T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Okura

Okura Hotels & Resorts เป็นแบรนด์โรงแรมหรูของญี่ปุ่นที่ดำเนินการโดย Hotel Okura Co., Ltd. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการด้านการต้อนรับชั้นนำของประเทศ แบรนด์นี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการผสมผสานสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับแนวคิด omotenashi หรือจิตวิญญาณแห่งการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ควบคู่ไปกับมาตรฐานโรงแรมสากลสมัยใหม่ ปรัชญาการดำเนินงานหลักของแบรนด์มักถูกสรุปด้วยวลี “Best Accommodation, Best Cuisine and Best Service” (Best A.C.S.) 1

รากฐานของแบรนด์เริ่มต้นจาก Hotel Okura Tokyo ซึ่งเปิดให้บริการในปี 1962 จากโรงแรมเรือธงแห่งแรกนี้ Okura ได้ขยายกิจการจนกลายเป็นกลุ่มโรงแรมระดับนานาชาติที่มีเครือข่ายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย 1

ภาพรวมแบรนด์

คุณลักษณะ ข้อมูล
แบรนด์ Okura Hotels & Resorts
บริษัทแม่ Hotel Okura Co., Ltd.
ประเทศต้นกำเนิด ญี่ปุ่น
สำนักงานใหญ่ Tokyo, Japan
ก่อตั้ง 1958 (Hotel Okura Co., Ltd.); โรงแรมเรือธงเปิดปี 1962
อุตสาหกรรม ธุรกิจโรงแรมและบริการ / โรงแรมระดับหรู
ตำแหน่งทางการตลาด โรงแรมระดับพรีเมียมถึงระดับหรู
ปรัชญาหลัก Best Accommodation, Best Cuisine, Best Service
แนวคิดการบริการ Omotenashi แบบญี่ปุ่นผสานมาตรฐานสากล
บริษัทดำเนินงานหลัก Okura Nikko Hotel Management Co., Ltd.
แบรนด์ในเครือ Nikko Hotels International; Hotel JAL City
โปรแกรมสมาชิก One Harmony

Hotel Okura Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1958 เดิมใช้ชื่อว่า Taisei Kanko Co., Ltd. ก่อนที่โรงแรมเรือธงอย่าง Hotel Okura Tokyo จะเปิดให้บริการในเดือน พฤษภาคม 1962 1

ประวัติความเป็นมา

จุดเริ่มต้น: 1958–1962

ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Okura เริ่มต้นขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังสร้างอัตลักษณ์ใหม่บนเวทีนานาชาติและเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก

บริษัท前身ของ Hotel Okura คือ Taisei Kanko Co., Ltd. ได้จัดตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 1958 โดยมีโครงการหลักคือการพัฒนาระบบโรงแรมนานาชาติขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียว 1

โครงการดังกล่าวได้กลายมาเป็น Hotel Okura Tokyo ซึ่งเปิดทำการในเดือนพฤษภาคม 1962 โรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบเพื่อนำเสนอความหรูหราสมัยใหม่ผ่านมุมมองแบบญี่ปุ่นแท้ๆ แทนที่จะลอกเลียนแบบสไตล์ยุโรปหรืออเมริกัน ปรัชญานี้ได้กลายเป็นแก่นสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ Okura นับแต่นั้นมา

การขยายตัวสู่ระดับนานาชาติ

Okura เริ่มขยายสาขาออกไปนอกประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างเร็ว โดยมีความก้าวหน้าที่สำคัญดังนี้:

  • 1966 — เปิดบริการร้านอาหาร Hotel Okura Restaurant ในนาโกย่า
  • 1971 — เปิด Hotel Okura Amsterdam ซึ่งนับเป็นหนึ่งในทรัพย์สินต่างประเทศที่สำคัญในช่วงแรก
  • 1978 — ก่อตั้ง Hotel Okura Chain ซึ่งเป็นรากฐานของ Okura Hotels & Resorts ในปัจจุบัน
  • 1979 — Hotel Shilla ในโซล เปิดให้บริการในฐานะโรงแรมพันธมิตร
  • 1989 — เปิด Hotel Okura Kobe
  • 1990 — เปิด Garden Hotel Shanghai
  • 1994 — เปิด Okura Act City Hotel Hamamatsu
  • 1997 — เปิด Okura Akademia Park Hotel
  • 1998 — เปลี่ยนชื่อเครือข่ายเป็น Okura Hotels & Resorts
  • 1999 — เปิด Hotel Okura Fukuoka 1

ช่วงเวลาเหล่านี้ได้ตอกย้ำสถานะของ Okura ในฐานะแบรนด์การบริการระดับนานาชาติที่มีรากเหง้าจากญี่ปุ่น มิใช่เพียงแค่โรงแรมในโตเกียวเท่านั้น

โรงแรม Hotel Okura Tokyo แห่งเดิม

Hotel Okura Tokyo แห่งเดิมถือได้ว่ามีความสำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการตีความงานออกแบบสไตล์ญี่ปุ่น โดยการนำองค์ประกอบดั้งเดิมมาผสมผสานกับฟังก์ชันการใช้งานของโรงแรมสากลสมัยใหม่

แทนที่จะใช้อาคารสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยตรง การออกแบบกลับนำสัดส่วน วัสดุ สีสัน และลวดลายแบบญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมแบบโมเดิร์นนิสต์ ทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของ การออกแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ และช่วยกำหนดภาษางานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Okura

อาคารเดิมปิดตัวลงในเดือน สิงหาคม 2015 เพื่อทำการสร้างใหม่ และได้เปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนกันยายน 2019 ภายใต้ชื่อ The Okura Tokyo 1

ปรัชญาการออกแบบของ Okura

สิ่งที่ทำให้ Okura แตกต่างจากแบรนด์โรงแรมหรูระดับนานาชาติหลายแห่ง คืออัตลักษณ์ที่ผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ สุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น แบรนด์มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสองขั้ว ได้แก่:

ความละเอียดอ่อนแบบญี่ปุ่น + ฟังก์ชันการใช้งานแบบสากล

Okura อธิบายแนวทางของตนว่าเป็นการผสมผสานความงามอันประณีตและลึกซึ้งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เข้ากับความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการใช้งานแบบตะวันตก 1 ลักษณะเด่นที่พบเห็นได้ทั่วไปประกอบด้วย:

  • ความหรูหราที่สุขุม ไม่ฟุ้งเฟ้อ
  • สัดส่วนที่ได้รับการควบคุมอย่างพิถีพิถัน
  • การใช้วัสดุจากธรรมชาติ
  • ลวดลายและสัญลักษณ์แบบญี่ปุ่น
  • องค์ประกอบภาพแบบมินิมอล
  • การบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดสูง
  • เน้นบรรยากาศแห่งความสงบเงียบ
  • การตกแต่งภายในที่เป็นทางการแต่ไม่โอ่อ่า
  • ศิลปะการปรุงอาหารแบบญี่ปุ่น

กล่าวคือ สไตล์ความหรูหราของ Okura มักมีความ เงียบงัน ประณีต และมีระเบียบวินัย มากกว่าการแสดงออกถึงความมั่งคั่งอย่างโจ่งแจ้ง

แนวคิด Omotenashi

Omotenashi เป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาการบริการของ Okura แม้คำนี้จะมักถูกแปลว่า “การต้อนรับแบบญี่ปุ่น” แต่เนื้อแท้ของแนวคิดไปไกลกว่าแค่ความสุภาพต่อแขกผู้มาเยือน

หลักการสำคัญประกอบด้วย:

  • การคาดการณ์ความต้องการของแขกไว้ล่วงหน้า
  • ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย
  • ความจริงใจ
  • ความรอบคอบและไม่ล่วงล้ำ
  • ความสม่ำเสมอ
  • ความเคารพ
  • การสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายโดยไม่ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกอึดอัด

เอกสารองค์กรของ Okura ระบุชัดเจนว่าการบริการของตนยึดถือหลัก omotenashi แบบญี่ปุ่น 1

ปรัชญานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจาก Okura ต้องแข่งขันในตลาดที่มีกลุ่มโรงแรมหรูระดับโลกอย่าง Marriott, Hilton, Hyatt, Accor และ IHG ครองส่วนแบ่งอยู่ แทนที่จะพยายามเป็นเพียงเวอร์ชันญี่ปุ่นของโรงแรมหรูสากลทั่วไป จุดแตกต่างของ Okura คือ:

“มาตรฐานความระดัับนานาชาติที่ส่งมอบผ่านปรัชญาการบริการแบบญี่ปุ่น”

อาหารและเครื่องดื่ม

อาหารเป็นอีกเสาหลักสำคัญของอัตลักษณ์ Okura ตามปรัชญาประวัติศาสตร์ของบริษัทคือ Best A.C.S. — Best Accommodation, Best Cuisine and Best Service 1

ดังนั้น ร้านอาหารจึงไม่ใช่เพียงสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม แต่เป็นหนึ่งสามเสาหลักของแบรนด์ โดยโรงแรมในเครือ Okura มักรวมตัวเลือกที่หลากหลาย เช่น:

  • อาหารญี่ปุ่น
  • ซูชิ
  • เทปปันยากิ
  • อาหารจีน
  • อาหารฝรั่งเศส
  • ร้านอาหารนานาชาติ
  • บาร์และเลานจ์
  • น้ำชายามบ่าย
  • บริการจัดเลี้ยงและแคเทอริง

สิ่งนี้สะท้อนถึงแนวคิดดั้งเดิมของโรงแรมหรูญี่ปุ่นที่เป็นศูนย์กลางทั้งสำหรับ การรับประทานอาหารระดับสากลและการต้อนรับแบบเป็นทางการ

เครือข่ายทั่วโลก

Okura ได้ขยายเครือข่ายออกไปนอกประเทศญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง โดยมีพอร์ตโฟลิโอในระดับนานาชาติครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ดังนี้:

เอเชีย

  • Bangkok
  • Shanghai
  • Taipei
  • Macau
  • Manila
  • Jakarta
  • Vietnam
  • ตลาดและพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับ Singapore
  • South Korea

ยุโรป

  • Amsterdam

ญี่ปุ่น

โรงแรม Okura ตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ ได้แก่:

  • Tokyo
  • Kyoto
  • Kobe
  • Fukuoka
  • Niigata
  • Hamamatsu
  • Chiba
  • Huis Ten Bosch
  • Kagoshima

นอกจากนี้ พอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของ Okura Nikko ยังมี The Okura Prestige Bangkok ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับแบรนด์ 1

Okura ในประเทศไทย

ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับ Okura โดยทรัพย์สินที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ:

The Okura Prestige Bangkok

ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร โรงแรมแห่งนี้เป็นตัวแทนของการตีความการบริการแบบญี่ปุ่นในรูปแบบความร่วมสมัยระดับหรูในประเทศไทย

กลุ่มบริษัทยังคงขยายแผนการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 Hotel Okura ประกาศแผนเพิ่มห้องพักในประเทศไทยอีก มากกว่า 500 ห้อง รวมถึงโครงการในเชียงใหม่ ผ่านการขยายความร่วมมือกับ Asset World Corporation 1

ในเดือนมกราคม 2025 Hotel Okura และ Asset World Corporation ได้ประกาศแผนพัฒนาที่พัก สไตล์เรียวกังในเชียงใหม่และกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความตั้งใจของกลุ่มที่จะนำแนวคิดการบริการแบบญี่ปุ่นที่ชัดเจนยิ่งขึ้นมายังประเทศไทย 1

โครงสร้างองค์กร

ข้อควรทำความเข้าใจคือ Okura Hotels & Resorts เป็นแบรนด์และเครือข่ายโรงแรม ในขณะที่ Hotel Okura Co., Ltd. เป็นนิติบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง

Hotel Okura Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1958 และมี业务范围ที่กว้างกว่าแค่การบริหารโรงแรมรายเดี่ยว ครอบคลุมถึงการเป็นเจ้าของ พัฒนา บริหารจัดการ ธุรกิจร้านอาหาร การดำเนินงานเครือข่าย และการให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารโรงแรม 1

ในส่วนของการบริหารจัดการโรงแรม ดำเนินการหลักผ่าน Okura Nikko Hotel Management Co., Ltd.

Okura Nikko บริหารเครือข่ายโรงแรมหลัก 3 แบรนด์ ได้แก่:

  1. Okura Hotels & Resorts
  2. Nikko Hotels International
  3. Hotel JAL City

โดยบริษัทนี้เป็นบริษัทในเครือของ Hotel Okura Co., Ltd. 1

โครงสร้างแบบย่อคือ:

Hotel Okura Co., Ltd.

Okura Nikko Hotel Management

Okura Hotels & Resorts
Nikko Hotels International
Hotel JAL City

พอร์ตโฟลิโอแบรนด์

แบรนด์ Okura Hotels & Resorts อยู่ในตำแหน่งพรีเมียมและระดับหรูภายในพอร์ตโฟลิโอของ Okura Nikko ตัวอย่างโรงแรมในเครือ ได้แก่:

  • The Okura Tokyo
  • Hotel Okura Kyoto
  • Hotel Okura Kobe
  • Hotel Okura Fukuoka
  • Hotel Okura Tokyo Bay
  • Hotel Okura Niigata
  • Okura Act City Hotel Hamamatsu
  • Okura Akademia Park Hotel
  • The Okura Prestige Bangkok
  • The Okura Prestige Taipei
  • Hotel Okura Manila
  • Okura Garden Hotel Shanghai
  • Hotel Okura Amsterdam

นอกจากนี้ พอร์ตโฟลิโออย่างเป็นทางการยังรวมถึงโรงแรมพันธมิตรอย่าง The Shilla Seoul และ The Shilla Jeju ในบางบริบท 1

The Okura Prestige

The Okura Prestige เป็นชื่อที่ใช้ภายในพอร์ตโฟลิโอของ Okura Hotels & Resorts ตัวอย่างเช่น:

  • The Okura Prestige Bangkok
  • The Okura Prestige Taipei

ชื่อนี้มักเกี่ยวข้องกับโรงแรมระดับหรูที่เน้นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะทรัพย์สินในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการปรับใช้แนวคิด Okura แบบญี่ปุ่นให้เข้ากับตลาดโรงแรมหรูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

One Harmony

Okura Nikko ดำเนินรายการสมาชิกสิทธิประโยชน์ชื่อ One Harmony สมาชิกสามารถสะสมและแลกคะแนนได้ที่โรงแรมที่เข้าร่วมในเครือข่าย Okura Hotels & Resorts, Nikko Hotels International และ Hotel JAL City สิทธิประโยชน์รวมถึงการเข้าพักฟรี การอัปเกรดห้อง และรางวัลอื่นๆ 2

โปรแกรมนี้ทำให้ Okura มีระบบนิเวศด้านความภักดีของลูกค้าที่เทียบเคียงได้กับกลุ่มโรงแรมนานาชาติรายใหญ่

ตำแหน่งทางการตลาด

ในตลาดโรงแรมโลก Okura ถือเป็น แบรนด์การบริการระดับหรู/พรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีจุดยืนทางวัฒนธรรมชัดเจน ตารางเปรียบเทียบด้านล่างแสดงภาพรวมอัตลักษณ์ของแบรนด์:

แบรนด์ อัตลักษณ์ทั่วไป
Okura ความหรูหรารูปแบบญี่ปุ่น ความประณีตดั้งเดิม omotenashi
Ritz-Carlton ความหรูหราคลาสสิกสไตล์สากล
Four Seasons การบริการสุดหรูที่ตอบสนองเฉพาะบุคคล
Mandarin Oriental ความหรูหราแบบเอเชียในเวทีสากล
Park Hyatt ความหรูหราทันสมัยที่สุขุม
Aman ความหรูหราสูงสุด ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์เฉพาะถิ่น
Shangri-La ความหรูหราระดับนานาชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากเอเชีย

แบรนด์ที่มีแนวคิดใกล้เคียงที่สุดอาจเป็น Mandarin Oriental เนื่องจากทั้งสองแบรนด์ใช้มรดกทางวัฒนธรรมเอเชียเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ความหรูหรา อย่างไรก็ตาม อัตลักษณ์ของ Okura มีรากฐานที่หยั่งลึกเฉพาะใน สุนทรียศาสตร์ อาหาร และวัฒนธรรมการบริการแบบญี่ปุ่น

เอกลักษณ์ที่แตกต่างของ Okura

องค์ประกอบที่แข็งแกร่งที่สุดของแบรนด์ Okura สามารถสรุปได้ดังนี้:

1. มรดกทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ต่างจากแบรนด์โรงแรมนานาชาติหลายแห่ง อัตลักษณ์ของ Okura มีต้นกำเนิดโดยตรงจากญี่ปุ่น

2. ความหรูหราที่สุขุม

Okura นิยมความประณีตและความลึกซึ้งมากกว่าความหรูหราที่ฉาบฉวย

3. Omotenashi

การบริการถูกออกแบบมาเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า ใช้ดุลยพินิจ และใส่ใจในรายละเอียด

4. การออกแบบสไตล์ญี่ปุ่น

แบรนด์ใช้องค์ประกอบภาพแบบญี่ปุ่นในขณะที่รักษาฟังก์ชันการใช้งานสมัยใหม่ระดับสากล

5. ศิลปะการอาหาร

อาหารและเครื่องดื่มถือเป็นเสาหลักพื้นฐานของประสบการณ์การเข้าพัก

6. ทิศทางระดับนานาชาติ

แม้จะมีรากฐานแบบญี่ปุ่นที่เข้มข้น แต่ Okura ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก

7. ประวัติศาสตร์อันยาวนาน

โรงแรมเรือธงเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1962 ทำให้แบรนด์มีประวัติศาสตร์ด้านการบริการยาวนานกว่าหกทศวรรษ

เหตุการณ์สำคัญ

1958 — ก่อตั้ง Taisei Kanko Co., Ltd. บริษัท前身ของ Hotel Okura Co., Ltd. 1

1962 — เปิดให้บริการ Hotel Okura Tokyo 1

1971 — เปิดให้บริการ Hotel Okura Amsterdam 1

1978 — ก่อตั้ง Hotel Okura Chain 1

1987 — เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Hotel Okura Co., Ltd. 1

1998 — เปลี่ยนชื่อ Hotel Okura Chain เป็น Okura Hotels & Resorts 1

2015 — ปิด Hotel Okura Tokyo แห่งเดิมเพื่อพัฒนาใหม่ 1

2019 — เปิด The Okura Tokyo หลังการพัฒนาใหม่ 1

2021 — เปิด Hotel Okura Manila 1

2022 — เปิด Hotel Okura Kyoto Okazaki Bettei และประกาศขยายเครือข่ายต่างประเทศเพิ่มเติม 1

2024 — ประกาศแผนขยายธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มห้องพักกว่า 500 ห้องผ่านโครงการร่วมกับ Asset World Corporation 1

2025 — ประกาศโครงการเพิ่มเติมในเชียงใหม่และกรุงเทพฯ รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Plataran Indonesia 1

2026 — Okura Nikko Hotels ได้รับรางวัลเกียรติยศจาก Forbes Travel Guide 2026 1

ชื่อเสียงโดยรวม

ชื่อเสียงของ Okura ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดที่ใหญ่ที่สุด แต่อยู่ที่การเป็นตัวแทนที่ชัดเจนของ การบริการระดับหรูแบบญี่ปุ่น ข้อเสนอหลักของแบรนด์สามารถสรุปได้ว่า:

การต้อนรับแบบญี่ปุ่น สุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น และความใส่ใจในรายละเอียดแบบญี่ปุ่น — ที่ส่งมอบภายใต้มาตรฐานความระดัับนานาชาติ

ตำแหน่งทางการตลาดนี้ทำให้ Okura มีพื้นที่เฉพาะตัวในตลาดการบริการระดับโลก แทนที่จะลบอัตลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นเพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล บริษัทกลับใช้อัตลักษณ์นั้นเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันหลัก

ตามข้อมูลล่าสุด Okura Nikko Hotel Management บริหารเครือข่ายโรงแรม 3 แบรนด์ ได้แก่ Okura Hotels & Resorts, Nikko Hotels International และ Hotel JAL City โดยมีพอร์ตโฟลิโอระดับนานาชาติครอบคลุมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ 1

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง