T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Braun

Braun เป็นแบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้าน การออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่เน้นประโยชน์ใช้สอย วิศวกรรมชั้นสูง เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในบ้าน ก่อตั้งขึ้นโดยวิศวกรชื่อ Max Braun ที่เมือง Frankfurt am Main ในปี ค.ศ. 1921 บริษัทได้เติบโตจากโรงงานผลิตอุปกรณ์วิทยุและงานช่างขนาดเล็ก จนกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่มีอิทธิพลที่สุดวงการการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมแห่งศตวรรษที่ 20 1

Braun มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การออกแบบ เนื่องจากภายใต้การทำงานร่วมกันของนักออกแบบชั้นนำ เช่น Dieter Rams และ Hans Gugelot แบรนด์ได้ช่วยวางรากฐานปรัชญาผลิตภัณฑ์ที่เน้นความ เรียบง่าย มีประโยชน์ ชัดเจน ทนทาน และมีความงามที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ภาษาการออกแบบของ Braun ได้ส่งอิทธิพลต่อนักออกแบบเชิงอุตสาหกรรมรุ่นหลังมากมาย และมักถูกเชื่อมโยงกับหลักการที่ Dieter Rams สรุปไว้ว่า “น้อยแต่มาก” (Less, but better)

ในปัจจุบัน ชื่อของ Braun ถูกนำไปใช้ในหลายกลุ่มธุรกิจ Procter & Gamble (P&G) เป็นผู้เป็นเจ้าของแบรนด์และดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า อุปกรณ์ตัดแต่งขน และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายอื่นๆ ในขณะที่ De’Longhi Group ได้รับสิทธิ์การใช้แบรนด์ Braun ตลอดชีพ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือน เช่น เครื่องเตรียมอาหารและเตารีด 2

ข้อมูลสังเขป

หัวข้อ รายละเอียด
แบรนด์ Braun
ปีที่ก่อตั้ง 1921
ผู้ก่อตั้ง Max Braun
ถิ่นกำเนิด Frankfurt am Main, Germany
ธุรกิจดั้งเดิม งานวิศวกรรม ส่วนประกอบวิทยุ และอุปกรณ์ไฟฟ้า
สิ่งที่สร้างชื่อเสียง การออกแบบเชิงอุตสาหกรรม เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าตกแต่งทรงผม และเครื่องใช้ในบ้าน
นักออกแบบสำคัญในอดีต Dieter Rams
ปรัชญาการออกแบบ ความเรียบง่าย ประโยชน์ใช้สอย ความชัดเจน และความทนทาน
เจ้าของแบรนด์ปัจจุบัน Procter & Gamble
ผู้ได้รับลิขสิทธิ์เครื่องใช้ในบ้าน De’Longhi Group
การเข้าซื้อกิจการสำคัญในอดีต Gillette, 1967
Gillette ถูกซื้อโดย P&G 2005
ข้อตกลงลิขสิทธิ์เครื่องใช้ในบ้านกับ De’Longhi 2012
ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลหลักในปัจจุบัน เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า อุปกรณ์กันเครา ปัตตาเลี่ยน IPL เครื่องกำจัดขน
ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านหลักในปัจจุบัน เครื่องปั่นมือถือ เครื่องบดสับอาหาร เครื่องผสมอาหาร เครื่องชงกาแฟ กาต้มน้ำ เครื่องปิ้งขนมปัง เตารีด

จุดเริ่มต้น: ค.ศ. 1921–ทศวรรษ 1940

Braun เริ่มต้นขึ้นในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1921 เมื่อวิศวกร Max Braun เปิดโรงงานช่างขนาดเล็กในเมือง Frankfurt ธุรกิจในช่วงแรกมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมวิทยุที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากการผลิตชิ้นส่วนวิทยุก่อนจะขยายไปสู่การผลิตชุดรับสัญญาณวิทยุแบบครบวงจรและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง 3

ในช่วงปลายทศวรรษ 1920 Braun มีการเติบโตอย่างมาก บริษัทได้เปิดโรงงานของตนเองในปี ค.ศ. 1928 โดยมีพนักงานประมาณ 400 คน และเริ่มสร้างชื่อเสียงด้านนวัตกรรมทางเทคนิค ในปี ค.ศ. 1929 บริษัทสามารถผลิตเครื่องขยายเสียงและชุดรับสัญญาณวิทยุแบบสมบูรณ์ได้สำเร็จ

นวัตกรรมที่สำคัญในช่วงแรกคือการพัฒนา วิทยุและเครื่องเล่นแผ่นเสียงรวมอยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะแสดงให้เห็นว่า Braun เริ่มคิดเลยขอบเขตของการผลิตชิ้นส่วนเดี่ยวๆ ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคแบบบูรณาการ

โลโก้ที่คุ้นตาของ Braun ก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานี้เช่นกัน โดยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีตัว “A” นูนโค้งมนปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1934 5

สงครามโลกครั้งที่สองและการฟื้นฟู

สงครามโลกครั้งที่สองส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจพลเรือนของ Braun บริษัทจำต้องหยุดการผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคเกือบทั้งหมด และโรงงานใน Frankfurt ก็ถูกทำลายจนแทบสิ้นเชิงในปี ค.ศ. 1944 6

หลังสิ้นสุดสงคราม Max Braun ได้สร้างบริษัทขึ้นมาใหม่ ในปี ค.ศ. 1945 Braun กลับมาดำเนินการอีกครั้งด้วยพนักงานประมาณ 150 คน ช่วงเวลาหลังสงครามนี้กลับกลายเป็นบทที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Braun เนื่องจากบริษัทเริ่มก้าวข้ามงานวิศวกรรมล้วนๆ ไปสู่แนวคิดที่กว้างขึ้นเรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค 7

ก้าวสำคัญสู่เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เมื่อ Braun เปิดตัว S 50 ซึ่งเป็นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์

S 50 ใช้ระบบใบมีดแบบสั่นใต้แผ่นฟอยล์เหล็กกล้าที่บางแต่แข็งแรง ซึ่งกลายเป็นรากฐานของเทคโนโลยีเครื่องโกนหนวดแบบฟอยล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Braun ที่บริษัทพัฒนาต่อเนื่องมาอีกหลายทศวรรษ

ในเวลาใกล้เคียงกัน Braun ยังได้เข้าสู่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ด้วยผลิตภัณฑ์ Multimix food processor ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 1950 เช่นกัน ซึ่งเป็นการสร้างหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ยังคงมีความสำคัญต่อ Braun จนถึงปัจจุบัน 8

ช่วงเวลานี้ได้กำหนดรูปแบบที่เป็นหัวใจสำคัญของ Braun ไว้ดังนี้:

วิศวกรรม + ประโยชน์ใช้สอยจริง + การออกแบบที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี

แทนที่จะมองว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นเพียงของตกแต่งที่มาเติมทีหลังงานวิศวกรรม Braun เริ่มให้ความสำคัญกับการผสาน วิศวกรรมและการออกแบบให้เป็นกิจกรรมเดียวกัน มากขึ้นเรื่อยๆ

การปฏิวัติการออกแบบของ Braun

Dieter Rams

บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดกับอัตลักษณ์การออกแบบของ Braun คือ Dieter Rams

Rams เข้าร่วมงานกับ Braun ในปี ค.ศ. 1955 ในตำแหน่งสถาปนิกและมัณฑนากร ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนักออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่มีอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Braun อยู่เป็นเวลานานหลายทศวรรษ 9

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบของ Braun ไม่ได้เกิดจากฝีมือของ Rams เพียงคนเดียว Braun ยังได้ร่วมมือกับนักออกแบบจาก Ulm School of Design รวมถึง Hans Gugelot นอกจากนี้ยังมีนักออกแบบคนสำคัญอื่นๆ ของ Braun ได้แก่ Fritz Eichler, Otl Aicher, Wilhelm Wagenfeld, Gerd Alfred Müller, และ Reinhold Weiss

พวกเขาได้ร่วมกันสร้างสรรค์ภาษาทางภาพที่มีความสอดคล้องและเป็นเอกภาพอย่างสูง

ลักษณะเฉพาะของการออกแบบคลาสสิกแบบ Braun

ผลิตภัณฑ์คลาสสิกของ Braun มักเน้นย้ำถึงองค์ประกอบดังต่อไปนี้:

  • รูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย
  • แผงควบคุมที่เข้าใจง่าย
  • ลำดับความสำคัญทางสายตาที่ชัดเจน
  • ลดทอนลวดลายตกแต่งให้น้อยที่สุด
  • โทนสีที่เป็นกลาง
  • การแสดงออกถึงความฟังก์ชันอย่างซื่อตรง
  • การยศาสตร์ (Ergonomics)
  • คุณภาพการผลิตระดับสูง
  • การใช้งานที่ยั่งยืนในระยะยาว
  • ความสม่ำเสมอตลอดทั้งระบบผลิตภัณฑ์

Braun อธิบายแนวทางการออกแบบของตนผ่านคำว่าคุณภาพ ประโยชน์ใช้สอย ความชัดเจน ความยาวนาน และความไร้กาลเวลา 10

ปรัชญา “น้อยแต่มาก”

วลีที่ gắn liềnกับ Dieter Rams มากที่สุดคือ:

“น้อยแต่มาก” (Less, but better)

วลีนี้สะท้อนแก่นความคิดของปรัชญาการออกแบบแบบ Braun นั่นคือการตัดทอนองค์ประกอบทางภาพและฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นออก แทนที่จะเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปเรื่อยๆ

แนวทางของ Braun ได้รับอิทธิพลจาก Bauhaus และการออกแบบแบบ Ulm แต่ได้พัฒนาจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ หลักการออกแบบของบริษัทเน้นย้ำถึง ความเรียบง่าย ระเบียบ และความกลมกลืน

ต่อมา Rams ได้บัญญัติ 10 หลักการของการออกแบบที่ดี (Ten Principles for Good Design) อันโด่งดัง ซึ่งประกอบด้วย:

  1. การออกแบบที่ดีคือนวัตกรรม
  2. การออกแบบที่ดีทำให้ผลิตภัณฑ์มีประโยชน์
  3. การออกแบบที่ดีมีความสวยงาม
  4. การออกแบบที่ดีช่วยให้เราเข้าใจผลิตภัณฑ์
  5. การออกแบบที่ดีไม่รบกวนสายตา
  6. การออกแบบที่ดีมีความซื่อสัตย์
  7. การออกแบบที่ดีมีความยั่งยืนยาวนาน
  8. การออกแบบที่ดีพิถีพิถันทุกรายละเอียด
  9. การออกแบบที่ดีคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
  10. การออกแบบที่ดีคือการออกแบบให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลักการเหล่านี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากประสบการณ์การทำงานของ Rams ที่ Braun และได้กลายเป็นแนวคิดที่มีอิทธิพลไปไกลเกินขอบเขตของบริษัท Braun ยังคงนิยามการออกแบบที่ดีผ่านแนวคิดเรื่องความ เรียบง่าย มีประโยชน์ และทนทาน มาจนถึงทุกวันนี้

ผลิตภัณฑ์อันเป็นสัญลักษณ์ของ Braun

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Braun จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบรนด์

ชุดวิทยุ/เครื่องเล่นแผ่นเสียง SK 4

SK 4 ซึ่งเปิดตัวในทศวรรษ 1950 และออกแบบโดย Hans Gugelot ร่วมกับ Dieter Rams กลายเป็นหนึ่งในวัตถุที่กำหนดยุคสมัยแห่งการออกแบบของ Braun

ฝาปิดโปร่งใส แผงควบคุมที่เรียบง่าย และรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สะอาดตา แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวิทยุและเครื่องเล่นแผ่นเสียงไม้ที่ประดับประดาลวดลายอย่างหนักซึ่งนิยมกันในขณะนั้น

ผลิตภัณฑ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคสามารถดู ทันสมัยโดยไม่จำเป็นต้องดูซับซ้อน

เครื่องผสมอาหาร KM 3

KM 3 เครื่องผสมอาหาร/เครื่องเตรียมอาหาร กลายเป็นอีกผลิตภัณฑ์คลาสสิกของ Braun โดยบริษัทผลิตรุ่นต่างๆ ของเครื่องนี้ออกมาเป็นเวลากว่าสามทศวรรษ 11

ความสำคัญของ KM 3 ไม่ได้อยู่แค่ที่อุปกรณ์ในครัวเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าหลักการออกแบบของ Braun สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า S 50

S 50 รุ่นปี 1950 เป็นการวางรากฐานธุรกิจเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าของ Braun จากนั้นมา บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้ต่อเนื่องผ่านเครื่องโกนหนวดแบบฟอยล์หลายต่อหลายรุ่น 12

Sixtant

Sixtant ในทศวรรษ 1960 กลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่จดจำได้ง่ายที่สุดในยุคคลาสสิกของ Braun ทางแบรนด์ระบุว่านี่คือสินค้า массового производства ชิ้นแรกของยุคการออกแบบใหม่ที่วางจำหน่ายสู่ตลาด 13

เครื่องคิดเลข นาฬิกา และอุปกรณ์เครื่องเสียง

Braun ยังได้ผลิตสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่:

  • เครื่องคิดเลขพกพา
  • นาฬิกาปลุก
  • วิทยุ
  • เครื่องเล่นแผ่นเสียง
  • อุปกรณ์เครื่องเสียง
  • นาฬิกาข้อมือ
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว
  • ไดร์เป่าผม
  • เตารีด

ผลิตภัณฑ์จำนวนมากในกลุ่มนี้ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในประวัติศาสตร์การออกแบบเชิงอุตสาหกรรม

การขยายตัวหลังยุค Max Braun

Max Braun เสียชีวิตกะทันหันในปี ค.ศ. 1951 จากนั้นบุตรชายของเขาทั้งสองคนคือ Artur Braun และ Erwin Braun จึงเข้ามาบริหารบริษัทต่อ 14

ภายใต้การบริหารของพี่น้องตระกูล Braun บริษัทได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แทนที่จะแข่งขันในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก Braun ได้ปรับตำแหน่งทางการตลาดให้กลายเป็นบริษัทที่ผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบดีเยี่ยมสำหรับชีวิตประจำวันในยุคใหม่

นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ

Braun ไม่ได้ขายแค่วิทยุ เครื่องโกนหนวด หรือเครื่องปั่นอาหาร แต่กำลังนำเสนอแนวคิดเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ชีวิตสมัยใหม่:

เทคโนโลยีควรเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย มีประโยชน์ และมีความสงบนิ่งในเชิงสุนทรียะ

ปรัชญานี้ช่วยให้ Braun ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะแบรนด์แห่งการออกแบบในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960

Braun กับการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมสำหรับตลาดมวลชน

หนึ่งในความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Braun คือการนำการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยมาสู่ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

ก่อนการปฏิวัติการออกแบบของ Braun สินค้าไฟฟ้าภายในบ้านจำนวนมากถูกออกแบบให้ดูเหมือนเฟอร์นิเจอร์หรือมีการประดับประดาลวดลายอย่างหนัก

Braun เลือกเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม

ผลิตภัณฑ์ของ Braun มักมีรูปลักษณ์เหมือน อุปกรณ์ความแม่นยำสูง:

  • เน้นประโยชน์ใช้สอย
  • ใช้รูปทรงเรขาคณิต
  • มีความสุขุมไม่ฟุ้งเฟ้อ
  • มีความเป็นระบบ
  • เข้าใจง่าย

สิ่งนี้ช่วยปลูกฝังแนวคิดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันก็สามารถเป็นผลงานการออกแบบที่มีคุณค่าได้ในตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ Braun จึงกลายเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญระหว่าง การออกแบบแบบโมเดิร์นนิสต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคในตลาดมวลชน พิพิธภัณฑ์ Design Museum ได้กล่าวถึง Braun ว่ากลายเป็นแบรนด์การออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีส่วนช่วยนำ “การออกแบบที่ดี” เข้าสู่ระบบตลาดมวลชน

การเข้าซื้อกิจการโดย Gillette

ในช่วงทศวรรษ 1960 Braun เติบโตเกินกว่าขนาดของบริษัทครอบครัว

ในปี ค.ศ. 1967 บริษัท Gillette จากสหรัฐอเมริกาได้เข้าถือหุ้นใหญ่ใน Braun โดย Braun ยังคงดำเนินงานในฐานะแบรนด์อิสระ ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายระหว่างประเทศและทรัพยากรการลงทุนของ Gillette

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลของ Braun

เครื่องโกนหนวดไฟฟ้ากลายเป็นศูนย์กลางความสำเร็จทางการค้าของ Braun มากขึ้นเรื่อยๆ และตั้งแต่ ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา เครื่องโกนหนวดก็ได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท 15

พัฒนาการเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าของ Braun

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มั่นคงที่สุดของ Braun

เหตุการณ์สำคัญทางเทคโนโลยีประกอบด้วย:

ช่วงเวลา พัฒนาการ
1950 S 50 เครื่องโกนหนวดไฟฟ้ารุ่นแรกของ Braun
ทศวรรษ 1970 เครื่องโกนหนวดกลายเป็นธุรกิจหลักของ Braun
1990 Flex Control พร้อมฟอยล์คู่และหัวโกนที่ปรับมุมได้
1994 Flex Integral พร้อมที่กันขนยาวในตัว
1999 ระบบทำความสะอาด Clean&Charge
2006 Series 7 พร้อมมอเตอร์เชิงเส้นความถี่สูง
ปัจจุบัน เครื่องโกนหนวดแบบฟอยล์ขั้นสูง อุปกรณ์ตัดแต่งขน และเทคโนโลยีการดูแลส่วนบุคคลแบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ

17

ตารางข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะสำคัญของกลยุทธ์ Braun นั่นคือ บริษัทมักพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่าน การปรับปรุงทางวิศวกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการละทิ้งแนวคิดผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว

ยุคสมัยภายใต้ P&G

ในปี ค.ศ. 2005 Procter & Gamble ได้เข้าซื้อกิจการของ Gillette

ส่งผลให้ Braun กลายเป็นส่วนหนึ่งของ พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกของ Procter & Gamble ปัจจุบัน P&G จัดวาง Braun ไว้ในกลุ่มธุรกิจ Grooming เคียงข้างแบรนด์อื่นๆ เช่น Gillette และ Venus 19

นั่นหมายความว่า เมื่อผู้บริโภคซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า อุปกรณ์ตัดแต่งขน หรือผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอื่นๆ ของ Braun ในปัจจุบัน ก็เท่ากับกำลังซื้อสินค้าจาก Braun ในฐานะแบรนด์ดูแลส่วนบุคคลของ P&G

P&G ยังคงลงทุนในเทคโนโลยีการโกนหนวดของ Braun อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ในปี ค.ศ. 2026 P&G ได้เปิดตัว Braun NEVO โดยนำเสนอว่าเป็นเทคโนโลยีการโกนหนวดไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด 9

ทำไม De’Longhi จึงใช้ชื่อ Braun ด้วย

นี่คือหนึ่งในประเด็นที่ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับ Braun ในปัจจุบัน

Braun ไม่ได้ถูกบริหารจัดการเป็นธุรกิจเดียวครอบคลุมทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

ในปี ค.ศ. 2012 P&G และ De’Longhi ได้บรรลุข้อตกลงมอบ สิทธิ์การใช้งานตลอดชีพ ให้แก่ De’Longhi ในการใช้แบรนด์ Braun สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือน ข้อตกลงนี้ครอบคลุมหมวดหมู่สินค้าเช่น เครื่องใช้ในครัวและผลิตภัณฑ์รีดผ้า แต่ยกเว้นธุรกิจเครื่องโกนหนวดแบบแห้งสำหรับบุรุษและเครื่องกำจัดขนไฟฟ้าสำหรับสตรีโดยเฉพาะ โดย P&G ยังคงเป็นเจ้าของแบรนด์ Braun อยู่เช่นเดิม 4

ต่อมา De’Longhi ได้รวมผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านของ Braun เข้าไว้ในพอร์ตโฟลิโอของตนเอง De’Longhi ระบุว่า Braun เข้าร่วมกลุ่มบริษัทในปี 2013 และปัจจุบันครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังนี้:

  • เครื่องเตรียมอาหาร
  • เครื่องปั่นมือถือ
  • เครื่องบดสับอาหาร
  • เครื่องผสมอาหาร
  • เครื่องปั่นโถแก้ว
  • เครื่องทำอาหาร
  • เครื่องชงกาแฟ
  • กาต้มน้ำ
  • เครื่องปิ้งขนมปัง
  • เตารีด

10

สรุปอย่างง่ายคือ:

Braun กลุ่มดูแลส่วนบุคคล → P&G

Braun กลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน → De’Longhi ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจแบรนด์ Braun ในยุคปัจจุบัน

หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลักของ Braun ในปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

หมวดหมู่ที่ทันสมัยและจดจำได้ง่ายที่สุดของ Braun คือผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลสำหรับบุรุษ

ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย:

  • เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแบบฟอยล์
  • อุปกรณ์กันเครา
  • ปัตตาเลี่ยน
  • อุปกรณ์ตกแต่งขนร่างกาย
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม

กลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันประกอบด้วยตระกูล Series 3, Series 5, Series 7, Series 8 และ Series 9 โดย Series 9 ถูกวางตำแหน่งไว้ในกลุ่มพรีเมียม 14

ผลิตภัณฑ์กำจัดขนสำหรับสตรี

Braun ยังมีธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์กำจัดขนสำหรับสตรี

พอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย:

  • เครื่องกำจัดขน Silk-épil
  • เครื่องโกนขนสำหรับสตรี
  • อุปกรณ์ตกแต่งขนบริเวณบิกินี่
  • เครื่องกำจัดขนด้วยแสง IPL

Braun ได้เข้าซื้อบริษัท Silk-épil จากฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1988 ทำให้การกำจัดขนกลายเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์นับแต่นั้นเป็นต้นมา 15

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของ Braun ประกอบด้วย:

  • ไดร์เป่าผม
  • เครื่องหนีบผม
  • เครื่องม้วนผม
  • แปรงหวีผม
  • แปรงลมจัดแต่งทรงผม

บริษัทเริ่ม涉足ไดร์เป่าผมมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และได้พัฒนารูปแบบที่กะทัดรัดอันโดดเด่น เช่น รุ่น PGC 1000 ในปี ค.ศ. 1978 16

เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

ภายใต้ธุรกิจ Braun ของ De’Longhi แบรนด์ยังคงปรากฏอยู่บนสินค้าดังนี้:

  • เครื่องปั่นมือถือ
  • เครื่องบดสับอาหาร
  • เครื่องตีไข่มือถือ
  • เครื่องปั่นโถแก้ว
  • เครื่องสับ
  • เครื่องคั้นน้ำผลไม้
  • เครื่องชงกาแฟ
  • กาต้มน้ำ
  • เครื่องปิ้งขนมปัง
  • เตาปิ้งย่าง
  • เตารีด

ตระกูลเครื่องปั่นมือถือ MultiQuick มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจเครื่องใช้ในบ้านปัจจุบันของ Braun โดย De’Longhi บรรยายว่า Braun เป็นผู้นำระดับโลกด้านเครื่องปั่นมือถือ 17

อัตลักษณ์การออกแบบของ Braun

หากต้องสรุปอัตลักษณ์การออกแบบของ Braun ในไม่กี่คำ คำเหล่านั้นจะเป็นดังนี้:

เรียบง่าย

ผลิตภัณฑ์ควรเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนรุงรังทางสายตา

ใช้งานได้จริง

ทุกองค์ประกอบที่สำคัญต้องมีจุดประสงค์ชัดเจน

เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

ผลิตภัณฑ์ต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้คน

ทนทาน

ในอดีต Braun เน้นย้ำถึงประโยชน์ใช้สอยในระยะยาวมากกว่าสไตล์ที่ใช้แล้วทิ้ง

ไร้กาลเวลา

ผลิตภัณฑ์ควรหลีกเลี่ยงกระแสแฟชั่นที่ไม่จำเป็น

แม่นยำ

แผงควบคุม วัสดุ สัดส่วน และส่วนติดต่อผู้ใช้ ต้องสื่อสารถึงคุณภาพทางเทคนิค

ปัจจุบัน Braun สรุปปรัชญาการออกแบบของตนไว้ว่า “เรียบง่าย มีประโยชน์ และทนทาน” 18

อิทธิพลของ Braun ต่อบริษัทอื่น

ความสำคัญของ Braun ไปไกลเกินกว่าผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ภาษาการออกแบบของบริษัทได้กลายเป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญสำหรับนักออกแบบและบริษัทเทคโนโลยีในยุคหลัง

ตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดอาจจะเป็น Apple

นักออกแบบและผู้วิจารณ์มักเปรียบเทียบแง่มุมต่างๆ ของปรัชญาผลิตภัณฑ์ Apple กับประเพณีการออกแบบของ Braun โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำในเรื่อง:

  • มินิมอลลิสม์
  • อินเทอร์เฟซที่ชัดเจน
  • พื้นผิวสีขาว/สีกลาง
  • รูปทรงเรขาคณิต
  • การลดทอนความรกทางสายตา
  • การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบเชิงอุตสาหกรรม

การเปรียบเทียบนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเพราะ Jony Ive แห่ง Apple เคยแสดงความชื่นชมต่อ Dieter Rams และผลงานของ Braun อย่างเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม คงไม่ถูกต้องนักหากจะบอกว่า Apple เพียงแค่ “ลอกเลียนแบบ Braun” คำอธิบายที่เหมาะสมกว่าคือ Braun ช่วยวางรากฐาน คลังคำศัพท์การออกแบบเชิงอุตสาหกรรมแบบโมเดิร์นนิสต์ ที่บริษัทเทคโนโลยีในยุคหลังได้นำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ปรัชญาการออกแบบของ Braun เทียบกับการออกแบบระดับหรูหรา

Braun ยังน่าสนใจตรงที่เป็นตัวแทนของแนวคิดการออกแบบระดับพรีเมียมในรูปแบบที่แตกต่าง

สินค้าหรูหรามักสื่อสารมูลค่าผ่าน:

  • วัสดุมีค่า
  • ลวดลายประดับประดา
  • การสร้างแบรนด์
  • รายละเอียดตกแต่ง
  • ความพิเศษหายาก

แต่ในอดีต Braun สื่อสารมูลค่าด้วยวิธีที่ต่างออกไป:

ความแม่นยำ + ความเรียบง่าย + วิศวกรรม + ประโยชน์ใช้สอย

นั่นคือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์คลาสสิกของ Braun อาจดูแทบไม่มีตัวตนเมื่อมองผ่านๆ

แนวคิดหลักก็คือ:

ผลิตภัณฑ์ควรพิสูจน์คุณภาพผ่านประสิทธิภาพการทำงาน มิใช่ผ่านการตกแต่ง

ปรัชญานี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Braุน ยังคงมีความสำคัญในประวัติศาสตร์การออกแบบเชิงอุตสาหกรรม

ตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์

โดยทั่วไปแล้ว Braun ครองตำแหน่งในพื้นที่ พรีเมียม / ตลาดกระแสหลักระดับบน ของเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อผู้บริโภค

แบรนด์ไม่ได้วางตำแหน่งเหมือนบ้านดีไซน์สุดหรูระดับอัลตราลักซ์ชูรี่ แต่พยายามผสมผสานองค์ประกอบดังนี้:

มรดกวิศวกรรมเยอรมัน + ประโยชน์ใช้สอยจริง + การออกแบบสมัยใหม่ + นวัตกรรมเทคโนโลยี

ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตลักษณ์แบรนด์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง:

  • วิศวกรรมดั้งเดิมแบบเยอรมัน
  • การออกแบบเชิงอุตสาหกรรมแบบโมเดิร์นนิสต์
  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคในตลาดมวลชน
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลระดับพรีเมียม

Braun อธิบายมรดกของแบรนด์ผ่านคำว่า นวัตกรรม การออกแบบ และคุณภาพ 19

อะไรที่ทำให้ Braun แตกต่าง?

มีลักษณะหลายประการที่ทำให้ Braun โดดเด่นจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป

1. การออกแบบคือ DNA ของแบรนด์

สำหรับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก การออกแบบเป็นเพียงเรื่องการตกแต่งรูปลักษณ์ภายนอก

แต่สำหรับ Braun การออกแบบเป็นส่วนพื้นฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด

2. มรดกเยอรมันที่เข้มแข็ง

อัตลักษณ์ของ Braun ยังคงผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับ วิศวกรรมและการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมแบบเยอรมัน แม้ว่าการดำเนินธุรกิจจะถูกบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

3. ภาษาทางภาพที่สม่ำเสมออย่างยิ่ง

ผลิตภัณฑ์ Braun จากต่างทศวรรษมักดูมีความเกี่ยวข้องกัน เพราะแบ่งปันหลักการร่วมกันในเรื่อง:

  • สัดส่วน
  • ตัวอักษรพิมพ์
  • แผงควบคุม
  • เรขาคณิต
  • ความสุขุม

4. ประเพณีผลิตภัณฑ์ที่ยาวนาน

Braun ไม่ได้ทำการคิดค้นหมวดหมู่สินค้าใหม่อยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีเครื่องโกนหนวด เครื่องใช้ในครัว และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล มักได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นรุ่นต่อรุ่น

5. อิทธิพลต่อการออกแบบ

มีบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่แห่งที่มีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์การออกแบบเชิงอุตสาหกรรมเทียบเท่า Braun

ความแตกต่างระหว่าง Braun กับ B. Braun

ข้อควรแยกแยะที่สำคัญ:

Braun และ B. Braun เป็น คนละบริษัทกัน

Braun ที่กล่าวถึงในที่นี้คือแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ก่อตั้งโดย Max Braun ที่ Frankfurt ในปี 1921 ซึ่งมีชื่อเสียงด้านเครื่องโกนหนวด ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

ในขณะที่ B. Braun เป็นบริษัทด้านการแพทย์และสุขภาพของเยอรมนีที่มีประวัติย้อนไปถึงปี 1839 เมื่อ Julius Wilhelm Braun เข้าซื้อร้านขายยาในเมือง Melsungen บริษัทดำเนินธุรกิจในด้านการบำบัดด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ศัลยกรรม การดูแลบาดแผล และการฟอกเลือดนอกร่างกาย 20

ทั้งสองจึงไม่ควรได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นองค์กรเดียวกัน

มรดกตกทอดของ Braun

มรดกทางประวัติศาสตร์ของ Braun สามารถแบ่งออกเป็นสามด้านหลัก

การออกแบบเชิงอุตสาหกรรม

Braun ช่วยสร้างแนวคิดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันสามารถถูกออกแบบตามหลักการจริงจังเรื่อง ความชัดเจน ประโยชน์ใช้สอย และสุนทรียศาสตร์

เทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค

บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำคัญในหมวดหมู่วิทยุ อุปกรณ์เครื่องเสียง เครื่องใช้ในครัว เครื่องโกนหนวด อุปกรณ์ดูแลส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอื่นๆ

ปรัชญาการออกแบบ

มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Braun อาจเป็นเรื่องปรัชญา:

สินค้าที่ดีไม่จำเป็นต้องตะโกนเรียกร้องความสนใจ

วัตถุที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ควรเข้าใจง่าย มีประโยชน์ และทนทาน

ปรัชญาดังกล่าวยังคงปรากฏให้เห็นในผลิตภัณฑ์ Braun ในปัจจุบัน แม้ว่าโครงสร้างองค์กรเบื้องหลังแบรนด์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนับตั้งแต่ยุคโรงงานดั้งเดิมของ Max Braun

Braun ในปัจจุบัน

ณ ปี ค.ศ. 2026 Braun ยังคงเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติที่สำคัญ แต่ควรทำความเข้าใจว่าเป็น แบรนด์ที่มีผู้ประกอบการธุรกิจต่างกันในแต่ละหมวดหมู่ มิใช่บริษัทเดียวที่เป็นเอกภาพ

P&G ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลหลักของ Braun ซึ่งรวมถึงเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า อุปกรณ์ตัดแต่งขน ผลิตภัณฑ์กำจัดขน และสินค้าดูแลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง P&G ยังคงระบุว่า Braun เป็นหนึ่งในแบรนด์ดูแลส่วนบุคคลที่สำคัญที่สุดของตน 21

De’Longhi Group ดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของ Braun ภายใต้ใบอนุญาตการใช้แบรนด์ตลอดชีพ ครอบคลุมสินค้าประเภทเตรียมอาหาร ทำอาหาร เครื่องใช้ในมื้อเช้า และการรีดผ้า 22

ตัวแบรนด์เองยังคงเน้นย้ำหลักการที่ถูกวางรากฐานไว้ในยุคคลาสสิกแห่งการออกแบบ: ประโยชน์ใช้สอย ความเรียบง่าย คุณภาพ และความยาวนาน 23

สรุปภาพรวม

Braun คือแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่ก่อตั้งโดยชาวเยอรมัน ก่อตั้งขึ้นโดย Max Braun ในปี 1921 ซึ่งเปลี่ยนผ่านจากบริษัทวิทยุและวิศวกรรมไปสู่ผู้บุกเบิกระดับโลกด้านการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมที่เน้นประโยชน์ใช้สอย มีความผูกพันใกล้ชิดกับ Dieter Rams และปรัชญา “น้อยแต่มาก” และในปัจจุบันครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลของ P&G และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ได้รับลิขสิทธิ์โดย De’Longhi

วิธีทำความเข้าใจ Braun อย่างง่ายที่สุด

1921 → Max Braun เปิดโรงงานวิศวกรรม

ทศวรรษ 1920–40 → เทคโนโลยีวิทยุและไฟฟ้า

1950 → เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า + เครื่องใช้ในบ้าน

ทศวรรษ 1950–60 → การปฏิวัติการออกแบบของ Braun

ยุค Dieter Rams → “น้อยแต่มาก”

1967 → Gillette เข้าถือหุ้นใหญ่

ทศวรรษ 1970–90 → Braun กลายเป็นแบรนด์ดูแลส่วนบุคคล/เครื่องใช้ในบ้านระดับโลก

2005 → P&G เข้าซื้อ Gillette และ Braun

2012 → De’Longhi ได้รับสิทธิ์การใช้แบรนด์ Braun สำหรับเครื่องใช้ในบ้านตลอดชีพ

2026 → P&G Braun = ดูแลส่วนบุคคล; De’Longhi Braun = เครื่องใช้ในบ้าน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Braun ไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องโกนหนวด แต่ในทางประวัติศาสตร์ นี่คือหนึ่งใน แบรนด์การออกแบบเชิงอุตสาหกรรมของเยอรมันที่มีอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และปรัชญาการออกแบบ arguably มีความสำคัญต่อมรดกของแบรนด์ยิ่งกว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง