เกี่ยวกับ Dtac
Dtac เป็นแบรนด์โทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศไทยที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หลักของประเทศ cạnhกับ AIS และ TrueMove H ปัจจุบัน Dtac ดำเนินงานในฐานะ แบรนด์ภายใต้การบริหารของ True Corporation หลังจากการรวมกิจการทางกฎหมายระหว่าง DTAC และ True Corporation เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 โดยแบรนด์ Dtac ยังคงทำตลาดแยกจาก True อย่างชัดเจนตามเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับดูแล 1 2 3## ข้อมูลทั่วไป
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | Dtac |
| นิติบุคคลเดิม | บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ประเทศ | ประเทศไทย |
| อุตสาหกรรม | โทรคมนาคม / บริการดิจิทัล |
| ก่อตั้ง | สิงหาคม 2532 |
| ผู้ก่อตั้งดั้งเดิม | ตระกูลเบญจรงคกุล |
| ธุรกิจเริ่มต้น | โทรคมนาคมไร้สาย |
| คลื่นความถี่เดิม | 800 MHz และ 1800 MHz |
| บริษัทแม่ปัจจุบัน | บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| หน่วยดำเนินธุรกิจปัจจุบัน | บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด |
| ตลาดหลัก | ประเทศไทย |
| คู่แข่งสำคัญ | AIS, TrueMove H |
| สถานะปัจจุบัน | แบรนด์โทรคมนาคมที่ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ |
นิติบุคคลดั้งเดิมของ Dtac ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม 2532 โดยตระกูลเบญจรงคกุลเพื่อให้บริการโทรคมนาคมไร้สาย ในช่วงแรกดำเนินการภายใต้ระบบสัญญาสัมปทานก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ที่ออกโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในเวลาต่อมา 1
ความหมายของชื่อ Dtac
ชื่อ DTAC มีที่มาจากชื่อบริษัทในอดีต ได้แก่:
Digital Total Access Communication
อย่างไรก็ตาม แบรนด์นี้มักใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดเป็น dtac ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ทางภาพขององค์กร
ในทางนิตินัย บริษัทมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในขณะที่ dtac ทำหน้าที่เป็นแบรนด์สินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค
ประวัติความเป็นมา
ปี 2532 — การก่อตั้ง
ประวัติศาสตร์ของ dtac เริ่มต้นขึ้นในเดือน สิงหาคม 2532 เมื่อโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยตระกูลเบญจรงคกุล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการโทรคมนาคมเคลื่อนที่ในประเทศไทย เครือข่ายในยุคแรกใช้คลื่นความถี่ 800 MHz และ 1800 MHz ภายใต้สัญญาสัมปทานแบบ “สร้าง-โอน-ดำเนินการ” กับองค์การสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อมากลายเป็น CAT Telecom
ช่วงเวลาดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น อุปกรณ์มีราคาสูงและจำกัดการใช้งานอยู่ในกลุ่มธุรกิจและผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงเป็นหลัก
ทศวรรษ 1990 — การขยายบริการโทรคมนาคมเคลื่อนที่
ในช่วงทศวรรษ 1990 dtac ได้ขยายเครือข่ายและฐานผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง seiringกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของโทรศัพท์มือถือในไทย การเติบโตของบริษัทมีส่วนผลักดันให้เกิดการแข่งขันในตลาดร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่น โดยเฉพาะ Advanced Info Service (AIS)
dtac เริ่มเป็นที่จดจำจากการทำการตลาดที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของประเทศในที่สุด
ทศวรรษ 2000 — ยุคแบรนด์ dtac
ในช่วงทศวรรษ 2000 ชื่อ dtac มีความโดดเด่นมากขึ้นในฐานะแบรนด์สำหรับผู้บริโภค โดยบริษัทได้ขยายบริการออกไปไกลกว่าการสนทนาด้วยเสียงพื้นฐาน ครอบคลุมถึง:
- SMS
- อินเทอร์เน็ตบนมือถือ
- แพ็กเกจข้อมูล
- ระบบเติมเงิน
- ระบบรายเดือน
- การใช้งานข้ามแดนอัตโนมัติ (Roaming)
- เนื้อหาบนมือถือ
- โทรคมนาคมสำหรับองค์กร
การแพร่หลายของสมาร์ตโฟนในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนผ่าน dtac จากผู้ให้บริการที่เน้นเสียงเป็นหลัก ไปสู่บริษัทที่มุ่งเน้นข้อมูลและบริการดิจิทัล
ปี 2555–2556 — การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใบอนุญาต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2010 เมื่อในปี 2555 บริษัทลูกอย่าง dtac TriNet ได้รับ ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz จาก กสทช. และเริ่มเปิดให้บริการบนย่านความถี่ดังกล่าวในปี 2556 1
เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานแบบเดิมไปสู่ระบบใบอนุญาตฉบับใหม่ตามกรอบกฎหมายโทรคมนาคมของไทย
วิวัฒนาการเครือข่าย
เช่นเดียวกับผู้ให้บริการรายใหญ่ในไทย dtac มีการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายผ่านหลายยุคสมัย ดังนี้
2G
dtac สร้างฐานลูกค้าในยุคแรกจากบริการเสียงและ SMS บนเครือข่ายเซลลูลาร์ดั้งเดิม
3G
การมาถึงของ 3G ช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น รองรับการใช้งานดังนี้:
- การท่องเว็บ
- โซเชียลมีเดีย
- วิดีโอ
- แอปพลิเคชันบนมือถือ
- บริการสมาร์ตโฟน
4G/LTE
เทคโนโลยี 4G เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ dtac ในยุคสมาร์ตโฟนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือมีความสำคัญเหนือกว่าการโทรด้วยเสียง
5G
หลังการรวมกิจการกับ True ลูกค้าแบรนด์ dtac สามารถเข้าถึงทรัพยากรเครือข่ายและข้อตกลงการใช้งานข้ามเครือข่ายของบริษัทใหม่ โดย True ระบุว่าเครือข่ายรวมใช้คลื่นความถี่หลากหลายย่าน ในขณะที่ข้อมูลสำหรับลูกค้า dtac อธิบายว่าแบรนด์สามารถให้บริการผ่านการโรมมิ่งเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น 2
การรวมกิจการระหว่าง True และ dtac
การรวมกิจการครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ dtac
ในปี 2564 True Corporation และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ประกาศแผนการรวมธุรกิจ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการนำสองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของไทยมารวมกัน
หลังจากผ่านกระบวนการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ถือหุ้น การรวมกิจการทางกฎหมายได้เสร็จสิ้นลงในวันที่:
1 มีนาคม 2566
True Corporation และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น รวมเข้าเป็นนิติบุคคลใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งรับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และภาระผูกพันทั้งหมดของทั้งสองบริษัทเดิม 2
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ใหม่ เริ่มซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้สัญลักษณ์ TRUE ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566
สิ่งสำคัญคือ การรวมกิจการนี้ ไม่ได้ ทำให้แบรนด์ผู้บริโภค dtac หายไปทันที
สถานะความเป็นบริษัทของ dtac
ในทางกฎหมายไม่ใช่ แต่ในเชิงพาณิชย์ยังคงใช่
ข้อแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เดิม สิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากหลังการรวมกิจการในปี 2566
อย่างไรก็ตาม dtac ยังคงดำรงอยู่เป็นแบรนด์ผู้บริโภค ภายในระบบนิเวศของ True Corporation ใหม่
ข้อมูลปัจจุบันของ True ระบุว่า แบรนด์ True และ dtac ยังคงดำเนินธุรกิจในตลาดในฐานะแบรนด์แยกต่างหาก ตามข้อกำหนดของ กสทช. 2
สรุปโครงสร้างได้ดังนี้:
ก่อนปี 2566
True Corporation → TrueMove H
Total Access Communication → dtac
หลังปี 2566
True Corporation
├── แบรนด์ True
└── แบรนด์ dtac
นั่นหมายความว่า ผู้บริโภคยังสามารถซื้อซิมการ์ด ใช้แพ็กเกจมือถือ รับสิทธิประโยชน์ และใช้บริการลูกค้าสัมพันธ์ของ dtac ได้ แม้ว่าการเป็นนิติบุคคลอิสระของ DTAC จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
โครงสร้างความเป็นเจ้าของและองค์กรปัจจุบัน
ปัจจุบัน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแม่ของทั้งแบรนด์โทรคมนาคม True และ dtac
True นิยามตนเองว่าเป็น บริษัทเทคโนโลยีโทรคมนาคม (Telecom-Tech) ของไทย ที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้งมือถือ บรอดแบนด์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และบริการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลองค์กรระบุว่าเครือข่ายรวมของ True และ dtac ให้บริการเชื่อมต่อทั่วประเทศไทย
เว็บไซต์ของ dtac ระบุชัดเจนว่า แบรนด์ dtac ปัจจุบันดำเนินงานโดย บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด 1
โครงสร้างอย่างง่ายจึงเป็นดังนี้:
True Corporation PCL
↓
True Move H Universal Communication
↓
แบรนด์ dtac
ผลิตภัณฑ์และบริการ
แม้ dtac จะเริ่มต้นในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แต่ข้อเสนอในปัจจุบันมีความหลากหลายยิ่งขึ้น
บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
หัวใจหลักของธุรกิจยังคงเป็นโทรคมนาคมเคลื่อนที่ ประกอบด้วย:
- ซิมการ์ดแบบเติมเงิน
- แพ็กเกจรายเดือน
- บริการ 4G
- บริการ 5G
- การโทรด้วยเสียง
- อินเทอร์เน็ตบนมือถือ
- การใช้งานข้ามแดนอัตโนมัติ (International Roaming)
- การโทรระหว่างประเทศ
อินเทอร์เน็ตบนมือถือ
บริการข้อมูลกลายเป็นศูนย์กลางของแบรนด์ในปัจจุบัน โดยแพ็กเกจถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ เช่น:
- โซเชียลมีเดีย
- สตรีมมิงวิดีโอ
- เกม
- การใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป
- การใช้งานข้อมูลปริมาณมาก
- การใช้งานระยะสั้นสำหรับนักท่องเที่ยว
สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์
dtac จำหน่ายสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์โทรคมนาคมอื่นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน
บริการดิจิทัล
แบรนด์ได้ขยายเข้าสู่บริการดิจิทัลและแพลตฟอร์มจัดการบัญชีลูกค้า รวมถึง dtac app ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริหารยอดเงิน ใบแจ้งหนี้ แพ็กเกจ และฟังก์ชันบัญชีอื่นๆ ได้ด้วยตนเอง 3
รางวัลและสิทธิพิเศษ
อีกส่วนสำคัญของข้อเสนอสำหรับผู้บริโภคคือ dtac Rewards ซึ่งมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก โดยแบรนด์ยังคงรักษาระบบรางวัลของลูกค้าไว้ต่อเนื่องแม้หลังการรวมกิจการ 1
Dtac และการโรมมิ่งเครือข่ายหลังการรวมกิจการ
ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติประการหนึ่งของการรวมกิจการคือ ลูกค้า dtac สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเครือข่ายของโครงสร้างพื้นฐาน True/dtac ที่รวมกันแล้ว
dtac อธิบายว่า ลูกค้าอาจเห็นชื่อเครือข่ายเช่น dtac-T และ dtac-True ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดสรรเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ โดย dtac-True อาจปรากฏขึ้นเมื่อลูกค้าใช้งาน 5G ผ่านการโรมมิ่งบนเครือข่าย True 2
แนวคิดหลักคือ:
หนึ่งแบรนด์ลูกค้า + การเข้าถึงระบบนิเวศเครือข่ายรวมที่ใหญ่ขึ้น
นี่คือหนึ่งในผลประโยชน์หลักที่ตั้งใจให้เกิดจากการรวมสองบริษัทเข้าด้วยกัน
อัตลักษณ์แบรนด์
ในอดีต dtac วางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่มีความทันสมัย เข้าถึงง่าย และเป็นมิตรกับลูกค้า
การสร้างแบรนด์เน้นย้ำในเรื่อง:
- ความเรียบง่าย
- การเชื่อมต่อ
- การสื่อสารในชีวิตประจำวัน
- วัฒนธรรมเยาวชน
- วิถีชีวิตดิจิทัล
- สิทธิประโยชน์ของลูกค้า
ชื่อ dtac ที่เป็นตัวพิมพ์เล็กเป็นสิ่งที่คุ้นตาอย่างมากในประเทศไทย
นอกจากนี้ แบรนด์ยังสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งผ่านแคมเปญโฆษณาและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เป็นเอกลักษณ์ แทนที่จะเน้นเพียงสเปกเทคนิคของเครือข่ายเพียงอย่างเดียว
Dtac เทียบกับ True และ AIS
ตลาดมือถือไทยในอดีตถูกครอบงำโดยสามแบรนด์หลัก:
| แบรนด์ | บริษัทแม่/ผู้ดำเนินงานปัจจุบัน | ตำแหน่งทางการตลาด |
|---|---|---|
| AIS | Advanced Info Service | แบรนด์โทรคมนาคมหลักแบบสแตนด์อโลน |
| True | True Corporation | แบรนด์เทคโนโลยีโทรคมนาคมหลัก |
| dtac | True Corporation | แบรนด์มือถือหลักภายใต้ True |
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ True และ dtac กลายเป็นแบรนด์พี่น้องแทนที่จะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่เป็นอิสระต่อกัน
ก่อนการรวมกิจการปี 2566:
True ↔ dtac = คู่แข่ง
หลังการรวมกิจการ:
True + dtac → True Corporation
กระนั้น ทั้งสองแบรนด์ยังคงนำเสนอแยกกันต่อลูกค้าตามกรอบกฎระเบียบที่กำหนดไว้
ความสัมพันธ์กับ Telenor
ประวัติศาสตร์ของ dtac ยังผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ Telenor กลุ่มบริษัทโทรคมนาคมจากนอร์เวย์
Telenor เคยเป็นผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์และพันธมิตรสำคัญของ dtac โดยนำความเชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมระดับสากลและเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน
ภายหลังการรวมกิจการกับ True ทาง Telenor ได้กลายเป็นหนึ่งในคู่สัญญาเชิงกลยุทธ์ของ True Corporation ใหม่ เคียงข้างกับ กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ซึ่ง True เองได้ระบุว่าความเชี่ยวชาญของ Telenor Group และ CP Group ช่วยเสริมศักยภาพของบริษัทใหม่ให้แข็งแกร่งขึ้น
มิติระหว่างประเทศนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ของ dtac มีความน่าสนใจ กล่าวคือ แม้จะเป็นแบรนด์โทรคมนาคมไทยแท้ๆ แต่การพัฒนาได้รับอิทธิพลจากความเชี่ยวชาญระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ
การเปลี่ยนแปลงองค์กร
การรวมกิจการในปี 2566 มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรรวมจากสองผู้ให้บริการโทรคมนาคมดั้งเดิม ไปสู่ บริษัทเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่ครอบคลุมกว้างขึ้น
True อธิบายกลยุทธ์หลังการรวมกิจการโดยเน้นด้านต่างๆ ได้แก่:
- การเชื่อมต่อมือถือ
- บรอดแบนด์
- 5G
- แพลตฟอร์มดิจิทัล
- คลาวด์
- IoT
- AI
- เทคโนโลยีสำหรับองค์กร
- ความบันเทิงดิจิทัล
- บริการอัจฉริยะ
บริษัทระบุว่าเครือข่ายรวมครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดด้วยสัญญาณ 5G และมอบระบบนิเวศดิจิทัลที่กว้างขวางยิ่งขึ้น 2
ดังนั้น dtac ในวันนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “บริษัทโทรศัพท์มือถือ” อิสระ แต่เป็น หนึ่งในแบรนด์ผู้บริโภคหลักภายในองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมรวมที่ใหญ่ที่สุดในไทย
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ dtac ในไทย
dtac มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโทรคมนาคมของไทย จากปัจจัยดังนี้:
1. ช่วยทำให้โทรคมนาคมเคลื่อนที่เป็นที่นิยม
dtac เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีส่วนเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจากเครื่องมือเฉพาะทางธุรกิจ ให้กลายเป็นบริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
2. ช่วยสร้างการแข่งขัน
การแข่งขันระหว่าง AIS, dtac และ True ผลักดันให้ราคาลดลง เกิดแพ็กเกจใหม่ๆ และการขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็ว
3. มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านจากเสียงสู่ข้อมูล
การพัฒนาของบริษัทสะท้อนวิวัฒนาการของโทรคมนาคมเอง:
เสียง → SMS → 3G → 4G → สมาร์ตโฟน → อินเทอร์เน็ตมือถือ → 5G → ระบบนิเวศดิจิทัล
4. เป็นส่วนหนึ่งของการรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย
การรวมกิจการ True–dtac ในปี 2566 เปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์โทรคมนาคมของไทยอย่างถาวร
สถานะของหุ้น DTAC
ก่อนการรวมกิจการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้สัญลักษณ์ DTAC
การรวมกิจการทางกฎหมายในปี 2566 ทำให้ DTAC สิ้นสภาพการเป็นบริษัทจดทะเบียนแยกต่างหาก
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ กลายเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนแทน ภายใต้สัญลักษณ์ TRUE 2
ดังนั้นในปัจจุบัน:
DTAC ≠ บริษัทจดทะเบียนอิสระ
แต่
dtac = แบรนด์โทรคมนาคมสำหรับผู้บริโภคที่ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่
ข้อแตกต่างนี้สำคัญมากเมื่ออ่านรายงานทางการเงินหรือข่าวเก่าที่อ้างอิงถึง “DTAC”
สถานะปัจจุบัน
ณ ปี 2569 dtac ยังคงเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่เปิดดำเนินการอยู่ในไทย
ลูกค้ายังสามารถ:
- ซื้อซิมการ์ด dtac
- สมัครแพ็กเกจเติมเงิน/รายเดือนของ dtac
- ใช้บริการ 4G/5G ของ dtac
- เข้ารับบริการที่ช็อปและช่องทางออนไลน์ของ dtac
- ใช้งาน dtac app
- รับสิทธิพิเศษ dtac Rewards
- เข้าถึงทรัพยากรเครือข่ายที่กว้างขึ้นในระบบนิเวศหลังการรวมกิจการของ True
เว็บไซต์ dtac ปัจจุบันระบุชัดเจนว่า แบรนด์ dtac ดำเนินงานโดย บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และลูกค้าสามารถใช้บริการ dtac ต่อไปได้ 1
ไทม์ไลน์
2532 — โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ก่อตั้งโดยตระกูลเบญจรงคกุล 1
ทศวรรษ 1990 — dtac ขยายตัวเป็นผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ในไทย
ทศวรรษ 2000 — dtac กลายเป็นแบรนด์โทรคมนาคมสำหรับผู้บริโภคที่โดดเด่นยิ่งขึ้น
2555 — dtac TriNet ได้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz 1
2556 — เริ่มให้บริการมือถือบนคลื่น 2.1 GHz 1
2564 — True และ dtac ประกาศแผนการรวมธุรกิจ
2565 — ดำเนินการตามขั้นตอนกฎระเบียบและองค์กรเพื่อการรวมกิจการ
1 มีนาคม 2566 — True และ DTAC รวมกิจการทางกฎหมายเป็น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 2
3 มีนาคม 2566 — ทรู คอร์ปอเรชั่น ใหม่ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
2566 เป็นต้นมา — True และ dtac ยังคงดำเนินธุรกิจเป็นแบรนด์ผู้บริโภคแยกต่างหาก ขณะที่แบ่งปันทรัพยากรขององค์กรรวม 2
2569 — dtac ยังคงเป็นแบรนด์โทรคมนาคมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กลุ่ม True Corporation 1





