T Thailand Brand Wiki

เกี่ยวกับ ABB

ABB Ltd เป็นบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติที่มีรากฐานจากทั้งสวีเดนและสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักในด้าน ระบบไฟฟ้า (Electrification) การขับเคลื่อน (Motion) ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม (Industrial Automation) และเทคโนโลยีดิจิทัล ABB มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Zurich, Switzerland และให้บริการแก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรม ธุรกิจการค้า โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน คมนาคมขนส่ง และสาธารณูปโภคทั่วโลก

ABB ในรูปแบบปัจจุบันก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1988 จากการควบรวมกิจการระหว่าง ASEA จากสวีเดน และ Brown, Boveri & Cie. (BBC) จากสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่ามรดกทางเทคโนโลยีของบริษัทจะย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 19 ปัจจุบัน ABB ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกในระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ โดยมีพนักงานประมาณ 110,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศ และมีรายได้ในปี 2025 ประมาณ 33.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 13

ข้อมูลองค์กร

หมวดหมู่ ข้อมูล
ชื่อบริษัทตามกฎหมาย ABB Ltd
ชื่อสามัญ / แบรนด์ ABB
ปีที่ก่อตั้งเป็น ABB 1988
บริษัท前身 ASEA และ Brown, Boveri & Cie.
สำนักงานใหญ่ Zurich, Switzerland
อุตสาหกรรม อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม วิศวกรรมและเทคโนโลยี
ธุรกิจหลัก Electrification, Motion, Automation
จำนวนพนักงาน ~110,000 คน
ประเทศที่ดำเนินธุรกิจ กว่า 100 ประเทศ
รายได้ปี 2025 33.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Morten Wierod
ประธานกรรมการ Peter Voser
ตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange และ Nasdaq Stockholm
จุดยืนในปัจจุบัน เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ
วัตถุประสงค์ขององค์กร สร้างอนาคตที่ยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี

รายงานประจำปี 2025 ของ ABB ระบุให้ Electrification, Motion และ Automation เป็นสามกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท 13

ความหมายของชื่อ “ABB”

ชื่อ ABB มีที่มาจากกระบวนการควบรวมกิจการระหว่าง:

  • ASEAAllmänna Svenska Elektriska Aktiebolaget บริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าจากสวีเดน
  • BBCBrown, Boveri & Cie. บริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าจากสวิตเซอร์แลนด์

ทั้งสองบริษัทตกลงควบรวมกิจการกันในปี 1987 และเริ่มดำเนินการภายใต้โครงสร้างใหม่ของ ABB ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 1988 2

ดังนั้น หากพิจารณาตามตัวอักษรแล้ว ABB มิใช่คำย่อของชื่อใหม่ที่ประดิษฐ์ขึ้น แต่เป็นการนำพยัญชนะต้นมาจากชื่อเดิมคือ ASEA + Brown Boveri มารวมกัน

ประวัติความเป็นมา

ASEA — รากฐานจากสวีเดน

หนึ่งในบรรพบุรุษของ ABB คือ ASEA ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1883 ที่เมือง Västerås ประเทศสวีเดน โดย Ludvig Fredholm

ในช่วงแรก ASEA เน้นงานด้านระบบแสงสว่างไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ก่อนที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและระบบรถไฟของสวีเดน ในช่วงหลายทศวรรษต่อมา บริษัทได้ขยายขอบเขตไปสู่การผลิตกระแสไฟฟ้า เหมืองแร่ เหล็กกล้า คมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 2

นอกจากนี้ ASEA ยังเป็นผู้บุกเบิกที่สำคัญในด้านระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมและหุ่นยนต์อีกด้วย

Brown, Boveri & Cie. — รากฐานจากสวิตเซอร์แลนด์

อีกบริษัทหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิดคือ Brown, Boveri & Cie. (BBC) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1891 ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย Charles Eugene Lancelot Brown และ Walter Boveri

ในช่วงแรก BBC มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีต่างๆ เช่น:

  • มอเตอร์ไฟฟ้า
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • กังหัน
  • หม้อแปลงไฟฟ้า
  • อุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า
  • วิศวกรรมไฟฟ้า

ต่อมาบริษัทได้ขยายกิจการไปทั่วยุโรปและพัฒนาจนกลายเป็นกลุ่มบริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าระดับนานาชาติชั้นนำ 3

การควบรวมกิจการปี 1988

ในปี 1987 ASEA และ BBC ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการควบรวมกิจการ

บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นในชื่อ ASEA Brown Boveri เริ่มดำเนินงานในเดือนมกราคม 1988 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ทั้ง Zurich และ Västerås ในช่วงแรก และได้รับสืบทอดพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีขนาดใหญ่ครอบคลุมด้านวิศวกรรมไฟฟ้า พลังงาน คมนาคมขนส่ง และระบบอัตโนมัติ

การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นการรวมสองยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมของยุโรปให้เป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกเพียงแห่งเดียว 1

การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของ ABB

ในอดีต ABB เคยมีบทบาทใน อุตสาหกรรมการผลิตและส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า อย่างหนักหน่วงมากกว่าในปัจจุบัน

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ บริษัทได้ขยายกิจการผ่านการเข้าซื้อกิจการและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

ปี เหตุการณ์สำคัญ
1988 ASEA และ BBC ควบรวมกิจการก่อตั้งเป็น ABB
1990 ABB เปิดตัวแนวคิดระบบขับเคลื่อนเรือด้วยไฟฟ้า Azipod
2000 ABB ส่งมอบระบบจ่ายไฟจากฝั่งสู่เรือ (Shore-to-ship power)
2004 ABB เปิดตัวระบบอัตโนมัติ 800xA
2008 ABB เข้าร่วมโครงการส่งกำลังไฟฟ้าแรงสูงแบบกระแสตรง (HVDC) ขนาดใหญ่
2011 ABB เข้าซื้อกิจการ Baldor Electric
2012 ABB เข้าซื้อกิจการ Thomas & Betts
2017 ABB เข้าซื้อกิจการ B&R เพื่อเสริมศักยภาพด้านระบบอัตโนมัติของเครื่องจักร
2018 ABB เข้าซื้อกิจการ GE Industrial Solutions
2020 ABB ขายหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจ Power Grids ให้กับ Hitachi
2020 เป็นต้นไป ABB มุ่งเน้นธุรกิจด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติมากขึ้น
2023 ABB ประกาศวาระความยั่งยืนฉบับปรับปรุงใหม่
2025 ABB รายงานรายได้ 33.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

13

โครงสร้างธุรกิจในปัจจุบัน

ธุรกิจปัจจุบันของ ABB แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

1. Electrification (ระบบไฟฟ้า)

2. Motion (การขับเคลื่อน)

3. Automation (ระบบอัตโนมัติ)

แม้ว่า ABB จะมีประวัติศาสตร์และความเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีกับหุ่นยนต์อย่างยาวนาน แต่ในรายงานทางการเงินปี 2025 ธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics) ถูกจัดเป็น รายการที่หยุดดำเนินการ (Discontinued Operation) แล้ว 3

ธุรกิจ Electrification

ธุรกิจ Electrification ของ ABB มุ่งเน้นเทคโนโลยีสำหรับการกระจาย จ่าย ควบคุม ป้องกัน และบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า

ผลิตภัณฑ์และโซลูชันของบริษัทครอบคลุมห่วงโซ่ระบบไฟฟ้าตั้งแต่ สถานีย่อย ไปจนถึงอาคาร โรงงาน และโหลดไฟฟ้าปลายทาง

เทคโนโลยีหลักประกอบด้วย:

  • อุปกรณ์แรงดันต่ำ
  • อุปกรณ์แรงดันปานกลาง
  • สวิตช์เกียร์
  • เซอร์กิตเบรกเกอร์
  • ระบบกระจายกำลังไฟฟ้า
  • ระบบป้องกันกำลังไฟฟ้า
  • ระบบบริหารจัดการพลังงาน
  • ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร
  • อุปกรณ์ประกอบสายไฟ
  • ระบบอัตโนมัติของการกระจายไฟฟ้า
  • ระบบไฟฟ้าดิจิทัล
  • สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging)
  • โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล

โดยสรุปคือ:

ABB Electrification ช่วยให้ลูกค้าสามารถส่งจ่ายไฟฟ้าจากระบบไปยังอุปกรณ์ใช้งานได้อย่างปลอดภัย

สิ่งนี้ทำให้ ABB เป็นซัพพลายเออร์ที่สำคัญสำหรับโรงงาน อาคารพาณิชย์ ศูนย์ข้อมูล สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม และสถานที่ที่ใช้พลังงานเข้มข้นอื่นๆ 3

ธุรกิจ Motion

ธุรกิจ Motion ของ ABB มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นการเคลื่อนที่เชิงกลที่มีการควบคุม

เทคโนโลยีหลักประกอบด้วย:

  • มอเตอร์ไฟฟ้า
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  • ไดร์ฟปรับความเร็วรอบได้ (Variable-speed drives)
  • ไดรฟ์สำหรับอุตสาหกรรม
  • ระบบฉุดลาก (Traction systems)
  • ระบบส่งกำลังเชิงกล
  • ระบบส่งกำลังดิจิทัล (Digital powertrain)
  • เทคโนโลยีควบคุมการเคลื่อนที่

ตัวอย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมอาจใช้มอเตอร์ของ ABB เพื่อขับเคลื่อนปั๊ม สายพาน ลำเลียง คอมเพรสเซอร์ หรือพัดลม ในขณะที่ไดรฟ์ของ ABB ทำหน้าที่ควบคุมความเร็วและแรงบิดของมอเตอร์นั้น

นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วนสูง การใช้มอเตอร์และไดรฟ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจึงช่วยลดทั้ง การใช้พลังงานและต้นทุนการดำเนินงาน ได้

ธุรกิจ Motion ของ ABB สร้างรายได้ประมาณ 10.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 ตามรายงานประจำปี 3

ธุรกิจ Automation

ธุรกิจ Automation ของ ABB มุ่งเน้นการควบคุมกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน

เทคโนโลยีของบริษัทถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น:

  • น้ำมันและก๊าซ
  • เคมีภัณฑ์
  • เหมืองแร่
  • โลหะ
  • ปูนซีเมนต์
  • เยื่อกระดาษและกระดาษ
  • ยา
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • การผลิตกระแสไฟฟ้า
  • น้ำประปาและบำบัดน้ำเสีย
  • อุตสาหกรรมทางทะเล
  • พลังงานทดแทน
  • การผลิตแบตเตอรี่

หนึ่งในแพลตฟอร์มที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ ABB Ability™ System 800xA ซึ่งเป็นระบบควบคุมแบบกระจาย (Distributed Control System – DCS)

ระบบ DCS ช่วยให้สถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สามารถติดตามและควบคุมกระบวนการผ่านสภาพแวดล้อมดิจิทัลแบบบูรณาการ

พอร์ตโฟลิโอด้าน Automation ของ ABB ยังรวมถึง:

  • ระบบควบคุมกระบวนการ
  • ระบบนิรภัย
  • ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม
  • การวัดค่าและการวิเคราะห์
  • ส่วนต่อประสานระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (HMI)
  • อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งในอุตสาหกรรม (IIoT)
  • บริการดิจิทัล
  • การบริหารจัดการสินทรัพย์
  • แอปพลิเคชันอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ในปี 2025 ธุรกิจ Automation ของ ABB มีพนักงานประมาณ 26,300 คน และสร้างรายได้ 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 3

แพลตฟอร์ม ABB Ability™

ABB Ability™ เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีดิจิทัลและกรอบการสร้างแบรนด์ของ ABB

แพลตฟอร์มนี้เชื่อมต่ออุปกรณ์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติของ ABB เข้ากับ:

  • เทคโนโลยีคลาวด์
  • ข้อมูลอุตสาหกรรม
  • การวิเคราะห์ข้อมูล
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • การตรวจสอบระยะไกล
  • การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์
  • ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพ
  • บริการดิจิทัล

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะขายแค่มอเตอร์ไฟฟ้า ABB สามารถผสานมอเตอร์เข้ากับเซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และการวิเคราะห์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพและสมรรถนะการทำงานของมอเตอร์นั้นได้

สิ่งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีอุตสาหกรรม:

อุปกรณ์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

มอเตอร์ → เครื่องจักร → ผู้ปฏิบัติงาน

เทียบกับ

อุปกรณ์อุตสาหกรรมดิจิทัล

มอเตอร์ → เซนเซอร์ → การเชื่อมต่อ → ข้อมูล → การวิเคราะห์/AI → การเพิ่มประสิทธิภาพ → ผู้ปฏิบัติงาน

ABB ระบุว่า การฝังซอฟต์แวร์และ AI ลงในผลิตภัณฑ์และโซลูชันเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ โดยในรายงานปี 2025 พนักงานฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่าครึ่งหนึ่งมุ่งเน้นงานด้านโซลูชันดิจิทัล 3

หุ่นยนต์ (Robotics)

ในอดีต ABB ถือเป็นชื่อชั้นนำในวงการ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ของบริษัทถูกนำไปประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ เช่น:

  • การผลิตรถยนต์
  • การเชื่อม
  • การพ่นสี
  • การประกอบชิ้นส่วน
  • การบรรจุหีบห่อ
  • การขนถ่ายวัสดุ
  • การดูแลเครื่องจักร (Machine tending)
  • การจัดเรียงพาเลท
  • ระบบอัตโนมัติแบบทำงานร่วมกับคน (Collaborative automation)

มรดกด้านหุ่นยนต์ของ ABB ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคกิจกรรมระบบอัตโนมัติของบริษัท前身

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่สำคัญในปัจจุบันคือ ธุรกิจ Robotics ของ ABB ถูกจัดประเภทเป็นรายการที่หยุดดำเนินการ (Discontinued Operation) ในงบการเงินรวมปี 2025 ดังนั้น เมื่อกล่าวถึง ABB ในยุคปัจจุบัน จึงถูกต้องกว่าที่จะระบุธุรกิจหลักที่ยังดำเนินการอยู่คือ Electrification, Motion และ Automation แทนที่จะนับ Robotics เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักปัจจุบัน 3

อุตสาหกรรมหลักที่ให้บริการ

เทคโนโลยีของ ABB ปรากฏอยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลายมาก ดังนี้:

พลังงานและสาธารณูปโภค

  • การกระจายกำลังไฟฟ้า
  • พลังงานทดแทน
  • โครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้า
  • การบริหารจัดการกำลังไฟฟ้า
  • สถานีย่อยไฟฟ้า

การผลิต

  • ระบบอัตโนมัติในโรงงาน
  • มอเตอร์และไดรฟ์
  • ระบบควบคุมอุตสาหกรรม
  • หุ่นยนต์
  • ระบบอัตโนมัติของเครื่องจักร

เหมืองแร่และโลหะ

  • มอเตอร์
  • ไดรฟ์
  • ระบบอัตโนมัติของกระบวนการ
  • ระบบไฟฟ้า
  • การบริหารจัดการพลังงาน

อุตสาหกรรมทางทะเล

  • ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
  • ระบบอัตโนมัติ
  • ระบบกำลังไฟฟ้า

น้ำมันและก๊าซ

  • ระบบอัตโนมัติของกระบวนการ
  • ระบบไฟฟ้า
  • ระบบนิรภัย
  • เครื่องมือวัด

เคมีภัณฑ์

  • ระบบควบคุมกระบวนการ
  • นิรภัย
  • การวัดค่า
  • ระบบไฟฟ้า

อาคาร

  • การกระจายกำลังไฟฟ้า
  • การบริหารจัดการพลังงาน
  • ระบบอัตโนมัติในอาคาร
  • สวิตช์เกียร์

คมนาคมขนส่ง

  • ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
  • ระบบฉุดลาก
  • โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ
  • ระบบไฟฟ้า

ศูนย์ข้อมูล

  • การกระจายกำลังไฟฟ้า
  • UPS/ระบบป้องกันกำลังไฟฟ้า
  • การตรวจสอบระบบไฟฟ้า
  • ระบบอัตโนมัติและการบริหารจัดการพลังงาน

ABB กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

หนึ่งในธีมเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของ ABB คือ การใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Electrification of the economy)

ในขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังมุ่งหน้าไปสู่:

  • ยานยนต์ไฟฟ้า
  • ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน
  • ปั๊มความร้อน
  • กระบวนการอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้า
  • โรงงานประหยัดพลังงาน
  • ศูนย์ข้อมูล
  • การผลิตแบตเตอรี่

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ABB วางตำแหน่งตนเอง ณ จุดตัดของแนวโน้มเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น:

ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน → การส่ง/กระจายไฟฟ้า → สวิตช์เกียร์ → ไดรฟ์/มอเตอร์ → ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม → การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยดิจิทัล

ABB มีศักยภาพในการจัดหาเทคโนโลยีได้ในหลายจุดตลอดห่วงโซ่นี้

วัตถุประสงค์ขององค์กรที่ประกาศไว้คือ การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ 1

ความยั่งยืน

ความยั่งยืนได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กร ABB

แนวทางความยั่งยืนของ ABB มุ่งเน้นใน 3 ด้านกว้างๆ คือ:

สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ

ช่วยให้ลูกค้าลดการใช้พลังงานและการปล่อยมลพิษผ่านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ

การรักษาทรัพยากร

เพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรม ลดของเสีย และการบริโภคทรัพยากร

ส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคม

ความปลอดภัยในที่ทำงาน การมีส่วนร่วม การพัฒนาพนักงาน และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ

วาระความยั่งยืนปี 2023 ของ ABB รวมถึงพันธสัญญาที่จะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และร่วมมือกับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ 1

การวิจัยและพัฒนา

วิศวกรรมและ R&D เป็นรากฐานของอัตลักษณ์ ABB

ABB ระบุว่ามีการลงทุนประมาณ 4–5% ของรายได้ประจำปีใน R&D รายงานปี 2025 ระบุว่าค่าใช้จ่าย R&D ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้ออยู่ที่ประมาณ 4.0% ของรายได้ และมีการใช้จ่ายไปแล้วราว 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี 2022 13

พื้นที่เทคโนโลยีหลักประกอบด้วย:

  • ระบบไฟฟ้า
  • อิเล็กทรอนิกส์กำลัง
  • มอเตอร์
  • ไดรฟ์
  • ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม
  • ระบบควบคุม
  • หุ่นยนต์
  • ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • Industrial IoT
  • ประสิทธิภาพพลังงาน

การเข้าซื้อกิจการที่สำคัญ

การเข้าซื้อกิจการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาของ ABB ตัวอย่างที่สำคัญมีดังนี้:

Baldor Electric — 2011

ABB เข้าซื้อ Baldor ด้วยมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดมอเตอร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีการขับเคลื่อน 1

Thomas & Betts — 2012

ABB เข้าซื้อ Thomas & Betts ด้วยมูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ 1

B&R — 2017

การเข้าซื้อ B&R ช่วยเสริมขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติของเครื่องจักรและโรงงานให้กับ ABB 1

GE Industrial Solutions — 2018

ABB เข้าซื้อ GE Industrial Solutions ด้วยมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมตำแหน่งในตลาดผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้า 1

ธุรกิจ Power Grids และ Hitachi

การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ล่าสุดของ ABB เกิดขึ้นในปี 2020

ABB ได้ขาย หุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจ Power Grids ให้กับ Hitachi ซึ่งต่อมากลายเป็น Hitachi Energy

เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากธุรกิจส่งกำลังไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้าเคยเป็นส่วนหลักของ ABB มาอย่างยาวนาน

หลังการทำธุรกรรมดังกล่าว ABB ได้มุ่งเน้นไปที่:

Electrification + Motion + Automation

แทนที่จะพยายามดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั่วทั้งอุตสาหกรรมไฟฟ้า 1

ปรัชญาการดำเนินงาน “ABB Way”

ABB ดำเนินงานภายใต้โมเดลองค์กรที่เรียกว่า ABB Way

ปรัชญาพื้นฐานคือการกระจายอำนาจการตัดสินใจ และมอบความรับผิดชอบที่มากขึ้นให้กับแต่ละหน่วยธุรกิจในเรื่อง:

  • กลยุทธ์
  • ทรัพยากร
  • ผลการดำเนินงาน
  • ลูกค้า
  • การปฏิบัติการ

แนวคิดคือ หน่วยธุรกิจที่อยู่ใกล้ชิดลูกค้าจะสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วกว่าการรอคำสั่งจากองค์กรส่วนกลางที่มีอำนาจรวมศูนย์สูง ABB นำโมเดลการดำเนินงานนี้มาใช้ในช่วงประมาณปี 2020 13

การดำเนินงานระดับโลก

ABB เป็นบริษัทระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงในสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดน

รายงานปี 2025 ระบุจำนวนพนักงานโดยประมาณดังนี้:

  • 52,400 คน ในยุโรป
  • 27,700 คน ในทวีปอเมริกา
  • 31,800 คน ในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

รวมเป็นพนักงานทั้งหมดประมาณ 111,900 คน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 3

ABB ดำเนินธุรกิจใน กว่า 100 ประเทศ 1 โดยมีตลาดหลัก ได้แก่ ยุโรป อเมริกาเหนือ จีน อินเดีย และประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอื่นๆ

สำนักงานใหญ่และโครงสร้างองค์กร

สำนักงานใหญ่ของ ABB ตั้งอยู่ที่ Zurich, Switzerland

บริษัทมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์อย่างแน่นแฟ้นกับทั้งสองประเทศ:

🇨🇭 สวิตเซอร์แลนด์ — ผ่าน Brown, Boveri & Cie.

🇸🇪 สวีเดน — ผ่าน ASEA

นั่นคือเหตุผลที่ ABB มักถูกเรียกว่าเป็น บริษัทข้ามชาติสัญชาติสวีเดน-สวิส

ABB Ltd จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดน 2

ขนาดทางการเงิน

ตามรายงานประจำปี 2025 ของ ABB:

รายได้ปี 2025: ประมาณ 33.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

พนักงานสิ้นปี: ประมาณ 111,900 คน

ABB อธิบายว่าธุรกิจของตนมีความสมดุลทางภูมิศาสตร์ทั่วทั้งยุโรป ทวีปอเมริกา และเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 13

ขนาดทางการเงินของบริษัทจัดให้อยู่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก

คู่แข่งหลัก

ABB มีคู่แข่งแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์:

ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม

  • Siemens
  • Schneider Electric
  • Rockwell Automation
  • Emerson
  • Honeywell
  • Yokogawa

มอเตอร์และไดรฟ์

  • Siemens
  • WEG
  • Schneider Electric
  • Nidec
  • Rockwell Automation

ระบบไฟฟ้า

  • Schneider Electric
  • Siemens
  • Eaton
  • Legrand
  • Rockwell Automation

หุ่นยนต์อุตสาหกรรม

คู่แข่งที่เกี่ยวข้องในอดีต/ปัจจุบัน ได้แก่:

  • FANUC
  • Yaskawa
  • KUKA
  • Mitsubishi Electric
  • Kawasaki Robotics

สภาพการแข่งขันมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาคและเทคโนโลยี

ความสำคัญของ ABB

ABB มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากตั้งอยู่ ณ จุดตัดของแนวโน้มอุตสาหกรรมหลักหลายประการ:

Electrification (ระบบไฟฟ้า)

→ สิ่งต่างๆ จำนวนมากขึ้นถูกขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า

Automation (ระบบอัตโนมัติ)

→ กระบวนการอุตสาหกรรมจำนวนมากขึ้นถูกดำเนินการโดยอัตโนมัติ

Digitalization (ดิจิทัลไลเซชัน)

→ อุปกรณ์อุตสาหกรรมสร้างและใช้ข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ

Energy efficiency (ประสิทธิภาพพลังงาน)

→ บริษัทต้องการบรรลุผลลัพธ์มากขึ้นโดยใช้ไฟฟ้าน้อยลง

AI (ปัญญาประดิษฐ์)

→ ระบบอุตสาหกรรมผนวก AI และการวิเคราะห์ขั้นสูงเข้าไปมากขึ้น

Energy transition (การเปลี่ยนผ่านพลังงาน)

→ การผลิตพลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และกระบวนการอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้า ล้วนต้องการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน

รายงานปี 2025 ของ ABB เองระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดิจิทัลไลเซชัน และ AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาวที่สำคัญสำหรับธุรกิจ 3

ระบบนิเวศเทคโนโลยีของ ABB

วิธีทำความเข้าใจ ABB แบบง่ายคือ:

ABB

┌───────────────┼───────────────┐
│ │ │
ELECTRIFICATION MOTION AUTOMATION
│ │ │
Switchgear Motors Control
Breakers Drives DCS
Distribution Generators Software
Protection Traction Instrumentation
│ │ │
└───────────────┼───────────────┘

ABB Ability

Digital / IoT / AI

Industrial data

Optimization

กล่าวคือ ABB ไม่ได้เพียงแค่ขายชิ้นส่วนไฟฟ้ารายชิ้นเท่านั้น แต่ increasingly พยายามผสมผสาน ฮาร์ดแวร์ + ระบบควบคุม + ซอฟต์แวร์ + ข้อมูล + บริการ เข้าด้วยกันเป็นโซลูชันอุตสาหกรรมแบบบูรณาการ

อัตลักษณ์แบรนด์

แบรนด์ ABB มีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับ:

  • วิศวกรรมอุตสาหกรรม
  • ความน่าเชื่อถือ
  • เทคโนโลยีไฟฟ้า
  • ระบบอัตโนมัติ
  • ประสิทธิภาพ
  • ความปลอดภัย
  • ความยั่งยืน
  • ดิจิทัลไลเซชัน
  • เทคโนโลยี B2B ระดับมืออาชีพ/อุตสาหกรรม

ต่างจากแบรนด์ผู้บริโภคอย่าง Apple หรือ Samsung ตรงที่ ABB เป็น บริษัทเทคโนโลยีแบบ Business-to-Business (B2B) เป็นหลัก

ผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่ค่อยได้โต้ตอบกับ ABB โดยตรง แต่อุปกรณ์ของ ABB อาจซ่อนอยู่ภายใน:

  • โรงงาน
  • ระบบกำลังไฟฟ้า
  • เรือ
  • อาคาร
  • เหมือง
  • โรงบำบัดน้ำ
  • ระบบคมนาคมขนส่ง
  • ศูนย์ข้อมูล
  • เครื่องจักรอุตสาหกรรม

นั่นทำให้ ABB เป็นตัวอย่างของบริษัทที่เทคโนโลยีมักอยู่ เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่

กลยุทธ์ปัจจุบัน

กลยุทธ์ปัจจุบันของ ABB สรุปได้ว่า:

ใช้เทคโนโลยีระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัลไลเซชัน และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมมีผลิตภาพสูงขึ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ดังนั้น จุดยืนปัจจุบันของบริษัทจึงแคบลงและมีความชัดเจนกว่ากลุ่มบริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าขนาดยักษ์ในอดีตอย่างมาก

กลุ่มธุรกิจที่ยังดำเนินการอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ Electrification, Motion และ Automation เป็นแกนหลักของกลยุทธ์นี้ 13

ABB เรียกวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์โดยรวมว่า “Engineered to Outrun.” วลีนี้สะท้อนถึงการเน้นย้ำของบริษัทในการช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงสมรรถนะ ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืน 1

References

ข้อมูลแบรนด์นี้จัดทำโดยมี AI ช่วย และผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ เราใช้ AI อย่างไร

แบรนด์ที่เกี่ยวข้อง