T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ Bertolli

Bertolli เป็นแบรนด์อาหารอิตาเลียนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่รู้จักในระดับสากลจากผลิตภัณฑ์ น้ำมันมะกอก เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันชื่อของ Bertolli ยังครอบคลุมถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ เช่น ซอสพาสต้า อาหารแช่แข็งสไตล์อิตาเลียน เนยทาขนมปัง และอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมเมดิเตอร์เรเนียน จุดเริ่มต้นของแบรนด์ย้อนกลับไปถึงปี 1865 เมื่อ Francesco Bertolli และ Caterina ภรรยาของเขา ได้เปิดร้านขายของชำขนาดเล็กในเมือง Lucca แคว้น Tuscany 1

ประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจคือ Bertolli ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ผลิตสินค้าทุกประเภทภายใต้ชื่อนี้อีกต่อไป แต่เครื่องหมายการค้าและธุรกิจต่าง ๆ ของ Bertolli ถูกบริหารโดยบริษัทที่แตกต่างกันไปตามตลาดและหมวดหมู่สินค้า โดย ธุรกิจน้ำมันมะกอกอยู่ภายใต้การดูแลของ Deoleo ในขณะที่ธุรกิจซอสพาสต้าในสหรัฐอเมริกาเป็นของ Mizkan และอาหารแช่แข็งในสหรัฐอเมริกานั้นจัดจำหน่ายโดย Conagra Brands ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ 2

ข้อมูลพื้นฐาน

หมวดหมู่ รายละเอียด
แบรนด์ Bertolli
ถิ่นกำเนิด Lucca, Tuscany, Italy
ปีที่ก่อตั้ง 1865
ผู้ก่อตั้ง Francesco Bertolli และ Caterina (ภรรยา)
ธุรกิจดั้งเดิม ร้านขายของชำ/เดลิกาเตสเซน และน้ำมันมะกอก
สินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุด น้ำมันมะกอก
สินค้าอื่น ๆ ซอสพาสต้า, อาหารแช่แข็ง, เนยทาขนมปัง, น้ำส้มสายชู และอาหารสไตล์อิตาเลียน/เมดิเตอร์เรเนียนอื่น ๆ (แตกต่างกันไปตามตลาด)
การกระจายสินค้า ระดับนานาชาติ
อัตลักษณ์ของแบรนด์ อาหารอิตาเลียน / Tuscan / เมดิเตอร์เรเนียน
โครงสร้างปัจจุบัน ธุรกิจและผลิตภัณฑ์ Bertolli แต่ละส่วนดำเนินการโดยบริษัทที่แตกต่างกัน

ตามประวัติที่บันทึกไว้โดย Bertolli เอง ร้านค้าในยุคแรกเริ่มนั้นจำหน่ายไวน์ท้องถิ่น เนยแข็ง มะกอก และน้ำมันมะกอก

จุดเริ่มต้น: Lucca, Tuscany, ปี 1865

เรื่องราวของ Bertolli เริ่มต้นขึ้นที่เมือง Lucca ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ในแคว้น Tuscany

ในปี 1865 Francesco Bertolli และ Caterina Bertolli ได้เปิดร้านขายอาหารขนาดเล็กบริเวณชั้นล่างของที่พักอาศัย โดยมีลักษณะเป็นร้านเดลิกาเตสเซนท้องถิ่นที่จำหน่ายผลผลิตอันเป็นเอกลักษณ์ของชนบท Tuscan ได้แก่:

  • น้ำมันมะกอก
  • ไวน์
  • เนยแข็ง
  • มะกอก
  • อาหารประจำภูมิภาคอื่น ๆ

รากฐานทางธุรกิจสร้างขึ้นจากแนวคิดที่เรียบง่าย คือ อาหารที่ดีต้องมาจากวัตถุดิบที่ดีและไม่ซับซ้อน ปรัชญานี้ได้กลายเป็นแก่นสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ Bertolli ในระดับนานาชาติในเวลาต่อมา

ในระยะแรกนี้ Bertolli ยังไม่ใช่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระหว่างประเทศอย่างที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่เป็นเพียง ธุรกิจอาหารครอบครัวขนาดเล็กในแคว้น Tuscany เท่านั้น

จุดเปลี่ยนสำคัญ: การอพยพของชาวอิตาเลียน

หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจที่สุดของ Bertolli คือการขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศซึ่งมีแรงผลักดันส่วนหนึ่งมาจาก ผู้อพยพชาวอิตาเลียน

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวอิตาเลียนจำนวนมากได้อพยพไปยังประเทศต่าง ๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้นำวัฒนธรรมอาหารติดตัวไปด้วย แต่วัตถุดิบจากเมดิเตอร์เรเนียนที่คุ้นเคยนับวันยิ่งหาได้ยากขึ้นในดินแดนใหม่

ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของ Bertolli ระบุว่าราวปี 1875 ผู้อพยพชาวอิตาเลียนในอเมริกาได้เริ่มติดต่อขอซื้อน้ำมันมะกอกจาก Francesco Bertolli

เหตุการณ์นี้ได้สร้างตลาดใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด

แทนที่จะขายเฉพาะคนในพื้นที่ Tuscany อีกต่อไป Bertolli จึงเริ่ม จัดส่งน้ำมันมะกอกข้ามมหาสมุทร ส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้บุกเบิกยุคแรกในการส่งออกน้ำมันมะกอกจากอิตาลีไปยังสหรัฐอเมริกา

นี่อาจถือเป็นการพัฒนาที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นประวัติศาสตร์ของแบรนด์:

อัตลักษณ์ระดับนานาชาติของ Bertolli เติบโตขึ้นจากความปรารถนาของผู้อพยพชาวอิตาเลียนที่ต้องการรักษารสนิยมการกินแบบบ้านเกิดไว้ในต่างแดน

การขยายตัวไปทั่วโลก

เมื่อถึงประมาณปี 1890 ธุรกิจของ Bertolli ได้ขยายตัวอย่างมาก

สินค้าของบริษัทถูกส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ รวมถึง:

  • สหรัฐอเมริกา
  • แคนาดา
  • ออสเตรเลีย
  • อเมริกาใต้
  • แอฟริกา

ตลาดสหรัฐอเมริกามีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากมีประชากรผู้อพยพชาวอิตาเลียนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก 3

ด้วยเหตุนี้ Bertolli จึงวิวัฒนาการจาก ร้านขายอาหารใน Tuscan กลายเป็นแบรนด์อาหารระดับนานาชาติ

อัตลักษณ์ของแบรนด์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน โดยไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายน้ำมันมะกอกอีกต่อไป แต่ผู้บริโภคเริ่มเชื่อมโยงชื่อ Bertolli กับภาพรวมของ อาหารอิตาเลียนและวิถีชีวิตแบบอิตาเลียน มากขึ้น

การสร้างแบรนด์อาหารสมัยใหม่

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Bertolli ได้เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ของตนเข้ากับภาพลักษณ์ของ วิถีชีวิต อาหาร และการต้อนรับแบบอิตาเลียน อย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจาก Bertolli กำลังก้าวข้ามสถานะผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป

ในทางเทคนิคแล้ว น้ำมันมะกอกเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ค่อนข้างเรียบง่าย แบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องสร้างความแตกต่างผ่านปัจจัย诸如:

  • คุณภาพ
  • บรรจุภัณฑ์
  • แหล่งกำเนิด
  • ชื่อเสียง
  • การโฆษณา
  • การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม

Bertolli ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำให้ชื่อของตนเป็นสัญลักษณ์ของ วัฒนธรรมการทำอาหารอิตาเลียน 4

Bertolli กับการโฆษณา

Bertolli ยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้การโฆษณายุคใหม่ในอิตาลี

ในช่วงหลังสงครามโลก แบรนด์ได้ใช้ตัวละครโฆษณาอย่าง Olivella และ Maria Rosa ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การโฆษณาของ Bertolli ในอิตาลีที่ผู้คนจดจำได้ดี 5

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาหารบรรจุหีบห่อที่มีแบรนด์เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในศตวรรษที่ 20

Bertolli จึงมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านจาก:

ผู้ผลิตอาหารท้องถิ่น → แบรนด์อาหารบรรจุหีบห่อ → แบรนด์มวลชนระดับนานาชาติ

นวัตกรรมด้านน้ำมันมะกอก

ประวัติศาสตร์ของ Bertolli ไม่ได้มีเพียงด้านการตลาดเท่านั้น บริษัทยังส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในด้านบรรจุภัณฑ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกอีกด้วย

ตามเอกสารประวัติศาสตร์ของ Bertolli บริษัทได้นำ ขวดแก้ว มาใช้ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และเป็นรายแรก ๆ ที่ใส่ข้อมูลโภชนาการบนฉลาก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาน้ำมันมะกอกหลากหลายประเภทเพื่อตอบโจทย์ความชอบของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ 6

นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อน้ำมันมะกอก จากเดิมที่เป็นเพียงอาหารเทกะทะแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็น สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีบรรจุภัณฑ์ชัดเจน มีความหลากหลาย และมีจุดยืนทางการตลาดที่แตกต่าง

จากน้ำมันมะกอกสู่แบรนด์อาหารที่หลากหลาย

แม้น้ำมันมะกอกจะเป็นหัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Bertolli แต่ท้ายที่สุดแบรนด์ก็ได้ขยายไปสู่หมวดหมู่อื่น ๆ

ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ผลิตภัณฑ์ของ Bertolli อาจประกอบด้วย:

น้ำมันมะกอก

นี่คือหมวดหมู่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุด

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ได้แก่:

  • Extra Virgin Olive Oil
  • Organic Extra Virgin Olive Oil
  • น้ำมันมะกอกที่มีรสชาติหลากหลาย
  • น้ำมันมะกอกสำหรับทำอาหาร
  • น้ำมันมะกอกสูตรเบา (Lighter olive oils)
  • น้ำมันมะกอกเกรดพิเศษ/พรีเมียม

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ Bertolli ในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ได้ระบุรายการผลิตภัณฑ์ Extra Virgin, Organic และน้ำมันสำหรับทำอาหารไว้หลายรายการ

ซอสพาสต้า

Bertolli ยังเป็นที่รู้จักในวงการซอสพาสต้าสไตล์อิตาเลียน ทั้งซอสฐานมะเขือเทศและซอสครีม

นี่คือการต่อยอดทางธุรกิจที่เป็นธรรมชาติ:

น้ำมันมะกอก → การทำอาหารอิตาเลียน → พาสต้า → ซอสพาสต้า → มื้ออาหารอิตาเลียนที่สมบูรณ์

อาหารแช่แข็ง

ในสหรัฐอเมริกา Bertolli มีความโดดเด่นอย่างมากในหมวดหมู่ อาหารแช่แข็งสไตล์อิตาเลียน รวมถึงอาหารจานผัดกระทะ (Skillet meals) และเมนูพาสต้า

ปัจจุบัน Conagra เป็นผู้จัดจำหน่ายอาหารแช่แข็ง Bertolli ในสหรัฐฯ โดยระบุว่า Bertolli เป็นแบรนด์หลักในตลาดอาหารแช่แข็งอิตาเลียนแท้

เนยทาขนมปังและอาหารอื่น ๆ

ในตลาดยุโรปและบางประเทศ ชื่อ Bertolli ยังถูกใช้กับเนยทาขนมปังและผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้พอร์ตโฟลิโอสินค้าจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศอย่างมีนัยสำคัญ 7

ประวัติความเป็นเจ้าของที่ซับซ้อน

นี่คือจุดที่ทำให้เรื่องราวของ Bertolli น่าสนใจเป็นพิเศษ

ต่างจากบริษัทอย่าง Coca-Cola ที่มีกลุ่มองค์กรเดียวควบคุมแบรนด์ทั่วโลก เครื่องหมายการค้าสมัยใหม่ของ Bertolli ถูกแบ่งแยกไปตามธุรกิจและหมวดหมู่สินค้า

ในอดีต Bertolli เคยผ่านการเปลี่ยนมือเจ้าขององค์กรหลายราย รวมถึง Unilever

ในช่วงทศวรรษ 2000 Unilever เริ่มปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโออาหารและได้ขายธุรกิจบางส่วนของการ Bertolli ออกไป

น้ำมันมะกอก

ในปี 2008 Unilever ได้ขายธุรกิจน้ำมันมะกอกให้กับ Grupo SOS ในขณะนั้น ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Deoleo การซื้อขายนี้รวมถึงธุรกิจน้ำมันมะกอก Bertolli ด้วย 8

ปัจจุบัน Deoleo ถือว่า Bertolli เป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำมันมะกอกหลักของตน และยังคงทำการตลาดน้ำมันมะกอก Bertolli ในระดับนานาชาติ

ซอสพาสต้า

ในปี 2014 บริษัทอาหารสัญชาติญี่ปุ่น Mizkan ได้ตกลงเข้าซื้อกิจการ พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ซอสพาสต้า Ragú และ Bertolli จาก Unilever ด้วยมูลค่าประมาณ 2.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดังนั้น ธุรกิจซอสพาสต้า Bertolli และธุรกิจน้ำมันมะกอก Bertolli จึงตกอยู่ภายใต้ความเป็นเจ้าของของบริษัทที่แตกต่างกัน

อาหารแช่แข็ง

ธุรกิจอาหารแช่แข็ง Bertolli ในสหรัฐฯ ถูกเข้าซื้อโดย ConAgra Foods ในปี 2012

ปัจจุบัน Conagra ทำการตลาดอาหารแช่แข็ง Bertolli ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ โดยในเอกสารของบริษัทระบุว่า Mizkan America เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน Bertolli สำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

ใครเป็นเจ้าของ Bertolli ในปัจจุบัน?

คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ:

ไม่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ Bertolli ทุกประเภททั่วโลก

ภาพรวมอย่างง่ายมีดังนี้:

ธุรกิจ Bertolli ความสัมพันธ์กับองค์กรปัจจุบัน
น้ำมันมะกอก Deoleo
ซอสพาสต้าในสหรัฐฯ Mizkan
อาหารแช่แข็งในสหรัฐฯ Conagra Brands ภายใต้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ
ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ แตกต่างกันไปตามประเทศและข้อตกลงการให้สิทธิ

ปัจจุบัน Deoleo ระบุว่าเป็นผู้ผลิตน้ำมันมะกอก Bertolli ในขณะที่ Mizkan ระบุว่า Bertolli เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอซอสพาสต้าของตน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์ Bertolli ในประเทศต่าง ๆ จึงอาจมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าประหลาดใจ หรือมีข้อมูลบริษัทบนบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน

ปรัชญาน้ำมันมะกอกของ Bertolli

น้ำมันมะกอกยังคงเป็น หัวใจของอัตลักษณ์ Bertolli

Deoleo ระบุว่าการดำเนินงานของ Bertolli เน้นย้ำเรื่องคุณภาพตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การจัดหามะกอกไปจนถึงการผลิตและบรรจุขวด เอกสารของบริษัทอธิบายถึงกระบวนการสุ่มตัวอย่างและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด 9

Bertolli ยังส่งเสริมแนวคิดเรื่องการเก็บเกี่ยวมะกอกเร็วขึ้นเล็กน้อยและนำไปแปรรูปอย่างรวดเร็วหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อรักษาคุณลักษณะที่ดี เอกสารที่เผยแพร่ระบุว่ามะกอกที่ใช้ผลิตน้ำมันจะถูกหีบภายใน 10 ชั่วโมงหลังการเก็บเกี่ยว 10

ดังนั้น ปรัชญาน้ำมันมะกอกของแบรนด์จึงสรุปได้ว่า:

มะกอกที่ดี + การจัดซื้อที่พิถีพิถัน + การแปรรูปที่ควบคุมได้ + การเบลนด์/ควบคุมคุณภาพ = สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมาตรฐานสม่ำเสมอ

น้ำมันมะกอก Bertolli เป็นของอิตาลีแท้หรือไม่?

นี่เป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญที่ต้องแยกแยะให้ชัด

Bertolli เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากอิตาลี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าน้ำมันมะกอก Bertolli ทุกขวดจะทำจากมะกอกที่ปลูกในอิตาลีเท่านั้น

น้ำมันมะกอก Bertolli สมัยใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ Deoleo อธิบายว่าบริษัทจัดหาแหล่งน้ำมันมะกอกจากหลายพื้นที่และใช้วิธีการเบลนด์เพื่อให้ได้คุณลักษณะที่ต้องการและตรงกับความต้องการของแต่ละตลาด 11

ดังนั้น:

แบรนด์อิตาลี ≠ มะกอกอิตาลี 100% เสมอไป

แหล่งที่มาของมะกอกจริง ๆ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ Bertolli แต่ละรุ่นและตลาดปลายทาง ผู้บริโภคควรตรวจสอบฉลากบนขวดแต่ละใบหากเรื่องแหล่งกำเนิดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อ

ปรัชญาผลิตภัณฑ์ของ Bertolli

การสื่อสารของแบรนด์เน้นย้ำธีมหลักหลายประการอย่างสม่ำเสมอ:

มรดกทางวัฒนธรรมอิตาเลียน

Bertolli ใช้ต้นกำเนิดจาก Tuscan เป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์

ความเรียบง่าย

บริษัทมักเน้นย้ำถึงวัตถุดิบที่ไม่ซับซ้อนและการทำอาหารอิตาเลียนแบบเรียบง่าย 12

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน

น้ำมันมะกอก พาสต้า มะเขือเทศ ผัก และวัตถุดิบเมดิเตอร์เรเนียนอื่น ๆ เป็นศูนย์กลางของการวางตำแหน่งแบรนด์

การเข้าถึงได้ง่าย

แทนที่จะนำเสนออาหารอิตาเลียนในฐานะอาหารร้านอาหารราคาแพงเท่านั้น Bertolli มักวางตำแหน่งให้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคสามารถ เตรียมเองได้ที่บ้าน

ความสะดวกสบาย

เห็นได้ชัดโดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ซอสพาสต้าและอาหารแช่แข็ง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อเสนอของ Bertolli ในยุคสมัยใหม่คือ:

นำรสชาติและความรู้สึกของการทำอาหารอิตาเลียน/เมดิเตอร์เรเนียน มาสู่ bữaอาหารในบ้านประจำวัน

อัตลักษณ์ของแบรนด์

อัตลักษณ์ทางภาพและอารมณ์ของ Bertolli สร้างขึ้นจากการเชื่อมโยงหลายประการ:

Tuscany → อิตาลี → เมดิเตอร์เรเนียน → น้ำมันมะกอก → อาหารครอบครัว → การทำอาหารเรียบง่าย → ชีวิตที่ดี

การวางตำแหน่งดังกล่าวทำให้ Bertolli ยังคงเป็นที่จดจำได้แม้ว่าพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์จริงจะขยายออกไปมาก

ที่น่าสนใจคือ เว็บไซต์ Bertolli ในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ระบุว่า โลโก้ของ Bertolli มีรูปทรงที่ดัดแปลงมาจากลักษณะของจัตุรัสหลักในเมือง Lucca ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์สมัยใหม่กับสถานที่กำเนิด 13

ขนาดระดับนานาชาติของ Bertolli

Bertolli ได้กลายเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติมากกว่าจะเป็นแบรนด์อิตาเลียนล้วน ๆ

แบรนด์ระบุว่าได้ขยายไปยัง กว่า 40 ประเทศ และเอกสารภาษาอิตาเลียนระบุว่ามีการส่งออกไปยัง 45 ประเทศ ในช่วงเวลาครบรอบ 150 ปี

การมีอยู่ในระดับนานาชาตินั้นน่าสังเกตเป็นพิเศษเนื่องจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์เป็นเพียงเรื่องท้องถิ่น: ร้านเดลิกาเตสเซนเล็ก ๆ ใน Lucca

วิวัฒนาการของแบรนด์จึงสรุปได้ดังนี้:

1865 — ร้านค้าขนาดเล็กใน Tuscan

ทศวรรษ 1870 — ส่งออกไปยังผู้อพยพชาวอิตาเลียนในอเมริกา

ทศวรรษ 1890 — ขยายตัวสู่ระดับนานาชาติ

ศตวรรษที่ 20 — แบรนด์อาหารอิตาเลียนสำหรับมวลชน

ปลายศตวรรษที่ 20 — แบรนด์น้ำมันมะกอกระดับโลก

ศตวรรษที่ 21 — แบรนด์อาหารอิตาเลียน/เมดิเตอร์เรเนียนที่หลากหลาย

การครบรอบ 150 ปีของ Bertolli

ในปี 2015 Bertolli ได้เฉลิมฉลอง วาระครบรอบ 150 ปี

ณ เวลานั้น แบรนด์ได้เติบโตไปไกลเกินกว่าธุรกิจน้ำมันมะกอกดั้งเดิม และเป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งจากน้ำมันมะกอก ซอสพาสต้า และอาหารพร้อมทาน/แช่แข็ง

การครบรอบปีนี้ยังถูกใช้เป็นโอกาสในการตอกย้ำข้อความหลักของแบรนด์: ประวัติศาสตร์อันยาวนานของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียนผสมผสานกับความสะดวกสบายในยุคสมัยใหม่

Bertolli ในปัจจุบัน

นับถึงปี 2026 Bertolli ควรได้รับการเข้าใจในฐานะ แบรนด์อาหารอิตาเลียนระดับโลก มากกว่าที่จะเป็นบริษัทอาหารแบบบูรณาการแนวตั้งเพียงแห่งเดียว

ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และระดับโลกที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น น้ำมันมะกอก ซึ่ง Deoleo ยังคงดำเนินธุรกิจแบรนด์ Bertolli ต่อไป พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ปัจจุบันของ Deoleo รวมถึง Bertolli และบริษัทยังคงส่งเสริมโครงการด้านคุณภาพ การจัดซื้อ และความยั่งยืนของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง 14

ในขณะเดียวกัน Bertolli ยังคงปรากฏให้เห็นในหมวดหมู่อื่น ๆ ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา Conagra ยังคงแนะนำอาหารแช่แข็ง Bertolli รุ่นใหม่ ๆ ออกมา ในขณะที่ Mizkan เป็นเจ้าของธุรกิจ/เครื่องหมายการค้าซอสพาสต้าที่เกี่ยวข้อง 15

ดังนั้น แบรนด์ Bertolli สมัยใหม่จึงเป็นเสมือน กลุ่มธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตซึ่งแบ่งปันชื่อทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ทางอาหารร่วมกัน

ความสำคัญของ Bertolli

ในมุมมองทางธุรกิจและการสร้างแบรนด์ Bertolli มีความน่าสนใจด้วยเหตุผลหลายประการ:

1. มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก

ประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงปี 1865 ทำให้แบรนด์มีมรดกตกทอดยาวนานกว่า 160 ปีเมื่อนับถึงปี 2026

2. เป็นแบรนด์นานาชาติตั้งแต่เนิ่น ๆ

บริษัทเริ่มส่งออกน้ำมันมะกอกไปยังสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 19 โดยมีแรงผลักดันส่วนหนึ่งจากผู้อพยพชาวอิตาเลียนที่ต้องการอาหารที่คุ้นเคย

3. ช่วยเปลี่ยนน้ำมันมะกอกให้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแบรนด์

ประวัติศาสตร์ของ Bertolli รวมถึงนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ ฉลาก การโฆษณา และการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์

4. ขยายตัวพ้นน้ำมันมะกอกได้อย่างสำเร็จ

แบรนด์ก้าวเข้าสู่ตลาดซอส อาหารแช่แข็ง และหมวดหมู่อื่น ๆ ในขณะที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์แบบอิตาเลียนไว้ได้

5. แบรนด์รอดพ้นจากการแตกแยกขององค์กร

แม้หลังจากที่ธุรกิจส่วนต่าง ๆ ถูกขายให้กับบริษัทอื่น ๆ แต่ ชื่อ Bertolli ยังคงมีมูลค่าทางการค้า

Bertolli เทียบกับบริษัทอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม

การแยกแยะระหว่าง Bertolli ในฐานะแบรนด์ กับแนวคิดของผู้ผลิตอิตาเลียนแบบดั้งเดิมเป็นสิ่งจำเป็น

Bertolli มี ต้นกำเนิดและมรดกทางวัฒนธรรมแบบอิตาเลียน แต่ผลิตภัณฑ์ Bertolli ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารระดับโลกสมัยใหม่

นั่นหมายความว่า:

  • ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในอิตาลี
  • ไม่ใช่มะกอกทุกเม็ดจะเป็นมะกอกอิตาลี
  • ช่วงสินค้าแตกต่างกันไปตามประเทศ
  • หมวดหมู่สินค้า Bertolli ที่แตกต่างกันอาจเป็นของบริษัทที่แตกต่างกัน
  • อัตลักษณ์แบบอิตาเลียนของแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของการวางตำแหน่งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับแบรนด์อาหารรายใหญ่ สิ่งที่ทำให้ Bertolli โดดเด่นคือ ต้นกำเนิดจาก Tuscan ในปี 1865 ยังคงเป็นศูนย์กลางของอัตลักษณ์แบรนด์อย่างแข็งแรง

สรุปภาพรวม Bertolli

หากต้องการอธิบาย Bertolli ในสไตล์สารานุกรม:

Bertolli คือแบรนด์อาหารระดับนานาชาติที่มีต้นกำเนิดจากอิตาลี ก่อตั้งในเมือง Lucca แคว้น Tuscany ในปี 1865 มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์และระดับโลกจากน้ำมันมะกอก และได้ขยายไปสู่ซอสพาสต้า อาหารแช่แข็ง เนยทาขนมปัง และอาหารสไตล์อิตาเลียนและเมดิเตอร์เรเนียนอื่น ๆ โดยปัจจุบันมีส่วนต่าง ๆ ของแบรนด์ที่ถูกดำเนินการโดยบริษัทที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

ไทม์ไลน์เรื่องราวของ Bertolli

1865 — Francesco และ Caterina Bertolli เปิดร้านขายอาหารใน Lucca, Tuscany 16

ทศวรรษ 1870 — Bertolli เริ่มจัดส่งน้ำมันมะกอกให้กับผู้อพยพชาวอิตาเลียนในอเมริกา 17

1890 — ธุรกิจขยายตลาดส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และที่อื่น ๆ 18

ต้นทศวรรษ 1900 — Bertolli เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและอาหารอิตาเลียนมากขึ้น 19

กลางศตวรรษที่ 20 — การโฆษณา บรรจุภัณฑ์ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เปลี่ยน Bertolli ให้กลายเป็นแบรนด์อุปโภคบริโภคชั้นนำ

ทศวรรษ 1990–2000 — Bertolli กลายเป็นแบรนด์น้ำมันมะกอกระดับนานาชาติที่สำคัญและขยายไปสู่หมวดหมู่อื่น ๆ

2008 — Unilever ขายธุรกิจน้ำมันมะกอก Bertolli ให้กับ Grupo SOS ซึ่งต่อมาเป็น Deoleo

2012 — ConAgra เข้าซื้อธุรกิจอาหารแช่แข็ง Bertolli ในสหรัฐฯ 20

2014 — Mizkan เข้าซื้อพอร์ตโฟลิโอซอสพาสต้า Bertolli และ Ragú จาก Unilever 21

2015 — Bertolli เฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี 22

ทศวรรษ 2020 — Deoleo พัฒนา Bertolli ในฐานะแบรนด์น้ำมันมะกอกระดับนานาชาติต่อไป ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ดำเนินธุรกิจอาหาร Bertolli ในหมวดหมู่ต่าง ๆ ตามตลาด

2026 — Bertolli ยังคงเป็นแบรนด์อาหารต้นกำเนิดอิตาเลียนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยมีน้ำมันมะกอกเป็นศูนย์กลางของมรดกทางประวัติศาสตร์ และมีผลิตภัณฑ์หลายหมวดหมู่ที่ใช้ชื่อนี้ 23

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง