T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Schick

Schick เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์โกนหนวดและดูแลส่วนบุคคลที่มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา โดยมีชื่อเสียงในด้านมีดโกน ใบมีด และผลิตภัณฑ์กำจัดขน ปัจจุบัน Schick อยู่ภายใต้การบริหารของ Edgewell Personal Care ซึ่งเป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกที่มีพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์โกนหนวด ดูแลผิว และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ ในบางตลาด เช่น ยุโรป ผลิตภัณฑ์โกนหนวดหลายรายการจะจัดจำหน่ายภายใต้ชื่อแบรนด์พี่น้องอย่าง Wilkinson Sword แทน1

ประวัติศาสตร์ของ Schick มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับ พันเอก Jacob Schick นักประดิษฐ์ผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีการโกนทั้งแบบไฟฟ้าและแบบเปียก แบรนด์ระบุถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปถึงช่วงทศวรรษ 1920 และในปัจจุบันได้วางตำแหน่งแบรนด์โดยเน้นย้ำถึงนวัตกรรมด้านการโกน การดูแลผิว ความสะดวกสบาย และการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผู้ใช้1

ข้อมูลทั่วไป

หัวข้อ รายละเอียด
แบรนด์ Schick®
อุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล / การแต่งทรงผมและหนวดเครา
หมวดหมู่หลัก การโกนหนวดและการกำจัดขน
ประเทศต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกา
บุคคลที่เกี่ยวข้อง Jacob Schick
มรดกทางประวัติศาสตร์ ทศวรรษ 1920
เจ้าของปัจจุบัน Edgewell Personal Care
ตลาดหลัก สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เอเชีย และตลาดนานาชาติอื่น ๆ
แบรนด์คู่ขนานในยุโรป Wilkinson Sword
ผลิตภัณฑ์หลัก มีดโกนสำหรับผู้ชาย, มีดโกนสำหรับผู้หญิง, มีดโกนแบบใช้แล้วทิ้ง, หัวใบมีดเปลี่ยนได้ และระบบการโกน
ตระกูลผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ Hydro, Xtreme3, Intuition, Exacta และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย
จุดยืนปัจจุบัน การโกนที่ออกแบบมาเพื่อความสบายผิว ประสิทธิภาพ และการแสดงออกถึงตัวตน

Schick นิยามแบรนด์ของตนเองว่ามี “ประเพณีแห่งการมองไปข้างหน้าที่ยาวนานกว่า 100 ปี” ในขณะที่ Edgewell ก็ระบุว่า Schick เป็นหนึ่งในแบรนด์โกนหนวดหลักของบริษัท1

จุดเริ่มต้นของ Schick

เรื่องราวของ Schick เริ่มต้นขึ้นจาก Jacob Schick นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันที่มีความสนใจในการปรับปรุงกระบวนการโกนหนวดให้ดียิ่งขึ้น

หน้าประวัติอย่างเป็นทางการของ Schick ให้เครดิตแก่พันเอก Jacob Schick ในการคิดค้น เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าขึ้นในปี ค.ศ. 1910 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการโกน ที่เปลี่ยนผ่านจากมีดโกนตรงแบบดั้งเดิมไปสู่อุปกรณ์กลไกและเครื่องใช้ไฟฟ้าในที่สุด2

ต่อมา แบรนด์ Schick ได้เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจโกนหนวดรายใหญ่ โดยปัจจุบัน Edgewell ระบุปีก่อตั้งแบรนด์ไว้ว่า “Schick—since 1926” ขณะที่เว็บไซต์ Schick สหรัฐอเมริกาก็อ้างถึงมรดกของแบรนด์ว่าเริ่มต้นจากนวัตกรรมของ Jacob Schick เมื่อเกือบหนึ่งศตวรรษก่อน2

ดังนั้น จึงสามารถจำแนกช่วงเวลาสำคัญได้ดังนี้:

  • ค.ศ. 1910 — Jacob Schick คิดค้นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า
  • ทศวรรษ 1920 — การพัฒนาธุรกิจและแบรนด์โกนหนวด Schick ในเชิงพาณิชย์
  • ค.ศ. 1926 — ปีที่ Schick ใช้เป็น mốcอ้างอิงมรดกของแบรนด์ในปัจจุบัน

บทบาทของ Jacob Schick

Jacob Schick คือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์ของแบรนด์

แนวคิดของเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า การโกนหนวดควรสะดวกสบายและมีความทันสมัยทางเทคโนโลยีมากขึ้น ผลงานด้านเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าในช่วงแรกของเขาช่วยวางรากฐานปรัชญาทางเทคโนโลยีที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Schick นั่นคือ การใช้วิศวกรรมและนวัตกรรมเพื่อทำให้การโกนง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น2

ปรัชญาดังกล่าวยังคงมีความสำคัญต่อแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน โดยผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ของ Schick ยังคงทำการตลาดโดยเน้นการพัฒนาทางเทคโนโลยี ทั้งในด้านใบมีด ระบบหล่อลื่น การปกป้องผิว การยศาสตร์ และความสะดวกในการใช้งาน

จากเครื่องโกนไฟฟ้าสู่มีดโกนสมัยใหม่

แม้ว่า Jacob Schick จะมีชื่อเสียงจากเทคโนโลยีเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า แต่ในเวลาต่อมา Schick กลับเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านการ โกนแบบเปียก โดยเฉพาะมีดโกนแบบเปลี่ยนหัวใบมีดและมีดโกนแบบใช้แล้วทิ้ง

ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจาก Schick ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าเท่านั้น แต่ธุรกิจหลักคือการออกแบบและจัดจำหน่าย ระบบมีดโกนและผลิตภัณฑ์กำจัดขน

บริษัทได้นำเสนอเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาที่พบบ่อยในการโกนหนวด เช่น:

  • การระคายเคืองผิว
  • อาการแสบร้อนจากใบมีด
  • รอยบาดและรอยขีดข่วน
  • พื้นที่ที่โกนได้ยาก
  • ระบบหล่อลื่น
  • ความแนบสนิทของใบมีด
  • การจับถือและการยศาสตร์
  • การโกนสำหรับผิวแพ้ง่าย

Edgewell ระบุว่าผลิตภัณฑ์อย่าง Schick Intuition และ Schick Hydro เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของแบรนด์7

ความสัมพันธ์ระหว่าง Schick และ Wilkinson Sword

หนึ่งในบทที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์องค์กรของ Schick คือความสัมพันธ์กับ Wilkinson Sword

Wilkinson Sword มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า โดยย้อนกลับไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1772 เมื่อ Henry Nock ก่อตั้งกิจการผลิตอาวุธในลอนดอน ต่อมาบริษัทมีชื่อเสียงจากการผลิตดาบก่อนที่จะขยายเข้าสู่ธุรกิจใบมีดและมีดโกน3

ในปี ค.ศ. 1992 Schick และ Wilkinson Sword ได้ควบรวมกิจการกัน ส่งผลให้เกิดธุรกิจโกนหนวดระดับนานาชาติขนาดใหญ่ จากนั้นทั้งสองชื่อก็ได้พัฒนาเป็นแบรนด์ที่เสริมกันในตลาดภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน3

ลำดับเหตุการณ์ความเป็นมาขององค์กรสามารถสรุปได้ดังนี้:

Jacob Schick / Schick

Schick + Wilkinson Sword

Schick-Wilkinson Sword

อยู่ภายใต้ Pfizer

Energizer เข้าซื้อกิจการในปี 2003

Edgewell Personal Care ในปี 2015

Energizer เข้าซื้อกิจการ Schick

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2003 เมื่อ Energizer Holdings เข้าซื้อกิจการ Schick-Wilkinson Sword จาก Pfizer ในขณะนั้น Schick-Wilkinson Sword ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โกนแบบเปียกสำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก4

จากนั้น Energizer ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอด้านการดูแลส่วนบุคคลผ่านการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม ได้แก่:

  • ผลิตภัณฑ์โกนหนวด Edge
  • Skintimate
  • Personna
  • Playtex
  • แบรนด์ดูแลผิวและของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ

การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนธุรกิจดูแลส่วนบุคคลของ Energizer จากเดิมที่เน้นหนักเรื่องการโกนหนวด ให้กลายเป็นพอร์ตโฟลิโอสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น5

การจัดตั้ง Edgewell Personal Care

ในปี ค.ศ. 2015 Energizer ได้แยกธุรกิจผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนออกจากธุรกิจดูแลส่วนบุคคล

บริษัทดูแลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นใหม่ใช้ชื่อว่า Edgewell Personal Care ทำให้ Schick กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เรือธงของ Edgewell นับแต่นั้นมา6

ปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโอของ Edgewell ประกอบด้วยแบรนด์ต่าง ๆ เช่น:

  • Schick
  • Wilkinson Sword
  • Edge
  • Skintimate
  • Personna
  • Banana Boat
  • Hawaiian Tropic
  • Wet Ones
  • Playtex
  • Bulldog
  • Jack Black
  • Cremo
  • Billie

โดย Schick ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์โกนหนวดหลักของบริษัท6

ตระกูลผลิตภัณฑ์หลักของ Schick

พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ของ Schick ได้ขยายออกไปอย่างมากจากมีดโกนแบบใช้แล้วทิ้งแบบดั้งเดิม

Schick Hydro

Hydro เป็นหนึ่งในระบบการโกนสำหรับผู้ชายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของ Schick

ระบบ Hydro เปิดตัวในปี ค.ศ. 2010 โดยผสานคุณสมบัติที่มุ่งเน้นการปกป้องผิวและการหล่อลื่น Edgewell อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้รวมถึงตัวปกป้องผิวที่ติดตั้งอยู่ระหว่างปลายใบมีด และเจลเก็บความชุ่มชื้นที่ออกแบบมาเพื่อหล่อลื่นระหว่างการโกน7

ด้วยเหตุนี้ Hydro จึงกลายเป็นส่วนสำคัญในการตอบสนองของ Schick ต่อระบบหัวใบมีดเปลี่ยนแผนที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นในตลาด

Schick Intuition

Schick Intuition เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเชื่อมโยงกับการโกนขนสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ

แนวคิดหลักคือการรวมขั้นตอนการโกนและการหล่อลื่นไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว เพื่อลดจำนวนขั้นตอนที่ต้องทำระหว่างการโกน

สิ่งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์โดยรวมของ Schick ที่พัฒนามีดโกนโดยเน้นความสะดวกสบายและการดูแลผิว แทนที่จะมองว่าใบมีดเป็นส่วนประกอบเดียวที่สำคัญ

Edgewell ระบุว่า Intuition เป็นหนึ่งในนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่น่าจดจำของ Schick7

Xtreme3

Schick Xtreme3 เป็นตระกูลมีดโกนแบบใช้แล้วทิ้งที่มีหลายใบมีด

สายผลิตภัณฑ์นี้เน้นความยืดหยุ่นและความสะดวกสบาย สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสบการณ์การโกนด้วยใบมีดหลายชั้นโดยไม่ต้องซื้อระบบด้ามจับและหัวใบมีดแบบใช้ซ้ำแยกต่างหาก

Xtreme3 จัดจำหน่ายในหลายตลาด และปรากฏอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของ Schick ในมาเลเซียและตลาดเอเชียอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทย8

ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย

Schick ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้บริโภคที่มีความกังวลเรื่องการระคายเคืองและความไวของผิว

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักเน้นการผสมผสานของคุณสมบัติต่าง ๆ ได้แก่:

  • ระบบหล่อลื่น
  • การปกป้องผิว
  • ใบมีดพิเศษ
  • ด้ามจับตามหลักสรีรศาสตร์
  • เจลโกนหนวดหรือส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น

คุณสมบัตินี้ทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์มีดโกนไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่อง ความเรียบเนียนของการโกน เท่านั้น แต่ยังรวมถึง ความสบายผิว ด้วย

ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายและผู้หญิง

ในอดีต อุตสาหกรรมมีดโกนแบ่งแยกผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายและผู้หญิงอย่างชัดเจน Schick ยังคงรักษาผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งสองกลุ่มไว้

สำหรับผู้ชาย พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วยระบบต่าง ๆ เช่น Hydro และมีดโกนตระกูล Xtreme

สำหรับผู้หญิง บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์รวมถึง Intuition, รุ่นต่าง ๆ ของ Xtreme3 และผลิตภัณฑ์กำจัดขนตามร่างกายอื่น ๆ

จุดยืนสมัยใหม่ของ Schick เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า แบรนด์ผลิตมีดโกนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกำจัดขนที่แตกต่างกัน แทนที่จะมองว่าการโกนเป็นเรื่องเดียวกันสำหรับทุกคน บริษัทระบุว่าได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการโกนทั้งผู้ชายและผู้หญิง และได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมมากกว่า 500 รายการ9

ปรัชญาของแบรนด์

แบรนด์ Schick ยุคใหม่สร้างขึ้นบนแนวคิดเรื่อง ความเป็นตัวตน

การตลาดของแบรนด์เน้นย้ำว่า ขนบนใบหน้าและร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกส่วนบุคคล ผู้บริโภคสามารถเลือกโกนจนเกลี้ยงเกลา ไว้หนวดเครา หรือกำจัดขนตามร่างกายได้ตามความชอบของตนเอง

ปรัชญาแบรนด์ที่ประกาศไว้มีสาระสำคัญคือ:

การโกนควรช่วยให้ผู้คนแสดงออกถึงตัวตน ไม่ใช่การกำหนดรูปลักษณ์ที่พวกเขาต้องเป็น

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นในข้อความสื่อสารปัจจุบันของ Schick ที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคเป็นตัวของตัวเองและเลือกวิธีการโกนที่เหมาะสมกับตนเอง9

กลยุทธ์ “Skin-First”

การพัฒนาที่สำคัญในช่วงหลังคือความเคลื่อนไหวของ Schick ในการวางตำแหน่ง การโกนให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผิว

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2026 Edgewell ประกาศแคมเปญ “Do Right By Your Skin” ของ Schick โดยได้ Nick Jonas มาร่วมแคมเปญ แคมเปญนี้อธิบายว่าการโกนคือขั้นตอนแรกของการดูแลผิว และเป็นวิวัฒนาการของการเน้นย้ำเรื่องการปกป้องผิวที่มีมายาวนานของ Schick5

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์

การตลาดมีดโกนแบบดั้งเดิมมักเน้นที่:

ใบมีดมากขึ้น → โกนได้เรียบเนียนขึ้น

แต่จุดยืนใหม่ของ Schick เน้นไปที่:

การโกน → การปกป้องผิว → การดูแลบุคลิกภาพโดยรวม

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Schick กำลังพยายามแข่งขันไม่เพียงในฐานะ ผู้ผลิตมีดโกน เท่านั้น แต่ยังในฐานะ แบรนด์ดูแลบุคลิกภาพที่ใส่ใจสุขภาพผิว อีกด้วย

Schick ในตลาดเอเชีย

Schick มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในตลาดเอเชีย

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตลาดนานาชาติที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ Edgewell ระบุว่า ปี 2025 เป็นวาระครบรอบ 65 ปีของ Schick Japan ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแบรนด์เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นราวปี ค.ศ. 19608

ญี่ปุ่นยังกลายเป็นตลาดสำคัญสำหรับการพัฒนาแนวคิดการดูแลบุคลิกภาพขั้นสูงของ Schick ในปี 2025 Schick Japan ได้เปิดตัว Progista ซึ่ง Edgewell บรรยายว่าเป็นแบรนด์ดูแลบุคลิกภาพระดับพรีเมียมที่รวมการปกป้องผิวก่อนโกน การโกน และการดูแลผิวหลังโกนไว้ในหนึ่งเดียว8

Schick ในมาเลเซียและภูมิภาค

Schick ยังจัดจำหน่ายในมาเลเซียผ่านช่องทางค้าปลีกชั้นนำ

ตลาดมาเลเซียมีผลิตภัณฑ์ Schick หลายรุ่น ได้แก่:

  • Xtreme3
  • Reload
  • Blossom
  • Sensitive Care
  • Exacta2 Sensitive
  • Pure Nourishment
  • Hydro5

Watsons Malaysia บรรยายว่า Schick เป็นแบรนด์มีดโกนของ Edgewell Personal Care ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลบุคลิกภาพมานานเกือบหนึ่งศตวรรษ และมีประวัติศาสตร์สืบย้อนไปถึง Jacob Schick3

ความแตกต่างระหว่าง Schick และ Wilkinson Sword

Schick และ Wilkinson Sword อาจสร้างความสับสนได้ในบางครั้งเนื่องจากอยู่ในเครือบริษัทเดียวกัน

ข้อแตกต่างอย่างง่ายคือ:

แบรนด์ อัตลักษณ์หลัก
Schick แบรนด์โกนหนวดหลัก โดดเด่นเป็นพิเศษในอเมริกาเหนือและเอเชีย
Wilkinson Sword แบรนด์มีดโกน/ใบมีดหลัก โดดเด่นเป็นพิเศษในยุโรปและตลาดอื่น ๆ

ทั้งสองแบรนด์ล้วนอยู่ในพอร์ตโฟลิโอการโกนของ Edgewell3

การจัดวางแบรนด์นี้เป็นไปตามภูมิศาสตร์เป็นหลัก: ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคอาจเห็นภายใต้ชื่อ Schick ในประเทศหนึ่ง อาจปรากฏภายใต้ชื่อ Wilkinson Sword ในอีกประเทศหนึ่ง

ตำแหน่งทางการแข่งขัน

Schick ดำเนินธุรกิจในตลาดโกนหนวดระดับโลกที่มีการแข่งขันสูง

คู่แข่งหลักในอดีตประกอบด้วย:

  • Gillette
  • BIC
  • Harry’s
  • Dollar Shave Club
  • ผู้ผลิตมีดโกนและใบมีดในระดับภูมิภาค

ข้อได้เปรียบหลักของ Schick คือการผสมผสานระหว่าง มรดกแบรนด์ที่ยาวนาน ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ช่องทางจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง และพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีการโกนที่หลากหลาย

แทนที่จะแข่งขันด้วยราคาต่ำเพียงอย่างเดียว แบรนด์พยายามสร้างความแตกต่างผ่าน:

เทคโนโลยีใบมีด + การปกป้องผิว + ความสะดวกสบาย + ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์

นวัตกรรม

นวัตกรรมอาจเป็นธีมที่สำคัญที่สุดที่ดำเนินตลอดประวัติศาสตร์ของ Schick

มรดกของแบรนด์เคลื่อนผ่านหลายระยะ:

นวัตกรรมเครื่องโกนไฟฟ้า
ระบบมีดโกนสมัยใหม่
หัวใบมีดแบบหลายชั้น
ระบบหล่อลื่นและการปกป้องผิว
ระบบเฉพาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
การดูแลบุคลิกภาพที่เน้นผิวเป็นหลัก

Schick ระบุว่าได้พัฒนาและจดสิทธิบัตรนวัตกรรมมากกว่า 500 รายการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างอัตลักษณ์ของแบรนด์กับงานวิศวกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์9

ความยั่งยืน

เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมดูแลส่วนบุคคลยุคใหม่ Schick ได้หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แบรนด์ระบุว่ากำลังมุ่งหน้าสู่:

  • การใช้วัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้น
  • การลดขยะพลาสติก
  • การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องมากขึ้นเนื่องจากมีดโกนแบบเปลี่ยนหัวใบมีดแบบดั้งเดิมสามารถสร้างขยะจากวัสดุผสมจำนวนมาก ดังนั้น Schick จึงเผชิญกับความท้าทายด้านความยั่งยืนเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมมีดโกนแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเปลี่ยนหัวใบมีดโดยรวม9

โครงสร้างองค์กรปัจจุบัน

ณ ปี ค.ศ. 2026 โครงสร้างองค์กรพื้นฐานคือ:

Edgewell Personal Care

พอร์ตโฟลิโอการโกน

Schick / Wilkinson Sword / Edge / Skintimate / Personna

Edgewell เป็นบริษัทดูแลส่วนบุคคลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่ Schick เป็นแบรนด์ มิใช่บริษัทอิสระที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์6

เส้นเวลา

ปี เหตุการณ์
1772 กิจการ前身ของ Wilkinson Sword ก่อตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักร
1910 Jacob Schick คิดค้นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า
ทศวรรษ 1920 Schick พัฒนาเป็นแบรนด์โกนหนวดเชิงพาณิชย์
1926 ปีที่ Schick ใช้เป็น mốcมรดกของแบรนด์
1992 Schick และ Wilkinson Sword ควบรวมกิจการ
2003 Energizer เข้าซื้อกิจการ Schick-Wilkinson Sword จาก Pfizer
2009 Energizer เข้าซื้อกิจการ Edge และ Skintimate
2010 เปิดตัว Schick Hydro
2011 Energizer เข้าซื้อกิจการ American Safety Razor/Personna
2015 ธุรกิจดูแลส่วนบุคคลของ Energizer กลายเป็น Edgewell Personal Care
2021 Edgewell เข้าซื้อกิจการ Billie
2025 Schick Japan ฉลองครบรอบ 65 ปีในญี่ปุ่น
2026 Schick เปิดตัวแคมเปญ “Do Right By Your Skin”

แหล่งข้อมูลสำหรับเส้นเวลาองค์กรประกอบด้วยประวัติอย่างเป็นทางการและเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลของ Edgewell6

สิ่งที่ Schick เป็นตัวแทนในปัจจุบัน

โดยสรุป Schick ได้วิวัฒนาการจากบริษัทโกนหนวดที่ขับเคลื่อนโดยนักประดิษฐ์ สู่แบรนด์ดูแลบุคลิกภาพระดับโลก

อัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์สามารถสรุปได้เป็นสี่ระยะ:

① การประดิษฐ์คิดค้น

ผลงานช่วงแรกของ Jacob Schick ได้นำเทคโนโลยีใหม่มาสู่วงการโกนหนวด

② วิศวกรรม

Schick กลายเป็นสัญลักษณ์ของระบบมีดโกนและใบมีดที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ

③ การดูแลบุคลิกภาพส่วนบุคคล

แบรนด์ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์โกนหนวดและกำจัดขนสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง

④ การดูแลบุคลิกภาพที่เน้นผิวเป็นหลัก

ในปัจจุบัน Schick นำเสนอการโกนในฐานะส่วนหนึ่งของกิจวัตรดูแลผิวและการดูแลตนเองในวงกว้างมากขึ้น9

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง