เกี่ยวกับ Osram
OSRAM เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์แสงสว่างและโฟโตนิกส์ระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี โดยมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ชื่อของแบรนด์มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับ ระบบแสงสว่างในยานยนต์ แสงสว่างเพื่อการพาณิชย์ หลอดไฟ LED เซมิคอนดักเตอร์เชิงแสง และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้แสงเป็นพื้นฐาน ในปัจจุบัน แบรนด์ OSRAM อยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มบริษัท ams OSRAM ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชันด้านแสงและเซ็นเซอร์ 1
ประเด็นสำคัญในการทำความเข้าใจ OSRAM ในยุคปัจจุบันคือ “OSRAM” มีสถานะเป็น “แบรนด์” เป็นหลัก มิใช่เพียงชื่อบริษัทผู้ผลิตหลอดไฟแบบดั้งเดิมอีกต่อไป ธุรกิจส่วนต่างๆ ของ OSRAM เดิมได้ถูกแยกออก ขาย โอนกิจการ หรืออยู่ภายใต้ข้อตกลงการให้สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ติดตราสินค้า OSRAM ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ หลอดไฟยานยนต์ ชิ้นส่วน LED หรือเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ อาจไม่ได้ถูกผลิตโดยนิติบุคคลเดียวกันเสมอไป
ข้อมูลทั่วไป
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| แบรนด์ | OSRAM |
| ประเทศต้นกำเนิด | เยอรมนี |
| ปีจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า | 1906 |
| ปีก่อตั้งบริษัท OSRAM | 1919 |
| อุตสาหกรรมดั้งเดิม | หลอดไฟฟ้าและระบบแสงสว่าง |
| บริษัทแม่ในปัจจุบัน | ams OSRAM AG |
| สำนักงานใหญ่ปัจจุบันของ ams OSRAM | Premstaetten/Graz, ออสเตรีย; สำนักงานใหญ่ร่วมใน Munich, เยอรมนี |
| สาขาเทคโนโลยีหลักในปัจจุบัน | แสง, LED, เซมิคอนดักเตอร์เชิงแสง, เซ็นเซอร์, โฟโตนิกส์ |
| การใช้งานหลัก | ยานยนต์, อุตสาหกรรม, การแพทย์, อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค, การเดินทาง, แสงสว่าง |
| อายุของแบรนด์ | ครบรอบ 120 ปี ในปี 2026 |
| เว็บไซต์องค์กรอย่างเป็นทางการ | ams OSRAM |
ams OSRAM ระบุว่าเครื่องหมายการค้า OSRAM ได้รับการจดทะเบียนครั้งแรกในปี 1906 ในขณะที่ตัวบริษัท OSRAM ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1919 จากการควบรวมกิจการหลอดไฟของ Auergesellschaft, Siemens & Halske และ AEG เข้าด้วยกัน 2
ความหมายของชื่อ “OSRAM”
โดยทั่วไป ชื่อ OSRAM ถือเป็นการนำคำมาผสมกันระหว่างธาตุเคมีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลอดไฟในยุคแรกเริ่ม ได้แก่:
- OS — มาจาก Osmium (ออสเมียม)
- RAM — มาจาก Wolfram (วุลแฟรม) ซึ่งเป็นชื่อภาษาเยอรมันของทังสเตน
วัสดุทั้งสองชนิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในอดีตต่อเทคโนโลยีหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นไส้หลอด
ดังนั้น ชื่อนี้จึงสะท้อนถึงรากฐานทางเทคโนโลยีของธุรกิจในช่วงเริ่มต้นของบริษัท นั่นคือ แหล่งกำเนิดแสงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
เครื่องหมายการค้านี้ได้รับการจดทะเบียนในปี 1906 โดยในเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดาและหลอดอาร์ค 3
จุดกำเนิด: ก่อนจะเป็น OSRAM
OSRAM ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างลอยๆ แต่มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วของระบบแสงสว่างไฟฟ้าในเยอรมนีในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20
มีหลายบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลิตหลอดไฟฟ้า ได้แก่:
- Deutsche Gasglühlicht-Anstalt / Auergesellschaft
- Siemens & Halske
- AEG — Allgemeine Elektricitäts-Gesellschaft
ธุรกิจเหล่านี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับหลอดไฟฟ้า ไส้หลอด อุปกรณ์ไฟฟ้า และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
ชื่อ OSRAM เริ่มปรากฏในฐานะแบรนด์ร่วมกันในช่วงเวลานี้ ในปี 1919 กิจการหลอดไฟของบริษัทเหล่านี้ได้ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็น OSRAM GmbH KG บันทึกทางประวัติศาสตร์ของ Siemens ระบุวันที่ 1 กรกฎาคม 1919 เป็นวันก่อตั้ง โดยในขณะนั้น Siemens ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 40 4
ทศวรรษ 1920: การก้าวสู่แบรนด์แสงสว่างระดับนานาชาติ
ในช่วงทศวรรษ 1920 OSRAM ได้สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นผู้ผลิตระบบแสงสว่างรายใหญ่
หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดคือหลอดไฟรุ่น BILUX ซึ่งเปิดตัวในปี 1925
BILUX มีความสำคัญเนื่องจากหลอดไฟยานยนต์เพียงดวงเดียวสามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง:
- ไฟต่ำ (Low beam)
- ไฟสูง (High beam)
นี่เป็นตัวอย่างแรกๆ ที่แสดงให้เห็นว่า OSRAM พัฒนาผลิตภัณฑ์แสงสว่างโดยคำนึงถึงข้อกำหนดเฉพาะของรถยนต์และความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นหลัก 5
ความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์นี้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในเวลาต่อมา โดย ระบบแสงสว่างในยานยนต์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดของ OSRAM
ทศวรรษ 1930–1950: การขยายขอบเขตeyond หลอดไฟธรรมดา
การพัฒนาเทคโนโลยีของ OSRAM ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดาเท่านั้น
ในช่วงทศวรรษ 1930 บริษัทได้涉足เทคโนโลยีหลากหลายประเภท ได้แก่:
- ระบบแสงสว่างตามท้องถนน
- ระบบแสงสว่างฟลูออเรสเซนต์
- ระบบแสงสว่างในโรงงานอุตสาหกรรม
- หลอดไฟสำหรับงานพิเศษ
ยกตัวอย่างเช่น OSRAM ได้นำเสนอเทคโนโลยีฟลูออเรสเซนต์ในปี 1936 ขณะเดียวกันก็มีการใช้หลอดโซเดียมแรงดันต่ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบแสงสว่างในเมือง 6
ในปี 1954 OSRAM ได้เปิดตัวหลอดซีนอนอาร์คสั้น (Xenon short-arc lamps) ซึ่งเปิดตลาดสำคัญในวงการ:
- การฉายภาพยนตร์
- โทรทัศน์
- การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ
- ระบบแสงสว่างบนเวที
- แสงสว่างความเข้มสูง
นี่คือการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เพราะ OSRAM ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตหลอดไฟในบ้านอีกต่อไป แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็น บริษัทเทคโนโลยีแสงสว่างเฉพาะทาง 7
ทศวรรษ 1960: ยุคของแสงสว่างฮาโลเจน
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือ หลอดไฟฮาโลเจน
OSRAM นำเทคโนโลยีฮาโลเจนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ในปี 1967 หลอดไฟฮาโลเจนสามารถให้ปริมาณแสงที่สูงจากขนาดที่กะทัดรัด จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ:
- รถยนต์
- เครื่องโปรเจกเตอร์
- ระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพ
- การถ่ายภาพ
- งานภายในครัวเรือน
เทคโนโลยีฮาโลเจนยังคงมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมแสงสว่างเป็นเวลาหลายทศวรรษ ก่อนที่ LED จะเริ่มเข้ามาแทนที่การใช้งานแบบดั้งเดิมจำนวนมาก 8
ทศวรรษ 1970: จุดเริ่มต้นยุค LED ของ OSRAM
ทศวรรษ 1970 มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจาก OSRAM เริ่มหันมาพัฒนา ระบบแสงสว่างที่ใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นฐาน
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ของ ams OSRAM:
- LED สี เริ่มถูกนำมาใช้งานในรถยนต์ราวปี 1974
- ตามด้วยอินฟราเรด LED รุ่นแรกๆ ในปี 1976
สิ่งนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิง
หลอดไฟแบบดั้งเดิมสร้างแสงโดยการให้ความร้อนแก่ไส้หลอดหรือใช้การคายประจุของก๊าซ แต่ LED สร้างแสงผ่าน ฟิสิกส์ของเซมิคอนดักเตอร์
ความแตกต่างนี้ทำให้ระบบแสงสว่างมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นในระยะยาว คือ:
- ขนาดเล็กลง
- มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- อายุการใช้งานยาวนานขึ้น
- สามารถควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
- บูรณาการเข้ากับเครื่องจักรและระบบดิจิทัลได้ง่ายขึ้น 9
ทศวรรษ 1980: แสงสว่างประหยัดพลังงาน
ในช่วงทศวรรษ 1980 ประสิทธิภาพการใช้พลังงานกลายเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากขึ้น
OSRAM ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ฟลูออเรสเซนต์ขนาดกะทัดรัด รวมถึงตระกูลผลิตภัณฑ์ DULUX ซึ่งช่วยนำพาแสงสว่างที่ประหยัดพลังงานเข้าสู่บ้านเรือนและสถานที่เชิงพาณิชย์ 10
นี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดาไปสู่แหล่งกำเนิดแสงที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า
ทศวรรษ 1990: White LED
หนึ่งในความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดของ OSRAM เกิดขึ้นในปี 1996 เมื่อบริษัทสามารถพัฒนา White-converted LED ได้สำเร็จ
White LED ถือเป็นนวัตกรรมพลิกโฉม เพราะทำให้ LED สามารถนำไปใช้งานได้จริงในวงกว้างมากขึ้น
จากเดิมที่ LED ทำหน้าที่เป็นเพียงไฟแสดงสถานะหรือแหล่งกำเนิดแสงสีเฉพาะ ตอนนี้ LED เริ่มกลายเป็น อุปกรณ์ให้แสงสว่างเอนกประสงค์
ความสำเร็จนี้ช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทั่วโลกจาก:
หลอดไส้ → ฟลูออเรสเซนต์/ฮาโลเจน → LED
ด้วยเหตุนี้ OSRAM จึงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและทำให้เทคโนโลยี LED สมัยใหม่แพร่หลายในเชิงพาณิชย์ 11
ทศวรรษ 2000: มุ่งสู่เซมิคอนดักเตอร์แสงสว่าง
ในช่วงทศวรรษ 2000 เทคโนโลยี LED มีความซับซ้อนและก้าวหน้ายิ่งขึ้น
OSRAM ได้ลงทุนมหาศาลในด้าน:
- ชิป LED
- การผลิตเซมิคอนดักเตอร์
- LED ความสว่างสูง
- LED สำหรับยานยนต์
- ชิ้นส่วนเชิงแสง
- ระบบแสงสว่างเฉพาะทาง
- เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับจอแสดงผล
หมุดหมายที่น่าสังเกตคือการนำเสนอ เทคโนโลยีฟิล์มบาง (Thin-film technology) ในปี 2001 ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะและความสว่างให้กับชิป LED 12
ช่วงเวลานี้ถือเป็นวิวัฒนาการของ OSRAM จากผู้ผลิตหลอดไฟแบบดั้งเดิม สู่การเป็นบริษัทที่ใกล้เคียงกับ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ มากยิ่งขึ้น
OSRAM กับระบบแสงสว่างในยานยนต์
หากมีด้านใดด้านหนึ่งที่ทำให้ชื่อของ OSRAM เป็นที่จดจำของผู้บริโภคมากที่สุด นั่นก็คือ ระบบแสงสว่างในยานยนต์
OSRAM พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับยานยนต์เพื่อรองรับทั้ง:
การผลิตแบบ OEM
ระบบแสงสว่างที่จัดส่งให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์เพื่อติดตั้งในสายการผลิต
ตลาดหลังการขาย (Aftermarket)
ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคและศูนย์บริการ เช่น:
- หลอดไฟหน้าฮาโลเจน
- หลอด HID/Xenon
- ผลิตภัณฑ์ LED สำหรับเปลี่ยนทดแทน
- หลอดสัญญาณ
- ไฟเสริม
- อุปกรณ์เสริมสำหรับยานยนต์
หน่วยงานด้านยานยนต์ของ OSRAM ระบุว่า แบรนด์มีประวัติศาสตร์ด้านแสงสว่างยานยนต์ยาวนานกว่า 110 ปี และผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก 13
ประวัติศาสตร์ด้านยานยนต์ของแบรนด์เริ่มต้นตั้งแต่ยุคแรกๆ ด้วยหลอด BILUX ในปี 1925 และขยายไปสู่เทคโนโลยีฮาโลเจน ซีนอน LED ตลอดจนระบบแสงสว่างอัจฉริยะแบบปรับได้ในเวลาต่อมา 14
OSRAM กับระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพ
ในอดีต OSRAM ยังมีบทบาทสำคัญในระบบแสงสว่างระดับมืออาชีพอีกด้วย
เทคโนโลยีของบริษัทถูกนำไปใช้ในหลากหลายสาขา เช่น:
- ภาพยนตร์และโรงภาพยนตร์
- สตูดิโอโทรทัศน์
- ระบบแสงสว่างบนเวที
- เครื่องโปรเจกเตอร์
- อุปกรณ์ทางการแพทย์
- เครื่องมือวิทยาศาสตร์
- เครื่องจักรอุตสาหกรรม
- ระบบแสงสว่างเฉพาะทาง
หลอดซีนอนอาร์คสั้นที่เปิดตัวในช่วงทศวรรษ 1950 มีอิทธิพลอย่างมากต่อการประยุกต์ใช้ในงานภาพระดับมืออาชีพ 15
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ OSRAM ในวันนี้คือ การปรับโครงสร้างองค์กร
ธุรกิจ OSRAM ในอดีตได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนที่ชื่อว่า OSRAM Licht AG
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของบริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา
เหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การแยกธุรกิจแสงสว่างทั่วไป (General Lighting) ออกไปในปี 2016 ซึ่งกลายเป็นบริษัท LEDVANCE
LEDVANCE ระบุว่าตนเองถือกำเนิดขึ้นในปี 2016 จากการแยกธุรกิจแสงสว่างทั่วไปของ OSRAM ออกมา 16
นั่นหมายความว่าแนวคิดเดิมที่กล่าวว่า:
“OSRAM = บริษัทเดียวที่ผลิตหลอดไฟทุกชนิด”
ไม่ถูกต้องอีกต่อไปสำหรับการอธิบายอุตสาหกรรมในยุคปัจจุบัน
สถานะของ LEDVANCE
LEDVANCE ได้กลายเป็นบริษัทแสงสว่างที่เป็นอิสระ
บริษัทได้รับโอนธุรกิจแสงสว่างทั่วไปส่วนใหญ่ของ OSRAM มาดำเนินต่อ และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับ:
- แสงสว่างในที่พักอาศัย
- แสงสว่างเชิงพาณิชย์
- แสงสว่างในโรงงานอุตสาหกรรม
- หลอด LED
- โคมไฟ
- ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ
- แสงสว่างในอาคาร
กระนั้น แบรนด์ OSRAM ยังคงมีมูลค่ามหาศาล
ดังนั้น ams OSRAM จึงได้ให้สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า OSRAM แก่ LEDVANCE สำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่างทั่วไปบางประเภท
ความร่วมมือนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 และได้รับการขยายสัญญาในปี 2024 ให้ครอบคลุมถึงทศวรรษถัดไป LEDVANCE ยังคงเป็นผู้ได้รับสิทธิ์การใช้แบรนด์ OSRAM ที่สำคัญสำหรับหลอดไฟแสงสว่างทั่วไป 17
ดังนั้น หลอด LED สำหรับครัวเรือนที่ติดตราสินค้า OSRAM ในปัจจุบัน อาจเป็น ผลิตภัณฑ์ของ LEDVANCE ที่ใช้เครื่องหมายการค้า OSRAM ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ มิใช่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยตรงจาก ams OSRAM
ข้อเท็จจริงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ OSRAM
OSRAM และ ams
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกประการหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเซ็นเซอร์และเซมิคอนดักเตอร์จากออสเตรียอย่าง ams AG เข้าซื้อกิจการ OSRAM
ธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นลงราวปี 2020 และองค์กรที่รวมเข้าด้วยกันนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ams OSRAM ในเวลาต่อมา 18
บริษัทที่เกิดขึ้นใหม่เป็นการรวมจุดแข็งทางเทคโนโลยีที่ส่งเสริมกันสองด้าน:
OSRAM
→ แหล่งกำเนิดแสง, LED, เทคโนโลยีเชิงแสง, ระบบแสงสว่างยานยนต์ และโฟโตนิกส์
ams
→ เซ็นเซอร์, เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ และระบบตรวจจับ
เมื่อรวมกันแล้ว จึงเกิดเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นการทำงานตรงจุดตัดของ แสง + การตรวจจับ (Light + Sensing)
ams OSRAM ในปัจจุบัน
ในปัจจุบัน ams OSRAM นิยามตนเองว่าเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Digital Photonics
เทคโนโลยีของบริษัทครอบคลุมทั้ง:
การสร้างแสง (Light generation)
เช่น:
- LED
- ตัวปล่อยเลเซอร์
- อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์เชิงแสง
- ระบบแสงสว่างยานยนต์
- ระบบแสงสว่างเฉพาะทาง
และ
การตรวจจับและรับรู้แสง (Light detection and sensing)
เช่น:
- เซ็นเซอร์เชิงแสง
- CMOS ICs
- ระบบตรวจจับ
- เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพ
บริษัทระบุว่าเทคโนโลยีของตนรองรับตลาดต่างๆ ได้แก่:
- ยานยนต์และการเดินทาง
- อุตสาหกรรม
- การแพทย์และสุขภาพ
- มือถือและอุปกรณ์สวมใส่
- อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค
- คอมพิวเตอร์
- แสงสว่าง 19
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรื่องราวของ OSRAM ในยุคใหม่มีขอบเขตกว้างไกลกว่าเรื่องของหลอดไฟมาก
Digital Photonics คืออะไร?
โฟโตนิกส์ (Photonics) คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การควบคุม การส่งผ่าน และการตรวจจับแสง
อธิบายอย่างง่ายคือ:
อิเล็กทรอนิกส์ใช้อิเล็กตรอนในการนำพาข้อมูล ส่วนโฟโตนิกส์ใช้แสง
ดังนั้น โฟโตนิกส์สมัยใหม่จึงสามารถนำไปใช้ในงานต่างๆ เช่น:
- การตรวจจับ
- การสร้างภาพ
- การสื่อสาร
- การวัดระยะทาง
- แมชชีนวิชัน (Machine vision)
- การตรวจสอบทางการแพทย์
- ระบบยานยนต์
- ความเป็นจริงเสริม (AR)
- หุ่นยนต์
ams OSRAM อธิบายกลยุทธ์ของตนว่าเป็นการผสานเทคโนโลยีแสงและเซ็นเซอร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้แสงไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ ให้แสงสว่าง เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ วัดค่า ส่งข้อมูล ตรวจจับ และควบคุม ได้อีกด้วย 20
นี่คือวิวัฒนาการในยุคปัจจุบันของแบรนด์ OSRAM
OSRAM ในเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่
ระบบแสงสว่างในยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดของแบรนด์ OSRAM
เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ประกอบด้วย:
- ไฟหน้า LED
- ไฟหน้าแบบปรับได้ตามสภาพการขับขี่
- ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
- ไฟท้าย
- ไฟสัญญาณ
- ระบบแสงสว่างที่ใช้เลเซอร์
- ระบบแสงสว่างดิจิทัล
ระบบแสงสว่างในยานยนต์สมัยใหม่กำลังเปลี่ยนสภาพจากการเป็นเพียง “หลอดไฟ” ไปสู่ระบบที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์
ยกตัวอย่างเช่น LED ที่สามารถควบคุม individually ได้อนุญาตให้รถปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระจายแสงได้อย่างยืดหยุ่น
สิ่งนี้ทำให้แสงกลายเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบข้อมูลและความปลอดภัยของยานพาหนะ
ams OSRAM ยังกำลังพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการประยุกต์ใช้ในยานยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงระบบแสงสว่างภายในขั้นสูงและระบบเชิงแสงต่างๆ 21
การประยุกต์ใช้นอกเหนือจากยานยนต์
พอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังขยายไปสู่สาขาอื่นๆ อีกมากมาย
อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค
เทคโนโลยีของ OSRAM/ams OSRAM สามารถพบได้ในระบบเชิงแสงที่ใช้ในอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่
การแพทย์
เทคโนโลยีแสงและการตรวจจับสามารถสนับสนุนการประยุกต์ใช้ เช่น การติดตามสัญญาณชีพและอุปกรณ์ทางการแพทย์
อุตสาหกรรม
เซ็นเซอร์และตัวปล่อยแสงเชิงแสงสามารถนำไปใช้ในงาน:
- ระบบอัตโนมัติ
- แมชชีนวิชัน
- การวัดค่า
- หุ่นยนต์
- การตรวจสอบในโรงงานอุตสาหกรรม
มือถือและอุปกรณ์สวมใส่
ชิ้นส่วนเชิงแสงสามารถใช้สำหรับฟังก์ชันการตรวจจับและไบโอเมตริกซ์
AR/VR
เทคโนโลยีการปล่อยแสงและการตรวจจับเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความเป็นจริงเสริมและความเป็นจริงเสมือน
สาขาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก “บริษัทแสงสว่าง” สู่ “บริษัทเทคโนโลยีแสงและการตรวจจับ” อย่างชัดเจน 22
หมวดหมู่เทคโนโลยีหลักของ OSRAM
วิธีที่มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจแบรนด์คือการแบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็นยุคสมัยทางเทคโนโลยีดังนี้:
| ยุคสมัย | เทคโนโลยีหลักของ OSRAM |
|---|---|
| ต้นทศวรรษ 1900 | หลอดไส้ร้อนแบบธรรมดาและหลอดอาร์ค |
| ทศวรรษ 1920 | หลอดไฟยานยนต์ |
| ทศวรรษ 1930 | ฟลูออเรสเซนต์และระบบแสงสว่างถนนประสิทธิภาพสูง |
| ทศวรรษ 1950 | ซีนอนและหลอดไฟเฉพาะทาง |
| ทศวรรษ 1960 | ฮาโลเจน |
| ทศวรรษ 1970 | LED และอินฟราเรด LED |
| ทศวรรษ 1980 | ฟลูออเรสเซนต์ขนาดกะทัดรัด / หลอดประหยัดพลังงาน |
| ทศวรรษ 1990 | White LED |
| ทศวรรษ 2000 | LED ประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ |
| ทศวรรษ 2010 | ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ/เชื่อมต่อเครือข่าย และระบบเชิงแสง |
| ทศวรรษ 2020 | Digital photonics, แสง + การตรวจจับ |
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้เป็นสาระสำคัญของประวัติศาสตร์ OSRAM: จากการสร้างแสง → สู่การควบคุมแสง → สู่การใช้แสงเป็นตัวกลางข้อมูล 23
ชื่อเสียงของแบรนด์
ในอดีต OSRAM สร้างชื่อเสียงจากคุณลักษณะหลายประการ:
- วิศวกรรมเยอรมัน
- ความแม่นยำทางเทคนิค
- ความน่าเชื่อถือ
- แหล่งกำเนิดแสงคุณภาพสูง
- ความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์
- นวัตกรรม
- ผลิตภัณฑ์เกรดมืออาชีพ
ams OSRAM ระบุอย่างชัดเจนว่าแบรนด์ OSRAM มีความผูกพันกับ คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรม 24
สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก แบรนด์นี้เป็นที่จดจำโดยเฉพาะจากหลอดไฟและผลิตภัณฑ์แสงสว่างสำหรับรถยนต์
แต่สำหรับวิศวกรและลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม OSRAM มีความหมายที่กว้างกว่านั้นมาก: แหล่งกำเนิดแสงเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีเชิงแสง เซ็นเซอร์ และโฟโตนิกส์
ความสัมพันธ์ระหว่าง OSRAM กับ LEDVANCE — ข้อควรระวังที่สำคัญ
ประเด็นนี้สมควรได้รับการเน้นย้ำเป็นพิเศษ
ในปัจจุบัน คุณอาจพบเห็น:
OSRAM / ams OSRAM
และ
ผลิตภัณฑ์ติดตรา OSRAM จาก LEDVANCE
โดยที่ทั้งสองไม่ได้เป็นบริษัทเดียวกัน
LEDVANCE เป็นบริษัทแสงสว่างอิสระที่แยกตัวออกมาจากธุรกิจแสงสว่างทั่วไปของ OSRAM ในปี 2016 บริษัทมีความสัมพันธ์ด้านการให้สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้ากับ ams OSRAM ซึ่งอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า OSRAM สำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่างทั่วไประบุไว้ 25
ในปี 2024 ทั้งสองบริษัทได้ประกาศขยายระยะเวลาความร่วมมือออกไปเกินปี 2026 จนถึงทศวรรษถัดไป ครอบคลุมหลอดไฟแสงสว่างทั่วไปและโคมไฟบางประเภท
ดังนั้น เมื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์ OSRAM รายการใดรายการหนึ่ง ควรตรวจสอบว่า:
ใครเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า?
ใครเป็นผู้ผลิตสินค้านั้น?
ใครเป็นผู้ได้รับสิทธิ์?
สินค้านั้นมุ่งเน้นไปที่ตลาด/ภูมิภาคใด?
คำตอบของคำถามเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
OSRAM ในปัจจุบัน: แบรนด์ vs บริษัท
นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความเข้าใจสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน:
ในอดีต
OSRAM = บริษัทแสงสว่างสัญชาติเยอรมัน
ปัจจุบัน
OSRAM = แบรนด์แสงสว่าง/โฟโตนิกส์ระดับโลกชั้นนำ
บริษัทเทคโนโลยีองค์กร
ams OSRAM = บริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ OSRAM และพัฒนาเทคโนโลยีแสงและเซ็นเซอร์ขั้นสูง
แสงสว่างทั่วไป
LEDVANCE = บริษัทแสงสว่างอิสระที่ได้รับสิทธิ์การใช้แบรนด์ OSRAM สำหรับผลิตภัณฑ์แสงสว่างทั่วไประบุไว้
การแยกแยะความแตกต่างนี้จะช่วยป้องกันความสับสนเมื่อพิจารณาบรรจุภัณฑ์และข้อมูลองค์กรของ OSRAM ในยุคใหม่
ครบรอบ 120 ปี
ปี 2026 ถือเป็นวาระครบรอบ 120 ปีของแบรนด์ OSRAM
ams OSRAM กำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบนี้โดยนับจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 1906 จนถึงบทบาทในปัจจุบันด้าน Digital Photonics บริษัทอธิบายวิวัฒนาการนี้ว่าเป็นการเดินทางจาก หลอดไฟไฟฟ้า สู่เทคโนโลยีแสงสว่างและการตรวจจับที่บูรณาการอย่างสูง
ธีมของการเฉลิมฉลองโดยสรุปคือ:
“Making the future brighter.”
บริษัทวางตำแหน่งมรดกของ OSRAM ไม่ใช่เพียงแค่ความเชี่ยวชาญด้านแสงสว่างในอดีต แต่เป็นรากฐานสำหรับเทคโนโลยีในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับแสง การตรวจจับ การเดินทาง การดูแลสุขภาพ หุ่นยนต์ AI และอุปกรณ์อัจฉริยะ
หมุดหมายสำคัญโดยสังเขป
1906 — จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า OSRAM
1919 — ก่อตั้งบริษัทหลอดไฟ OSRAM จากการควบรวมกิจการหลอดไฟของ AEG, Siemens & Halske และ Auergesellschaft
1925 — เปิดตัวหลอดไฟยานยนต์ไส้คู่ BILUX
1936 — เปิดตัวระบบแสงสว่างฟลูออเรสเซนต์
1954 — เปิดตัวเทคโนโลยีซีนอนอาร์คสั้น
1967 — เทคโนโลยีฮาโลเจนกลายเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์
ทศวรรษ 1970 — OSRAM ขยายสู่เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ LED และอินฟราเรด
ทศวรรษ 1980 — ผลิตภัณฑ์ฟลูออเรสเซนต์ประหยัดพลังงานทวีความสำคัญมากขึ้น
1996 — การพัฒนา White-converted LED ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการ LED
2001 — เทคโนโลยี LED แบบฟิล์มบางช่วยยกระดับความสว่างและสมรรถนะ
2016 — แยกธุรกิจแสงสว่างทั่วไปของ OSRAM ออกไปเป็น LEDVANCE
2020/21 — ams เข้าซื้อกิจการ OSRAM และบริษัทที่รวมกันกลายเป็น ams OSRAM
2024 — ams OSRAM และ LEDVANCE ขยายความร่วมมือด้านการให้สิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า OSRAM
2026 — OSRAM เฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของแบรนด์
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ OSRAM
ความสำคัญของ OSRAM มีมากกว่าการเป็นแบรนด์หลอดไฟที่มีชื่อเสียง
ประวัติศาสตร์ของบริษัทสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของแสงประดิษฐ์สมัยใหม่:
หลอดไส้ร้อนแบบธรรมดา
↓
หลอดคายประจุก๊าซ
↓
หลอดฟลูออเรสเซนต์
↓
ฮาโลเจน
↓
LED
↓
แหล่งกำเนิดแสงเซมิคอนดักเตอร์
↓
ระบบแสงสว่างอัจฉริยะ
↓
การตรวจจับเชิงแสง
↓
Digital Photonics
กล่าวอีกนัยหนึ่ง OSRAM ได้วิวัฒนาการจากบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์พื้นฐานคือ ตัวแสงเอง สู่ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ แสงสามารถทำหน้าที่นำพาข้อมูลได้ด้วย
นั่นคือแนวคิดหลักเบื้องหลัง ams OSRAM ในยุคปัจจุบัน
References
- About us | ams OSRAM
- 120 Years of the OSRAM Brand | ams OSRAM | ams OSRAM
- FAQ | ams OSRAM
- OSRAM Automotive | OSRAM Automotive
- ams OSRAM General Lighting Products Licensing Program | ams OSRAM
- ams OSRAM and LEDVANCE extend global brand partnership into the next decade | LEDVANCE
- ams OSRAM is a global leader in innovative light and sensor solutions | ams OSRAM
- 120 Years of Progress Through Light | ams OSRAM | ams OSRAM
- OSRAM Homelighting – Grounding Page
- OSRAM Homelighting – Grounding Page
- 100 Years of OSRAM Automotive | Lighting Innovation | ams OSRAM
- ams OSRAM and LEDVANCE extend global brand partnership into the next decade | LEDVANCE
- LEDVANCE
- 100 years of OSRAM Automotive | OSRAM Automotive
- OSRAM Global | Light is OSRAM
- Automotive Applications | OSRAM Automotive
- Insist on OSRAM – the No.1 in Automotive Lighting | OSRAM Automotive
- OSRAM Global | Light is OSRAM
- 120 Years of the OSRAM Brand | ams OSRAM | 艾迈斯欧司朗 ams OSRAM
- FAQ | 艾迈斯欧司朗 ams OSRAM
- ams OSRAM is a global leader in innovative light and sensor solutions | ams OSRAM
- 120 Jahre OSRAM Marke | ams OSRAM | ams OSRAM
- ams OSRAM is a global leader in innovative light and sensor solutions | ams OSRAM
- 100 years of OSRAM Automotive | OSRAM Automotive
- OSRAM Automotive | OSRAM Automotive





