เกี่ยวกับ Nescafé
Nescafé เป็นแบรนด์กาแฟสำเร็จรูปอันดับหนึ่งของโลกที่อยู่ภายใต้การดูแลและการทำตลาดของบริษัท Nestlé โดยเปิดตัวครั้งแรกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 1938 ปัจจุบัน Nescafé ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดและวางจำหน่ายในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก แบรนด์นี้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครอบคลุมทั้งกาแฟสำเร็จรูป กาแฟคั่วบด แคปซูลกาแฟ เครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่ม และกาแฟผสมแบบชงสำเร็จ 1
ชื่อแบรนด์
ชื่อ Nescafé เกิดจากการนำคำสองคำมาผสมกัน ได้แก่:
- “NES” ซึ่งมาจากคำว่า Nestlé
- “CAFÉ” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่ากาแฟ
การผสมคำนี้สะท้อนถึงเป้าหมายของบริษัทในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กาแฟที่สะดวกต่อการบริโภค ในขณะเดียวกันก็ยังคงรสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟแท้ไว้ได้ครบถ้วน 2
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นของ Nescafé ย้อนกลับไปในปี 1929 เมื่อประเทศบราซิลต้องเผชิญกับปัญหาเมล็ดกาแฟล้นตลาดครั้งใหญ่จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลบราซิลจึงได้ขอให้บริษัท Nestlé ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรักษากาแฟส่วนเกินไว้ได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพ
นักเคมีชาวสวิสชื่อ Max Morgenthaler ได้นำทีมวิจัยใช้เวลาถึงเจ็ดปีในการพัฒนากาแฟผงละลายน้ำที่ยังคงสามารถรักษาธรรมชาติและรสชาติของกาแฟไว้ได้ จนกระทั่งประสบความสำเร็จและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในชื่อ Nescafé ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1938
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Nescafé ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายหลังจากถูกบรรจุอยู่ในเสบียงฉุกเฉินของทหารสหรัฐฯ และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง แบรนด์นี้ก็ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก 3
ผลิตภัณฑ์
ในปัจจุบัน Nescafé มีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์กาแฟที่หลากหลาย ได้แก่:
- กาแฟสำเร็จรูป (Nescafé Classic)
- กาแฟสำเร็จรูประดับพรีเมียม (Nescafé Gold)
- กาแฟผสมแบบ 3-in-1
- แคปซูลกาแฟ
- กาแฟคั่วบด
- กาแฟพร้อมดื่มแบบกระป๋องและขวด
- เครื่องดื่มกาแฟสูตรพิเศษ
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีวางจำหน่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น ในประเทศฟิลิปปินส์ สายผลิตภัณฑ์ยอดนิยมประกอบด้วย Nescafé Classic, Original, Creamy White, Creamy Latte และ Gold 4
การดำเนินงานระดับโลก
Nescafé วางจำหน่ายใน กว่า 180 ประเทศ และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการเสิร์ฟกาแฟแก่ผู้บริโภคหลายล้านแก้วต่อวันผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ สำนักงาน โรงแรม ร้านอาหาร และตู้จำหน่ายอัตโนมัติ 5
ความยั่งยืน
Nescafé ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านความยั่งยืนของการผลิตกาแฟ ผ่านโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นในเรื่องต่อไปนี้:
- การจัดซื้อจัดหาเมล็ดกาแฟอย่างมีความรับผิดชอบ
- การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟด้วยการฝึกอบรมและพัฒนาเทคนิคการเพาะปลูก
- การส่งเสริมเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู
- การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
บริษัทได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มสัดส่วนการจัดหาเมล็ดกาแฟอย่างมีความรับผิดชอบ และขยายแนวปฏิบัติด้านเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูให้ครอบคลุมทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน
การตลาด
Nescafé มีชื่อเสียงจากกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับ:
- การเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านถ้วยกาแฟ
- กิจวัตรยามเช้าและการเติมพลังในแต่ละวัน
- มิตรภาพและความสัมพันธ์ทางสังคม
- แรงบันดาลใจและประสิทธิภาพในการทำงาน
สโลแกนระดับโลกของแบรนด์ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยแท็กไลน์ระดับสากลที่ใช้ในปัจจุบันคือ “Make Your World.” 6
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
- ปีที่เปิดตัว: 1938
- ประเทศต้นกำเนิด: สวิตเซอร์แลนด์
- บริษัทแม่: Nestlé
- ประเภทผลิตภัณฑ์: กาแฟสำเร็จรูปและเครื่องดื่มกาแฟ
- วางจำหน่ายในกว่า 180 ประเทศ
- พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาผลผลิตกาแฟส่วนเกินของประเทศบราซิล
- เป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก
เส้นเวลา
| ปี | เหตุการณ์สำคัญ |
|---|---|
| 1929 | บราซิลขอให้ Nestlé พัฒนาวิธีเก็บรักษาเมล็ดกาแฟส่วนเกิน |
| 1938 | Nescafé เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ |
| 1940 | วางจำหน่ายในกว่า 30 ประเทศ |
| ทศวรรษ 1940 | ถูกบรรจุในเสบียงกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง |
| 1965 | เปิดตัว Nescafé Gold ในทวีปยุโรป |
| 2005 | ริเริ่มโครงการด้านความยั่งยืน รวมถึงโปรแกรมรับรองมาตรฐานกาแฟ |
| ปัจจุบัน | วางจำหน่ายทั่วโลกด้วยรูปแบบผลิตภัณฑ์และสายสินค้าเฉพาะภูมิภาคที่หลากหลาย |
บทสรุป
Nescafé เป็นแบรนด์กาแฟผู้บุกเบิกที่เปลี่ยนวิถีการดื่มกาแฟของผู้คนให้มีความรวดเร็ว สะดวก และเข้าถึงได้ง่าย นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1938 แบรนด์ได้ขยายตัวจากผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปเพียงรายการเดียว สู่พอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มกาแฟระดับโลกที่ผู้บริโภคทั่วโลกชื่นชอบ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณภาพของกาแฟ ช่วยรักษาตำแหน่งของ Nescafé ให้เป็นหนึ่งในแบรนด์กาแฟที่ได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก 7





