เกี่ยวกับ Kledthai
Kledthai (เคล็ดไทย) เป็นกิจการสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือ และการจัดจำหน่ายหนังสือที่มีประวัติยาวนานในประเทศไทย โดยมีความโดดเด่นในด้านหนังสือสังคมศาสตร์ การเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม และงานเขียนเชิงปัญญาชน กิจการนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ในนาม สำนักพิมพ์เคล็ดไทย ด้วยแนวคิดที่ต้องการผลิตหนังสือเพื่อรับใช้ทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ภายใต้ปรัชญา “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน”1
ในปัจจุบัน ชื่อ Kledthai มิได้หมายถึงเพียงตราประทับสำนักพิมพ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง บริษัท เคล็ดไทย จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายหนังสือ รวมถึงการบริหารจัดการร้านหนังสือออนไลน์ Kledthai โดยมีที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตรงข้ามวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม1
ข้อมูลพื้นฐาน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | เคล็ดไทย |
| ชื่อโรมัน / แบรนด์ | Kledthai |
| นิติบุคคล | บริษัท เคล็ดไทย จำกัด (Kled Thai Co., Ltd.) |
| อุตสาหกรรม | สำนักพิมพ์ จำหน่ายและจัดจำหน่ายหนังสือ |
| เริ่มกิจการสำนักพิมพ์ | 2 สิงหาคม พ.ศ. 2516 |
| จดทะเบียนบริษัท | 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 |
| ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ | 117–119 ถนนเฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 |
| ตลาดหลัก | ประเทศไทย |
| ความเชี่ยวชาญ | สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การเมือง ประวัติศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม และสารคดีทั่วไป |
| เว็บไซต์ | kledthai.com |
ตามฐานข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ บริษัท เคล็ดไทย จำกัด มีสถานะเป็นกิจการที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยจดทะเบียนเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 ระบุวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าปลีกหนังสือ หนังสือพิมพ์ วารสาร และการรับฝากขายหนังสือ2
ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2516
ประวัติศาสตร์การตีพิมพ์ของ Kledthai เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2516 โดยมีแนวคิดการจัดตั้งที่แตกต่างจากสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์ทั่วไปในยุคนั้น กล่าวคือ มุ่งเน้นการทำให้ความรู้เชิงวิชาการเข้าถึงได้ง่ายนอกเหนือไปจากในห้องเรียนมหาวิทยาลัย โครงการสำคัญแรกคือชุดหนังสือ “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน” ซึ่งมีเป้าหมายให้เนื้อหามีคุณภาพเพียงพอสำหรับนักศึกษาใช้ในการศึกษา ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจง่ายสำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง1
หนังสือเล่มแรกภายใต้แนวทางนี้คือ ปรัชญาการศึกษา จากนั้นจึงมีผลงานตามมาในหลากหลายสาขา ได้แก่:
- ครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์
- ลัทธิมาร์กซ์
- สังคมวิทยา
- อุดมการณ์ทางการเมือง
- ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินโดจีน
- รัฐศาสตร์
- ดาราศาสตร์
- ประวัติศาสตร์ยุโรป
- การเงินและการธนาคาร
นักเขียนในยุคแรกประกอบด้วยนักวิชาการและปัญญาชนคนสำคัญของไทย อาทิ ส. ศิวรักษ์, พัทยา สายหู, ชัยอนันต์ สมุทวณิช, กมล สมวิเชียร และระวี ภาวิไล1 รายชื่อหนังสือในช่วงต้นสะท้อนอัตลักษณ์ทางปัญญาของ Kledthai ได้ชัดเจน ว่ามิใช่หนังสือเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ กระตุ้นความคิด และชวนให้ผู้อ่านไตร่ตรองประเด็นด้านสังคม การเมือง วัฒนธรรม และแนวคิดต่าง ๆ
การแยกตัวและพัฒนาการ
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2518 ฝ่ายสำนักพิมพ์ได้แยกตัวออกจาก บริษัทเคล็ด โดยยังคงใช้ชื่อ Kledthai ต่อไป พร้อมกับการปรับการสะกดชื่อภาษาอังกฤษจากเดิมที่ใช้ “Klett” เปลี่ยนเป็น “Kled”1
ต่อมา องค์กรได้สร้างความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางปัญญาที่กว้างขึ้นผ่าน ร้านหนังสือศึกษิตสยาม ซึ่งถือเป็นสถาบันทางหนังสือที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ผูกพันกับวัฒนธรรมทางปัญญาและวรรณกรรม แหล่งข้อมูลระบุว่าร้านนี้ก่อตั้งโดย ส. ศิวรักษ์ เพื่อเป็นพื้นที่ให้ปัญญาชนสยามได้พบปะแลกเปลี่ยนแนวคิดและเข้าถึงหนังสือหายาก โดยเฉพาะในสาขาสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา การเมือง และวรรณกรรม ความสัมพันธ์นี้มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของ Kledthai ที่เติบโตขึ้นมาในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่าย “ร้านหนังสือ-สำนักพิมพ์-ระบบจัดจำหน่าย” ที่มุ่งเน้นหนังสือเชิงปัญญา
การจัดตั้งบริษัท เคล็ดไทย จำกัด
ก้าวสำคัญทางองค์กรเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2522 เมื่อมีการจดทะเบียนชื่อ Kledthai เป็นนิติบุคคลในนาม บริษัท เคล็ดไทย จำกัด อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อกิจกรรมด้านการตีพิมพ์และการจัดจำหน่ายหนังสือ1 ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันสถานะปัจจุบันดังนี้:
KLED THAI CO., LTD.
เลขทะเบียน: 0105522012578
จดทะเบียน: 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
สถานะ: ยังดำเนินกิจการอยู่
ธุรกิจ: ค้าปลีกหนังสือ หนังสือพิมพ์/วารสาร และรับฝากขายหนังสือ2
ปรัชญาการตีพิมพ์และอัตลักษณ์
ลักษณะเด่นที่สุดประการหนึ่งของ Kledthai คือการให้ความสำคัญกับ วรรณกรรมเชิงปัญญาที่เข้าถึงได้ มาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่ในแนวหนังสือเชิงพาณิชย์เฉพาะกลุ่ม แคตตาล็อกของสำนักพิมพ์จึงครอบคลุมหลายมิติ ดังนี้:
สังคมศาสตร์และการเมือง
Kledthai ตีพิมพ์หนังสือว่าด้วยความคิดทางการเมือง การปกครอง ประชาธิปไตย อุดมการณ์ และวิจารณ์สังคม ผลงานของ ส. ศิวรักษ์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในแคตตาล็อกยุคบุกเบิกของสำนักพิมพ์
ปรัชญาและศาสนา
ปรัชญา พุทธธรรม จริยศาสตร์ และศาสนศึกษา เป็นอีกแขนงหลักที่สำนักพิมพ์ให้ความสำคัญ แคตตาล็อกในปัจจุบันยังคงมีผลงานเกี่ยวกับพุทธศาสนา ปรัชญาพุทธ และประเด็นทางปรัชญากว้าง ๆ1
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
รายชื่อหนังสือครอบคลุมประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์จีน วัฒนธรรมศึกษา และงานค้นคว้าทางประวัติศาสตร์1
วรรณกรรม
บริษัทฯ จัดจำหน่ายและตีพิมพ์วรรณกรรมไทยและวรรณกรรมแปล รวมถึงงานวรรณกรรมที่ได้รับ รางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write Award) โดยในเว็บไซต์ปัจจุบันมีการจัดหมวดหมู่หนังสือรางวัลซีไรต์ไว้โดยเฉพาะ1
ความรู้ทั่วไปและการศึกษา
แคตตาล็อกยังขยายไปสู่ด้านการศึกษา จิตวิทยา ธุรกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว ภาษา และสารคดีทั่วไปอื่น ๆ1
Kledthai ในฐานะร้านหนังสือ
ในยุคสมัยใหม่ Kledthai ทำหน้าที่เป็น ร้านหนังสือออนไลน์ ควบคู่ไปกับบทบาทสำนักพิมพ์ เว็บไซต์ของ Kledthai จัดหมวดหมู่หนังสือไว้อย่างละเอียดครอบคลุม ได้แก่:
- หนังสือทั่วไป / เบ็ดเตล็ด
- ศาสนาและปรัชญา
- สารคดีและโบราณคดี
- ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
- ศิลปะ
- การท่องเที่ยว
- การเมืองและสังคม
- ครอบครัว
- วรรณกรรม
- วรรณกรรมเยาวชน
- วารสารและนิตยสาร
- ธุรกิจ
- ความรู้ทั่วไป / หนังสือวิชาการ
- สุขภาพและสมุนไพร
- ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- จิตวิทยา
- หนังสือรางวัลซีไรต์
- หนังสือรางวัลโนเบล
- หนังสือภาษาจีน
- ผลงานที่เกี่ยวข้องกับนักเขียนและกระแสความคิดเฉพาะกลุ่ม1
ดังนั้น Kledthai จึงทำหน้าที่เป็นทั้งผู้คัดสรรหนังสือ (Curated Bookseller) และสำนักพิมพ์ในเวลาเดียวกัน
ธุรกิจการจัดจำหน่าย
อีกส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Kledthai คือ การจัดจำหน่ายหนังสือ ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ของบริษัท Kledthai รับจัดจำหน่ายหนังสือจาก สำนักพิมพ์มากกว่า 20 แห่ง สู่ ร้านหนังสือกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ1
บทบาทนี้ทำให้ Kledthai มีความแตกต่างจากสำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือของตนเองเพียงอย่างเดียว เพราะในอดีต Kledthai เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของวงการหนังสือหลายขั้นตอน:
นักเขียน → สำนักพิมพ์ → Kledthai / ระบบจัดจำหน่าย → ร้านหนังสือ → ผู้อ่าน
กล่าวคือ Kledthai ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตเนื้อหากับตลาดหนังสือไทย
ความสัมพันธ์กับตราประทับสำนักพิมพ์อื่น
เว็บไซต์ Kledthai ในปัจจุบันนำเสนอหนังสือภายใต้หมวดหมู่สำนักพิมพ์หรือตราประทับ (Imprint) หลากหลายนอกเหนือจากหนังสือที่ติดป้าย “เคล็ดไทย” โดยรวมถึงชื่อเช่น สยามปริทัศน์, ศยาม, ศาสนธรรม และอื่น ๆ1
สิ่งนี้สะท้อนสถานะของ Kledthai ในฐานะ แพลตฟอร์มจำหน่ายและจัดจำหน่ายหนังสือ ที่กว้างขวางกว่าการเป็นเพียงสำนักพิมพ์เดียว หมายความว่าหนังสือทุกเล่มบนเว็บไซต์มิได้ถูกตีพิมพ์ภายใต้ตราประทับ Kledthai โดยตรงทั้งหมด ข้อจำแนกนี้มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจโครงสร้างกิจการ:
- Kledthai / เคล็ดไทย → ตราประทับสำนักพิมพ์และชื่อกิจการ
- บริษัท เคล็ดไทย จำกัด → นิติบุคคลและหน่วยธุรกิจ
- Kledthai.com → ร้านหนังสือออนไลน์และแพลตฟอร์มการขาย
- ตราประทับ/สำนักพิมพ์อื่น → หนังสือที่ Kledthai รับจัดจำหน่ายหรือวางขาย
ความเชื่อมโยงกับวงการปัญญาชน
ประวัติศาสตร์ของ Kledthai ผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับโลก การตีพิมพ์เชิงปัญญาของไทย โดยเฉพาะธรรมเนียมการเขียนที่เกี่ยวเนื่องกับ ส. ศิวรักษ์ และงานเขียนเพื่อสังคม ส. ศิวรักษ์ ซึ่งเป็นนักคิด นักเขียน และนักวิจารณ์สังคมคนสำคัญของไทย มีส่วนร่วมในการก่อตั้งร้านหนังสือศึกษิตสยามและกิจกรรมการตีพิมพ์/จัดจำหน่ายที่ล้อมรอบ Kledthai
ด้วยเหตุนี้ แคตตาล็อกในอดีตของ Kledthai จึงเต็มไปด้วยงานเขียนว่าด้วย:
- จริยธรรมทางพุทธศาสนา
- การวิจารณ์สังคม
- ปรัชญาการเมือง
- สังคมไทย
- ประชาธิปไตย
- การศึกษา
- ประวัติศาสตร์
- วัฒนธรรม
- ประวัติศาสตร์ทางปัญญา
Kledthai จึงเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน วัฒนธรรมการตีพิมพ์อิสระและเชิงปัญญาสมัยใหม่ของไทย มิใช่เพียงแค่ร้านหนังสือมวลชนทั่วไป
แคตตาล็อกวรรณกรรม
แม้ชื่อเสียงจะผูกติดกับสารคดีและหนังสือเชิงปัญญาเป็นหลัก แต่ Kledthai ก็มีบทบาทสำคัญในแวดวงวรรณกรรมเช่นกัน แคตตาล็อกประกอบด้วยนวนิยายไทย วรรณกรรมแปล งานคลาสสิก และหนังสือรางวัล ตัวอย่างเช่น รายการหนังสือปัจจุบันมีเรื่อง ลับแล,แก่งคอย โดย อุทิศ เหมะมูล ซึ่งได้รับ รางวัลซีไรต์ ประจำปี พ.ศ. 25521
นอกจากนี้ ยังมีผลงานสำคัญอื่น ๆ เช่น:
- นาฏกรรมบนลานกว้าง — รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2526
- โลกในดวงตาข้าพเจ้า — รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2550
- ลับแล,แก่งคอย — รางวัลซีไรต์ พ.ศ. 2552
- วรรณกรรมแปลคลาสสิก เช่น The Sorrows of Young Werther ของเกอเธ่
- วรรณกรรมไทยร่วมสมัย
- นวนิยายที่เน้นมิติภูมิภาคและวัฒนธรรม1
ลักษณะดังกล่าวทำให้แคตตาล็อกของ Kledthai อยู่กึ่งกลางระหว่าง การตีพิมพ์วิชาการ/สารคดี และการตีพิมพ์วรรณกรรม
สถานะปัจจุบันและช่องทางดิจิทัล
Kledthai ได้ปรับตัวจากการค้าหนังสือแบบดั้งเดิมสู่ระบบอีคอมเมิร์ซผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งรองรับการสั่งซื้อออนไลน์ จัดหมวดหมู่หนังสืออย่างเป็นระบบ และยังคงพื้นที่สำหรับเครือข่ายสำนักพิมพ์ของตนรวมทั้งคอลเลกชันเฉพาะทาง1
นอกจากนี้ Kledthai ยังมีร้านค้าทางการบนแพลตฟอร์ม Lazada โดยระบุตัวตนว่าเป็นสำนักพิมพ์และศูนย์หนังสือเก่าแก่ที่มีประวัติย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2516 และมีเครือข่ายจัดจำหน่ายครอบคลุมร้านหนังสือกว่า 800 แห่ง3 บริษัทยังปรากฏรายชื่อเป็นสมาชิกของ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในนาม KLED THAI CO., LTD.
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
ที่อยู่ทางธุรกิจทั้งในอดีตและปัจจุบันของ Kledthai ตั้งอยู่ในย่าน พระนคร กรุงเทพมหานคร บน ถนนเฟื่องนคร ตรงข้าม วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประวัติทางการของบริษัทระบุเลขที่ 117–119 ถนนเฟื่องนคร ขณะที่ทะเบียนนิติบุคคลระบุเป็น 117–119/2 ถนนเฟื่องนคร1
ทำเลที่ตั้งนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรม เนื่องจากย่านถนนเฟื่องนครและกรุงเทพฯ ชั้นในเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกี่ยวกับการรวมตัวของร้านหนังสือ สำนักพิมพ์ วัด สถานศึกษา และสถาบันทางปัญญาอื่น ๆ ของเมืองหลวง
นัยสำคัญ
ความสำคัญของ Kledthai ในประวัติศาสตร์การตีพิมพ์ไทยสามารถพิจารณาได้จาก สามบทบาทที่ซ้อนทับกัน:
1. สำนักพิมพ์
เริ่มต้นด้วยการตีพิมพ์งานเขียนเชิงการศึกษาและปัญญาชนอย่างจริงจัง โดยมีแนวคิด “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน” เป็นหัวใจของอัตลักษณ์ในยุคแรก1
2. ร้านหนังสือ
ผ่านร้านหนังสือ Kledthai และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่นำพาหนังสือหลากหลายสาขาวิชาไปสู่ผู้อ่าน1
3. ผู้จัดจำหน่าย
ประวัติองค์กรครอบคลุมการกระจายหนังสือจากสำนักพิมพ์จำนวนมากสู่ร้านหนังสือหลายร้อยแห่งทั่วประเทศไทย1
การผสมผสานบทบาทเหล่านี้ทำให้ Kledthai เป็นมากกว่า ตราสินค้าหนังสือ แต่ควรได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้มีส่วนร่วมระยะยาวในระบบนิเวศหนังสือของไทย ที่เชื่อมโยงนักเขียน สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ร้านหนังสือ และผู้อ่านเข้าด้วยกัน
เส้นเวลา
| ปี | เหตุการณ์ |
|---|---|
| พ.ศ. 2516 | สำนักพิมพ์ Kledthai เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม |
| พ.ศ. 2516–2518 | ตีพิมพ์ชุดหนังสือ มหาวิทยาลัยชาวบ้าน สำหรับนักศึกษาและผู้อ่านทั่วไป |
| พ.ศ. 2518 | แยกฝ่ายสำนักพิมพ์ออกจาก บริษัทเคล็ด; เปลี่ยนการสะกดชื่อโรมันจาก “Klett” เป็น “Kled” |
| พ.ศ. 2522 | จดทะเบียนชื่อ Kledthai เป็นนิติบุคคลในนาม บริษัท เคล็ดไทย จำกัด |
| ทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา | พัฒนากิจกรรมการตีพิมพ์และการจัดจำหน่ายควบคู่กับการขายหนังสือ |
| ทศวรรษต่อมา | ขยายแคตตาล็อกสู่วรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา สังคมศาสตร์ และความรู้ทั่วไป |
| ศตวรรษที่ 21 | พัฒนาช่องทางจำหน่ายหนังสือออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ |
| ปัจจุบัน | ดำเนินงานในฐานะสำนักพิมพ์/ร้านหนังสือ/ผู้จัดจำหน่าย และมีแคตตาล็อกออนไลน์ที่ครอบคลุม |
ข้อมูลช่วงเวลาเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลงทางองค์กรอ้างอิงจากบันทึกประวัติศาสตร์ของ Kledthai เอง ส่วนการจดทะเบียนบริษัทปี พ.ศ. 2522 ได้รับการยืนยันจากฐานข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล1





