๊อปจากอเมริกาใต้ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกจากการผสมผสานดนตรีเข้ากับการเล่าเรื่องผ่านแอนิเมชัน 5

ประวัติ

2013–2015: การก่อตั้ง

ต้นกำเนิดของ SIAMES สามารถย้อนกลับไปถึง Guillermo “Stoltz” Stölzing และ Juan Manuel “Blakk” Kokollo

ทั้งสองเริ่มทำงานร่วมกันราวปี 2013 หลังจากได้พบกันในแวดวงดนตรีของ Buenos Aires โดย Stoltz เคยเกี่ยวข้องกับวง MoodyMan ในขณะที่ Blakk ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์และนักดนตรี

พวกเขาเริ่มแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แม้จะมาจากสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่เพียงแค่การผลิตซ้ำร็อกแบบอาร์เจนตินาดั้งเดิม แต่เป็นการพัฒนาเสียงที่มีความเป็นสากลมากขึ้น โดยการผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ท่อนฮุคแบบป๊อป และการบรรเลงแบบร็อก 6

ราวปี 2015 หลังจากที่ MoodyMan ยุบวงลง โปรเจกต์นี้ก็มีความจริงจังมากขึ้น ผู้ร่วมงานทั้งสองได้พัฒนาบทเพลงซึ่งต่อมาจะกลายเป็นอัลบั้มเปิดตัวของพวกเขา

Bounce Into The Music (2016)

SIAMES ได้ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรก Bounce Into The Music ในปี 2016

อัลบั้มนี้ได้วางรากฐานคุณลักษณะหลายประการที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของโปรเจกต์ ได้แก่:

  • การแต่งเพลงแนวอินดี้ป๊อปที่มีพลัง
  • พื้นผิวเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์
  • การบรรเลงดนตรีแบบร็อก
  • เนื้อร้องภาษาอังกฤษ
  • ทำนองร้องที่โดดเด่น
  • ธีมที่มืดหม่นแต่แฝงความขี้เล่น
  • งานศิลปะปกอัลบั้มที่มีความเป็นภาพสูง

อัลบั้มนี้ประกอบด้วยเพลงเช่น:

  • “The Wolf”
  • “Mr. Fear”
  • “As You Get High”
  • “Firestorm”
  • “Used to Be”
  • “Stronger”
  • “The Cave”

“The Wolf” กลายเป็นเพลงประจำตัวของโปรเจกต์ในเวลาต่อมา Apple Music บรรยายว่าเป็นเพลงฮิตระดับโลกเพลงแรกของ SIAMES และยกเครดิตให้มิวสิกวิดีโอแอนิเมชันที่ช่วยสร้างฐานแฟนคลับระดับนานาชาติให้กับวง 7

Spotify ก็เช่นกันที่ระบุว่าปี 2017 เป็นช่วงเวลาที่ SIAMES ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในระดับสากล ด้วยอัลบั้มเปิดตัวที่เผยแพร่ด้วยตนเองและมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันที่เข้าถึงผู้ฟังทั่วโลก 8

ความสำคัญของแอนิเมชัน

สำหรับ SIAMES แอนิเมชันไม่ใช่เพียงสื่อประชาสัมพันธ์ แต่เป็นองค์ประกอบหลักของอัตลักษณ์ทางศิลปะของโปรเจกต์

วิดีโอเพลง “The Wolf” มีความสำคัญเป็นพิเศษ แทนที่จะใช้มิวสิกวิดีโอแบบคนแสดงตามธรรมเนียมปฏิบัติ SIAMES นำเสนอเพลงผ่านตัวละครแอนิเมชันและการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์

แนวทางนี้ทำให้ดนตรีสามารถดำรงอยู่ภายในโลกสมมติที่ใหญ่กว่า

ความสำเร็จของวิดีโอนี้ช่วยสร้างวงจรตอบรับ:

เพลง → แอนิเมชัน → ตัวละคร → การแชร์ออนไลน์ → ฐานแฟนคลับ → ความสนใจในดนตรีที่เพิ่มขึ้น

ตามข้อมูลประวัติสถานที่จัดงานปี 2026 มิวสิกวิดีโอแอนิเมชันของ “The Wolf” มียอดวิวบน YouTube เกิน 235 ล้านครั้ง และเพลงนี้มียอดสตรีมบน Spotify มากกว่า 120 ล้านครั้ง 9

ภาษาภาพของโปรเจกต์ได้ขยายออกไปผ่านวิดีโอเพลงอื่นๆ ได้แก่ “Mr. Fear,” “Summer Nights,” “No Lullaby,” “Home,” “The Phoenix,” “My Way,” และ “Alone in the Darkness” 10

HOME (2020)

SIAMES ได้ออกผลงานต่อจากอัลบั้มแรกด้วย HOME ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2020

อัลบั้มนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของเสียงแบบอัลเทอร์เนทีฟป๊อป พร้อมทั้งขยายขอบเขตทางอารมณ์และแนวคิด

เพลงสำคัญประกอบด้วย:

  • “No Lullaby”
  • “Summer Nights”
  • “Home”
  • “Brothers”
  • “Easier”
  • “Young & Restless”
  • “2 Feathers”

ธีมของอัลบั้มหมุนเวียนอยู่รอบเรื่องความฝัน อิสรภาพส่วนบุคคล ความรัก ความหวัง และการเผชิญหน้ากับความมืดมน บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า HOME ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องการต่อสู้เพื่อความฝันและความสามารถในการรักสิ่งที่ตนรัก ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับด้านมืดของชีวิต 11

“Summer Nights” ต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของวง และยังคงเป็นผลงานที่มีการสตรีมสูงสุดเพลงหนึ่งของพวกเขา

การเปลี่ยนแปลงสมาชิกวง

SIAMES ไม่เคยมีรายชื่อสมาชิกที่คงที่ถาวร

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ Stoltz และ Blakk เป็นหลัก แต่นักดนตรีและนักร้องเพิ่มเติมก็เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในงานบันทึกเสียงและการแสดงสด

นักดนตรีที่เกี่ยวข้องกับ SIAMES ประกอบด้วย:

  • Mr. Blakk — แต่งเพลง, โปรดักชัน, เปียโน
  • Gonzo Rooster — แต่งเพลง, กีตาร์/เบส
  • Tish Planes — ร้องนำ
  • Walter C. — กีตาร์
  • Lucas “Gato” Hernández — กลอง
  • Hutter Von Fonk — เบส
  • Barbie Williams — ร้องนำ
  • Sergio “Serge” Bufi — ร้องนำ

Guillermo Stöltzing หนึ่งในแรงขับเคลื่อนเชิงสร้างสรรค์ดั้งเดิมของโปรเจกต์ ประกาศแยกตัวออกจากวงในปี 2023 12

การจากไปครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เนื่องจาก Stoltz ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงด้านดนตรี แต่ยังผูกพันกับอัตลักษณ์กราฟิกและภาพลักษณ์ของโปรเจกต์อีกด้วย

Melodramatic (2024)

สตูดิโออัลบั้มชุดที่สามของ SIAMES ชื่อ Melodramatic วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2024 อัลบั้มนี้มีทั้งหมดเก้าแทร็ก ความยาวประมาณ 29 นาที 13

อัลบั้มประกอบด้วยเพลง:

  • “The Phoenix”
  • “My Way”
  • “Alone in the Darkness”
  • “I Promise Myself”
  • “Love Away”
  • “My Little One”
  • “As Soon As I Discover”
  • “Baby Don’t Give Up!”
  • “Post Tour Depression”

อัลบั้มนี้เป็นตัวแทนของยุคใหม่ในโปรเจกต์ SIAMES โดยมี Barbie Williams และ Sergio Bufi (“Serge”) รับหน้าที่เป็นนักร้องนำหลัก Spotify บรรยายว่าแผ่นเสียงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของ “ยุค Melodramatic” ใหม่ 14

อัลบั้มนี้บันทึกเสียงที่ Sonic Ranch Studios ในรัฐเท็กซัส โดยมีโปรดิวเซอร์รวมถึง Brian Taylor และ Hector Castillo 15

สไตล์ดนตรี

SIAMES จัดอยู่ในหมวดหมู่แนวเพลงเดียวได้ยาก

โดยทั่วไปมักถูกจัดให้เป็น อินดี้ร็อก/ป๊อป, อิเล็กโทรป๊อป หรือ อัลเทอร์เนทีฟป๊อป ซึ่งมีองค์ประกอบของ:

  • ร็อก
  • ซินธ์ป๊อป
  • ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์
  • แดนซ์ป๊อป
  • ฟังก์
  • อัลเทอร์เนทีifr็อก
  • ซีเนมาติกป๊อป

Spotify บรรยายลักษณะของกลุ่มว่าเป็น เพลงอินดี้ร็อก/ป๊อปที่มีพลัง เนื้อหาที่มีความหมาย และท่อนฮุคที่ติดหู 16

ลักษณะสำคัญของเสียงคือความขัดแย้งระหว่าง หัวข้อที่มืดหม่นกับทำนองที่เข้าถึงง่ายอย่างมาก

ดังนั้น เพลงทั่วไปของ SIAMES จึงให้ความรู้สึก:

มืดหม่น + มีพลัง + ไพเราะ + แบบภาพยนตร์ + มองโลกในแง่ดี

ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์นี้มีเสน่ห์ดึงดูด

อัตลักษณ์ทางภาพ

สุนทรียศาสตร์ของ SIAMES มีความโดดเด่นและจดจำได้ง่ายพอๆ กับดนตรี

โลกทางภาพของพวกเขามักผสมผสาน:

พื้นหลังสีมืด + สีสดอิ่มตัว + ตัวละครที่มีสไตล์ + ภาพที่ได้รับอิทธิพลจากเรโทร/อนิเมะ + องค์ประกอบแบบภาพยนตร์ + การเล่าเรื่องเหนือจริง

อัตลักษณ์ทางภาพมักหมุนเวียนอยู่รอบตัวละครสมมติมากกว่าภาพลักษณ์วงดนตรีแบบดั้งเดิม

สิ่งนี้ทำให้ SIAMES มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในยุคสตรีมมิง ผู้ฟังมักจะจำวิดีโอหรืองานศิลปะของ SIAMES ได้ก่อนที่จะเห็นชื่อวงเสียอีก

สินค้าที่ระลึกทางการของวงสะท้อนแนวทางนี้ ร้านค้ามีเสื้อผ้าและวัตถุต่างๆ ที่อิงจากทรัพย์สินทางภาพ เช่น THE WOLF, Mr. FEAR, HOME, UNDERGROUND, SUMMER NIGHTS และภาพซ้ำอื่นๆ 17

SIAMES ในฐานะแบรนด์สื่อผสม

หากพิจารณา SIAMES ในฐานะ แบรนด์มากกว่าแค่ วงดนตรี โครงสร้างจะเป็นดังนี้:

ผลิตภัณฑ์หลัก

ดนตรี

อัลบั้ม ซิงเกิล การแสดง และผลงานสตรีมมิง

ผลิตภัณฑ์ทางภาพ

แอนิเมชัน

มิวสิกวิดีโอแอนิเมชันเพิ่มมิติการเล่าเรื่อง

ทรัพย์สินทางปัญญา

ตัวละครและโลกสมมติ

ตัวละครและลวดลายทางภาพกลายเป็นสิ่งที่จดจำได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับเพลงใดเพลงหนึ่ง

ชุมชน

ฐานแฟนคลับนานาชาติ

โปรเจกต์นี้สร้างผู้ติดตามระดับนานาชาติผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นหลัก โดยไม่ได้พึ่งพาเครื่องจักรการตลาดจากค่ายเพลงใหญ่ในช่วงแรก 18

สินค้าที่ระลึก

ส่วนขยายทางกายภาพของจักรวาลภาพ

เสื้อยืด เสื้อฮู้ด โปสเตอร์ สติกเกอร์ กระเป๋า เคสโทรศัพท์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ แปลงงานศิลปะของ SIAMES ให้เป็นวัตถุจับต้องได้ 19

นี่คือเหตุผลที่สมเหตุสมผลในการเรียก SIAMES ว่า แบรนด์สร้างสรรค์ด้านดนตรีและภาพ แม้ตัวตนหลักจะเป็นกลุ่มศิลปินดนตรีก็ตาม

เพลงสำคัญ

เพลงที่สำคัญที่สุดบางส่วนของ SIAMES ประกอบด้วย:

เพลง ความสำคัญ
The Wolf เพลงฮิตแจ้งเกิดระดับนานาชาติและเพลงประจำตัว
Mr. Fear หนึ่งในเพลงยุคแรกที่กำหนดตัวตนของวง
Summer Nights เพลงโปรดของแฟนคลับและประสบความสำเร็จด้านการสตรีม
No Lullaby ผลงานสำคัญในยุค HOME
Home เพลงไตเติลและศูนย์กลางแนวคิดของ HOME
Young & Restless ตัวแทนของยุค HOME
My Way เพลงสำคัญจากยุค Melodramatic
The Phoenix ซิงเกิลคัมแบ็ค/ยุคใหม่ที่สำคัญในปี 2024
Alone in the Darkness ผลงานแอนิเมชันหลักจาก Melodramatic
Post Tour Depression หนึ่งในเพลงที่น่าจดจำใน Melodramatic

ปัจจุบัน Apple Music ระบุว่า “The Wolf,” “Mr. Fear,” “Summer Nights,” “No Lullaby,” และ “Alone in the Darkness” เป็นเพลงที่โดดเด่นของ SIAMES 20

รายชื่อผลงาน

สตูดิโออัลบั้ม

Bounce Into The Music — 2016
อัลบั้มเปิดตัวและรากฐานของเสียงและอัตลักษณ์ทางภาพของ SIAMES

HOME — 2020
ผลงานที่กว้างขวางยิ่งขึ้นโดยเน้นธีมความฝัน ความหวัง ความรัก และการก้าวข้ามความมืดมน

Melodramatic — 2024
อัลบั้มชุดที่สามและจุดเริ่มต้นของสิ่งที่วงเรียกว่า “ยุค Melodramatic” 21

ซิงเกิลที่สำคัญ

ในบรรดาผลงานเดี่ยวที่โดดเด่นของโปรเจกต์ ได้แก่:

  • “Summer Nights”
  • “All The Best”
  • “Always The Same”
  • “Underground”
  • “Frozen Heart”
  • “My Way”
  • “The Phoenix”
  • “Alone in the Darkness”
  • “I Promise Myself” 22

การแสดงสดและการเข้าถึงระดับนานาชาติ

แม้ว่า SIAMES จะได้รับความสนใจอย่างมากทางออนไลน์ในช่วงแรก แต่ต่อมาโปรเจกต์นี้ได้พัฒนาไปสู่การแสดงทัวร์คอนเสิร์ตระดับนานาชาติ

วงได้ทำการแสดงในประเทศต่างๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เยอรมนี เดนมาร์ก ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร การทัวร์สหรัฐฯ ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2020 23

ในปี 2026 SIAMES ได้เริ่มทัวร์นานาชาติฉลอง ครบรอบ 10 ปี Bounce Into The Music เพื่อเฉลิมฉลองอัลบั้มที่สร้างอัตลักษณ์ระดับโลกให้กับวงตั้งแต่แรกเริ่ม 24

สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากทัวร์ครบรอบได้เชื่อมโยงสองช่วงเวลาของโปรเจกต์เข้าด้วยกัน:

2016 — แจ้งเกิดผ่านดนตรี + แอนิเมชัน

2024 — ยุค Melodramatic

2026 — หวนรำลึกถึงอัตลักษณ์ดั้งเดิมของ SIAMES พร้อมพัฒนาสู่ระยะถัดไป

ปรัชญาแบรนด์

วิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจ SIAMES ไม่ใช่การมองว่าเป็นแค่ “วงอินดี้”

แต่ควรเข้าใจในฐานะ จักรวาลโสตทัศน์ที่สร้างขึ้นรอบดนตรี

ปรัชญาการสร้างสรรค์พื้นฐานสามารถสรุปได้ว่า:

ดนตรีควรมีโลกห้อมล้อมอยู่

แทนที่จะปล่อยเพลงแล้วสร้างงานศิลปะประชาสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน SIAMES มักจะทำให้ดนตรี แอนิเมชัน ตัวละคร งานศิลปะ และสินค้าที่ระลึก รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลเดียวกัน

นั่นคือสิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้มี การรับรู้แบรนด์ ที่แข็งแกร่งผิดปกติสำหรับศิลปินดนตรีอิสระ

เหตุผลที่ SIAMES มีความโดดเด่น

ปัจจัยหลายประการอธิบายความนิยมในระดับนานาชาติของวง:

1. ทำนองที่แข็งแรง

เพลงสามารถเข้าถึงได้ง่ายแม้สำหรับผู้ฟังที่ไม่ได้ฟังอินดี้ร็อกเป็นประจำ

2. การแต่งเพลงภาษาอังกฤษ

แม้จะมีต้นกำเนิดในอาร์เจนตินา แต่ SIAMES แสดงผลโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทำให้โปรเจกต์มีแนวทางที่เป็นสากลโดยธรรมชาติ 25

3. แอนิเมชัน

วิดีโอช่วยให้ผู้ฟังมีสิ่งที่จดจำได้ทางสายตาเพื่อเชื่อมโยงกับดนตรี

4. ตัวละคร

ตัวละครที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทำให้ SIAMES ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับจักรวาลสมมติหรือแฟรนไชส์แอนิเมชันมากกว่าวงดนตรีทั่วไป

5. การเติบโตอย่างเป็นอิสระ

โปรเจกต์นี้สร้างการยอมรับระดับนานาชาติอย่างมากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการบอกต่อ แทนที่จะพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมดนตรีแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว 26

6. สุนทรียศาสตร์ที่สม่ำเสมอ

ดนตรี งานศิลปะ แอนิเมชัน และสินค้าที่ระลึกต่างเสริมซึ่งกันและกัน

SIAMES ในปัจจุบัน

ณ ปี 2026 SIAMES ยังคงดำเนินต่อไปในฐานะโปรเจกต์ดนตรีระดับนานาชาติหลังจากการปล่อย Melodramatic ในปี 2024

โปรเจกต์นี้ยังกำลังพัฒนาวัสดุใหม่ร่วมกับโปรดิวเซอร์ Facundo Yalve (Evlay) และใช้รอบทัวร์ครบรอบ 10 ปีเพื่อเชื่อมโยงกลับไปยัง Bounce Into The Music 27

ดังนั้น อัตลักษณ์ในปัจจุบันจึงผสมผสาน ความคิดถึงต่อยุคแจ้งเกิด เข้ากับความพยายามในการพัฒนาเสียงและทิศทางภาพใหม่ๆ

สรุปภาพรวม

SIAMES เป็นโปรเจกต์ดนตรีแนวอินดี้ร็อก/ป๊อปและอิเล็กโทรป๊อปจากอาร์เจนตินา ก่อตั้งขึ้นในทศวรรษ 2010 โดยนักดนตรี Guillermo “Stoltz” Stölzing และ Juan Manuel “Blakk” Kokollo โปรเจกต์นี้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจากการจับคู่เพลงอัลเทอร์เนทีฟป๊อปที่มีทำนองไพเราะและมีพลังเข้ากับมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันแบบภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “The Wolf” ที่กลายเป็นไวรัลระดับโลกและสร้างจักรวาลภาพอันโดดเด่นให้กับ SIAMES หลังจากอัลบั้ม Bounce Into The Music (2016) และ HOME (2020) โปรเจกต์นี้ได้เข้าสู่ยุคใหม่ด้วย Melodramatic (2024) ซึ่งมีนักร้องนำรวมถึง Barbie Williams และ Sergio Bufi นอกเหนือจากดนตรี SIAMES ยังทำหน้าที่เป็นแบรนด์สร้างสรรค์โสตทัศน์ที่กว้างขึ้น ครอบคลุมแอนิเมชัน การออกแบบตัวละคร การเล่าเรื่อง การแสดงสด และสินค้าที่ระลึก 28

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง