เกี่ยวกับ Infinix
Infinix เป็นแบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและสมาร์ตโฟนระดับโลกที่มุ่งนำเสนออุปกรณ์อัจฉริยะที่มีฟีเจอร์ครบครัน ดีไซน์ทันสมัย และราคาจับต้องได้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Generation Z และผู้ใช้งานในตลาดเกิดใหม่ ผ่านการผสมผสานระหว่างการออกแบบร่วมสมัย ประสิทธิภาพด้านเกม ฟีเจอร์ AI และราคาที่แข่งขันได้ ปัจจุบัน Infinix ดำเนินธุรกิจในกว่า 70 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป1
สโลแกนประจำแบรนด์คือ “The Future Is Now” โดยมีปรัชญาการดำเนินงานที่มุ่งทำให้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความดึงดูด และความคุ้มค่า1
ประวัติ
Infinix ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ในฐานะแบรนด์สมาร์ตโฟนภายใต้ Transsion Holdings บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจากจีน ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์พี่น้องอย่าง TECNO และ itel เช่นกัน Transsion มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับตลาดเกิดใหม่ และได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากปริมาณการจัดส่ง2
ในช่วงแรก แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในทวีปแอฟริกา เนื่องจากสมาร์ตโฟนมีจุดเด่นเรื่องความสมดุลระหว่างราคา อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ ก่อนจะขยายตลาดเข้าสู่เอเชีย ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และยุโรปในเวลาต่อมา1
ไทม์ไลน์
- 2013 – ก่อตั้ง Infinix อย่างเป็นทางการ
- 2014 – เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นแรก ZERO โดยเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศไนจีเรีย
- 2016 – ขยายธุรกิจไปยังกว่า 30 ประเทศในแอฟริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง
- 2018 – ร่วมมือกับ Google เปิดตัวสมาร์ตโฟน NOTE 5 Android One
- 2020–ปัจจุบัน – ขยายระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมแล็ปท็อป แท็บเล็ต สมาร์ตทีวี หูฟังไร้สาย สมาร์ตวอตช์ อุปกรณ์ AIoT และสมาร์ตโฟนเน้นการเล่นเกม1
บริษัทแม่
Infinix อยู่ภายใต้ความเป็นเจ้าของของ Transsion Holdings ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Shenzhen ประเทศจีน
นอกจาก Infinix แล้ว Transsion ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ต่อไปนี้:
- TECNO
- itel
- Oraimo (อุปกรณ์เสริมอัจฉริยะ)
- Carlcare (บริการหลังการขาย)
Transsion ครองส่วนแบ่งตลาดอย่างมากในแอฟริกา และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชียรวมถึงตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ2
สำนักงานใหญ่และข้อมูลองค์กร
- สำนักงานใหญ่บริษัทแม่: Shenzhen, Guangdong, China
- ปีที่ก่อตั้ง: 2013
- อุตสาหกรรม: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค
- ผลิตภัณฑ์: สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป แท็บเล็ต สมาร์ตทีวี หูฟังไร้สาย สมาร์ตวอตช์ อุปกรณ์ AIoT และอุปกรณ์เสริม1
ปรัชญาแบรนด์
Infinix มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาสู่ผู้บริโภคในวงกว้างโดยยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
- ดีไซน์ที่สวยงาม
- เทคโนโลยีที่ทันสมัย
- ราคาที่เข้าถึงได้
ข้อความสื่อสารหลักของแบรนด์เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ดังนี้:
“To put the future in the hands of the people who want it and need it most.”3
หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์
สมาร์ตโฟน
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์ประกอบด้วยหลายซีรีส์ ได้แก่:
HOT Series
- อุปกรณ์ระดับเริ่มต้น
- แบตเตอรี่ความจุสูง
- รองรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
NOTE Series
- สมาร์ตโฟนระดับกลาง
- รองรับชาร์จเร็ว
- หน้าจอขนาดใหญ่
- เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ZERO Series
- สมาร์ตโฟนเรือธงระดับพรีเมียม
- กล้องคุณภาพสูง
- หน้าจอ AMOLED
- ชิปเซ็ตระดับเรือธง
GT Series
- สมาร์ตโฟนสำหรับเล่นเกม
- หน้าจออัตรา รีเฟรชเรท สูง
- ระบบระบายความร้อนขั้นสูง
- ปุ่ม_TRIGGER_ สำหรับเกม (ในบางรุ่น)
- ดีไซน์เน้นประสิทธิภาพ4
แล็ปท็อป
Infinix ผลิตแล็ปท็อปภายใต้ชื่อไลน์อัพ INBOOK ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- โปรเซสเซอร์ Intel
- บอดี้โลหะ
- ระบบปฏิบัติการ Windows
- ดีไซน์บางเบา
แท็บเล็ต
ซีรีส์ XPAD นำเสนอแท็บเล็ตระบบ Android ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการศึกษา การทำงาน และความบันเทิง
อุปกรณ์ AIoT
ระบบนิเวศของแบรนด์ยังครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้:
- สมาร์ตทีวี
- หูฟังไร้สาย
- สมาร์ตวอตช์
- พาวเวอร์แบงก์
- อุปกรณ์ชาร์จ
- อุปกรณ์เสริม
- อุปกรณ์สมาร์ทโฮม
ซอฟต์แวร์
สมาร์ตโฟน Infinix ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ควบคู่กับอินเทอร์เฟซเฉพาะของแบรนด์ที่ชื่อว่า XOS
ฟีเจอร์สำคัญของ XOS ประกอบด้วย:
- ผู้ช่วยอัจฉริยะขับเคลื่อนด้วย AI
- การปรับแต่งประสิทธิภาพเพื่อการเล่นเกม
- เครื่องมือรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
- การจัดการแบตเตอรี่
- ธีมปรับแต่งได้
- ทางลัด Smart Panel
- Floating Windows
- การรองรับ Multitasking ที่ดีขึ้น
เทคโนโลยีและนวัตกรรม
Infinix ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่หลากหลาย ได้แก่:
- ระบบชาร์จเร็ว
- หน้าจอ AMOLED อัตรา รีเฟรชเรท สูง
- การถ่ายภาพเสริมศักยภาพด้วย AI
- การปรับแต่งเพื่อการเล่นเกม
- ระบบระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber ในรุ่น GT
- แบตเตอรี่ความจุสูง
- ฟีเจอร์ AI เพื่อการทำงาน
นอกจากนี้ บริษัทยังเคยจัดแสดงแนวคิดต้นแบบ เช่น เทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษ และสมาร์ตโฟนที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
การดำเนินธุรกิจทั่วโลก
Infinix จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกว่า 70 ประเทศ โดยมีตลาดที่สำคัญ ได้แก่:
- Nigeria
- Kenya
- Egypt
- Pakistan
- India
- Indonesia
- Philippines
- Malaysia
- Vietnam
- Bangladesh
- Colombia
- Mexico
- Brazil
- Saudi Arabia
- United Arab Emirates1
กลุ่มเป้าหมาย
Infinix มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าหลักดังนี้:
- Generation Z
- นักเรียนนักศึกษา
- คนวัยทำงานตอนต้น
- เกมเมอร์มือถือ
- ผู้ซื้อที่คำนึงถึงความคุ้มค่า
- ผู้ใช้สมาร์ตโฟนครั้งแรก
กลยุทธ์ของแบรนด์คือการนำเสนอ spesifikasi ที่แข็งแกร่งในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
ซีรีส์สมาร์ตโฟนยอดนิยม
ตระกูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่:
- Infinix HOT
- Infinix NOTE
- Infinix ZERO
- Infinix GT
- Infinix SMART
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลางค่อนสูง
ตำแหน่งทางการแข่งขัน
Infinix แข่งขันกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น:
- Xiaomi
- Redmi
- realme
- vivo
- OPPO
- Samsung (Galaxy A series)
- POCO
- Motorola
จุดแข็งของแบรนด์ประกอบด้วย:
- ราคาที่แข่งขันได้
- ระบบชาร์จเร็ว
- ประสิทธิภาพด้านเกม
- แบตเตอรี่ความจุสูง
- ดีไซน์ทันสมัย
- ความคุ้มค่า
ชื่อเสียงในตลาด
Infinix สร้างชื่อเสียงในฐานะ แบรนด์สมาร์ตโฟนที่เน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ บทวิจารณ์ส่วนใหญ่มักชื่นชมอัตราส่วนฮาร์ดแวร์ต่อราคาที่ดีเยี่ยม รุ่น GT ที่เน้นการเล่นเกม และการนำฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น หน้าจอ รีเฟรชเรท สูงและระบบชาร์จเร็ว มาใช้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ซอฟต์แวร์และการอัปเดตในระยะยาวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น4





